ความกระหายของพระเทวทัต
วันที่ 18 มีนาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ความกระหายของพระเทวทัต

ทองคำวันที่ ๑๗ เมื่อวานนี้ได้ ๑ กิโล ๑๖ บาท ๙๗ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑,๐๔๒ ดอลล์ รวมยอดทองคำทั้งหมดที่ได้เป็น ๔,๗๘๑ กิโล

พี่น้องทั้งหลายให้ทราบนะ บอกชัดเจนทีเดียว บอกแบบชี้นิ้วเลยเทียว คราวนี้เป็นคราวที่พยายามสุดยอดของมหาโจร นี่ประโยคหนึ่ง ความพูดเต็มหัวใจความหวังเต็มหัวใจว่า มันจะให้อยู่ในเงื้อมมือของมันทั้งหมด ประโยคที่สองจำให้ดี เพราะฉะนั้นจึงพยายามสุดเหวี่ยง ไม่มียางอาย ไม่มีบาปมีบุญ ไม่มีหิริโอตตัปปะ คำว่ายางอายไม่มี มีแต่ความหน้าด้าน ๆ ไปไหนพอมือสอด-สอดเข้าไป แขนสอดได้สอดเข้าไป อะไรสอดเข้าไป เรียกว่าพยายามสุดขีดคราวนี้ มันหมดหวังมาหนหนึ่งแล้ว กลุ่มเดียวกันพวกเดียวกัน ขึ้นแผนการศาสนา ทีแรกขึ้นแผนชาติบ้านเมือง ที่สองมาขึ้นแผนศาสนา แล้วดึงมาในกลุ่มเดียวกันพวกเดียวกัน พี่น้องทั้งหลายพิจารณาให้ดีนะ

เรานี้มันสลดสังเวชพอแล้ว โฮ้ สลดจริง ๆ นะคราวนี้ เห็นพระเป็นความหยาบโลนโหดร้ายทารุณ เกินกว่ามนุษย์ธรรมดา ๆ ไปเสียอีก คือเกินนั้นจริง ๆ มนุษย์ประชาชนเขาธรรมดายังเรียบ ๆ อยู่ อันนี้ผาดโผนโจนทะยานยิ่งกว่ายักษ์กว่าเปรตกว่าผี กระหายอำนาจ พูดง่าย ๆ ว่ากระหายอำนาจ กระหายศักดิ์ศรี เข้าใจเหรอ ศักดิ์ศรีมันเคยแพ้มาแล้ว จึงรุนแรงมาก คำว่าอายไม่มี ความหิวความกระหายที่ว่านี่รุนแรงมากทำให้ลบหมด เรื่องความผิดถูกชั่วดีอะไรไม่สนใจ มันจะเอาให้ได้อย่างใจ ๆ เวลานี้กำลังหิวกระหายนี้มากทีเดียว ประหนึ่งว่าจะกระอักเลือดออกไปถ้าไม่สมหวัง ถึงขนาดนั้นนะ ถ้าไม่ได้กินมนุษย์ชาวพุทธและชาวไทยทั้งชาติเป็นอาหารอันอร่อยแล้ว เรียกว่าจะตายในขณะนั้น เพราะความหิวกระหายเนื้อมนุษย์ หรือเนื้อศาสนาเนื้อของชาติเป็นอาหารกินเลี้ยงกัน เข้าใจไหม หิวกระหายขนาดนั้น

คราวนี้เราสลดสังเวชยังไง เนื้อศาสนานี่มันสำคัญ เนื้อศาสนาคือหัวใจคนชาวพุทธทั้งชาติในเมืองไทยเรา ชาติก็กลมกลืนดึงมาด้วยกันหมดให้จมไปด้วยกัน ในครั้งพุทธกาลนั่นก็ประจักษ์ในพระพุทธเจ้ากับพระเทวทัต เอาต่อหน้าต่อตาพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นองค์ศาสดา ครั้นแล้วพระเทวทัตกลับเห็นโทษนะ ย้อนกลับมาขอถวายคางกรรไกร ถูกแผ่นดินสูบ คือเห็นโทษ ลงพระพุทธเจ้า ยอมสุดขีด คราวนี้ยอมสุดขีดจะมาขอขมาพระพุทธเจ้า พระองค์ก็รับสั่งว่า มาก็ไม่ได้พบตถาคต ก็จะมาถูกแผ่นดินสูบที่หน้าวัดเชตวัน มาก็ลงตรงนั้นจริง ๆ ผิดไหมพระพุทธเจ้ารับสั่ง สุดท้ายถูกแผ่นดินสูบเลยเอาคางกรรไกรถวายเป็นพุทธบูชา อันนี้ที่เป็นมหาสารคุณขึ้นมา

พระองค์ทรงยิ้มรับเหตุการณ์ ว่า เออ เธอทำกรรมหนักก็ยอมรับว่าหนัก ได้รับความทุกข์มหันตทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส ก็ยอมรับเพราะกรรมของเธอเองในระยะนั้น จากนั้นพอพ้นขึ้นมานี้แล้ว จะพ้นโดยประการทั้งปวงตลอดอนันตกาล คือเธอจะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ชื่อ อัฏฐิสาระ เพราะถวายคางกรรไกรนี้ อัฏฐิสาระ คือกระดูกเป็นแก่นสาร นี่เห็นโทษ ยอมรับโทษแล้วก็พ้นจากทุกข์ เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าก็เรียกว่าถึงขั้นสุดยอดแล้ว เรียกว่ากรรมที่หนักมากในทางชั่ว เวลาพลิกไปแล้วกลายเป็นกรรมที่ดีสุดยอดเลย

มาในระยะนี้ก็กำลังเป็นแบบเดียวกัน จะเอาพระพุทธศาสนาเหยียบลงไปแบบเดียวกันนั่นแหละเราเทียบหมดแล้วนะ จะเห็นโทษหรือไม่ กำลังเป็นปัญหาเท่านี้เอง ถ้าไม่เห็นโทษก็จม เป็นอื่นไปไม่ได้ว่างั้นเลย นี่ที่เราสลดสังเวชนะ เราพิจารณาโลกเราไม่ได้พิจารณาแบบโลก ๆ นะ คิดดูซิอย่างเขาโจมตีเราขนาดไหน แทนที่เราจะมาสะทกสะท้านหรือหวั่นไหวในจิตในใจ เช่นอย่างเกิดความเสียใจกับเขาเราไม่มี มีแต่ความสงสารสลดสังเวชเขาอย่างเดียว โถ เหมือนกับว่าโกยไฟขึ้นมาแล้วก็ยัดใส่ปากเจ้าของ เผาหัวอก โจมตีมากเท่าไรก็ขนเข้าไป ๆ พูดให้มันชัดเสียวันนี้ นี่ที่เราสลดสังเวชมากนะ

เรานี่ถึงเขาจะมาเหยียบย่ำทำลายแบบไหนก็เหยียบ เราไม่มีอะไรกับคำเหยียบคำย่ำนั้น เพราะเราสอนด้วยความเมตตา ด้วยธรรมล้วน ๆ เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น จึงได้สนุกพิจารณาถ้าว่าสนุกนะ ตามเหตุตามผลตามหลักความจริงที่เขาโจมตี อย่างยกเราเป็นต้น ยกโจมตีเรา ต่อไปก็กระจายไปหมดนั่นแหละ ก็คือคู่ต่อสู้ คู่กรรมคู่เวรกันก็ถูก แทนที่เราจะไปมีอะไรยิบแย็บในส่วนของเราเราไม่มีเลย มีแต่ โห น่าสงสารนะ ว่าอย่างนั้น น่าสงสาร

เอ้า หากเราตั้งข้อสมมุติขึ้นว่า ได้ชัยชนะสมใจ ก็ขึ้นไปนั่งภูมิใจอยู่บนกองเพลิงมหันตทุกข์ เรียกว่ามหากรรม กรรมอันหนักอยู่นั้น จากนั้นแล้วก็ลงเลยเท่านั้นเอง ที่เราอุตส่าห์พยายามนี้ก็สงสารบรรดาพี่น้องชาวไทยชาวพุทธเรา ได้พยายามตะเกียกตะกาย ช่วยมาเต็มกำลังด้วยอำนาจแห่งความเมตตา คราวนี้ก็มาเห็นชัด ๆ อย่างนี้เข้าอีก เข้าในวงพุทธศาสนาคือองค์ศาสดาเสียด้วย คราวนี้นะ แต่ก่อนออกทางชาติบ้านเมืองตีเข้ามา คราวนี้จะเอาในจุดศูนย์กลางอันใหญ่หลวง ซึ่งเป็นหัวใจของชาติไทยชาวพุทธเรา จึงน่าสลดสังเวชมากนะ

ถ้าว่าสร้างกรรมหนักก็เรียกว่าหนักมากที่สุดในสมัยปัจจุบัน ทำให้สงฆ์แตกกระจัดกระจายทั่วประเทศไทยเป็นของเล่นเมื่อไร ประชาชนที่เป็นชาวพุทธก็แตกกระจัดกระจาย ที่ไม่เห็นด้วยกับวงการของเทวทัต พวกเห็นด้วยในวงการของเทวทัตก็ไปด้วยกัน พวกไม่เห็นด้วยก็ย้อนตัวกลับมา ก็เทียบกันได้กับที่พระเทวทัตจากพระพุทธเจ้าออกไป พระสงฆ์ทั้งหลายที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่บวชใหม่วิ่งตาม ดูว่าท่านบอกในตำราว่าประมาณสี่ห้าร้อยองค์เหมือนกัน แต่ไปแล้วพระองค์ก็ทรงสลดสังเวช

ในขณะที่ว่าพระเทวทัตเวลานี้ได้แยกตัวจากพระองค์แล้ว พระอานนท์มาทูลพระพุทธเจ้า ว่าแยกเป็นอื่นแล้ว เรียกว่าได้แตกจากกันไปแล้วกับพระพุทธเจ้า นี่ขณะแรกนะ พระองค์ก็ทรงสลดสังเวชลั่นพระวาจาออกมาว่า สุกรานิ อสาธูนิ อตฺตโน อหิตานิ จ, ยํ เว หิตญฺจ สาธุญฺจ, ตํ เว ปรมทุกฺกรํ. นี่เป็นภาษิตพุทธพจน์ ภาษาของเราปลงธรรมสังเวชก็ เอ๊อ กรรมทั้งหลายที่ไม่ดี ทั้งไม่เป็นประโยชน์แก่ตน ทำได้ง่าย นี่ไม่ได้ระบุใครเลย ยกพระเทวทัตออกมา จึงได้ว่าสัตว์ทำได้ง่ายนะ คำว่าสัตว์นี้ทั่วไป แต่นี้ทำได้ง่าย ออกมาจากพระพุทธเจ้าก็มาจุดนี้เลย เป็นอสาธารณะ กรรมใดแลที่เป็นประโยชน์ด้วย ดีด้วย กรรมนั้นทำได้ยากมาก ไม่บอกว่าสัตว์ทำได้ยากมาก ถ้าว่าสัตว์ทั้งหลายทำได้ยากมาก

ทั้ง ๆ ที่กรรมดีสัตว์ทำได้ยากเหมือนกัน แต่ขณะนั้นพระองค์รับสั่งเรื่องของเทวทัตโดยเฉพาะ จึงไม่ได้ยกคำว่าสัตว์เข้ามา จึงว่ากรรมที่ไม่ดีทั้งหลาย ทั้งไม่เป็นประโยชน์แก่ตนทำได้ง่าย ก็หมายถึงพระเทวทัต คือไม่ระบุถึงสัตว์ทั้งหลายเลย แต่กรรมใดแลที่เป็นประโยชน์ด้วยดีด้วย กรรมนั้นทำได้ยากมาก จากนั้นท่านก็เป็นภาษิตที่สองออกมา อิธ นนฺทติ เปจฺจ นนฺทติ กตปุญฺโญ อุภยตฺถ นนฺทติ. คือหมายความว่า จะร้อนทั้งโลกนี้แล้วไปร้อนทั้งโลกหน้า ร้อนทั้งในโลกทั้งสอง คือโลกมนุษย์นี้ก็ร้อนเต็มที่แล้ว ลงไปนรกก็ไปร้อนที่นั่นอีก เรียกว่าร้อนในโลกทั้งสอง ถ้าหากว่ามีโลกสามอีกอาจจะไปร้อนอีกก็ได้นะ ท่านบอกว่าโลกทั้งสอง โลกนี้และโลกหน้า

ลงพระพุทธเจ้าได้รับสั่งอะไรแล้วไม่มีเคลื่อนเลย ขอให้พากันฟังทุกคนนะ ศาสดาองค์เอกตรัสคำไหนออกมาเป็นคำที่ไม่เคลื่อนคลาดทั้งนั้น ให้พากันจำเอา ถ้าใครฝืนมากน้อยก็เป็นไปอย่างนั้นละ กรรมความชั่วช้าลามก ฝืนมากน้อยเป็นไปตามความฝืน คือเป็นทุกข์ไปโดยลำดับลำดา ถ้ากลับตัวก็ย้อนกลับมาอย่างพระเทวทัต พอกลับตัวเท่านั้น ถึงจะได้รับความทุกข์เพราะกรรมของเธอที่ทำในกาลก่อนนั้นก็ตาม แต่กรรมทีหลังที่ทำดี เพราะในเวลานั้นถวายคางกรรไกร ก็จะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ทีนี้พ้นทุกข์ไปเลย เป็นอย่างนั้นนะ

เราจึงอดสังเวชเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ คราวนี้คล้ายคลึงกันมากทีเดียว คล้ายคลึงกันกับครั้งพระพุทธเจ้า ศาสนาคือเป็นองค์แทนของศาสดา แน่ะมันก็เข้ากันได้ กับเรื่องที่เขามาโจมตีเราให้แหลกเหลวนี้ก็เป็นอันเดียวกัน ไม่ผิดกันเลย จึงว่าคล้ายคลึงกันมากทีเดียว คราวนั้นพระองค์ทรงพระชนม์อยู่ คราวนี้พระองค์ปรินิพพานไปแล้ว แต่ศาสดาคือศาสนานั้นเป็นองค์แทนของศาสดาอยู่ ก็เท่ากับพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่นั้นแลจะเป็นอะไรไป แล้วเรื่องราวที่เข้ามานี้ก็เข้ากันได้

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก