ไม่มีสติแล้วหาความสงบไม่ได้
วันที่ 26 ตุลาคม 2550 เวลา 4:50 น. ความยาว 22 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมพระวันปวารณาออกพรรษา

ณ วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ไม่มีสติแล้วหาความสงบไม่ได้

         ผมไม่มีโอกาสได้อบรมพระ เพราะวัยชรา งานการก็มาก วัยชรานี่สำคัญมากนะ ให้พากันตั้งอกตั้งใจ หลักธรรมวินัยนั้นแลคือองค์ศาสดา อย่าข้ามเกินเป็นอันขาด หลักธรรมหลักวินัยคือองค์ศาสดา ถ้าล่วงเกินหลักธรรมวินัยข้อใด ก็เท่ากับเหยียบหัวพระพุทธเจ้าไปนั่นละให้คิดให้ดี ตรงนี้สำคัญมาก ไปที่ไหนให้มีศาสดาติดตัว คือหลักธรรมหลักวินัย สติเป็นผู้คุ้มครองรักษา การประพฤติปฏิบัติเพื่อการเคลื่อนไหวไปมา สติเป็นสำคัญ ให้พากันตั้งอกตั้งใจ

ผมไม่ค่อยมีเวลาอบรมสั่งสอนหมู่เพื่อน แต่ก็เคยแนะนำสั่งสอนมาแล้ว เพราะฉะนั้นให้นำนั้นไปปฏิบัติตนให้ดี อยู่ด้วยกันให้เป็นเหมือนอวัยวะเดียวกัน คำว่าทะเลาะเบาะแว้งขออย่าให้ได้ยินเป็นอันขาด เพราะเรามาชำระกิเลส การทะเลาะเบาะแว้งเป็นเรื่องการสั่งสมฟืนไฟขึ้นมาเผากัน ไม่ใช่เรื่องธรรม เป็นเรื่องของกิเลสทั้งหมด อย่าให้มีสำหรับวัดนี้ ผิดถูกชั่วดีให้พูดกันได้ ตะกี้นี้ก็ปวารณากันอยู่แล้ว ผิดถูกชั่วดี ตักเตือนกันได้ อย่านำมาใช้เรื่องทิฐิมานะ ใช้ไม่ได้เลย เป็นขวากเป็นหนามกั้นกางศาสดาและมรรคผลนิพพาน อย่าให้กั้นกางตนเอง ให้ตั้งใจปฏิบัติ

การปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัยของศาสดา นั่นละคือตามเสด็จพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดเวลา ใครห่างเหินจากนี้แล้ว ก็เรียกว่าไม่มีศาสดาติดตัว เป็นพระอนาถาหาที่พึ่งที่เกาะไม่ได้ เพราะไม่หา เป็นพระอนาถาไปเลยทีเดียว ให้เป็นผู้มีหิริโอตตัปปะภายในใจ สติให้เคลื่อนไหวตลอดเวลา อย่าให้เผลอ สติเป็นของสำคัญมาก ผลแห่งการปฏิบัติมา ผมอยู่หน้าหมู่เพื่อน ก็ประกาศความดีความชั่วให้หมู่เพื่อนฟังอย่างชัดเจน การประพฤติปฏิบัติเราหาที่ต้องติเราไม่ได้ตลอดมา คำว่าล่วงเกินด้วยไม่มีหิริโอตตัปปะ ไม่มี ให้เอาอันนี้เป็นหลักเกณฑ์ ไปที่ไหนให้มีศาสดาติดตัว

สติเป็นสำคัญมาก คุ้มครองเราให้มีศาสดาติดตัวเรา ไปที่ไหนอย่าให้เคลื่อนคลาดจากหลักธรรมหลักวินัย การเคลื่อนคลาดหลักธรรมวินัยด้วยเจตนานี้ร้ายกาจมากทีเดียว อย่าให้มีในวัดนี้เป็นอันขาด นอกจากความไม่รู้ไม่เห็นนั่นก็เป็นธรรมดาด้วยกัน ท่านว่าแสดงอาบัติ ถ้าแบบที่ว่าไม่มีหิริโอตตัปปะนี้ ท่านเรียกว่าอลัชชิตาใช้ไม่ได้เลย ให้เตือนตนเสมอ กิเลสอยู่กับหัวใจเรา มันถึงเป็นใหญ่ตลอด กิเลสมันไม่เป็นน้อยกว่าธรรม มันเป็นใหญ่กว่าธรรมอยู่ตลอดเวลาในหัวใจของเรา ให้พากันระมัดระวังให้ดี ความพร้อมเพรียงสามัคคีนั้นละเป็นความถูกต้องดีงามแล้ว ดังที่เคยปฏิบัติมา ผมก็ไม่เคยได้ต้องติหมู่เพื่อน สมเหตุสมผลว่าสอนหมู่เพื่อนด้วยความเมตตาสงสารล้วนๆ ผลที่ได้รับก็คือความสวยงามทางตาทางหู ทุกอย่างสวยงาม

นี่ก็ปฏิบัติมาเต็มกำลังความสามารถ พูดเปิดเผยให้หมู่เพื่อนฟังว่า ผมหายสงสัยหมดทุกอย่างแล้วในสมมุติทั้งมวลไม่มีในหัวใจ ขาดสะบั้นออกไปหมด ก็เล่าให้ฟังตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ นั่นละวันกิเลสขาดสะบั้นจากใจ ตั้งแต่บัดนั้นมา ไม่มีสมมุติใดๆ เข้ามาพัวพันในจิตใจเลย นี่ก็เพราะการประพฤติปฏิบัตินั่นแหละ ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ อย่ามีที่ลับที่แจ้ง ให้มีที่แจ้งอยู่ตลอดเวลาเพราะการกระทำตัวเอง รู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา คนอื่นไม่รู้ เจ้าของก็รู้ คนอื่นไม่เห็น เจ้าของก็เห็น อย่าให้มีที่ลับที่แจ้งผู้ปฏิบัติธรรม ธรรมไม่มีที่ลับที่แจ้ง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ผมมีแต่ลมหายใจละทุกวันนี้ ไม่ได้เรื่องได้ราวละ เหมือนขอนซุงทั้งท่อน อยู่กับหมู่กับเพื่อนไปอย่างงั้นละ ประคับประคองธาตุขันธ์เท่านี้ก็จะไม่ไหวแล้ว ไปไหนก็โซซัดโซเซ ดีที่ไม่ล้ม เพราะสตินั่นเอง เรียกว่าสติอันนี้เป็นอัตโนมัติอยู่ในตนเองตลอดเวลาไม่เคยเผลอ จิตถึงขั้นนี้แล้วคำว่าเผลอไม่มี เป็นหลักธรรมชาติตายตัว เราอยู่ด้วยหลักธรรมชาตินี้เท่านั้นแหละ

ให้หมู่เพื่อนตั้งใจปฏิบัติ การทะเลาะเบาะแว้งกัน อย่าให้มีในวัดนี้เป็นอันขาดนะ เรื่องนี้เป็นเรื่องกิเลสเทวทัต เทวทัตยังรู้โทษ ขอขมาพระพุทธเจ้า กิเลสของเรามันรู้โทษของตัวบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันจึงเลยเทวทัตไปแล้วนั่นน่ะ ให้ระวังตัวนี้นะ มันอยู่ลับๆ นะ กิเลสตัวเลยเทวทัตนี่ มันเป็นอาจารย์ของเทวทัตไปในหัวใจของเราไม่รู้สึกตัวนะ ให้ระมัดระวังให้ดี อยู่กับหมู่กับเพื่อน ย่อมมีการเคลื่อนไหวไปมาสัมผัสสัมพันธ์กับตาหูใจอยู่ตลอด ให้ระวัง

สติเป็นสำคัญนะการภาวนา เรื่องสติสำคัญมากทีเดียว ใครตั้งสติได้ดีเท่าไรแล้วก็ กิเลสไม่เกิด มันจะหนาแน่นเหมือนภูเขาก็เกิดไม่ได้ สติครอบไว้หมด ถ้าเผลอสติเมื่อไร กิเลสเกิด เกิดจากสังขารนั่นแหละ สังขารคือความคิดปรุง สังขารก็มาจาก อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา ต่อสายยาวเหยียดไปไม่มีที่สิ้นสุด ถ้าลงได้เผลอสติแล้ว ต่อไปเรื่อยๆ  ถ้าสติมีอยู่แล้ว มันจะมีเท่าไรมันก็ไม่เกิด...กิเลส มันขึ้นอยู่กับสติควบคุมตัวเอง ให้ระวังด้วยสติเสมอไป การประกอบความเพียรอย่าลดละนะ ให้แข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลา ความเพียรเป็นสำคัญมากทีเดียว ให้ดูหัวใจตัวเอง ใจนั่นละมันลุกลี้ลุกลน หลุกหลิกๆ อยู่ตลอด มีสติเท่านั้นเป็นเครื่องควบคุม ถ้าไม่มีสติแล้วก็เหมือนซุงทั้งท่อน ไม่เกิดประโยชน์อะไร นี่ก็อยู่กับหมู่เพื่อนไปอย่างนั้นละ ทุกวันนี้อยู่ไป อยากอยู่คนเดียวนะ นิสัยเป็นอย่างนี้มาดั้งเดิม อยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ ให้ใครมายุ่งไม่ได้ เราอยู่คนเดียวเรา กลางคืนก็นั่งภาวนาอยู่คนเดียวสบายๆ ไม่ยุ่งกับใคร มีแต่ญาติโยมละส่วนมากมายุ่งตลอด

พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติภาวนาสำคัญมากนะ สตินี่ละควบคุมความเพียรของเรา อย่าให้เผลอ ถ้าไม่เผลอสติแล้วก็ตั้งจิตได้นะ จิตไม่สงบก็สงบได้ ถ้ามีสตินะ ถ้าไม่มีสติแล้วหาความสงบไม่ได้ สติเป็นสำคัญครอบอยู่ตลอดเวลา จิตใจสงบได้นะ สติจึงต้องระวังอยู่ตลอด ไม่ให้เผลอ ท่านบอก สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา สติจำต้องปรารถนาในที่ทั้งปวง ไม่มีข้อยกเว้นเลย ต้องมีสติอยู่ตลอด เอาละที่นี่ เอ้า พากันกราบเสียนะ พอ     

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก