ความคิดที่เป็นมงคล
วันที่ 25 มกราคม 2546 เวลา 17:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านเหล่าสูง อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ วัดป่าบ้านเหล่าสูง ต.โพธิ์ศรี อ.โพธิ์ชัย จ.ร้อยเอ็ด

วันที่ ๒๕ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ [เย็น]

“ความคิดที่เป็นมงคล”

 

            วัดนี้ดี พระเราสร้างวัดก็ให้มีทางจงกรมนั่งสมาธิภาวนาบ้างนะ อย่ามาสร้างโก้ ๆ เก๋ ๆ ไว้นี่ ให้สร้างที่ภาวนา เช่นสถานที่ทำงานของพระ คือสถานที่เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา นั้นงานของพระอยู่ตรงนั้นนะ ไม่ได้ไปหาอยู่กับสิ่งก่อสร้างยุ่งเหยิงวุ่นวาย บัญญัตินั้นบัญญัตินี้ขึ้นมา มาหลอกกันมากวนกัน อย่างเป็นอยู่เวลานี้ ไม่ได้สนใจกับศีลกับธรรมอะไร พระพุทธเจ้าสอนไว้ยังไงมันไม่ดู มันไปหาแต่เรื่องก่อกวนบ้านเมืองและชาติให้ขุ่นมัวไปตาม ๆ กันหมดเวลานี้ หูมีตามีมันไม่ดู พวกคนหน้าด้าน มันด้านอย่างงั้นนะ

            พวกเราที่บวชเข้ามา แล้วมาสร้างวัดสร้างวาก็ให้มีสถานที่ทำงานของพระบ้าง ที่ชำระกิเลส เวลานี้มีแต่สถานที่สั่งสมกิเลสเต็มวัดเต็มวา มีแต่ส้วมแต่ถานเต็มวัดเต็มวา เต็มพระเต็มเณร เลยหาที่จะกราบกราบไม่ลงนะ มันเลอะเทอะจริง ๆ เวลานี้ คนแหละทำศาสนาให้เลอะเทอะ  เลอะเทอะไปหมดเลยนะ  พระนี่ซิสำคัญไปทำศาสนาให้เลอะเทอะมันดูไม่ได้นะ พระเป็นตัวอย่างของประชาชนในทางที่ถูกที่ดีมันถึงถูก อันนี้จะว่าเป็นตัวอย่าง ใครจะไปยึดของเลวอย่างงั้น ก่อกวนบ้านเมืองเรื่องนั้นเรื่องนี้ มีไม่มีหาเอามากวน

            ที่ดินนี้ราบเรียบดีนะ เรามองดูที่ดินแล้วเรียบราบดีเหลือเกิน พระเณรเราปฏิบัติวัดให้สวยงามภายนอกพออยู่ได้ ภายในให้สะอาดถูก ภายนอกสะอาดสะอ้านตามความชมเชยของกิเลส แต่ภายในเป็นสวมเป็นถาน เดี๋ยวนี้เป็นอย่างงั้นละ ภายนอกสะอาดสะอ้านตามความชมเชยของกิเลส แต่ภายในสกปรกสุดยอด ส้วมถานสู้ไม่ได้ ธรรมดูไม่ได้เลย เป็นอย่างงั้น

            นี่ก็ได้ ๕ โมง ๒๐ นาทีแล้ว วันนี้ก็จะไม่พูดอะไรมาก หลวงตาหอบลมมาพ่นมาตามทางเรื่อย ๆ มา อยู่ในวัดก็พ่นลมก่อน เทศน์สอนคนล่ะซิ พ่นลมจนหมดลมที่วัดนั่นแล้ว ออกมาก็สูดลมใหม่มาตามทาง มาก็พ่นนั้นพ่นนี้เรื่อยมา ทีนี้ก็มาพ่นลมลงที่อำเภอโพนทอง หมด ลมนั้นก็หมด สูบลมมานี่เลยไม่ได้ถึงไหน ไม่ทราบว่าจะได้แค่ไหน ลมมีน้อยมากวันนี้ สูบลมไม่พอมาถึงที่เสียก่อน

            หลวงตาได้มาเห็นพี่น้องทั้งหลายวันนี้รู้สึกว่าซาบซึ้งมากทีเดียว เรามาตามสายทางไม่เห็นบ้านผู้บ้านคนเลยนะ จนกระทั่งถึงได้คิดว่า เอ้อนี่ไม่ใช่จะหลอกหลวงตาไปต้มแล้วเหรอ มันมีแต่ทาง บ้านคนไม่เห็นเลย ไปทางก็แคบ ๆ เสียด้วย มันเหมือนจะเข้าตะแลงแกง แล้วมาเรื่อย ๆ จึงมาเจอเอาวัดนี้ แล้วเข้ามานี่ ทางไม่มีคนแต่เวลามาถึงวัดแล้วคนแน่นหมด จึงน่าชมเชยอนุโมทนากับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ที่ได้ใช้ความอุตส่าห์พยายามทั้งวัน

วันนี้พี่น้องทั้งหลายได้บุญกุศลมากทีเดียวนะ เพราะได้อุตส่าห์พยายาม จิตจ่ออยู่กับบุญกับกุศล กับครูบาอาจารย์คือกับพระ นี่บุญกุศล วันนี้คิดทางบุญกุศลมากนะ ถวายผ้าป่าช่วยชาติบ้านเมือง แล้วก็รอเวล่ำเวลาครูบาอาจารย์ และขวนขวายหาทรัพย์สินเงินทองมาสร้างบุญสร้างกุศลนี้ก็มีแต่เจตนาที่เป็นกุศล ความคิดเป็นบุญเป็นกุศลทั้งนั้นวันนี้ จนกระทั่งรอเวลาของหลวงตาจะมาอีกก็ยิ่งจ่ออีก จิตยิ่งจ่อเป็นศีลเป็นธรรมมาตลอด ที่ว่าเสียเวลาไม่เสีย ความคิดเช่นนี้จ่ออยู่กับครูกับอาจารย์ กับอรรถกับธรรม เป็นความคิดที่เป็นมงคลมากทีเดียวนะ

ท่านทั้งหลายอย่าเข้าใจว่าเสียเวลานะวันนี้ เวลาที่ท่านทั้งหลายเสียไปนั้นน่ะมากต่อมาก วันนี้เป็นเวลาที่ได้รวบรวมกำลังกุศลเข้ามาสู่จิตใจ คิดถึงแต่ครูแต่อาจารย์ คิดถึงแต่บุญแต่กุศลทั้งวันเรื่อยมา จนกระทั่งบัดนี้ เป็นความคิดที่เป็นกุศลทั้งวัน เวลาเป็นมงคลวันนี้ วันนี้วันเป็นวันมงคล เวลาเป็นมงคลทั้งหมด ท่านทั้งหลายไม่ได้เสียเวลานะ ไปที่ไหนมีแต่จิตใจจดจ่อต่อบุญต่อกุศล ต่อครูต่ออาจารย์ เรียกว่าเราสั่งสมบุญทั้งวัน ดีแล้วล่ะ วันนี้ที่พี่น้องทั้งหลายได้มาทอดผ้าป่าเพื่อช่วยชาติบ้านเมืองแล้วนั้น เป็นความชอบธรรมแล้วนะ เรารักชาติของเราเราต้องสงวนรักษาทุกอย่างถึงถูกต้อง

หลวงตาก็เป็นผู้ตระเวนบิณฑบาตกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ได้มามากน้อยก็ขนเข้าสู่คลังหลวงของเรา คลังหลวงของเราเวลานี้ได้ทองคำ ๕,๖๐๐ กว่ากิโลแล้ว ถ้าคิดเป็นตันก็ได้ ๕ ตันกับ ๖๐๐ กว่ากิโล ที่เราได้แล้วเวลานี้นับตั้งแต่วันอุตส่าห์พยายาม ช่วยกันทั้งประเทศของเรา รวมเป็นกำลังน้ำหนักทองคำได้ ๕ ตันกับ ๖๐๐ กิโลกว่า แล้วดอลลาร์ได้ ๗ ล้าน ๒ แสนกว่า เวลานี้ได้เข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ส่วนเงินสดนั้นได้แยกออกไปซื้อทองคำ และดอลลาร์รวมกัน ทั้งสองประเภทเป็นจำนวนเงินสด ๙๔๑ ล้าน ที่ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงของเรา

ส่วนเหลือจากนั้นก็ช่วยบ้านช่วยเมือง ช่วยตามที่ต่าง ๆ ทุกแห่งทุกหนทั่วประเทศไทย คือช่วยสร้างสถานสงเคราะห์โรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล สถานที่ราชการ สร้างไปหมดไม่หยุดไม่ถอยตลอดมาอย่างนี้ล่ะ กรุณาทราบตามนี้ วันนี้พี่น้องทั้งหลายก็ได้มาพบมาเห็นหลวงตาแล้วแหละ แต่ก่อนก็เห็นในทีวี หลวงตาออกทีวีนี้รู้สึกจะได้พบได้เห็นกันทั่วประเทศไทย แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง วันนี้ได้มาเห็นตัวจริงแล้ว คือหลวงตามาเองวันนี้ มาเยี่ยมพี่น้องทั้งหลาย เราผ่านมานี้พี่น้องทั้งหลายก็เห็น เวลานี้นั่งอยู่บนธรรมาสน์นี้ก็คงมองมาเห็นแล้วมัง เห็นตัวจริงนะ

วัดมีหลายแห่งอยู่เหรอ ถึงบ้านมีหลายแห่งมากมายนักหนานะ ไปที่ไหนสร้างบ้านที่ไหนให้มีวัดมีวาที่นั่น เหมาะสมแล้วกับเราเป็นชาวพุทธนะ ถ้ามีแต่บ้านก็เหือดแห้งเกินไป ได้อะไรมาก็ไม่ได้ทำบุญให้ทาน อยู่เหือดแห้ง ได้มาเหือดแห้ง กินก็กินอย่างเหือดแห้ง สิ้นเปลืองไปเปล่า ๆ ไม่เกิดประโยชน์แก่ทางจิตใจนั้นเลย นี่วัดก็มี เราเห็นพระเจ้าพระสงฆ์เราก็ได้กราบได้ไหว้ เวลามีโอกาสบ้างก็ได้มาฟังเทศน์ฟังธรรมท่านบ้าง หรือไม่ฟังก็มาสงบอารมณ์อยู่ที่วัดที่วาบ้างเป็นบางกาลเวลา ดีกว่าที่เราจะหมกอยู่ในบ้านตลอดไป ตั้งแต่วันเกิดถึงวันตาย ไม่ไปเหยียบวัดเหยียบวา เกี่ยวข้องกับศีลกับธรรมเลย อย่างนี้ไม่เหมาะสมนะ

ขอให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ทุกคน นี้เป็นการเทศน์สอนไปแล้วนะ ไม่ตั้ง นโม แหละ นอบน้อมต่อพระศาสดาแล้วก็พูดธรรมะไปเลย เป็นการสอนพี่น้องทั้งหลายให้เข้าอกเข้าใจในการปฏิบัติตัว อย่าพากันฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว การอยู่ การกินใช้สอยต่างๆ อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมจนเกินไปนะเสียคน เสียนิสัยของเรา ลูกหลานเกิดมา จะยึดเอานิสัยสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย กินไม่รู้จักอิ่มใช้ไม่รู้จักพอไปเป็นเครื่องสอนตนเอง แล้วจะกลายเป็นเด็กเสียคนไปนะ

พ่อแม่ต้องเป็นแบบฉบับดีงามให้แก่ลูกเต้าทั้งหลาย อย่าพาลูกเต้าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมสุรุ่ยสุร่ายเกินเนื้อเกินตัว ความยุ่งเหยิงวุ่นวายมาจากความสุรุ่ยสุร่ายนั้นแหละ ความทุกข์ก็ตามกันมา หามาเท่าไรก็ไม่พอใช้ หามาเท่าไรก็ไม่พอกิน หามาเท่าไรก็ไม่พออยู่ ปลูกบ้านหลังไหนก็ไม่พออยู่ๆ จนกระทั่งวันตายก็เลยไม่พอ ไม่พอทั้งอยู่ ทั้งกิน ทั้งใช้สอย ตายไปแล้วก็ยังไม่พออีก นี่ละให้พากันระมัดระวังบ้างนะ เราเป็นลูกชาวพุทธ พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้จักประมาณทุกอย่าง การกินพอดิบพอดี อย่าสุรุ่ยสุร่ายเกินเนื้อเกินตัว การใช้สอยก็เหมือนกันให้พอดี นี่คือธรรมของพระพุทธเจ้า

พวกเรานี่พวกเลยเถิดเตลิดเปิดเปิง อะไร ๆ ไม่พอทั้งนั้น ไม่ดีเลย ให้พากันจำเอานะลูกหลานทุกคน ๆ หลวงตาก็แก่แล้วเวลานี้ ได้มาสั่งสอนที่ไหนก็มาด้วยความลำบากลำบน ไม่ได้มาด้วยความกระปรี้กระเปร่าเหมือนแต่ก่อนแหละ แต่ก่อนกระปรี้กระเปร่าแข็งแรง ดีดดิ้นไปไหนนี้ดีดผึง ๆ เลยละ ความคล่องแคล่วว่องไวนี้ไม่ต้องพูด มันเป็นเองของมัน แต่เวลานี้ก็เป็นอย่างที่พี่น้องทั้งหลายเห็นนั่นแหละ ไปที่ไหนอู๊ยลำบากลำบน เทศนาว่าการก็คิดดูซิ ตั้งแต่ออกจากบ้านตาดเทศน์หมดลมแล้วสูบลมใหม่มา แล้วก็เทศน์ตามทาง พ่นมาตามทาง หมดลมสูบมาเรื่อย มาจนกระทั่งถึงโพนทองก็มาเทศน์ มาพ่นลมที่นั่นหมด แล้วสูบลมแล้วก็มาที่นี่ ทีนี้พอลมยังไม่พอก็มาถึงที่เทศน์แล้ว เพราะฉะนั้นการเทศน์จึงไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรแหละ

วันนี้เราช่วยชาติบ้านเมืองของเรา แถวที่อยู่อย่างนี้อาจจะไม่มีโอกาสที่จะช่วยชาติบ้านเมืองของเราด้วยการบริจาค เช่นทองคำ ดอลลาร์ เงินสด ที่เราจะนำเข้าสู่ประโยชน์ส่วนรวมเพื่อชาติของเราได้แน่นหนามั่นคง เราก็ไม่ค่อยได้ทำ วันนี้พี่น้องทั้งหลายได้มารวมเป็นกองใหญ่ กองผ้าป่า ประชาชนเต็มวัดเต็มวามาบริจาคทานเพื่อเข้าสู่คลังหลวงของเรา แล้วบ้านเมืองของเราก็จะค่อยเจริญหนาแน่นขึ้นเป็นลำดับลำดา หลวงตาพอใจกับการบริจาคของพี่น้องทั้งหลายที่ผ่านมาแล้ว ๆ แล้วเราก็จะเสาะแสวงหาไปตามกำลังของคนแก่นั่นแหละ

เมื่อเวลาสมควรที่จะพักจะหยุดแล้วมันก็เป็นเอง ธาตุขันธ์เมื่อไปไม่รอดแล้วมันก็อยู่ เวลานี้พอเป็นไปได้อยู่ก็อุตส่าห์แสวงหาเพื่อชาติของเรานั้นแหละ สำหรับหลวงตาบัวไม่เอาอะไรแหละ ตั้งแต่กระดูกนี่ก็จะทิ้งอยู่แล้ว จะทิ้งวันไหน มันไปไม่รอดก็ทิ้งเลย ไม่หวังจะเอาอะไรกับมัน เวลามีชีวิตอยู่นี้พอช่วยชาติได้ชนาดไหนเราก็จะช่วยชาติเสียขนาดตามกำลังของเรานั่นแหละ ขอให้ลูกเต้าหลานเหลนทั้งหลายได้พากันสนใจในศีลในธรรมบ้างนะ อย่าพากันห่างเหินศีลธรรม ไหว้พระสวดมนต์ คืนวันหนึ่งนะ เวลาจะหลับจะนอนให้ไหว้พระเสียก่อน

ไหว้พระแล้วนั่งทำความสงบ ถ้าได้ถึง ๑๐ นาทีแล้วก็จะดีนะ แต่เราไม่อยากบอกถึง ๑๐ นาทีแหละ เพียง ๕ นาทีแล้วมันก็จะขี้แตกเยี่ยวราดไปหมดแล้วล่ะ อย่าว่าถึง ๑๐ นาที ถ้าลงถึง ๑๐ นาทีแล้วขี้ไม่มีในท้อง แตกออกหมดเลย เพราะมันทนไม่ไหว เพราะฉะนั้นเราจึงขอเพียง ๕ นาที เวลาจะพักจะนอนให้ทำความสงบใจด้วยคำบริกรรมภาวนา คือพุทโธก็ได้ ธัมโมก็ได้ สังโฆก็ได้ ให้บริกรรมนึกประจำอยู่ในใจ มีสติจดจ่ออยู่กับคำบริกรรมของตนโดยเฉพาะ จิตใจท่านทั้งหลายจะพักเครื่อง คือความคิดปรุงทั้งหลายได้เป็นลำดับลำดา แล้วใจก็จะสงบ นี่เป็นที่พักใจ

เรือนเป็นที่พักนอน ใจเป็นที่พักอารมณ์ที่มันยุ่งเหยิงวุ่นวายตั้งแต่ตื่นนอนถึงค่ำ มาพักเอาเวลาภาวนาพุทโธ ๆ นั้นแหละ จิตใจของเราก็จะชุ่มเย็นไป นี่เรียกว่าเราสร้างเรือนใจให้เรา เรือนกายนั้นมีด้วยกันทุกคน ไม่ว่าบ้านนอกในเมือง ในป่าในเขา มีบ้านมีเรือนเป็นที่พักกายหลับนอนได้ทั้งนั้น แต่เรือนใจคือศีลคือธรรมไม่ค่อยมีกัน และไม่มีกัน นี่ล่ะอันนี้เสียมากนะ ใจให้ได้ทานการกุศลเป็นเรือนใจ ตื่นขึ้นมาวันหนึ่งก็ใส่บาตรพระเสีย ไม่ได้มาก ได้น้อยได้เท่าไรก็เอา นี่เป็นเครื่องหมายของเรือนใจ

เวลาจะหลับจะนอนก็ให้พากันภาวนาบ้าง ถ้าไม่ภาวนาจะเหลวไหลไปตลอดนะชาติไทยเรา มีแต่คำว่าถือศาสนาพุทธ ๆ แต่คนไม่สนใจกับพุทธ สนใจตั้งแต่กับกิเลส ความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตัณหา ความดีดความดิ้นทั้งวันทั้งคืน เหล่านี้ไปเสีย มันเป็นเรื่องกิเลสทั้งนั้นที่กล่าวถึง แล้วจะหาความสุขความสบายให้คนได้ยังไง เราก็มีแต่ดีดแต่ดิ้น เวลาตายไปแล้วไม่มีอะไรติดเนื้อติดตัวเลย ถ้าจะเอาเงินไปด้วย เงินก็ไม่เคยพาคนไปสวรรค์ นิพพาน ถ้าคนไม่เอาไปบริจาคทาน

ให้เงินให้กระดาษ เงินเหรียญอย่างนี้จูงคนไปสวรรค์ นิพพาน ไม่มีทางนะ เอาบ้านเอาเรือนจูงคนไปสวรรค์นิพพานก็ไม่มี เรือกสวนไร่นาสาโทจูงคนไปสวรรค์นิพพานก็ไม่มีนะ เราอาศัยสิ่งเหล่านี้อยู่เวลาเรามีชีวิตเท่านั้นแหละ พอเราตายไปแล้วสิ่งเหล่านี้ก็หมดความหมายสำหรับร่างกายของเราที่สิ้นลมหายใจไปแล้ว เขาเรียกว่าคนตาย ส่วนจิตใจของเรานั้นเรียกร้องหาความช่วยเหลือจากเราคืออะไร คือบุญกุศล ให้เราได้สร้างบุญสร้างกุศลไว้จะเป็นเรือนของใจ ที่พักของใจ

กายมันตาย มันหมดเรือนอยู่ ร่างกายตายแล้ว บ้านเรือนสมบัติเงินทองก็หมดสิทธิ์ไปด้วยกัน แต่ใจนี้ไม่ตาย ให้ใจนี้ได้อาศัยคุณงามความดีคือบุญคือกุศลที่เราสร้างมานั้นแหละ เป็นเครื่องประดับใจ เชิดชูจิตใจ ตายแล้วไปสู่ความสุขความเจริญได้ ไม่ว่าคนมีคนจนขอให้มีบุญในใจเถอะ ไปสวรรค์นิพพานได้ด้วยกัน บรรเทาทุกข์ไปได้โดยลำดับ จนกระทั่งตัดทุกข์ออกจากใจได้โดยสิ้นเชิงเหมือนกันหมด ทั้งคนทุกข์คนจน ความทุกข์ ความจนมันเป็นเรื่องของโลก จิตใจที่ใฝ่อรรถใฝ่ธรรมแล้วไม่ใช่คนจน เป็นความสมบูรณ์พูนผลอบอุ่นจิตใจอยู่ตลอดเวลา

ให้พากันอบรมบ้างนะจิตใจ หลวงตานี้เป็นกังวลกับบรรดาพี่น้องทั้งหลายทางด้านจิตใจ ด้านศีลด้านธรรมมากทีเดียว เพราะโลกเวลานี้มันกลืนมนุษย์เราให้ไปทางกิเลสตัณหา กินไม่พอ ใช้ไม่พอ จนกระทั่งวันตายหาที่พึ่งไม่ได้ มีมากต่อมาก ส่วนผู้ที่เสาะแสวงหาคุณงามความดีเพื่อบุญเพื่อกุศลเป็นผลประโยชน์แก่จิตใจนี้มีน้อยมาก ๆ เพราะฉะนั้นคนเราตามที่ท่านแสดงไว้ในธรรม ว่าผู้ที่จะไปนรกนั้นน่ะ มันเท่ากับขนโค โคตัวหนึ่งมันมีขนมากเท่าไร หมดทั้งตัวมัน นี่ขนโค พวกจะไปนรกมากเท่ากับขนโค แต่พวกที่จะไปสวรรค์และพ้นจากทุกข์ ท่านบอกว่าเท่ากับเขาโค

เขาโคมีเพียงสองเขา โคตัวหนึ่ง มีจำนวนน้อยมากผู้ที่จะไปสู่ความดีงาม เพราะความฝักใฝ่ในอรรถในธรรมมีน้อยมากเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการจะไปนี้จึงไปได้น้อยทีเดียว ให้พากันสั่งสมความดี เขาโคก็ให้เราเป็นเขาหนึ่งเสียนะ อย่าให้เป็นเรื่องของคนอื่นไปเสีย ขนโคก็ให้เป็นเรื่องของพวกเปรตพวกผี พวกไม่รู้จักบุญจักทาน ไม่รู้จักบาปจากกรรมอะไรนั่น ให้เขาขนเอาของเขาไป ส่วนบุญส่วนกุศลซึ่งเป็นฝ่ายเขาโคนี้ให้เราทั้งหลายพยายาม ไม่มีมากได้แต่เราคนเดียว เขาเดียวก็เอา ไปคนเดียวเราก็ไม่ต้องหาเพื่อนหาฝูงไปส่งไปเสีย

คนมีบุญไม่จำเป็นต้องหาใครไปตามส่งตามเสีย ไปได้คนเดียว ๆ บุญนั้นเป็น เครื่องพยุง บุญนั้นน่ะเป็นเพื่อนทุกข์ อยู่กับบุญนี้ทั้งหมด ไม่ตาย บุญพาไปแล้วไม่ตาย ให้สั่งสมบุญให้มาก ไม่จำเป็นต้องมีใครมาส่งมาเสีย เหมือนที่คนทั้งหลายตายไปส่งเสียกันยั้วเยี้ย ๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรแหละ ส่งเสียเพียงเท่านั้น ให้ส่งเสียตัวเองทางด้านจิตใจ ให้เป็นไปด้วยศีลด้วยธรรมนะ พี่น้องทั้งหลายให้พากันจำเอา แล้วเด็กเล็กเด็กน้อยก็ให้สั่งสอนมัน อย่าให้มันเที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร่อน แล้วยาเสพย์ติดเหล่านี้ให้ระวังให้มากนะเด็ก อย่าให้เด็กเข้าไปใกล้ชิดติดพันกับมันเลย พวกยาเสพย์ติดมีอยู่ทั่วไป มาทุกแง่ทุกมุม

ถ้าคนไหนได้ติดยาเสพย์ติดแล้วเขียนใบตายให้เลย ไม่มีฟื้น ตายไปเลย หมดคุณค่าหมดราคา ไปที่ไหนสังคมรังเกียจทั้งนั้น ให้พากันระมัดระวัง พวกยาเสพย์ติดเวลานี้กำลังดาษดื่นที่จะเข้ามาทำลายชาติไทยของเราให้เสียให้ฉิบหายไป คือยาเสพย์ติด ให้กำชับกำชากับลูกกับหลาน ครูในโรงร่ำโรงเรียนก็ให้สอดส่องดูเด็กที่มาเรียนหนังสือด้วย มันไปติดต่อสื่อสารกับใคร เป็นคนดีหรือคนชั่วประการใด ควรจะสอดส่องเสมอในฐานะเราเป็นครู ถ้าเห็นว่าไม่ดีแล้วให้รีบมาสั่งสอน แล้วบอกพ่อบอกแม่มันทันที ไม่เช่นนั้นเด็กจะเสีย เสียไปคนหนึ่งก็เพื่อสองคนสามคน สุดท้ายเสียหมดทั้งโรงเรียน ไม่ดีเลย ให้พากันกำชับกำชาให้ดี

อันนี้เสียหายมากและเร็วที่สุดด้วย พากันจดจำเอานะบรรดาพี่น้องลูกหลานทุกคน หลวงตาจะไม่พูดอะไรมากมายนักละวันนี้นะ เพราะหลวงตาเหนื่อยมาก ฝากธรรมะที่แสดงวันนี้ให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายนำไปคิดไปเป็นคติ หนึ่ง การทำบุญให้ทาน อย่าปล่อยอย่าวาง นี้เป็นนิสัยของมนุษย์เราที่จะเกิดเป็นมนุษย์ หรือสูงกว่านั้นในภายภาคหน้า ต้องไปด้วยศีลด้วยทาน แล้วการภาวนาบรรดาผู้ใหญ่ทั้งหลายก็ควรภาวนาดังที่หลวงตาสอนนี้นะ ให้ภาวนาทำใจให้สงบเย็น ๆ แล้วเราจะเป็นสุข ๆ นี่ข้อสำคัญ แล้วให้พยายามรักษาลูกเล็กเด็กแดงของเรา อย่าให้มันไปเที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร่อน ไปหากินยาเสพย์ติดอันเป็นพิษเป็นภัยแก่เด็กมาแล้วจะเป็นภัยหมดทั้งผู้ใหญ่ในครอบครัว จะทำเราและเด็กคนทั้งบ้านเสียไปหมดนะ ให้พากันระมัดระวัง

วันนี้ก็เทศน์เพียงเท่านี้ละ ไม่เทศน์ให้มากกว่านี้ หลวงตารู้สึกเหนื่อยมาก จึงขอความเห็นใจจากบรรดาพี่น้องลูกหลานทั้งหลาย เราได้มาพบมาเห็นกันขนาดนี้ก็เป็นมงคลแล้ว ท่านทั้งหลายรอหลวงตาวันนี้ก็เป็นบุญเป็นกุศลมากแล้ว แล้วก็มาดังที่ได้ตกลงกันเรียบร้อย ไม่เคลื่อนคลาดการมา แต่เวล่ำเวลาเป็นความจำเป็นช้าบ้างเร็วบ้าง ท่านทั้งหลายได้มาสร้างบุญสร้างกุศลนี้ สมบัติเงินทองนี้ไปเข้าสู่คลังหลวง บุญกุศลทั้งหลายที่ท่านบริจาคนั้นเข้ามาสู่จิตใจของท่าน ท่านทั้งหลายได้สร้างมหากุศลขึ้นที่จิตใจจากการบริจาคสมบัติเข้าคลังหลวง ได้มากมายก่ายกองนะ

การพูดจาปราศรัยกับท่านทั้งหลายก็เห็นว่าเหมาะสมกับเวล่ำเวลา และความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าของธาตุขันธ์ของหลวงตา ก็เห็นว่าสมควรแก่กาลเวลา ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายทั่วหน้ากันเทอญ

 

อ่านและฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่

www.Luangta.or.th or www.Luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก