ทองคำเต็มคลังหลวง ธรรมก็เต็มหัวใจ (ฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ เสด็จ)
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2545 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

ทองคำเต็มคลังหลวง ธรรมก็เต็มหัวใจ

 

         วัดป่าภูสังโฆอยู่บนหลังเขา มีพระ ๓๐-๔๐ องค์เป็นประจำ มีท่านวันชัยเป็นหัวหน้าอยู่ที่นั่น วันนี้ได้นำทองคำมาถวายเป็นจำนวน ๒ กิโล ๒๐ บาท ๗๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๗๐๐ ดอลล์ ๕๗ เหรียญสิงคโปร์ เงินไทย ๒ หมื่นบาท อนุโมทนานะ (สาธุ) นี่น้ำใจของคนไทยช่วยชาติตัวเอง มีมากมีน้อยเราไม่ได้เป็นเศรษฐี มีเท่าไร ๆ เราบริจาคด้วยน้ำใจของเรานี้มีคุณค่ามาก นี่ก็มาจากน้ำใจ ใครจะไปเป็นเศรษฐีอยู่ที่ไหน อยู่ในป่าในเขา ถ้าเศรษฐีก็ต้องเป็นเศรษฐีธรรม เศรษฐีธรรมมักจะอยู่ในป่าในเขา เศรษฐีเงินเศรษฐีทองอะไรเหล่านี้มักจะอยู่แถบ ๆ ตามส้วมตามถานตามถังขยะ นี่เศรษฐีประเภทหนึ่ง

เศรษฐีธรรมท่านมักจะอยู่ในป่าในเขา ดังพระพุทธเจ้าท่านทรงแสดงแก่บรรดาพระสงฆ์ว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ นิสฺสาย ปพฺพชฺชา ตตฺถ เต ยาวชีวํ อุสฺสาโห กรณีโย. บรรพชาอุปสมบทแล้ว ให้ท่านทั้งหลายไปอยู่ตามรุกขมูล รุกขมูลหมายถึงร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถ้ำ เงื้อมผา ป่าช้า ป่ารกชัฏ หรือที่แจ้งลอมฟาง ซึ่งเป็นสถานที่สงบสงัด กำจัดสิ่งที่เป็นภัยต่อจิตใจออกในสถานที่เช่นนั้น เพราะเป็นสถานที่สงบสงัดในการประกอบความพากเพียร กำจัดพวกส้วมพวกถานอยู่ในหัวใจของสัตว์โลกนั้นแหละ พวกส้วมถานนี่ถือว่าเป็นของต่ำ แต่กิเลสมันมักอยู่สูง ๆ มันมักอยู่หัวใจคนหัวใจสัตว์ มันไปอยู่ที่นั่น ท่านจึงสอนให้ไปอยู่ในป่าในเขา แล้วก็สำเร็จเป็นมรรคเป็นผลออกมา

องค์นี้สำเร็จพระโสดา องค์นี้สำเร็จเป็นพระสกิทาคา องค์นี้สำเร็จเป็นพระอนาคา องค์นี้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ เรียกว่าผลแห่งการอยู่ในป่า ด้วยการประกอบความเพียรในที่สงัดกำจัดกิเลส ได้ปรากฏประจักษ์ในพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายเรื่อยมา เพราะฉะนั้นธรรมของพระพุทธเจ้าจึงประกาศสอนโลก ออกมาจากในป่าในเขาเป็นจำนวนมากต่อมาก พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเราท่านก็อยู่ในป่า ทรงบำเพ็ญในป่าสำเร็จเรียบร้อยแล้วก็มาสั่งสอนโลก บรรดาพระสงฆ์สาวกมากต่อมากอยู่ในป่าในเขา เรียนอรรถเรียนธรรมแก้กิเลสตัณหา สำเร็จเป็นผลขึ้นมาเป็นลำดับลำดา สำเร็จก็สำเร็จธรรมนั่นแหละ เรียกว่า พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเรานี้ ท่านออกมาจากป่าจากเขา เรียกว่าเศรษฐีธรรมมักอยู่ในที่เช่นนั้น

