ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ และพิธีมอบ “ทองคำ” ปี ๒๕๖๕
Posted Date : วันที่ 5 ก.พ. 2565 เวลา 17:49 น.

                                  

คณะศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ขอเชิญร่วมงานบุญประเพณีปีที่ ๑๑

“ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา” ประจำปี ๒๕๖๕

คณะศิษย์ร่วมใจกันจัด “ผ้าป่า ๕ ๐ ๐ ๐ กองๆ ละ ๓ , ๐ ๐ ๐ บาท”

สวนแสงธรรม กทม.

> เสาร์ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๕

๑๕.๓๐ น.        ถ่ายทอดสด : เสวนา “คุณูปการงานกู้ชาติขององค์หลวงตา”

๑๙.๐๐ น.         สวดมนต์เย็น ธรรมเทศนารำลึกคุณ “โครงการช่วยชาติ”

> อาทิตย์ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๕

๐๗.๓๐ น.        บิณฑบาต อนุโมทนา

๐๙.๐๐ น.         ทอดผ้าป่า “๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา”

                     อนุโมทนาสาธุการงานบุญเพื่อชาติ

วัดป่าบ้านตาด / วัดป่ากกสะทอน  จ.อุดรธานี

> จันทร์ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๕

๑๙.๐๐ น.         ​สวดมนต์เย็น ธรรมเทศนาจิตตภาวนา 

> อังคาร ๑๒ เมษายน ๒๕๖๕

๐๗.๓๐ น.        ​บิณฑบาต อนุโมทนา

๐๙.๐๐ น.  ​​       ทอดผ้าป่า “๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา”

                    อุทิศส่วนกุศลถวายแด่บูรพมหากษัตริย์ไทย และบรรพชนไทยผู้เสียสละเพื่อชาติ

วัดที่เข้าร่วมสืบสานปณิธาน ได้แก่

·         วัดป่าศรีทองคำ  จ.สุพรรณบุรี (โดยคณะศิษย์หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก)

> พุธ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๕

๑๙.๐๐ น.         ​สวดมนต์เย็น ธรรมเทศนา

> พฤหัสบดี ๑๔ เมษายน ๒๕๖๕

๐๗.๓๐ น.        บิณฑบาต

๐๙.๐๐ น.  ​​       ทอดผ้าป่า“๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา”

                    อนุโมทนาสาธุการงานบุญเพื่อชาติ

  • วัดป่ามหาไชย  จ.สมุทรสาคร

> พฤหัสบดี ๑๔ เมษายน ๒๕๖๕

๑๙.๐๐ น.         ​สวดมนต์เย็น ธรรมเทศนา

> ศุกร์ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๕

๐๗.๓๐ น.        บิณฑบาต

๐๙.๐๐ น.  ​​       ทอดผ้าป่า“๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา”

                    อนุโมทนาสาธุการงานบุญเพื่อชาติ

พิธีมอบทองคำ :  สวนแสงธรรม กทม.

> ศุกร์ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕

๑๔.๐๐ น. ​   ศิษยานุศิษย์องค์หลวงตามนำ “ทองคำแท่ง” ที่แปรรูปจากปัจจัยบริจาคในงานบุญประเพณีปีนี้ มอบแด่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเพิ่มพูนสินทรัพย์เข้าสู่ “คลังหลวง” (ทุนสำรองเงินตรา)

v การร่วมบุญ :  “ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา"
เป็นงานบุญประเพณีทุกปีๆ ละ ๑ ครั้ง (ช่วงเวลาเดียวกันนี้) บริจาคได้ที่ 

l ธนาคารไทยพาณิชย์ อุดรธานี

Ø  เลขที่ 721-2-36966-6 “วัดป่าบ้านตาด เพื่อบุญ 12 เมษา รักษาคลังหลวงตามปณิธานหลวงตา”   

Ø  เลขที่ 721-2-40795-1 “วัดป่ากกสะทอน เพื่อบุญ 12 เมษา รักษาคลังหลวงตามปณิธานหลวงตา”

l ธนาคารไทยพาณิชย์ สุพรรณบุรี

Ø       เลขที่ 683-2-58884-8 “พระอธิการสง โพธิ์กระจ่าง” (คณะศิษย์หลวงปู่สังวาลย์ เขมโก)

l ธนาคารกรุงไทย สมุทรสาคร

Ø       เลขที่ 712-3-19899-9 “วัดป่ามหาไชย เพื่อบุญ 12 เมษา รักษาคลังหลวงตามปณิธานหลวงตา”

* หมายเหตุ  บัญชีจะปิด ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เวลา ๑๕.๓๐ น. ถือว่าเสร็จสิ้นงานบุญประเพณีปีนี้ ผู้ประสงค์จะเสียสละเพื่อชาติ โปรดรอปีถัดไป

🌐ความเป็นมางานบุญประเพณี “ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ”

ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ชาติไทยประสบวิกฤติเศรษฐกิจเป็นหนี้สินต่างชาติมหาศาล องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เปรียบเป็น “สงครามเศรษฐกิจ” ด้วยเมตตาธรรมจึงเสียสละออกมาเป็นผู้นำใน “โครงการช่วยชาติ” เทศนาธรรมนำชาวไทยให้รักชาติ พร้อมเพรียงสามัคคี และเสียสละช่วยกันบริจาคทองคำและเงินดอลลาร์เข้าสู่คลังหลวง เพื่อเป็นหลักประกันของชาติสืบไป
“โครงการช่วยชาติ” ก่อตั้งเป็นทางการเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๑ ณ สวนแสงธรรม กทม. โดยสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติราชนารี เสด็จเป็นองค์ประธานฝ่ายฆราวาส โครงการได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากพระสงฆ์และประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งในประเทศและต่างประเทศ พี่น้องชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีน้ำใจเสียสละเพื่อชาติ จนบังเกิดผลานิสงส์ยิ่งใหญ่ค้ำชาติไทยให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว
“โครงการช่วยชาติ” ได้มีพิธีปิดอย่างเป็นทางการ ณ สวนอัมพร กทม. เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๗ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธาน แม้โครงการจะปิดลง แต่ความห่วงใยขององค์หลวงตาต่อชาติและต่อ “คลังหลวง” หรือ “ทุนสำรองเงินตรา” ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อความมั่นคงของชาติ กลับมิได้ลดน้อยถอยลงไปด้วย
🔷 สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง 🔷
ผู้มีอำนาจชุดต่างๆ ในหลายวาระ มักสำคัญผิดคิดหาอุบายแก้กฎหมาย(พระราชบัญญัติเงินตรา) หวังล้วงเอาสินทรัพย์ใน “คลังหลวง” ไปใช้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ มาหลอกล่อประชาชน อาทิ เพื่อนำไปลงทุนให้ได้ดอกผลเพิ่มขึ้นบ้าง ลดหนี้สาธารณะบ้าง พัฒนาประเทศบ้าง ตั้งเป็นกองทุนมั่งคั่งบ้าง แก้ปัญหาภัยธรรมชาติบ้าง หรือแม้กระทั่งข้ออ้างที่ว่ามิได้นำไปใช้จริง แต่เป็นเพียงปรับตัวเลขทางบัญชีเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าข้อกล่าวอ้างใด ต่างก็เป็นเหตุแห่งภยันตรายต่อคลังหลวงทั้งสิ้น ดังนั้น งานปลุกจิตสำนึกชาวไทยให้รู้จักเคารพและปฏิบัติตามธรรมแห่งการรักษา “คลังหลวง” จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้องค์หลวงตายังต้องรับบริจาค “ทองคำน้ำไหลซึม” เข้าสู่คลังหลวงเรื่อยมาแม้จะมีพิธีปิดโครงการแล้ว ดังเทศนาเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๔๘ ที่ว่า
 “เมื่อยังพอเป็นไปได้อยู่เราจึงได้พิจารณา ประสานให้มันค่อยเป็นไปๆ อย่างนี้ เป็นประเภททองคำน้ำซับน้ำซึมไป มันก็ไม่ได้ล่าได้สายอะไรนี่ ไม่รีบไม่ด่วนไม่เร่ง ค่อยเป็นค่อยไป มันก็ค่อยมา .. เราต้องคิดซิ เราอยู่ในบ้านอยู่ในเมือง อยู่ในชาติของเรา เราต้องคิดถึงบ้านถึงเมืองถึงชาติของเรา สังคมครอบครัวของเรา คิดย้อนหน้าย้อนหลังซิเราเป็นเจ้าของ จะอยู่เฉยๆ ไม่เหมาะนะเราเป็นเจ้าของ
ปู่ย่าตายายที่ท่านพาถ่อพาพายมาท่านเป็นเจ้าของมา ท่านรับผิดชอบมาเรื่อยๆ แล้วพวกเราลูกหลานไม่รับผิดชอบต่อสายกันไปมันก็ฉิบหายได้ ต้องต่อสืบทอดกันไปต้องคิดพวกเรา คิดทุกคนนะ คิดเพื่อความแน่นหนามั่นคงแห่งชาติของตน แล้วยังต้องคิดถึงความสงบสุขของบ้านเมืองอีก ต้องคิดหลายแง่หลายทาง อย่าเอาแต่ความอยากความทะเยอทะยาน ความเอาตามใจชอบๆ ความตามใจชอบมันมีแต่ฝ่ายต่ำนะ ไม่ได้มีฝ่ายสูงคือธรรมแทรกเลย ถ้ามีธรรมแทรกเข้าไป ถึงฝืนก็ฝืนเป็นยาๆ ไปเรื่อย ขมก็ขมเป็นยา เป็นอย่างนั้นนะ จึงควรพิจารณาพี่น้องทั้งหลาย”
จากนั้น ๒ ปี ๔ เดือน ก่อนจะละขันธ์ องค์หลวงตาได้เทศนาตอกย้ำความสำคัญของ "คลังหลวง" อยู่เนืองๆ ดังเช่นเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๑ เมตตากล่าวว่า
“ให้พี่น้องทั้งหลายช่วยกันนะ หลวงตาบัวไม่นานก็จะตาย ลูกหลานทั้งหลายไม่ตายให้ได้อาศัยนี้ หลวงตาพาพี่น้องทั้งหลายช่วยหาสมบัติอันสำคัญเข้าสู่คลังหลวงของเรา เพื่อให้ลูกหลานเราได้ ‘สืบหน่อต่อแขนง’ ต่อไปอีก ที่เราได้มานี้ปู่ย่าตายายของเราหามาไว้ให้ ทีนี้ก็ให้สืบทอดกันไป อย่าให้กุดให้ด้วนไป ของเก่าที่ได้มากินหมด ของใหม่ไม่มีไม่ได้นะ ต้องหาของใหม่มาเพิ่มเข้าไป”
แม้ในวาระสุดท้าย วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นวันนิพพาน สื่อมวลชนทุกสายได้พากันประกาศ “พินัยกรรม” ขององค์หลวงตาดังกึกก้องกังวาลไปถ้วนทั่ว นับเป็นการเสียสละอย่างอุกฤษฏ์ ยกเอาพระสรีระสังขารที่หมดลมหายใจเข้ามาโอบอุ้มคุ้มครอง "คลังหลวง" อยู่ต่อไปอีกตราบกัลปวสาน
ด้วยความเข้มแข็งจริงจังอย่างต่อเนื่องขององค์หลวงตาเช่นนี้สามารถบริจาค “ทองคำ” เข้าสู่คลังหลวงได้ทั้งสิ้นมากถึง ๑๓ ตัน เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา(รวมดอกเบี้ย) ๑๐,๘๐๓,๖๐๐ เหรียญ
“ใบตาย” ชาติไทย : ปฏิบัติบูชา รักษา “คลังหลวง”
ด้วยความเคารพบูชาในโอวาทคำสอนที่ตอกย้ำเรื่อยมา และเพื่อสืบสานปณิธานขององค์หลวงตาให้ธำรงอยู่คู่ชาติไทยสืบไป คณะศิษยานุศิษย์จึงเห็นพ้องต้องกันว่า พวกเราจักตอบแทนพระคุณด้วยการปฏิบัติบูชาตามโอวาทคำสอน โดยพร้อมใจกันบำเพ็ญทานสืบสานประเพณีอันดีงามที่ได้เมตตาพาดำเนินมานี้ ให้ดำรงคงอยู่คู่ชาติศาสน์กษัตริย์ไทยสืบไป จักมิถือเอาความมากน้อยของปัจจัยเป็นประมาณให้เหนือกว่าการมุ่งปฏิบัติตามอรรถธรรมที่พร่ำสอนไว้ อันเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อองค์หลวงตา ต่อบรรพบุรุษ และต่อบูรพมหากษัตริย์ไทยอย่างเป็นรูปธรรมที่งดงามที่สุด ให้สมกับความเสียสละของบรรพชนไทยและความเมตตาขององค์หลวงตาที่แม้ชราภาพ เจ็บป่วย หรือละขันธ์ ก็ยังเมตตานำพาคนไทยให้รู้จักความรักชาติ การเพิ่มพูนรักษา “คลังหลวง” สมบัติของชาติชนิดเอาชีวิตเข้าแลกแทนได้
ประการสุดท้าย เพื่อกุลบุตรสุดท้ายภายหลังเกิดไม่ทันหรือตกหล่นมิได้เข้าร่วมในกองบุญมหากุศลเพื่อคนทั้งแผ่นดินที่มีองค์หลวงตาเป็นผู้นำ เป็นการเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมแห่งการเพิ่มพูนและปกป้อง “คลังหลวง” ให้อยู่ยืนยงคู่ชาติศาสน์กษัตริย์เป็นมรดกตกทอดสู่ลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่าตลอดไป จักมิยอมให้ผู้ใด/คณะบุคคลใด เข้ามาแตะต้องทำลาย “คลังหลวง” โดยเด็ดขาด ตราบที่ประเพณี “ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ” ยังดำรงอยู่ การจะเข้ามาแตะต้องคลังหลวงย่อมมิอาจกระทำโดยง่ายตราบนั้น ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไปจะได้รู้จักและเห็นความสำคัญของคลังหลวง เห็นถึงความเสียสละและคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนนำโดยองค์หลวงตาที่มีต่อชาติไทยเรา ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองไม่ว่าสมัยใด ก็จักได้ตระหนักรู้จักระมัดระวังในการเข้ามาเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ของแผ่นดินกองนี้ พระธรรมเทศนาขององค์หลวงตาจักสะเทือนสะท้านเลื่อนลั่นอยู่ตลอดนิจนิรันดร์กาลว่า
🇹🇭🇹🇭 “คลังหลวงคือหัวใจของชาติ หากคลังหลวงกุดด้วนไปเมื่อใด เมื่อนั้นหลวงตาเขียน ‘ใบตาย’ ให้กับชาติไทยในทันที”
🏆 วัตถุประสงค์ 🏆
๑.ร่วมใจกันบริจาคสินทรัพย์เข้าสู่คลังหลวง เป็นการแสดงความรัก ความพร้อมเพรียงสามัคคี และความเสียสละเพื่อชาติ เงินบริจาคมาก/น้อย ไม่สำคัญยิ่งกว่าการได้ทำหน้าที่เพื่อชาติ
๒.สืบทอดเจตนารมณ์องค์หลวงตาให้เป็นประเพณีแห่งมหาทานมหากุศลเพื่อชาติเป็นประจำทุกปี เป็นการรำลึกถึงคุณูปการและตอบแทนพระคุณขององค์หลวงตา บรรพชน และบูรพมหากษัตริย์ไทย ที่เสียสละเลือดเนื้ออวัยวะและชีวิตได้เพื่อชาติ
๓.ร่วมแสดงกตัญญูกตเวทิตาคุณแด่องค์หลวงตาพระอรหันต์สมัยกึ่งพุทธกาลผู้เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์ที่เคารพบูชาอย่างสุดหัวใจ
๔.เปิดโอกาสให้กุลบุตรสุดท้ายภายหลังที่เกิดไม่ทันหรือไม่มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในกองบุญที่องค์หลวงตาเป็นผู้นำ ผู้ก่อตั้ง และผู้กอบกู้
๕.เป็นการตอกย้ำและประกาศให้สาธารณชนได้รับรู้ว่า จะมิยอมให้ผู้ใด/คณะบุคคลใดเข้ามาแตะต้องหรือทำลายคลังหลวงอย่างเด็ดขาด พวกเราจักมีสามัคคีธรรมร่วมกันสืบทอดประเพณีรักษาคลังหลวงให้ธำรงอยู่คู่สถาบันหลักของชาติ
✨🔔✨คณะศิษย์ทุกหมู่เหล่าได้พร้อมใจกันจัดงานบุญประเพณี “ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาคุณองค์หลวงตา” เป็นปฐมฤกษ์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ วัดป่ากกสะทอน และได้แสดงสามัคคีธรรมร่วมปฏิบัติบูชาคุณสืบทอดเป็นงานบุญประเพณีประจำทุกปีเรื่อยมา ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้ เป็นการจัดงานบุญประเพณี “ผ้าป่า ๑๒ เมษาฯ” ครบรอบปีที่ ๑๑ และเป็นปีที่ ๒๗ แห่งโครงการช่วยชาติ
🔖ครั้ง ๑ วันที่ ๑๒ เม.ย. ๒๕๕๕ มอบ “ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๑๙,๐๐๐.๐๐ เหรียญฯ
ประธานสงฆ์ผู้มอบ หลวงปู่ณรงค์ อาจาโร
ผู้รับมอบ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๒ วันที่ ๑๒ เม.ย. ๒๕๕๖ มอบ “ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๒๒๓,๕๕๙.๖๓ เหรียญฯ
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์จิรวัฒน์ อัตตรักโข
ผู้รับมอบ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๓ วันที่ ๑๑ เม.ย. ๒๕๕๗ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๕ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์จิรวัฒน์ อัตตรักโข
ผู้รับมอบ นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๔ วันที่ ๒๑ เม.ย. ๒๕๕๘ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๘ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์บุญทัน ฐิตสีโล
ผู้รับมอบ นายไพบูลย์
🔖ครั้ง ๕ วันที่ ๑๙ เม.ย. ๒๕๕๙ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๘ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม
ผู้รับมอบ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๖ วันที่ ๒๑ เม.ย. ๒๕๖๐ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๑๐ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์คลาด ครุธัมโม
ผู้รับมอบ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๗ วันที่ ๓๐ เม.ย. ๒๕๖๑ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๑๒ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ
ผู้รับมอบ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๘ วันที่ ๒๕ เม.ย. ๒๕๖๒ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๘ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์สุชิน ปริปุณโณ
ผู้รับมอบ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๙ วันที่ ๑๑ ส.ค. ๒๕๖๓ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๑๐ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ หลวงปู่คลาด ครุธัมโม
ผู้รับมอบ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าธปท.
🔖ครั้ง ๑๐ วันที่ ๓๐ เม.ย. ๒๕๖๔ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง
จำนวน ๑๐ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม
ประธานสงฆ์ผู้มอบ พระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม
ผู้รับมอบ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าธปท.

🔖ครั้ง ๑๑ วันที่ ๕ มี.ค. ๒๕๖๕ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง จำนวน ๒ แท่งๆ ละ ๑๒.๕ กิโลกรัม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์

ผู้รับมอบ ดร.ปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการ ธปท.

🔖ครั้ง ๑๒ วันที่ ๑๓ พ.ค. ๒๕๖๕ มอบ “ทองคำ” เข้าคลังหลวง จำนวน ๗ แท่งๆ ละ ๑ กิโลกรัม ประธานสงฆ์ผู้มอบ หลวงปู่คลาด ครุธัมโม ผู้รับมอบ ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าธปท.


ด้วยอานิสงส์ที่ท่านทั้งหลาย มีขันติธรรมวิริยะธรรม ได้ร่วมบุญและอนุโมทนาบุญในกองบุญนี้ ขอผลานิสงส์ผลบุญเหล่านี้ จงเป็นพลวปัจจัยเกื้อหนุนให้ท่านทั้งหลาย เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารและธรรมสารสมบัติ ถึงความสำเร็จพร้อมในกิจการงานทางโลกและทางธรรม ให้คลังหลวงมีความมั่นคงยืนยาว แคล้วคลาดปลอดภัยพ้นจากภยันตรายใดๆ สถิตสถาพรอยู่คู่บ้านคู่เมือง คู่สถาบันชาติ พระพุทธศาสนา พระมหากษัตริย์ ตลอดกาลนานเทอญ
🙏🙏🙏
















<< BACK

หน้าแรก