พระธรรมเทศนาของหลวงตาเทศน์ถึงครูบาอาจารย์เพชรน้ำหนึ่ง
Posted Date : วันที่ 13 พ.ค. 2550 เวลา 07:00 น.

พระธรรมเทศนาของหลวงตา

เทศน์ถึงครูบาอาจารย์เพชรน้ำหนึ่ง

 

เมื่อเช้าวันที่ ๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๖

ณ วัดป่าบ้านตาด

เรื่อง  เป็นตามนิสัยวาสนา

(คัดมาเฉพาะบางตอน)

 

วัดภูสังโฆก็ดี วัดผาแดงก็ดี นี่เป็นวัดทองคำ เพชรน้ำหนึ่ง ทั้งสองวัดนะ เป็นแต่เพียงนิสัยวาสนาที่มาใช้ในแดนสมมุตินี้ต่างกันเท่านั้น ส่วนวิมุตตินั้นเหมือนกัน ลูกศิษย์ของเราทั้งสองเลยนะ ธรรมลี จะไม่พูดเต็มปากได้ยังไง ท่านวันชัยก็มาพูดต่อปากต่อคำ เรื่องการภาวนาเป็นยังไงๆ ขัดข้องตรงไหนเราเป็นผู้แก้ไขให้ทั้งนั้นๆ จนกระทั่งทะลุ นี่อันหนึ่ง

แล้วธรรมลีก็ตั้งแต่วันบวชแล้ว บวชวันถวายเพลิงหลวงปู่มั่น บวชวันนั้นที่วัดป่าสุทธาวาส ตั้งแต่บวชแล้วติดสอยห้อยตามเราตลอดเหมือนเด็กนะ ธรรมลีนี้เหมือนเด็ก ไม่มีธรรมวินัยอะไรเลย เอาพ่อแม่กับลูกเข้าเลย เป็นใหญ่กว่า เราจะไปไหนติดตาม คือไม่ต้องขออนุญาตนะ เห็นไหมไปกรุงเทพด้วย ด้อมตาม ถ้าไปขออนุญาตท่านจะไม่ให้ไป ต้องขโมยไปแบบนี้แหละ เห็นไหมล่ะ เป็นอย่างนั้น ไปทีไร อยากไปไปเลยนะ ปั๊บ ขโมยไปเลย เป็นอย่างนั้น นี่เป็นนิสัยอันหนึ่ง เราก็ทราบ นี่ก็ตั้งแต่ต้นมา เราสอนตั้งแต่ ก.ไก่ ก.กา เรื่อยมา

ท่านวันชัยนี้ก็มาอยู่กับเราหลายปี เวลาท่านอยู่ที่มูลนิธิหลวงปู่มั่นที่ฝั่งธนฯ พอดีเราไปนวดเส้น ก็ไปเจอท่านวันชัยที่นั่น ถามเหตุถามผล จะไปไหนมาไหนหลักเกณฑ์ไม่ค่อยมี เราก็ไม่เคยได้บอกใครให้มาอยู่กับเรา นี่ได้บอกเลย พอได้ความว่า เหมือนว่าหลักลอย ว่างั้นเถอะน่ะ จะไปไหนมาไหน พูดยากๆ ตอบยากๆ ลำบากการตอบ นี่แสดงให้เห็นว่าหลักลอย เราก็บอกว่า ถ้างั้นให้ไปอยู่วัดป่าบ้านตาดกับผมที่วัด พอเรามาท่านก็ตามมา มาอยู่ที่นี่แล้วเข้าๆ ออกๆ จากนี้ก็ไปตั้งที่วัดนั้น เราก็ให้ไปอยู่ที่วัดภูสังโฆเรื่อยมา สักเท่าไรปีแล้ว มาอยู่กับเราตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ มันก็ ๒๓ ปีแล้วตั้งแต่เกี่ยวข้องกันมา ใกล้ชิดติดพันจริงๆ ๒๓ ปี นี่เราก็สอนมาตั้งแต่ต้นเหมือนกันกับท่านลี ต่อปากต่อคำเราเอง เราเป็นคนสอนเอง เล่าเรื่องอะไรมาให้เราฟังเอง เพราะฉะนั้นเราถึงพูดได้เต็มปาก นี่เราฟังแล้ว ว่าทั้งสองนี้เป็นเพชรน้ำหนึ่งด้วยกัน ต่างกันแต่นิสัยวาสนาที่ใช้ในแดนสมมุตินี้เท่านั้น ส่วนวิมุตตินั้นเหมือนกันหมด กรุณาทราบเอาไว้

นี่เราก็พูดถึงเรื่องพระวัด วัดนี้ เป็นพระวัดน้ำหนึ่ง เพชรน้ำหนึ่ง เราพูดตามนั้นนะ พระภาคปฏิบัตินี้ท่านมีหลายแห่งหลายหนนะ พระประเภทเหล่านี้ อริยะตั้งแต่ขั้นหนึ่งขั้นสองขั้นสามขั้นสี่มีอยู่ทั่วไปในวงปฏิบัติ เฉพาะอย่างยิ่งสายกรรมฐานของพระพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรา แต่ท่านไม่หิวไม่โหยไม่อยากโฆษณา ท่านรู้เหมือนไม่รู้ เห็นเหมือนไม่เห็น เหมือนหนึ่งคนใบ้ไปเสีย เพราะท่านไม่หิวโหยกับอะไร เรื่องธรรมจะไม่หิวโหยไม่ดีดไม่ดิ้น อยู่ด้วยความพอดิบพอดีสงบเสงี่ยม ถึงกาลเวลาที่ควรจะออกหนักเบามากน้อย จะออกตามอรรถตามธรรมที่เห็นควร แล้ว ถ้าไม่สมควรก็ไม่ออก นี่เป็นเรื่องนิสัยของผู้ทรงธรรมเป็นอย่างนั้น ถ้าถึงกาลเวลาจะออกแล้วพุ่งเลยเชียวไม่มีรอ เป็นตามกาลเวลา สถานที่ บุคคล หรือเหตุการณ์ นี่เป็นเรื่องของอรรถของธรรม ให้ท่านทั้งหลายทราบไว้เสีย

_________________

 

 


<< BACK

หน้าแรก