เศรษฐีของโลกของกิเลสมักจะอยู่ข้างส้วมข้างถาน หรือหมกตัวอยู่ในส้วมในถานยิ่งพอใจ เพราะฉะนั้นโลกนี้มีความมั่งมีศรีสุขเท่าไร ๆ ยิ่งลืมเนื้อลืมตัว แล้วก็ยิ่งทำให้ต่ำลง เข้าในส้วมในถานแล้วยังมุดหัวลงไปอีก ต่ำลงไปอีก ด้วยความลืมเนื้อลืมตัว นี่ละเศรษฐีสองประเภทนี้ต่างกัน เศรษฐีของพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นฝ่ายธรรม สำเร็จออกมาจากป่าจากเขา กำจัดฟัดเหวี่ยงกับสิ่งที่เป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้อยู่ภายในจิตใจที่ท่านเรียกว่ากิเลส ออกเป็นลำดับลำดา แล้วก็ค่อยกระจ่างแจ้งขึ้นมาภายในใจ กลายเป็นเศรษฐีธรรมขึ้นมาในป่าในเขา

ท่านจึงสอนพวกเราทั้งหลาย อย่างน้อยให้รู้เนื้อรู้ตัว อย่าลืมเนื้อลืมตัวจนเกินเหตุเกินผล ใครอยู่ที่ไหนก็เกิดมาด้วยอำนาจแห่งบุญแห่งกรรมเหมือนกัน ไม่ว่าสัตว์ว่าบุคคล สัตว์โลกนี้เกิดด้วยอำนาจแห่งกรรม วิบากกรรมของตนเอง ใครทำกรรมดีไว้วิบากกรรมอันดีก็สนองเทิดทูนให้เกิดในสถานที่ดีคติที่เหมาะสม ยศถาบรรดาศักดิ์สมบัติเงินทองข้าวของบริษัทบริวารมีจำนวนมากมาเคารพกราบไหว้บูชา แม้ที่สุดเทวบุตรเทวดาก็กราบมนุษย์ที่มีศีลมีธรรมไม่ลืมตัวได้ทั่วหน้ากันหมด เรื่องของธรรมเป็นอย่างนั้น

ท่านจึงสอนให้อย่าลืมเนื้อลืมตัว เราเกิดมาด้วยกรรม กรรมนี้ส่งมาให้เป็นมนุษย์เห็นประจักษ์ต่อหน้าต่อตากันแล้วว่า ท่านเป็นคน เราเป็นคน ใครก็เป็นคน ๆ เกิดมาด้วยกรรม แล้วท่านแยกกรรมออกไว้ว่า กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตํ กรรมย่อมจำแนกแจกสัตว์ให้มีความประณีตเลวทรามต่างกัน ความประณีตก็คือกรรมดี พาสัตว์ให้ไปเกิดในสถานที่ดี คติที่พึงหวัง ๆ เป็นลำดับ นี่เรียกว่าประณีตบรรจง แล้วต่ำช้าเลวทรามก็คือกรรมชั่วของตัวเองที่ทำไว้แล้วนั้นแล ในขณะที่ทำก็ทำด้วยความเพลิดเพลินรื่นเริงพออกพอใจ โดยไม่รู้สึกว่านี้เป็นภัย เป็นกรรมชั่ว เป็นฟืนเป็นไฟจะเผาไหม้ตัวเองโดยไม่รู้สึกตัวแหละ เพลินทำลงไป ๆ

ครั้นเวลาทำลงไปแล้วมันไม่ได้ไปไหน กรรมดีกรรมชั่วไม่ได้อยู่ต้นไม้ภูเขาดินฟ้าอากาศครอบโลกธาตุ กรรมดีกรรมชั่วไม่ได้อยู่ สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่เป็นเรือนอยู่เรือนกินเรือนหลับเรือนนอนของกรรมดีกรรมชั่ว แต่กรรมดีกรรมชั่วนั้นอยู่ในหัวใจของสัตว์โลก ไม่ว่าสัตว์ว่าบุคคล เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม ดีชั่วนี้อยู่ได้ด้วยกันทั้งนั้น เวลาเรามาเกิดก็มาเกิดเป็นมนุษย์ สัตว์ทั่วโลกดินแดนมีจำนวนมากขนาดไหน เขายังไม่มีโอกาสมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ เราทำไมเล็ดลอดมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ ก็เพราะเราทำความดี ความดีพาไปเกิดได้ทุกแห่งทุกหนขึ้นชื่อว่าสถานที่ดี คติที่พึงหวังแล้ว เกิดได้ทั้งนั้น ๆ ความดี

