แถลงการณ์ ฉบับที่ ๔/๒๕๕๗ เรื่อง กสทช. สั่งการให้กลุ่มคนคล้ายทหารเข้ากระทำการเป็นมหาโจรเบียดเบียนพระพุทธศาสนา
Posted Date : วันที่ 25 มิ.ย. 2557 เวลา 14:49 น.

แถลงการณ์ ฉบับที่ ๔/๒๕๕๗

เรื่อง กสทช. สั่งการให้กลุ่มคนคล้ายทหารเข้ากระทำการเป็น

“มหาโจรเบียดเบียนพระพุทธศาสนา”

 

          ด้วยปรากฏว่ามีกลุ่มคนแต่งกายคล้ายทหาร ๔ คน คล้ายตำรวจ ๒ คน ร่วมกับคนนอกเครื่องแบบ ๒ คน เดินทางบุกรุกเข้ามายังสถานีวิทยุเสียงธรรมฯ สากเหล็ก อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร ในวันนี้ ราว ๑๐.๐๐ น.  แล้วกระทำการอย่างอุกอาจทำลายอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยจนสามารถรุกล้ำเข้าไปถึงภายในสถานีโดยมิได้ขออนุญาตจากวัดป่าบ้านตาดผู้เป็นเจ้าของที่ดินและทรัพย์สินต่างๆ แต่อย่างใดไม่ จากนั้นยังตัดสัญญาณไฟฟ้าเพื่อปิดกั้นการกระจายเสียงเผยแผ่ธรรมะในพระพุทธศาสนาอย่างไม่ใส่ใจต่อการรับฟังของพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก และยังฝากคำขมขู่กับผู้ดูแลเพื่อส่งไปถึงวัดป่าบ้านตาดอีกด้วยว่า "หากยังเปิดอีกจะเข้ามายึดเครื่องส่งทันที" ทั้งนี้ ที่ดินและอุปกรณ์เครื่องส่งล้วนเป็น “ทรัพย์ของสงฆ์” ที่องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด ได้เมตตารับไว้  มีเจตนารมณ์เพื่อการเผยแผ่ธรรมะเป็นธรรมทานพร้อมกับรักษาสถาบันหลักของชาติให้แน่นหนามั่นคง มิได้โฆษณาแสวงหากำไรในทางธุรกิจแต่อย่างใด ทั้งนี้กลุ่มคนดังกล่าวยังอ้างถึงคำสั่ง กสทช. ซึ่งเปรียบดั่งคำสั่งเทวทัตที่เข้าเหยียบย่ำบังคับศาสนาด้วยว่า “ต้องระงับออกอากาศตามเงื่อนไขที่ กสทช. กำหนด" นั้น

          คณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ยึดถือหลักพระธรรมวินัย พระราชประเพณีของบูรพกษัตริย์ พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ประกาศ คสช. และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยขออาราธนาคำสั่งสอนขององค์หลวงตาพระมหาบัว เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๔๘ เรื่อง "เบียดเบียนทำลายศาสนา" ซึ่งเข้ากันได้แก่กรณี ดังนี้

          "...เมื่อวานนี้เขาก็มาบอก ที่ร้อยเอ็ดเขาก็มาบอกเรานี่แหละ ว่าทางฝ่ายทหารมาให้ย้ายให้เลิก ดูว่าอย่างนั้นละไม่ชัด แต่ว่าวิทยุนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้มันเป็นเขตทหาร ทหารเป็นลูกของใคร ถ้าไม่ใช่ลูกของประชาชนชาวพุทธจะเป็นลูกของใคร ผู้สั่งมานั้นคือใคร เป็นใคร เราก็บอกตรงๆ อย่าย้าย เขาให้ไปหาเขาทางทหารก็อย่าไป เราบอก นี่เราจะตั้งป้อมซัดละที่นี่นะ มันทำลาย เอาละเรา เราด้วยความเป็นธรรมไม่ถอย ไม่มีถอยใคร อันนี้เป็นหัวใจของประชาชนทั้งประเทศ เป็นเรื่องเล็กน้อยเมื่อไร ที่เราต้านทานไว้นี้ต้านทานข้าศึกที่จะมาทำลายจิตใจของคนทั้งประเทศเสียหายตรงไหน นี่ละที่เราพูดเมื่อวาน สั่งขาดไปเลย เขาจะให้โยกย้ายหรือให้ทำลายอะไรๆ หยุด บอกงั้นเลย ไม่เคลื่อน ให้อยู่คงที่ เขาสั่งให้ไปหาเขาอย่าไป นี่ละที่นี่จะเอาละนะ

วงวิทยุทุกวงเกี่ยวกับเรื่องอรรถเรื่องธรรมที่จะสอนคนไทยเราซึ่งเป็นชาวพุทธ สอนทั่วโลกนี้มีจำนวนมากขนาดไหน นอกนั้นเราไม่เห็นมีอะไร วิทยุเสียงอรรถเสียงธรรมทำไมจึงเป็นภัยต่อหัวใจของสัตว์โลกที่เขาอาศัยธรรมมาเป็นประจำ มีอย่างเหรอ มีเหตุมีผลที่ตรงไหน เราพิจารณาหมดนะเหล่านี้ ไม่ใช่พูดสุ่มสี่สุ่มห้า เราพูดด้วยเหตุด้วยผลทุกอย่าง อย่างที่ว่าร้อยเอ็ด อย่าเคลื่อน อย่าโยกย้าย สั่งให้ไปหาทหารอย่าไป เราบอกเลย มีเหตุผลอะไร เอ้า ว่ากันมา ประชาชนก็เป็นคน อำนาจอันนี้มาจากไหน ป่าๆ เถื่อนๆ นี่ ไปเบียดเบียนทำลายวิทยุเสียงธรรมนี้ทุกแห่งทุกหน ตั้งแต่ตัวแสบๆ มันอยู่ในวงรัฐบาลเวลานี้ ตัวแสบๆ มันไม่ออกตัวนะ มันสั่งการสั่งงานออกมา เราสืบเข้าไปๆ ก็ไปถึงตัวนี้

          วงราชการต่างๆ มันสั่งออกมาๆ ออกมาจากไหนๆ มาเกี่ยวข้องกับเรา สืบเข้าไปๆ ไปหาตัวนี้ละ ตัวแสบๆ อึ่งอ่างตัวนี้มันอยู่ในวงรัฐบาลเวลานี้ มันสั่งการสั่งงานออกมาแบบทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ทั้งนั้นละ เราอยากพูดอย่างนี้เลย เรื่องศาสนาไม่มีชิ้นดี ที่มันจะมาส่งเสริมนิดหน่อยไม่เคยมี มีแต่เบียดเบียนทำลายทุกแบบทุกฉบับตลอดมา เรื่อยมาอย่างนี้ เรานำมาพูดชัดๆ อย่างนี้ เพราะเราสืบทราบอยู่ตลอดเวลา เราฟัง-ฟังเอามาพิจารณาจริงๆ พิจารณาโดยเหตุโดยผล ไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีต่อผู้ใด เราไม่มีอย่างนั้น..."

          โดยที่สถานีวิทยุแห่งนี้เป็นกรรมสิทธิ์ขององค์หลวงตาพระมหาบัวฯ มาดั้งเดิม คณะศิษย์ฯ มีสถานะเป็นเพียงผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนขององค์หลวงตาฯ ที่เมตตาฝาก "มรดกธรรม" เหล่านี้ไว้เพื่อประโยชน์อย่างมหาศาลทั้งทางโลกทางธรรมแก่ลูกหลาน จึงต้องยึดถือคำสั่งสอนขององค์ท่านในฐานะเจ้าของทรัพย์เป็นสำคัญ พิจารณาโดยรอบคอบแล้วมีมติดังนี้

๑. กลุ่มคนคล้ายทหารดังกล่าว ได้ก่อกรรมหนักเป็น “มหาโจรเบียดเบียนพระพุทธศาสนา” เหยียบย่ำพระธรรมวินัย  ได้จาบจ้วงล่วงเกินพระราชปณิธานบูรมหากษัตริย์ไทยที่ทรงอุปถัมภ์ค้ำชูเทิดทูนบูชาศาสนาเหนือชีวิต   ได้ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๖/๒๕๕๗ ซึ่งสั่งให้สถานีวิทยุที่ได้รับอนุญาตทดลองประกอบกิจการออกอากาศได้ตามปกติ ซึ่งสถานีวิทยุเสียงธรรมฯ ที่พิจิตรนี้ มีใบอนุญาตอย่างต่อเนื่องตลอดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ และยังได้รับความคุ้มครองในฐานะเป็น “วิทยุเพื่อพระพุทธศาสนาที่ไม่มีโฆษณาแอบแฝง” ตามมาตรา ๗๔ แห่งกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่อีกด้วย ซึ่งไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของ กสทช.

๒. กลุ่มคนคล้ายทหารได้ยอมรับแล้วว่า การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ กสทช. สั่งไว้จริง ดังนั้น การบุกรุก เบียดเบียน และทำลายทรัพย์สินของสงฆ์ จึงถือเป็นโทษความผิดทางโลกตามเหตุผลในข้อ ๑ และถือเป็นความผิดในทางธรรมที่ได้ก่อมหันตกรรมหนักไว้ในพระศาสนา มีความเสื่อมทรามเศร้าหมองในชาติปัจจุบันและมีทุคติภูมิเป็นจุดหมายในภพภูมิต่อๆ ไป

๓. ขอเรียกร้องให้ คสช. มีคำสั่งให้เข้าจับกุมกลุ่มคนดังกล่าว  เยียวยาสมบัติของสงฆ์ที่ถูกทำลายไปโดยเร็ว และขอให้มีคำสั่งลงโทษผู้สั่งการซึ่งฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.

๔. ขอให้ คสช. ให้โอวาทแก่ผู้ปฏิบัติการให้ยึดถือพระราชปณิธานของบูรพมหากษัตริย์ไทยและพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยเคร่งครัด ด้วยการอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาเหนือชีวิต มิใช่ปล่อยปละให้ กสทช. สั่งการจะเบียดบังทำลายพระพุทธศาสนาดั่งเช่นกรณีนี้ เป็นการจาบจ้วงล่วงเกินต่อพระราชปณิธานของกษัตริย์ไทยทุกพระองค์อย่างหาได้มีสำนึกในพระคุณแม้แต่น้อยไม่

 

          จึงแถลงการณ์มาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน

 

                                      ศาสตราจารย์ ดร.รัตนา ศิริพานิช

                     ตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน

                          และประชาชนผู้ฟังสถานีวิทยุเสียงธรรมทั่วประเทศ

                                           ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๗  

 

 

 

 

 

 

 


<< BACK

หน้าแรก