มูลนิธิเสียงธรรมฯชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ
Posted Date : วันที่ 17 ต.ค. 2552 เวลา 18:30 น.

ที่พิเศษ ๑๕๒/๒๕๕๒                                                            มูลนิธิเสียงธรรมเพื่อประชาชน   

                                                                                               จังหวัดอุดรธานี
                                                               
วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒

เรื่อง      ขออนุโมทนาขอบคุณที่ให้ความอนุเคราะห์เข้าชี้แจงและสรุปประเด็นข้อเสนอ

เจริญพร  ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นฯ พ.ศ. ... สภาผู้แทนราษฎร

ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้ความอนุเคราะห์มูลนิธิเสียงธรรมฯ เข้าชี้แจงข้อเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ... เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน โดยท่านประธานให้เวลามูลนิธิเสียงธรรมฯชี้แจงรายละเอียดและตอบข้อซักถามอย่างเต็มที่ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร มูลนิธิเสียงธรรมฯและประชาชนผู้รับฟังรู้สึกประทับใจในน้ำใจของท่านประธานและคณะกรรมาธิการฯ ทุกท่าน  จึงขออนุโมทนาและขอขอบคุณอย่างจริงใจมาพร้อมนี้

มูลนิธิเสียงธรรมฯรับฟังเหตุผลและข้อเสนอแนะของท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ จึงยินดีตัดข้อเสนอบางประเด็นออกไป ได้ผลสรุปสุดท้ายดังนี้

๑.      ยืนยันเพิ่มบทนิยาม “ภาคประชาชน” และ “ชุมชน” ในมาตรา ๔ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่ามีความหมายอย่างกว้างครอบคลุมการประกอบกิจการทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น ตามเจตนารมณ์แห่งรัฐธรรมนูญ เป็นการรักษาหลักการเดิมที่ดีของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๔๓ และสอดคล้องกับพ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงฯ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ ได้ให้เหตุผลที่ตรงกับข้อเสนอมูลนิธิเสียงธรรมฯ

๒.     ยกเลิกข้อเสนอวรรคสุดท้ายในมาตรา ๓๕  เนื่องจากท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ ได้ชี้แจงว่า ในมาตรา ๑๙ วรรค ๔ แห่งพ.ร.บ.ประกอบกิจการฯ พ.ศ. ๒๕๕๑ มีบทบัญญัติในเรื่องดังกล่าวแล้ว

๓.     ยืนยันการใช้คำว่า “ชุมชน” แทนคำว่า “ชุมชนท้องถิ่น” ในมาตรา ๔๕ และ ๔๖ ตามข้อเสนอของท่านเลขานุการคณะกรรมาธิการฯ เนื่องจาก “ชุมชน” มีความหมายอย่างกว้างตามข้อ ๑ แล้ว

๔.     ยกเลิกข้อเสนอในมาตรา ๗๔ ของบทเฉพาะกาล เนื่องจาก “ชุมชน” มีความหมายอย่างกว้างแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องระบุระดับของใบอนุญาต

 

จึงเจริญพรมาเพื่อแสดงข้อเสนอสรุปสุดท้ายของมูลนิธิเสียงธรรมฯ ขออนุโมทนาสาธุการและเป็นกำลังใจแก่คณะกรรมาธิการฯทุกท่านมาพร้อมนี้

 

                                    ขอเจริญพร
                                                                                     
(พระครูอรรถกิจนันทคุณ)
                                                      
กรรมการมูลนิธิเสียงธรรมฯ ทำการแทนประธานมูลนิธิเสียงธรรมฯ

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตารางการแก้ไขเพิ่มเติม(ล่าสุด) ภายหลังการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

ร่างพ.ร.บ.องค์กรฯ กมธ.วิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร

มูลนิธิเสียงธรรมฯ เสนอแก้ไขเพิ่มเติม

เหตุผล

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

...

...

 

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

...

 “ภาคประชาชน” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนตามกฎหมายนี้และตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งสามารถประกอบกิจการได้ในระดับชาติ หรือระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะและไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ ทั้งนี้ให้มีพื้นที่การให้บริการในแต่ละระดับเช่นเดียวกับผู้ประกอบกิจการทางธุรกิจตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  

 

 

เป็นหลักการเดิมของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.. ๒๕๔๓ ที่บัญญัติให้สิทธิหรือให้ความสำคัญแก่ภาคประชาชนก่อนภาครัฐและภาคเอกชน ดังปรากฏจากการบัญญัติให้จัดสรรคลื่นสำหรับภาคประชาชนต้องได้รับไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ และยังเป็นการส่งเสริมหลักการแห่งความเท่าเทียมกันระหว่างภาคประชาชนกับภาคธุรกิจเอกชน ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

...

...

 

 

 

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

...

...

 “ชุมชน” หมายความว่า กลุ่มประชาชนที่มีพื้นที่อาศัยในแหล่งเดียวกัน ไม่ว่าจะในเมืองหรือในชนบท และให้หมายความรวมถึงกลุ่มประชาชนที่มีความสนใจร่วมกันและอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันหรือสื่อสารถึงกันได้ โดยมีผลประโยชน์ด้านสังคมและวัฒนธรรมเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน ทำกิจกรรมอันชอบด้วยกฎหมายและศีลธรรมร่วมกัน มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีการจัดการและการแสดงเจตนาแทนกลุ่มได้

 

(หมายเหตุ – คำนิยามเดียวกับในประกาศ กทช.)

 

เป็นถ้อยคำที่บัญญัติขึ้นตามพระราชบัญญัติฉบับนี้และตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จึงกำหนดคำนิยามให้มีความชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงกันระหว่างกฎหมายทั้งสองฉบับ และยังตรงกับคำนิยามในประกาศ กทช. ซึ่งมีความหมายที่สอดคล้องกับความก้าวหน้าทางสังคมวิทยา ที่ให้ความหมายครอบคลุมทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงประเด็น

          การกำหนดคำนิยามดังนี้เป็นการป้องกันการตีความในความหมายที่แคบ ซึ่งจะทำให้ภาคประชาชนเสียประโยชน์ในการที่จะประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อประโยชน์สาธารณะในระดับชาติ ระดับภูมิภาค หรือระดับท้องถิ่น โดยไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาตรา ๔๕ เพื่อส่งเสริมให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง ให้ กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการส่งเสริมชุมชนท้องถิ่นที่มีความพร้อมให้เป็นผู้มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทบริการชุมชนเพื่อประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่น การหารายได้ และการ สนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนที่มีคุณภาพในท้องถิ่น ทั้งนี้ โดยให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

          รายได้ของผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนต้องเป็นรายได้จากการบริจาค การอุดหนุนสถานี หรือรายได้ทางอื่นซึ่งมิใช่การโฆษณาหรือการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

          การสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนที่มีคุณภาพในท้องถิ่นต้องเป็นการอุดหนุนการดำเนินการของ           สถานีมิใช่เป็นการสนับสนุนรายการใดโดยเฉพาะ และมีสัดส่วนไม่เกินกึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดของผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน รวมทั้งต้องจัดให้มีการประเมินผลคุณภาพการให้บริการ และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินที่ได้รับการอุดหนุนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนในแต่ละคราว

 

มาตรา ๔๕ เพื่อส่งเสริมให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง ให้ กสทช. กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการส่งเสริมชุมชนที่มีความพร้อมให้เป็นผู้มีคุณสมบัติในการขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ประเภทบริการชุมชนเพื่อประโยชน์แก่ชุมชน การหารายได้ และการสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนที่มีคุณภาพในชุมชน ทั้งนี้ โดยให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย

          รายได้ของผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนต้องเป็นรายได้จากการบริจาค การอุดหนุนสถานี หรือรายได้ทางอื่นซึ่งมิใช่การโฆษณาหรือการประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์

          การสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนที่มีคุณภาพในชุมชนต้องเป็นการอุดหนุนการดำเนินการของสถานีมิใช่เป็นการสนับสนุนรายการใดโดยเฉพาะ และมีสัดส่วนไม่เกินกึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดของผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน รวมทั้งต้องจัดให้มีการประเมินผลคุณภาพการให้บริการ และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินที่ได้รับการอุดหนุนเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนในแต่ละคราว

 

 

 

 

 

 

 

เพื่อให้ความหมายของชุมชนมีความหมายอย่างกว้างครอบคลุมทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงประเด็นสอดคล้องกับคำนิยาม (ป้องกันการตีความคำว่า ชุมชนท้องถิ่น  ในความหมายแบบแคบเฉพาะในเชิงพื้นที่)

มาตรา ๔๖ ...

(๑)     ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมชุมชนท้องถิ่น     และสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนตามมาตรา ๔๕

(๒)     ...

มาตรา ๔๖ ...

(๑)     ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชนตามมาตรา ๔๕

(๒)     ...

 

เพื่อให้ความหมายของชุมชนมีความหมายอย่างกว้างครอบคลุมทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงประเด็นสอดคล้องกับคำนิยาม (ป้องกันการตีความคำว่า ชุมชนท้องถิ่น  ในความหมายแบบแคบเฉพาะในเชิงพื้นที่)

 


<< BACK

หน้าแรก