สำหรับความชั่วนั้นใครทำลงไป เกิดได้ทั้งนั้นอีกเหมือนกัน แหวกลงไปจนกระทั่งถึงนรกอเวจีที่โลกทั้งหลายเขาไม่พึงปรารถนา แต่คนที่ชอบทำชั่วก็ไปเกิดในสถานที่ไม่พึงปรารถนานั้นแหละ นี่ท่านว่า หีนปฺปณีตํ คือกรรมชั่วทำให้เจ้าของต่ำช้าเลวทราม ผลได้เสวยเป็นความทุกข์ความเดือดร้อน นี่พระพุทธเจ้าก็ได้จำแนกแจกไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครที่จะสอนธรรมได้ถูกต้องแม่นยำยิ่งกว่าองค์ศาสดา แต่ละพระองค์ ๆ ที่ได้มาตรัสรู้ธรรมถ่ายทอดกันมาเป็นลำดับลำดา เราอย่านับเลยว่าพระพุทธเจ้ามีกี่ล้าน ๆ ๆ พระองค์ มากแสนมากกว่านั้นอีก เพราะทรงอุบัติขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ตั้งกัปตั้งกัลป์มาแต่กาลไหน ๆ แล้วยังจะอุบัติต่อไปอีกมากขนาดไหน

หนึ่งกับหนึ่งบวกกันเป็นสอง สองกับสองบวกกันเป็นสี่ บวกกันเรื่อย ๆ บวกทีละเล็กละน้อยมันก็มากมูนขึ้นได้ เพราะบวกไม่หยุดไม่ถอย นี่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมขึ้นมาองค์นี้แล้วก็องค์นั้นตรัสรู้ธรรม จำนวนมากมายก่ายกอง บรรดาพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ได้ธรรมอันเลิศเลอมาสอนพวกเรา คือทรงทำความปรารถนา มีแต่ความดิบความดี เวลาได้อุบัติขึ้นมาก็มาเป็นศาสดา ทีแรกก็เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนเรา แต่พร้อมแล้วด้วยพระบารมีอยู่ในพระทัย ทำให้มีความรักชอบความสนพระทัยที่จะออกบำเพ็ญคุณงามความดี ที่เคยอยู่มาไม่อยากอยู่ อยากหลบอยากหลีกปลีกซ่อนตัวในที่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่สงบสงัดอารมณ์ไปได้

เช่น พระพุทธเจ้าของเราถึงเวลาแล้วก็เสด็จออกจากหอปราสาทเข้าอยู่ในป่าในเขา ทรงบำเพ็ญสมณธรรมจนได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าที่เลิศเลอขึ้นมา นี่ละอำนาจแห่งความดีส่งให้ถึงจุดหมายปลายทางคือเป็นศาสดาเอกของโลกได้เป็นวาระสุดท้าย ถึงนั่นแล้วเรียกว่านิพพานพอ พอทุกอย่าง ไม่มีอะไรเศษอะไรเหลือ จึงว่าไม่มีอะไรเลิศเลอยิ่งกว่าคำว่าพอ อะไรมาใส่เหมือนน้ำเต็มแก้ว เทลงไปเท่าไรก็ล้นออกหมด ๆ เพราะเต็มแก้วแล้วพอแล้ว นี้จิตใจกับธรรมเป็นอันเดียวกันพอเรียบร้อยแล้วจึงเรียกว่าเลิศ พอ ๆ นี่ละพระพุทธเจ้าท่านทรงธรรมประเภทนี้อยู่ในคำว่าพอหรือเที่ยง ไม่มีคำว่า อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ถึงเมืองพอตั้งกัปตั้งกัลป์ตลอดไปเลย เรียกว่านิพพานเที่ยง หัวใจที่บริสุทธิ์เป็นธรรมทั้งแท่ง เป็นธรรมธาตุแล้วเที่ยง นี่ละการสร้างคุณงามความดีทั้งหลายผลเป็นอย่างนี้

สัตว์โลกที่รักความดีงามทั้งหลาย ผลเกิดขึ้นมาก็ให้เป็นคนดี ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ เขาชั่วเราก็เป็นคนดี เขาอยู่ในเรือนจำเราก็อยู่นอกเรือนจำ คนในเรือนจำเขาถือว่าเป็นคนไม่มีใครปรารถนา โลกไม่ยอมรับ โลกไม่นิยม เป็นคนหมดคุณค่าหมดราคา ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนเรานั้นแหละ แต่เขาหมดคุณค่าหมดราคาในความยอมรับของสังคมทั่ว ๆ ไป เพราะเขาทำสิ่งชั่วช้าลามกที่สังคมทั้งหลายผู้ดีท่านไม่ทำกัน แต่เขาก็พอใจไปทำความชั่วช้าลามก ผลที่เขาได้รับก็เป็นบุคคลที่โลกไม่พึงปรารถนา นี่คนเหมือนกันกับเราทำไมถึงต่างกัน มันต่างกันจากการกระทำของตน ทำความชั่วในโลกนี้ไปติดคุกติดตะราง ออกจากโลกนี้ไปแล้วโลกเมืองผีก็มี นรกเมืองผีก็มี เมืองคนก็มี ก็ไปนรกเมืองผี จะว่าเรือนจำก็ได้ แต่ท่านเรียกว่านรก เมืองคนนี้เรียกว่าเรือนจำหรือตะราง ถ้าไปเมืองผีเรียกว่านรก มันไปได้ทั้งนั้น เกิดได้ทั้งนั้น อยู่ได้ทั้งนั้น ด้วยอำนาจแห่งกรรม

คือเราไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวอัตโนมัติได้เลย ต้องอยู่ด้วยอำนาจแห่งกรรม ไปด้วยอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วของตัวเอง นี่พวกเราทั้งหลายก็มีความสนใจใคร่ต่ออรรถต่อธรรม ปฏิบัติตนในความเป็นคนดี เมื่อสักครู่นี้ก็ได้อ่านถึงเรื่องทองคำ ทางภูสังโฆและผาแดงเป็นคู่เคียงกันมาเรื่อย ๆ เรื่องทองคำ ดอลลาร์มาอยู่เรื่อย ๆ ทางโน้นทางนี้ก็มา บรรดาพระกรรมฐานท่านน่าอนุโมทนาทั่วถึงกันว่างั้นเลย ไม่ว่าฝ่ายธรรมยุต ไม่ว่ามหานิกายเป็นผู้รักใคร่ใฝ่ธรรม มีความเสียสละเต็มเม็ดเต็มหน่วยเช่นเดียวกัน อย่างวัดมหานิกายส่วนมากก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ท่านเหล่านี้เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น อาจารย์ของท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นแล้วก็สืบทอดกันมา มีแต่ตั้งชื่อไว้แปลกต่างกันว่าธรรมยุต มหานิกาย เป็นชื่อเฉย ๆ ก็เหมือนชื่อผู้หญิงผู้ชายนั่นแหละ ก็คือคนนั้นเอง ตั้งไว้อย่างนั้นแหละ

ความดีอยู่กับคนกับการกระทำของคน ความชั่วอยู่กับการกระทำของคน ใครดีก็ดีไป ชั่วก็ชั่วไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อกับเสียงนะ เพราะฉะนั้นหลวงปู่มั่นท่านถึงห้ามไม่ให้ญัตติ ท่านบอกตรง ๆ อย่างเด็ดเลยเทียว ลูกศิษย์ของท่านฝ่ายมหานิกายท่านบอกไม่ให้ญัตติ ถ้าญัตติแล้วโลกมันถือสมมุตินิยม พอท่านญัตติแล้วก็จะถือว่าเป็นฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ แล้วก็จะเข้ามาหาฝ่ายของผมเสีย ผลประโยชน์ที่จะพึงได้จากพระจำนวนมากของคณะท่านทั้งหลายก็จะไม่ได้ผล นั่น จึงไม่ให้ญัตติ ท่านบอกตรง ๆ เลย บอกลูกศิษย์ของท่านที่เป็นฝ่ายมหานิกาย ไม่ยอมให้ญัตติ ไม่ต้องญัตติ

ชื่อตั้งไว้อย่างนั้นแหละ มันสำคัญอยู่ที่การกระทำของคน ธรรมยุต มหานิกายก็สังคมยอมรับกันแล้วทั่วโลกดินแดน เสียไปไหน ใครผิดใครถูก ใครเหนือใคร ไม่มีใครเหนือใคร นั่น ฟังซิท่านพูด นี่ตั้งชื่อเฉย ๆ มันสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติของตนต่างหาก ธรรมยุตก็ดี มหานิกายก็ดี เป็นพระก็พระยอมรับกันทั่วประเทศ ประชาชนยอมรับทั่วโลกแล้ว ไม่มีอะไรบกพร่อง และไม่เป็นการห้ามมรรคผลนิพพาน ให้สิทธิเสมอกันหมด เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ส่วนใหญ่จึงให้อยู่อย่างนี้ไม่ต้องญัตติ ท่านว่า

มรรคผลนิพพานเปิดอ้าไว้ทุกรายสำหรับผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่มีปิดบังไม่มีลำเอียง นั่น ฟังซิท่านพูด ให้ตั้งใจปฏิบัติ เพราะฉะนั้น ฝ่ายมหานิกายที่เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี้จึงมีอยู่ทั่วไป นี่ก็ลูกศิษย์ตถาคต ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ท่านเหล่านี้แล ทั้งฝ่ายกรรมฐานทางธรรมยุต มหานิกาย ตามชื่อตามนามที่ตั้งเอาไว้ เป็นผู้มีความสนใจใคร่ต่ออรรถต่อธรรม ปฏิบัติตนเป็นพระดีตลอดมา เมื่อทราบว่าบ้านเมืองมีความระส่ำระสาย เอนเอียงจะล่มจะจมไปได้เพราะความทุกข์จนหนโลกนั้นแหละ ท่านก็อุตส่าห์พยายามออกมาช่วย ใครอยู่ทางทิศใดแดนใดสมบัติเงินทองมีมากมีน้อยส่งเข้ามา มาเอง ๆ อย่างที่วันนี้แหละ นี่วัดภูสังโฆมาสักกี่สิบครั้งแล้ว ได้มากน้อยก็เข้ามา ๆ มาหาจุดส่วนรวมคือเรา เราก็เข้าสู่จุดส่วนรวมใหญ่คือคลังหลวงของเรา

คลังหลวงนี้คือหัวใจของชาติ ของคนทั้งประเทศ เวลานี้กำลังบกบางถึงเรื่องทองคำ จึงได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า ขอให้พยายามเอาทองคำเข้าสู่คลังหลวงของเรา ซึ่งเป็นลมหายใจของชาติ คลังหลวงของเราเมื่อมีมากขึ้น ๆ แล้วลมหายใจของพี่น้องทั้งหลายก็จะโล่ง ๆ แม้จะหายใจไม่เต็มปอดแต่ก็โล่งขึ้นโดยลำดับลำดา เพราะการบำรุงรักษา สนับสนุนของพี่น้องชาวไทยทั้งชาตินั้นแหละ  เวลานี้ก็เริ่มได้มากแล้ว   ทองคำเวลานี้ได้ ๕,๓๙๐ กว่ากิโลแล้วมั้ง

ไหนดูเสียก่อนทองคำได้เท่าไร วันที่ ๑๐-๑๑ บ้านหนองผือได้ ๓๙ บาท ๓๘ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒,๑๔๘ ดอลล์ เงินสดได้ ๖๓๐,๓๘๘ บาท ๕๐ สตางค์ วัดป่าดงภู่นั้นทองคำได้ ๑๑ บาท ๙๘ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒ ดอลล์ เงินสดได้ ๓๗,๐๙๗ บาท รวมทั้งสองแห่ง ทองคำได้ ๕๑ บาท ๓๖ สตางค์ ดอลลาร์ ๑๐๒ ดอลล์ เงินสดได้ ๖๖๗,๔๘๕ บาท ๕๐ สตางค์

ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วนั้น ,๐๕๙ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากการมอบเข้าคลังหลวงนั้นได้แล้วเวลานี้ ๓๓๔ กิโล ๓๐ บาท ๗๖ สตางค์ รวมทองคำที่ได้ทั้งหมดเวลานี้เป็นจำนวน ๕,๓๙๓ กิโลครึ่ง ถ้านับอีก ๒ กิโลนี้ก็ ๕,๓๙๕ กิโลแล้ว จะมาเรื่อย ๆ แหละทองคำ มาเรื่อย ๆ บวกกันเข้าไปเรื่อย ๆ นี่ก็ทราบว่าวันที่ ๒๔ นี้บรรดาพระกรรมฐานที่อยู่ในที่ทั่ว ๆ ไป ท่านก็จะรวมกันมาบริจาค มีมากน้อยท่านก็จะมารวมกันในวันที่ ๒๔ ที่จะถึงนี้ พอรวบรวมทองคำนี้ได้เรียบร้อยแล้วก็ส่งเข้ากรุงเทพฯ แล้วส่งเข้าโรงหลอมเลย เวลานี้โรงหลอมเราได้สั่งตายตัวไว้แล้วว่า ทองคำให้หลอมได้ถึง ๕๐๐ กิโลทีเดียวเลย ส่วนมันขาดมันเหลืออะไรเราจะพิจารณาทีหลัง ยังไงก็ไม่ให้ขาด ๕๐๐ กิโลบอกแล้ว ทางนั้นเขาก็จัดการตามนั้นแล้ว ทีนี้เวลางานธนาคารชาติวันนั้นก็จะมอบคลังหลวง ๕๐๐ กิโล นี่ละขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วกัน

เงินสดก็ดีทองคำก็ดี เงินสดนี้กองกฐินนะ ที่ฝากไว้ธนาคารแล้วเวลานี้ ดูเหมือนเรียกว่า ๑๐๐ ล้านพอดีแหละ นี้อันหนึ่งที่จะไปซื้อทองคำ และทองคำที่สำเร็จรูปแล้วหนึ่งมาบวกกันทั้งสองนี้ได้จำนวนเท่าไร ครบ ๕๐๐ กิโลหรือไม่ ถ้าไม่ครบเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็หาเพิ่มมาให้ครบ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้อย่างนี้นะ คือคราวนี้จะต้องให้ได้ ๕๐๐ กิโล บวกคราวหลังเข้าไปอีก ๕๐๐ ก็เป็น ๑ ตัน เวลานี้เราประกาศใหม่แล้ว แต่ก่อนมันยังไม่แน่นอน ได้ ๓๐๐-๔๐๐ กิโลเราก็มอบได้ ๆ แต่เวลานี้เรากำหนดไว้แล้วว่าให้ได้ ๕๐๐ กิโล จะมอบแต่ละครั้ง ๆ ครั้งที่หนึ่ง ๕๐๐ ครั้งที่สองก็ ๑ ตัน เวลานี้ทองคำเราก็ขาดอยู่เพียง ๔ ตันกว่า เราได้แล้วห้าตันกว่าแล้ว ให้พยายามทุกคนนะ

เราเป็นชาติไทยต้องรักชาติตัวเอง หมาเขารักชาติหมา เป็ดเขารักชาติเป็ด ไก่รักชาติไก่ ใช่ไหม คนทำไมไม่รักชาติคนมีอย่างเหรอ เราต้องรักชาติของเรา ประเทศไหน ๆ เขามีขอบเขตมีการรักษา มีการบำรุงทุกประเทศเขตแดน เมืองไทยเราก็เช่นเดียวกันนั้น ทีนี้อะไรบกพร่อง เวลานี้คือทองคำกำลังบกพร่อง เราจึงต้องขวนขวายเข้ามาเพื่อจะหนุนเข้าให้มีความสมบูรณ์พูนผล อย่างน้อยหายใจโล่ง ไม่เต็มปอดก็ตาม พอหายใจโล่งก็ยังดี นี่ละถ้าได้ ๑๐ ตันแล้วหายใจโล่งนะ ถึงไม่หายใจเต็มปอดก็ตาม หายใจโล่งก็ไม่เป็นไร ไม่ตาย ให้พากันอุตส่าห์พายายามนะ นี่ก็เร่งเต็มเหนี่ยว

ต่อไปนี้จะเร่งทองคำขึ้นเรื่อยๆ ให้ได้ ๑๐ ตัน เวลานี้ได้ ๕ ตันกว่าแล้ว เร่งมาอย่างนี้แหละ ค่อยเร่งเข้ามา ทางโน้นมาทางนี้มา งานการทุกอย่าง งานการเพื่อชาติไทยของเรา ใครจะไปดูถูกเหยียดหยามในงานต่าง ๆ เช่นกองผ้าป่าไปปักไปตั้งที่ตรงไหนจะเห็นว่าเป็นของเศษของเลย ของครึของสมัยของไม่มีราค่ำราคาไม่ได้นะ ผ้าป่าแต่ละกอง ๆ นี้คือเครื่องหมายของชาติไทยเราเต็มตัว ๆ ปักลงบ้านไหน ลงร้านไหน สถานที่ใดก็อยากจะถามว่า แกเป็นคนอะไร อยากถามว่าอย่างนี้ ถ้าเป็นคนไทย นี่ผ้าป่าของคนไทยกำลังตั้งอยู่หน้าบ้านท่านเห็นแล้วยัง ความหมายว่าอย่างนั้น ใครจะไปดูถูกผ้าป่าที่ตั้งไว้ในที่ต่าง ๆ สำหรับบริจาคเพื่อชาติไทยของเรานี้ ดูถูกไม่ได้นะ เพราะผ้าป่าแต่ละต้น ๆ นี้คือเครื่องหมายของชาติ เครื่องหมายแห่งความรักชาติ เครื่องหมายการการสนับสนุนชาติ ไม่ใช่เครื่องหมายทำลายชาติ ใครที่ดูถูกเหยียดหยามต้นผ้าป่านี้ คนนั้นคือคนทำลายชาติ อย่าให้มีในเมืองไทยเรานะ ให้ต่างคนต่างพยายามรักษาด้วยกันทุกคน

เมืองไทยเราไม่ใช่เมืองเศรษฐี เมืองกำลังจน คนจนนี้แหละจะช่วยชาติตัวเอง เราไม่ได้ไปหวังเอาเมืองเศรษฐีกุฎุมพีที่ไหน ไม่เคยเห็นเมืองไหนมาช่วยเมืองไทยเรา ก็มีแต่เมืองไทยเราจะเป็นคนมีคนจนก็ช่วยกันเต็มกำลังความสามารถของเรา นี้เป็นที่ถูกต้อง ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ นี่ก็จะพยายามเรื่อย ๆ ไป ให้ฟังเสียงธรรมนะ เสียงกิเลสตัณหาเป็นเสียงข้าศึกศัตรู มีอยู่รอบด้านให้ระมัดระวัง เสียงอรรถเสียงธรรมไม่เคยทำผู้ใดให้ล่มจม ให้ฟังเสียง เสียงธรรม ธรรมพระพุทธเจ้านำมาสอน นี่หลวงตาก็เป็นผู้นำธรรมพระพุทธเจ้ามาสอนแทนพระองค์ ให้ฟังเสียงก็แล้วกัน จำให้ดีทุกคนๆ

ไม่นานละ ทองคำเราจะเข้าสู่คลังหลวงเรื่อย ๆ ทองคำเต็มคลังหลวง ธรรมก็เต็มหัวใจด้วยความอุตส่าห์พยายามเสาะแสวงหาอรรถหาธรรม ด้วยการให้ทานก็เป็นธรรมประเภทหนึ่ง เรียกว่าธรรมทาน ผลแห่งธรรมทานนี้แสดงให้เห็นประจักษ์ก็คือว่าไปที่ไหนไม่อดอยากขาดแคลน ใครเป็นผู้มีจิตใจอันกว้างขวาง มีความเสียสละเฉลี่ยเผื่อแผ่ ไปที่ไหนไม่อดอยาก หากมีหากเป็นไปนั้นแหละ เพราะอำนาจแห่งธรรม ความดีของเจ้าของ ท่านจึงไม่ให้คาดให้เดาเรื่องธรรมหนึ่ง คำว่ากรรมดี กรรมชั่ว ที่แยกมาจากธรรมหนึ่ง ทั้งสองอย่างนี้ใครคาดไม่ได้นะ เป็นเหนือทุกอย่าง คาดไม่ถูกคาดไม่ได้

เราเป็นผู้มีจิตใจอันกว้างขวาง มีความเสียสละไปที่ไหนหากเป็นเอง เป็นอยู่ภายในใจนั้น หากเป็นเครื่องดึงดูด ก็วาสนาบารมีของตัวเองดึงดูดความดีงามเข้ามาสู่ตัวเอง ถ้าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ไปที่ไหนก็อดอยากขาดแคลน ไม่ว่าโลกไหนสัตว์ตัวใดไปเกิดกำเนิดใดเป็นอย่างนั้นทั้งนั้น เพราะกรรมดีกรรมชั่วพาให้ไปเกิด ถ้ากรรมดีพาไปเกิด เกิดดีทั้งนั้น ตามภาวะหรือตามอำนาจแห่งกรรมของตัวมากน้อย ให้เราพยายามทุกคน ๆ

กลางคืนกลางวี่กลางวันเวลาไหนเราระลึกได้ไม่ใช่หรือ พุทโธ เราระลึกคำดุคำด่า คำแช่งเหล่านี้ทำไมระลึกได้ กินข้าวนี้มันก็ระลึกได้ แหมโมโหไอ้คนนั้นเหลือเกินอยากตามฆ่ามัน ทั้ง ๆ ที่กินข้าวอยู่ก็ยังจะตามฆ่าเขา มันจะเอามาจิ้มกับข้าวเหรอ จะไปฆ่าเขา มันยังคิดได้ เข้าใจไหมล่ะ นี่พูดถึงเรื่องความโกรธ เรื่องของกิเลส ความชั่วช้าลามกกินข้าวอยู่มันก็ระลึกได้ อยากตามฆ่าเขา ฆ่าเขาเสร็จแล้วถึงจะมากินข้าวใหม่ก็ไม่รู้ นี่มันมี แล้วทำไมเราระลึกธรรมไม่ได้ล่ะ กินข้าวให้ระลึก พุทโธ ธัมโม สังโฆ ระลึกไม่ได้เหรอ ระลึกได้ตั้งแต่กิเลสนั้นเหรอ แก้กันอย่างนั้นซิถึงเรียกว่าแก้ตัวเป็นคนดี อยู่ที่ไหนระลึกได้ ๆ ยิ่งได้เข้าที่ภาวนาด้วยแล้ว นั้นยิ่งเป็นจุดสำคัญ

เหมือนนักมวยเขาขึ้นต่อยกันนะ ต่างคนต่างเก่ง กิเลสก็เก่งธรรมะก็เก่ง ฟัดกันเลย ถ้าธรรมะไม่เป็นท่าหงายหมาลงไปให้กิเลสเหยียบกุสลา ธมฺมา เอาเลย เคยเห็นไหมกิเลส กุสลา ธมฺมา คน ก็เต็มบ้านเต็มเมืองมีแต่กิเลสกุสลา ธมฺมา พวกเราลูกศิษย์หลวงตาบัวตัวสำคัญมาก ขึ้นไปพอจะนั่งภาวนาเสียงแอ้ม ๆ อะไรนะ เหนื่อยมากวันนี้ แล้วกิเลส กุสลา เอาไม่เป็นท่านะ เอาให้ได้กุสลากิเลสบ้างซิ กุสลา ธมฺมา แปลว่าธรรมความฉลาด แก้กิเลสตัวพาคนให้โง่ให้หลุดลอยไปได้ ให้พากันภาวนา จิตใจเป็นของสำคัญมากนะ พุทธศาสนาสอนลงที่จิตใจ ถ้าลงธรรมเข้าสู่ใจแล้วจะสว่างขึ้น จะรู้จะเห็นสิ่งแปลก ๆ ต่าง ๆ ที่ว่าคาดไม่ได้นะ จิตของเราดวงนี้แหละ เวลาถูกปิดมันก็ปิด กิเลสปิดนี้ ขึ้นไปอยู่บนฟ้ามันก็มืดอยู่บนฟ้า ไปอยู่ที่ไหนมันก็มืด มันมืดอยู่กับจิต ถ้าจิตสว่างไสวอยู่ที่ไหนก็สว่าง เข้าไปอยู่ในถ้ำ ถ้ำมืดแต่หัวใจไม่มืด นั่น มันสว่างที่ใจของเรา ให้ทำภาวนานะ อย่าปล่อยอย่าวาง

เรื่องภาวนาเป็นหลักใหญ่ที่สุดของพุทธศาสนาเรา แต่ส่วนมากชาวพุทธเราไม่ค่อยได้สนใจทางด้านภาวนา ก็มีการทำบุญให้ทาน รักษาศีลก็มีบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปอย่างนั้น แต่ทานนี้เป็นพื้นฐานจนกลายเป็นนิสัยของชาวพุทธเรา ไปที่ไหนทำบุญให้ทานทั่วหน้ากันหมดทุกภาค อันนี้เด่น ศีลด้อยลงมา แต่ภาวนานี้ โห.ถ้าเรามีแหมีอวนอะไรไปหาทอดภาวนานี้ ลงในน้ำมหาสมุทรนี้แหนี้ขาดสะบั้น ไม่เจอปลาสักตัวเดียว ปลาอะไร ปลาตัวภาวนาคือมันไม่มีในน้ำมหาสมุทรกว้างแสนกว้าง คนมีเต็มประเทศไทย แต่ไม่มีคนภาวนา มีแต่คนเสื่อหมอนมัดติดคอ ๆ ล้มที่ไหนครางครอก ๆ ที่นั่น ไปอย่างนั้นเสียมากต่อมากเวลานี้ ทุกคนเข้าใจเหรอ เอาละ เทศน์เพียงเท่านั้น วันนี้รู้สึกเหนื่อยแล้วแหละ

ได้แล้ว ๒ กิโลแล้วนะ เอ้าส่งไปทางโน้น นี่ ๒ กิโล ๒๐ บาท ๗๕ สตางค์ เอ้า ไปเรื่อยมา เพิ่มเข้าอีกเรื่อย ๆ แหละ เอ่อ เอาละทีนี้นะ

 

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก