กรรมเป็นของเรา
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2545 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ตอบปัญหานักข่าวทีวีช่อง ๑๑ ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๕

กรรมเป็นของเรา

 

         สรุปยอดกฐินทองคำช่วยชาติ ๘๔,๐๐๐ กอง กฐินทองคำได้ ๒๔,๙๘๔ กอง เท่ากับทองคำน้ำหนัก ๙๔ กิโล ๖๕ บาท ๕๐ สตางค์ กฐินเงินสดได้ ๖๒,๕๙๘ กอง เท่ากับเงินสด ๑๐๐,๑๕๖,๘๐๐ บาท รวมกฐินทองคำทั้งหมดได้ ๘๗,๕๘๒ กอง เกินจำนวน ๘๔,๐๐๐ ไป ๓,๕๘๒ กอง

สรุปทองคำและดอลลาร์เมื่อวันที่ ๑๒ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๒ กิโล ๒๐ บาท ๗๑ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๗๖๑ ดอลล์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๕,๓๙๕ กิโล

นักข่าวช่อง ๑๑ หลวงตาจะมีโครงการช่วยชาติโครงการใหม่อีกไหมครับเร็ว ๆ นี้

หลวงตา         โอ๋ โครงการนี้ยังไม่เสร็จ ยังจะไปบืนหาโครงการไหนอีก ให้โครงการนี้เสร็จก่อนแล้วมีอะไรค่อยพูดกันนะ เอ้า ให้รีบหามาถ้าอยากให้เสร็จ

นักข่าว          โครงการนี้ก็ทะลุเป้าที่หลวงตาตั้งใจไว้นะครับ

หลวงตา         ทะลุเท่าที่ได้มาแล้ว ที่ยังไม่ได้กำลังร้อนอยู่เดี๋ยวนี้ยังไม่ทะลุ เอา ให้ช่วยกันทะลุ เอ้า ถามมาจะตอบ

นักข่าว          ตอนนี้ถ้ามีคนต้องการที่จะบริจาคในโครงการช่วยชาติ จะบริจาคเงินและทองได้ที่ไหนครับช่วงนี้

หลวงตา         ช่วงนี้ แล้วเดี๋ยวนี้เอาเข้าอีก เดี๋ยวนี้มานี้เลย บริจาคกับหลวงตานี้เลยยิ่งสด ๆ ร้อน ๆ เอากันเดี๋ยวนี้เลย คือทองคำที่เรากำหนดไว้ในโครงการช่วยชาติคราวนี้ ขอให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันจะเป็นความเหมาะสม แล้วสมบัติข้างเคียงก็คือดอลลาร์ ดอลลาร์เวลานี้ได้ ๗ ล้านแล้ว ให้พอเหมาะพอดีกันกับทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันนั้น ดอลลาร์ควรจะได้ ๑๐ ล้าน นี่โครงการที่กำลังดำเนินมา เวลานี้ทองคำเราก็ได้แล้ว ๕,๓๙๕ กิโลครึ่ง เรียกว่าอันนี้บรรลุเป้าหมายมาแล้ว ขาด ๑๐ ตันอยู่เท่าไรเราก็จะได้พยายามให้ได้ตามความมุ่งหมาย เพราะเวลานี้เหตุการณ์ทุก ๆ อย่างเหมาะสมพร้อมมูลด้วยกันที่เราช่วยชาติคราวนี้

คือชาติของเราเป็นมายังไง ๆ พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากัน แล้วคนไทยทั้งชาติต่างท่านก็ต่างขวนขวายเรื่อยมาจนกระทั่งป่านนี้ ถึงขนาดที่ว่าได้ทองคำ ๕,๓๙๕ กิโลแล้ว นี่บรรลุเป้าหมายมาถึงจุดนี้ แต่จุดที่เราต้องการจริง ๆ ตามความมุ่งหมายในโครงการคราวนี้ว่าทองคำขอให้ได้ ๑๐ ตัน แล้วดอลลาร์ก็ขอให้ได้ ๑๐ ล้าน ซึ่งเวลานี้ดอลลาร์ได้ ๗ ล้านแล้ว อันนี้ค่อนข้างแน่ใจ จะติดตามกันไปกับทองคำ ๑๐ ตันนั้น เป็นจำนวน ๑๐ ล้านค่อนข้างแน่นอนแล้ว เพราะไม่ใหญ่โตอะไรมากนัก

สำหรับทองคำยังขาดอยู่ ๔ ตันกว่า เราแน่ใจว่าจะครบกำหนดคือ ๑๐ ตันได้ อันนี้ขาดอยู่เพียง ๓ ล้านสำหรับดอลลาร์เรา จึงแน่ใจว่าจะได้ด้วยกัน นี่เป็นความมุ่งหมาย แล้วเป็นเหตุการณ์ที่เหมาะสมด้วยที่พี่น้องชาวไทยเราได้ช่วยชาติเวลาจะล่มจมอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถที่จะประกาศก้องได้ทั่วประเทศไทย ให้พี่น้องทั้งหลายมาช่วยกันอุ้มชาติไทยของเรา ให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน ถ้าเลยเวลานี้แล้วหาความแน่นอนไม่ได้ จะบอกว่าไม่ได้ทันทีก็ได้นะ เวลานี้เหมาะสมมากที่เราจะอุตส่าห์พยายามหาทองคำเข้าสู่คลังหลวงของเรา เพราะเป็นกาลอันควร เหตุการณ์ทุกอย่างพร้อมแล้ว จึงเรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบตลอดมา ขอให้ได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตัน แล้วจะหายใจโล่งทั่วประเทศไทยเรา ส่วนดอลลาร์ยังไงก็จะต้องเป็นไป แล้วมีอะไรอีก

นักข่าว          หลวงตาครับขณะที่คนไทยหลายล้านคนกำลังช่วยชาตินะครับ มีคนบางกลุ่มที่กำลังทุจริตคดโกงชาติอยู่เดี๋ยวนี้ คนกลุ่มนี้เป็นคนประเภทไหนครับหลวงตา

หลวงตา         ถ้าจะให้พูดตามความจริงหรือมีตลกแทรกด้วยก็ไม่ผิดว่า ถ้าคนโกงชาติแล้วสู้ไอ้ปุ๊กกี้เราไม่ได้ อ้าว จริง ๆ หมาไอ้ปุ๊กกี้เรามันไม่หาโกง ไม่หาฉกขโมยกินของเจ้าของนะ ไอ้นี้กินของเจ้าของ เจ้าของคือชาติไทย หาคดหาโกงหารีดหาไถกิน อย่างนี้เลวยิ่งกว่าหมาไอ้ปุ๊กกี้เรา อย่าเอามาเป็นตัวอย่าง ถ้าเอาเป็นตัวอย่างให้เอาไอ้ปุ๊กกี้เราเป็นตัวอย่าง ว่าปุ๊กกี้นี้ไม่ทุจริต เอาอะไรให้กินกินหมด จนกระทั่งเขาอิ่มแล้วเอาให้เขา ๆ ก็ไม่กิน อันนี้กินไม่มีอิ่มพวกนี้ ไอ้ปุ๊กกี้เรานี้อิ่ม เอาละพอ

นักข่าว          หลวงตาจะมอบทองคำเข้าคลังหลวงครั้งละกี่กิโลครับ

หลวงตา         ที่มอบคราวนี้วันธนาคารชาติวันที่ ๑๐ ธันวา นี้ ได้ประกาศออกไปแล้วว่าจะมอบ ๕๐๐ กิโล เวลานี้ได้สั่งทางโรงหลอมเขาแล้วทั้ง ๆ ที่เรายังไม่มีทองคำพอ แต่เราได้สั่งโรงหลอมไปแล้วว่าให้ได้ ๕๐๐ กิโล คือให้หลอมครบ ๕๐๐ กิโลเลยทีเดียว เมื่อขาดเหลือเท่าไรเราจะพิจารณาทีหลัง เราเป็นคนรับรองแทนพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศ ถ้าคอขาดหลวงตาบัวต้องขาดก่อนพี่น้องชาวไทย นี่เอาไปรับรองไว้แล้ว คือให้ได้ ๕๐๐ กิโล แล้วเราจะพิจารณาตามหลัง นี่ละที่เราได้มากน้อยเรากำลังริบรวมรวบรวมอยู่นี้ มันขาดมันเหลือเท่าไรที่จะเอาไปแทนทองคำ ๕๐๐ กิโลที่เราสั่งเขาให้หาครบแล้วนั้น เรากำลังพิจารณาอยู่ เอ้า มีอะไรว่ากันมา จะถามอะไรก็ถามได้ มีหลักมีเกณฑ์ยังไง ๆ ที่จะเป็นคติต่อชาติไทยของเราให้ถามมา ผู้ตอบก็จะหาหลักหาเกณฑ์ตอบเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ถ้าอยู่ในฐานะที่ตอบได้ ไม่ขัดเหตุผลกลไกแล้วเราจะตอบให้เป็นประโยชน์แก่ชาติของเรา อย่างที่ถามนี้เราก็ตอบเพื่อชาติ

นักข่าว          หลวงตาครับรัฐบาลชุดนี้เป็นยังไง ถูกใจไหมครับ

หลวงตา         ถ้าหากว่าผมไปเป็นรัฐบาลจะถูกใจผมไหม ก็ถามต่ออย่างนั้นอีกบ้างซี ตรงนี้บกพร่อง เราไม่ตอบ พี่น้องทั้งหลายเห็นกันทั่วประเทศ ยิ่งตาดีกว่าหลวงตาบัวด้วยซ้ำ ว่าผู้นำคนนี้เป็นยังไงท่านทั้งหลายเห็นแล้ว อย่าให้หลวงตาไปยกหรือไปเหยียบเลยทั้ง ๆ ที่หูตาของเราใจของเรารู้เห็นอยู่ทุกคนว่าผู้นำคนนี้ดำเนินงานยังไง แล้วผู้นำที่แล้ว ๆ มาขัดกันมาเรื่อยจนกระทั่งถึงผู้นำปัจจุบัน ปฏิบัติตนมายังไง ๆ เราก็ทราบมาโดยลำดับลำดา แล้วผู้นำคนนี้ปฏิบัติเป็นยังไง เราก็ทราบประจักษ์เราแล้วทุกวันนี้เป็นยังไง จึงอย่าให้หลวงตาตำหนิติชมทั้ง ๆ ที่พี่น้องทั้งหลายก็มีเครื่องรับเสมอกัน หรืออย่างหนึ่งก็มากกว่าหลวงตาอีก เพราะหลวงตาเป็นพระป่า ๆ รก ๆ อยู่ในป่าในเขา ไม่ค่อยรู้กฎระเบียบขนบประเพณีการดำเนินเพื่องานการบ้านเมืองอะไร ว่าได้ว่าเสียว่าผิดว่าถูกประการใดยิ่งกว่าประชาชนเขา เขารู้ยิ่งกว่าหลวงตา จึงไม่อยากไปอวดนะ

แต่การดูการฟังนี้ได้ฟังทุกคน เราเองก็ฟังแล้วพิจารณาตลอด เท่าที่เป็นมาก็ให้พิจารณาก็แล้วกัน ผู้นำคนปัจจุบันนี้เป็นยังไง พี่น้องทั้งหลายก็ทราบทั่วหน้ากัน วางไว้แค่นี้ก่อนนะ คือยังไม่ยอยังไม่ตำหนิ ขอให้ท่านดำเนินงานของท่านไป เราเรียกว่าเป็นชาติไทยทั้งชาติแล้วก็ให้ดูท่านไป แล้วเราก็ปรับปรุงตัวของเราให้ดีสอดคล้องกันกับรัฐบาลปัจจุบันนี้นะ รัฐบาลปัจจุบันท่านก็ประกาศออกมาแล้ว ว่าทำเพื่อประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองของเรา แล้วการดำเนินของท่านเวลานี้ก็รู้สึกจะกลมกลืนกันไป เท่าที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่าไปทำความเสียหายแก่ชาติบ้านเมืองอะไร เช่น คดโกงรีดไถ กินลับ ๆ ลี้ ๆ กินเปิดกินเผย เราก็ยังไม่เคยเห็นก็บอกว่ายังไม่เคยเห็น นอกนั้นเป็นยังไงอย่าให้รื้อกลับไปเถอะ เข้าใจไหม เห็นมาแล้ว ผ่านมาแล้ว ถ้าติก็ติมาแล้ว หากว่าควรจะได้ชมก็ชมมาแล้ว เอาปัจจุบันนี้ละ แล้วถามไปเรื่องอะไร เราก็ลืมไปแล้ว อย่างนี้นะ ลืมแล้ว

โยม             รัฐบาลชุดนี้แหละครับ เขาถามว่าเป็นยังไง ถูกใจหลวงตาหรือเปล่า

หลวงตา         นั่นละ ขอให้พี่น้องทั้งหลายพิจารณาเอง จะให้หลวงตาไปชมเอาทีเดียว ๆ เหมือนพี่น้องชาวไทยเราเป็นคนตาบอดหูหนวก หลวงตาไปลบตาลบใจเสียทั้งหมด หูหนวกตาบอดไม่ให้รู้ ให้รู้แต่หลวงตาคนเดียว ประกาศป้าง ๆ มันขายหน้าหลวงตา อวดดีเกินชาติบ้านเมืองไป เข้าใจไหม เพราะฉะนั้น จึงมอบให้พี่น้องทั้งหลายดูให้ดี อย่าว่าแต่ดูรัฐบาลคนปัจจุบัน คนไหนก็ตาม คนดีคนชั่วจะมีแฝงมาทุกกลุ่มทุกรัฐบาลนั้นแหละ ให้เราคัดเราเลือกเอามาทดสอบ จำนวนมากจำนวนน้อยยังไง ให้ดูมาด้วยกันนั้นละนะ เอาอย่างนี้ดีกว่า แล้วมีอะไรว่ามาอีก

นักข่าว          หลวงตาครับ แล้วพวกหน่วยงานราชการจะมีส่วนช่วยชาติได้อย่างไรครับ

หลวงตา         อ๋อ เรื่องหน่วยราชการนั้น ถ้าตั้งไปทางกฎหมายบ้านเมืองแล้วก็เป็นหน่วยงานที่จะช่วยชาติทั้งนั้น ไม่มีหน่วยงานใดที่จะมาตั้งอย่างเปิดเผยว่า เป็นเจ้าอำนาจ เป็นเจ้าหน้าที่คดโกงรีดไถ ลี้ ๆ ลับ ๆ กินตับกินปอดประชาชน ไม่มีเห็นมีออกเปิดเผย ทางกฎหมายก็ไม่ได้มาอ่านให้ฟัง แต่การอยู่การกินแบบนี้มันก็มีเหมือนกัน ถ้าให้เป็นไปตามความมุ่งหมายของประชาชนจริง ๆ แล้วทางข้าราชการก็มีปากมีท้อง ประชาชนก็มีปากมีท้องเหมือนกัน แต่การอด การออม การอิ่ม การหิว มีด้วยกัน ยังไงก็ขอให้อดให้หิวด้วยความสุจริตธรรม ดีกว่าการอิ่มพอง ท้องป่องด้วยการกินแบบมหาโจรในราชการปล้นบ้านปล้นเมือง อย่างนี้ไม่ดีเลย

แล้วพูดตามหลักความจริง ๆ ก็คือว่า ข้าราชการเรานั้นควรจะเป็นผู้อดทนมากยิ่งกว่าประชาชน เพราะเราทำงานเพื่อประชาชน อดบ้างอิ่มบ้างรัฐบาลต้องพิจารณา คือวงราชการต้องพิจารณาตัวแต่ละคน ๆ อย่าเห็นแต่ว่าพอเป็นราชการขึ้นมาแล้วนี้เป็นนายเหนือหัวเขาแล้ว ใช้อำนาจป่า ๆ เถื่อน ๆ คดโกงรีดไถทุกแบบทุกฉบับอย่างนี้ เขาเรียกว่าเปรต ไม่ใช่ราชการเข้าใจไหม ราชกิน แบบนั้นเขาเรียกราชกิน ราชกลืน เข้าใจแล้วเหรอ เอ้า มีอะไรถามมาอีก ถ้าตอบได้ก็จะตอบ

นักข่าว          หลวงตาครับ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ความเจริญมันเยอะ ทีนี้เราคนไทยเราควรจะดำรงตัวอย่างไรครับ ให้อยู่ได้

หลวงตา         แล้วความเจริญมันเยอะ มันเจริญทางไหนเราสงสัย มันเจริญนี่มันเจริญแบบไหน เหอ เราก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากนัก ที่ว่าเจริญ เอาธรรมจับมันรู้สึกว่าพูดยาก ให้พูดแบบอ้อมแอ้ม ๆ ไปเสียดีกว่า เข้าใจไหม จะปรับปรุงยังไง ยังไงก็ไม่เหนือจากศีลธรรมไปได้ ศีลธรรมเป็นแบบฉบับที่ตายตัวราบรื่นดีงาม อดก็ตาม อิ่มก็ตาม ให้เป็นไปตามแถวแนวของศีลธรรม โลกจะไม่เดือดร้อน จะว่าโลกเจริญก็พูดได้เต็มปาก ถ้าแบบกิเลสแอบแฝงเข้ามาทุกแง่ทุกมุม ดังที่เคยเป็นมาอยู่แล้ว จะว่าเจริญเท่าไร มันก็คือเจริญความเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันอยู่โดยดีนั้นแหละ จะให้เจริญเป็นความสุขความเย็นใจ เหมือนเจริญด้วยการดำเนินตามธรรมเป็นแบบฉบับนี้จะหายาก และหาจะไม่มี เข้าใจ เอ้า ถามมา ถามตรงไหน

นักข่าว          หลวงตาครับ แล้วคนจนจะช่วยชาติยังไงครับ ไม่มีเงินบริจาค

หลวงตา         ประเทศไทยเราไม่ใช่เศรษฐีก็ยังช่วยชาติมาโดยลำดับ ยังจะมาดูถูกประเทศไทยอยู่เหรอ เหอ เอ้า ถ้าอย่างนั้นเอาเศรษฐีมาออกหน้าหน่อย เอาทองคำมาให้ประเทศไทยที่ทุกข์จนมาก ๆ นี้สัก ๑ กิโล ไม่เห็นมี แต่ชาติไทยของเราไม่มีใครเป็นเศรษฐี เวลานี้ทองคำรวบรวมก็จากคนจนนั้นแหละ แต่ไม่จนทางน้ำใจนี้ได้มาแล้วตั้ง ๕,๓๙๕ กิโล นี่มาเหยียบเมืองไทยเราได้เหรอ นี่เมืองไทยเป็นเมืองเศรษฐี กำลังตั้งตัวเป็นเศรษฐี เงินเข้าสู่คลังหลวงก็เป็นเศรษฐีได้เข้าใจไหม จะมาประมาทเมืองไทยเราเหรอ เมืองเศรษฐีไหนไม่เห็นเอาเงินมาให้เรา หรือทองคำมาให้เราสัก ๑ กิโล ปัดลงทะเลพวกนี้อย่าเอาเข้าไปยุ่งกับพวกเรา ให้พวกเราต่างคนต่างช่วยเหลือกัน มี ๕ เอามา ๑๐ เข้าใจไหม กู้เขามาเสียก่อนค่อยไปเอามาทีหลังอีก เอ้า อย่างนั้นซินักสู้

เมืองไทยเราเป็นคนจน แต่หัวใจไม่ใช่จน เป็นนักสู้ด้วยกัน เราจะเห็นได้ชัด ๆ กับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของเรา เฉพาะอย่างยิ่งเราลงไปภาคกลาง ไปสวนแสงธรรม ถ้าหลวงตาหลับครอก ๆ พวกบริษัทบริวารก็เคลิ้ม ๆ หลับ ๆ ไปตาม ๆ กัน พอเราแอ้ม ทางนี้ก็คึกคักเข้าใจไหม คือหมายความว่าจะก้าวเดิน การบริจาคยังขาดยังเหลือเท่าไร ๆ จะออกหน่วยงานละ พอทางนี้แอ้ม ทางนี้ก็ตรวจดูรายได้รายเสียจะเป็นยังไง จากนั้นแล้ว นี่ทองคำเวลานี้ยังขาดเท่านั้นเอาให้ได้เท่านั้นนะ พรึบเลย ได้เท่านั้นเป็นพัก ๆ เอ้า ดอลลาร์ขาดเท่านั้น พรึบเลย ชนะไปเป็นพัก ๆ เราเห็นใจพี่น้องชาวไทยเรา เฉพาะอย่างยิ่งภาคกลางที่เราไปอยู่สวนแสงธรรม ไม่เห็นผิดเห็นพลาดเลย ฟาดหมัดไหนก็หมัดนั้นเลย ต่อยเลย ๆ ความจนขาดเหลืออยู่เท่าไร ขาดสะบั้นไปเลย ความสมบูรณ์แทนที่ ๆ นี่เราก็จะพาพี่น้องชาวไทยเราเอาชนะเป็นพัก ๆ อย่างนี้แหละ เข้าใจ เอ้า หยุดเสียก่อนอันนี้ แล้วมีอะไรอีก

นักข่าว          วันที่ ๒๔ พฤศจิกายนนี้ บรรดาพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น จะมาที่นี่เพื่อทำอะไรบ้างค่ะ

หลวงตา         คือท่านจะมาเพื่อนำสมบัติที่มีอยู่ของท่านเล็กน้อย ตามกำลังความสามารถ ท่านจะนำมารวมกันบริจาค ทองคำเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนเงินสดหรือดอลลาร์ก็แล้วแต่จะติดตามกันมา แต่ที่ออกหน้านี้คิดว่าเป็นทองคำ ท่านได้สักเท่าไรกี่ขีด กี่บาท กี่สตางค์ ท่านก็จะนำมาวันนั้น วันที่ ๒๔ ที่จะถึงนี้ ได้พูดกันบ้างแล้วว่าจะมา พอผ่านวันที่ ๒๔ ไปนี้แล้วเราก็จะรวบรวมทองคำ ได้มากน้อยจะรีบส่งทันทีเลย จากนั้นก็หมุนเข้าไปหาบัญชีเงินฝาก ประสานกันกับทางโรงหลอมเขา ทางโน้นถ้านับทางนี้ได้เท่าไรแล้วจะเอาไปเทียบกัน เราคิดไว้เรียบร้อย พองานผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็จ่ายคืน เราเอามาเท่าไร ๆ เราก็จะหาเพิ่มให้พอเท่านั้น แล้วมีอะไรอีกล่ะ

นักข่าว          มีคนฝากถามครับ ว่าทำไมถึงว่า กิเลสเกิดง่ายตายยากครับ

หลวงตา         เพราะพวกนี้พวกสั่งสมกองกิเลส มันถึงเกิดได้ง่าย แล้วตายยากคือพวกนี้ไม่สนใจฆ่ากิเลส เพราะฉะนั้น จึงตายยากหรือกิเลสไม่ตาย เข้าใจ เข้ากันได้ไหมคำตอบ

นักข่าว          มีคนถามอีกข้อครับว่า ทองคำช่วยชาติได้เหรอครับ ทำไมต้องเป็นทองคำ

หลวงตา         เอ้า ก็ดอลลาร์ก็เป็นมาแล้วด้วยกันนี้ ยังไม่ถาม ทีนี้ไปหาดอลลาร์มาเป็นพยานว่างั้นนะ เอ้า ว่าไง ทำไมถึงเป็นทองคำ ทองคำคือหัวใจของชาติรู้ไหม หัวใจของคนทั้งชาตินี้อยู่กับทองคำ เราเห็นจุดสำคัญอันนี้เราถึงได้ประกาศก้องให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วถึงกัน หรือว่าเป็นการรบกวนตลอดมา ขนาดที่เขามองเห็นหน้า มาแล้ว เขามองเห็นหลวงตาเขาจะวิ่งเข้าป่า มาแล้วไหนล่ะทองคำ ไหนล่ะดอลลาร์ เข้าใจไหม เขาจะวิ่งก็เพราะเห็นความสำคัญของทองคำนั้นแหละ คือเวลานี้ทองคำของเรารู้สึกว่ามีน้อยมาก เราจึงได้อุตส่าห์พยายาม เพราะเราเข้าไปดูเอง ดูออกมาแล้วจำนวนเท่าไรเราก็ซักไซ้ไล่เรียงกันละเอียดลออเรียบร้อยแล้ว จึงได้มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ด้วยเป็นความสัตย์ความจริง

เพราะฉะนั้น เราจึงได้มาคิดเฉลี่ย ถ้าหากเราได้ทองคำน้ำหนัก ๑๐ ตันนี้ ลมหายใจของชาติไทยเราทั้งชาติที่อยู่ในคลังหลวงนี้จะหายใจโล่งเราว่านะ ถึงไม่เต็มปอดก็หายใจโล่ง เอาแค่หายใจโล่งเราก็พอสบาย ตั้งแต่เราจะจมลงทะเลเราก็ยังจะจมอยู่แล้วใช่ไหม ดีดขึ้นมาชั่วระยะนี้ก่อน พอหายใจโล่ง นี่ละทองคำจึงเป็นของสำคัญมาก ใครไม่เห็นทองคำว่าเป็นของสำคัญคนนั้นหมดความสำคัญ และเป็นคนกีดขวางชาติไทยของเรา ถ้าไม่อยากให้เป็นคนกีดขวางให้หามา ๆ เมื่อได้ทองคำ ๑๐ ตันแล้วหายใจโล่ง แล้วดอลลาร์ก็จะทัดเทียมกันไปนั้นแหละ เรื่อย ๆ สำหรับเงินบาทนี้ หลวงตาก็เคยพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังแล้วว่า เงินบาทนี้เราแยกเป็น ๒ ภาค ภาคแรกที่แยกมาแล้วนั้น ได้เอาเงินบาทนี้ ๙๓๑ ล้าน ไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้ว อีก ๑๐ ล้านนั้นเราเอาไปซื้อดอลลาร์ เพราะดอลลาร์ที่เราจะเข้าตามทองคำไปนี่มันขาด ๓ แสนดอลล์ เราจึงไปถอนเอาเงินจากธนาคารโครงการช่วยชาติมา ๑๐ ล้านบาท มาซื้อดอลลาร์นี้ได้ครบจำนวน ๓ แสนแล้วเข้าด้วยกัน รวมแล้วจึงเป็นเงินสดที่เข้าไปสู่คลังหลวงนั้น ๙๔๑ ล้าน

นอกจากนี้หลวงตาได้แยกออกช่วยชาติไทยเราทั้งประเทศ เรียกว่าทุกภาคเลย โดยการสงเคราะห์สงหาคนทุกข์คนจนซึ่งมีหลายประเภท ตลอดถึงคนทุกข์คนจนที่เป็นคนไข้เข้าสู่โรงพยาบาลมาขอความช่วยเหลือจากเรา เราเป็นเจ้าของคนไข้ๆ ทุกรายไปเลย ไม่ปัดแม้แต่รายเดียวตลอดมาอย่างนี้ นี่อันหนึ่ง จากนั้นก็สร้างสถานสงเคราะห์ในที่ต่าง ๆ แล้วก็ขึ้นโรงร่ำโรงเรียน สร้างโรงเรียนเป็นหลาย ๑๐ หลังว่างั้นเถอะนะ สร้างไปทุกแห่งทุกหนตามความจำเป็น จากโรงร่ำโรงเรียนแล้วก็โรงพยาบาล เวลานี้โรงพยาบาลเข้าร่วม ๒๐๐ โรงแล้ว ที่เราอนุเคราะห์อยู่ในโรงพยาบาลมีหลายประเภท พวกเครื่องมือแพทย์ พวกรถ พวกตึกอะไร ๆ นี้เราช่วย ตึกโรงพยาบาลนี้ก็หลายสิบตึก ตึกหนึ่งนับเป็นหลาย ๆ ล้านขึ้นไปเลย นี่ละเงินอันนี้ที่เจียดออกไป ที่แยกออกไปช่วยโลกอย่างนี้แหละ

แล้วก็ทางวงราชการด้วย เอาอุดรเรานี้ตั้งขึ้นเลย ดูเอาสถานีรถไฟอุดรธานี นั่นละก็เงินของพี่น้องทั้งหลายเองนะไปสวยงามน่าดูน่าชม ใครมองเห็นจ้อง ๆ ก็จุดนั้นแหละเงินสดของพี่น้องหลาย นี่ก็ ๑๐ กว่าล้าน แล้วตามที่ต่าง ๆ เช่น เรือนจำก็มี สถานีตำรวจก็มี สร้างตรงไหนฟาดขึ้นไปเป็น ๑๐ ล้านขึ้นไป มีลดลงบ้างตั้งแต่ เรือนจำไม่ถึง ๑๐ ล้านแต่หลายล้านนะ เรื่อยไป หนองบัวลำภู เวลานี้กำลังจะก้าวเข้าสู่เรือนจำลาดยาว ลาดยาวนี้จะสร้าง ๒ หลังใหญ่เชียว ทั้งยาวทั้งกว้างหลังละ ๓ ชั้น นี่ตกลงเรียบร้อยแล้ว การรื้อถอนกำลังดำเนินไปเวลานี้ กับการทำแปลนควบคู่กันไป พอเสร็จนี้แล้วก็จะเริ่มขึ้น นี่ก็กะไว้แล้ว อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๓๐ ล้าน เรียกว่าอย่างน้อย อย่างนี้ละ เงินจำนวนเหล่านี้ออก ๆ

สำหรับหลวงตาบัวเองพูดได้อย่างยันเลย ใครจะมาหาอุบายวิธีการโจมตีแบบไหน คือเขาสร้างนรกอเวจี ใส่หัวเขาเอง ๆ เราพูดแบบวิตกด้วยนะ คือหลวงตานี้บริสุทธิ์สุดส่วนจริง ๆ การช่วยพี่น้องทั้งหลายจากเงินของพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทยเป็นเงินจำนวนกี่ล้านฟังซิ ไหลเข้ามาสู่หลวงตาบัว หลวงตาบัวเป็นผู้แจกจ่ายไปตามเหตุการณ์ที่เหมาะสม ๆ ตลอดมา แม้บาทหนึ่งหลวงตาไม่เคยมีสะดุดใจเลยว่า เราได้หยิบเอาเงินพี่น้องทั้งหลายมาด้วยความไม่บริสุทธิ์ใจ หรือเป็นลักษณะขโมยว่างั้นเถอะนะ แม้บาทหนึ่งหลวงตาบอกได้อย่างยันเลยว่าไม่มี ฟังซิ การที่ไม่มีอย่างนี้เพราะอะไร เพราะหลวงตาช่วยโลกนี้ด้วยความเป็นห่วง ความสงสารโลกอย่างร้ายแรงเต็มไปด้วยความเมตตา

เพราะฉะนั้น หลวงตาจึงไม่สนใจกับเรื่องที่จะได้มาเท่าไร จะแยกจะแยะเอา มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างนี้ไม่มี เพราะหลวงตาพอทุกอย่างแล้ว ถ้าพูดเรื่องธรรมภายในใจนี้ หลวงตาบวชมาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งบัดนี้ ๖๘ ปี กับ ๖ เดือนแล้วนะ พฤศจิกายน วันที่ ๑๒ วันนี้วันที่ ๑๓ แล้ว นี่เต็ม ๖ เดือนแล้ว นี่ละเราบวชมาขนาดนี้ บำเพ็ญความดีมาตั้งแต่วันบวชจนกระทั่งบัดนี้ เราไม่มีความเสียอกเสียใจว่าเราได้ทำความเสียหายต่อศีลต่อธรรมของตัวที่ไหนบ้าง อบอุ่น แล้วก็บำเพ็ญแต่ความดีตั้งแต่วันบวชมาจนกระทั่งถึงบัดนี้ จนกระทั่งถึงว่าเป็นที่พอใจทุกอย่างในศีลในธรรมของเรา หาที่ต้องติไม่ได้ในเจ้าของเอง มองดูเจ้าของก็หาที่ต้องติไม่ได้เลย สมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้ว

เราจึงไม่มีอะไรที่จะแบ่งได้แบ่งเสียกับพี่น้องทั้งหลาย ด้วยความอดอยากขาดแคลน เราไม่มี มีแต่ความเมตตาล้วน ๆ แม้บาทหนึ่งเราไม่เคยปรากฏในจิตเราเลยว่าได้นำเงินพี่น้องทั้งหลายมาออกด้วยความทุจริต นี่พี่น้องทั้งหลายทราบ ใครจะมาโจมตีหลวงตาบัวขนาดไหน เมื่อเราไม่มีแล้วจะยกสามโลกธาตุมาโจมตีเราก็ไม่มีความผิดตามที่เขาโจษจันกัน หรือเขาโจมตีเรา มันก็มีขึ้นจากผู้ที่กุขึ้นมาตั้งเรื่องขึ้นมา มันก็ไปเผาผู้นั้นเอง ให้เผาเราไม่มี จากสามโลกธาตุนี้ก็เผาผู้ก่อขึ้นทั้งนั้น ผู้ไม่ก่อจะเอาอะไรมาเผา ก็เราดีอยู่ เขาจะหาว่าเราชั่วเราจะชั่วได้ยังไง ถ้าเราดีเขาหาว่าชั่ว ชั่วไปได้ โลกอันนี้เป่าพุดเดียวให้มันชั่ว เป่าพุดเดียวให้มันดี ดีได้หมด ไม่จำเป็นต้องมาสร้างความดีกันใช่ไหมล่ะ เป่าพุด ๆ มันดีไปหมด เป่าพุด ๆ ให้มันจมไปหมดก็ได้

แต่นี้มันไม่ได้เป็นกับลมปาก มันเป็นกับการกระทำ เราทำดีเขาหาว่าเราทำชั่วอย่างนั้น เขาหาก็เป็นเรื่องของเขาหา ก็เป็นความผิดของเขา ไม่ใช่ความผิดของเรา เพราะฉะนั้นหลักของกรรมจึงยืนยงคงถาวรตลอดมาและตลอดไป   กรรมดีกรรมชั่วขึ้นอยู่กับผู้ทำ กมฺมสฺสโกมหิ เราเป็นผู้เจ้าของของกรรมที่เราทำไป แบ่งให้ใครไม่ได้ กรรมเป็นของเราทั้งดีทั้งชั่วนั้น กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กรรมเป็นทายาท กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ทำกรรมอันใดไว้ ทำดีหรือทำชั่ว กรรมนั้นแลจะเป็นของเราทั้งหมด นั่น ท่านบอกไว้อย่างนี้ ถ้าทำชั่วก็เป็นบาป ทำดีก็เป็นบุญเป็นของเรา ไม่ได้ว่าเป็นของใคร เอ้า ใครจะสร้างอะไรไว้ก็สร้าง เราจะเป่าพุดเดียวให้มันจมเลยอย่างนี้ ถ้าเป็นไปได้คนเราไม่ต้องจำเป็นที่ต้องไปทำละ เป่าพุดเดียวให้มันได้เลย แล้วมีใครเป่าให้มันดีได้ไหม มันไม่ได้

นี่ละเราพูดตามหลักความจริงเป็นอย่างนี้ หายสงสัยแล้วยัง เงินทองข้าวของที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมานี้ ไม่ไปไหนว่างั้นเลย เราเป็นผู้รับเอง เราพูดแบบมีศีลมีธรรม จากการกระทำที่เป็นอรรถเป็นธรรมมาเรื่อย ๆ เราไม่มีเล่ห์มีเหลี่ยมอะไร ถ้าลงได้พูดขึ้นมา ขึ้นเวทีแล้ว เอ้า ออกได้เลย ออกได้เลย ไม่มีคำว่าล่อลวงต้มตุ๋นของเรา เอ้า มีอะไรอีกถามมา หมดแล้วเหรอ

 

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก