ใครอยากเลวไม่มีในโลกนี้
วันที่ 26 ธันวาคม 2547 เวลา 9:15 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพ

เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ใครอยากเลวไม่มีในโลกนี้

 

            เราว่าทองคำประเภทซึมซาบ มันซึมหนักเข้าเรื่อยๆ เมื่อวานนี้ก็ได้เยอะอยู่ เฉพาะเช้าวันนี้ก็ได้ถึง ๒๖ บาทของเล่นเมื่อไร นี่เราพอใจ พี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบนะ หลวงตาพอใจที่เห็นทองคำค่อยไหลซึมเข้าคลังหลวงซึ่งเป็นหัวใจของชาติเรา เราหนักแน่นอยู่ในนั้น จิตจดจ่ออยู่นั้น เพราะเราได้ไปเห็นเองไปดูเอง วันไปมอบทองคำกับดอลลาร์ทีแรกเลย หัวหน้าคลังหลวงนี่มานิมนต์เราเข้าไปดูทองคำอยู่ในคลังหลวง หัวหน้าก็คงทราบแล้วว่าเรามามอบทองคำ คงจะมีหวัง เพราะฉะนั้นจึงนิมนต์เราเข้าไปดูทองคำในคลังหลวง

หัวหน้าบอกว่าที่ได้มาเห็นนี้มีอยู่สองท่าน สมเด็จพระเทพฯ หนึ่งกับหลวงตานี้หนึ่งเข้ามาดูนี้ นี่เห็นไหมล่ะทองคำใครไปเห็นเมื่อไร ใครจะใหญ่ขนาดไหนก็ใหญ่ไม่ได้ไปเห็นทองคำนะ เหตุใดจึงมานิมนต์เราไป นั่นละต้นเหตุที่ทองคำจะค่อยไหลเข้าสู่คลังหลวงของเรา ก็คือหัวหน้ามานิมนต์เราไปดู ดูละเอียดลออ มาแล้วก็รู้สึกว่าใจหายเลย เพราะฉะนั้นเสียงมันถึงแผดซิ แผดเรื่อยตั้งแต่บัดนั้นมา จนกระทั่งได้สมมักสมหมายที่กำหนดเอาไว้ ไม่บกพร่องขาดเขินอะไรเลย ทองคำได้ถึง ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง ไม่ใช่เล่น

ตั้งแต่บัดนั้นมาก็ค่อยพยายามให้เป็นประเภทน้ำไหลซึม คือเรายังไม่จุใจ ยังบกบางอยู่มาก นี่เห็นทองคำที่เป็นน้ำไหลซึมมานี้เราพอใจๆ เพื่อจะค่อยหนุนชาติไทยของเรา หัวใจพี่น้องชาวไทยเราอยู่ในทองคำ เราคิดหมดทุกอย่าง การแนะนำสั่งสอนบรรดาพี่น้องทั้งหลายก็ดี อุบายวิธีการที่พาดำเนินทุกอย่างๆ หลวงตาได้พิจารณาทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยก้าวเดินๆ ไม่ว่าทางด้านวัตถุ ไม่ว่าการแนะนำสั่งสอนทุกด้าน ผลปรากฏเป็นที่พอใจโดยลำดับ ตัวเองก็ไม่เคยปรากฏได้ตำหนิตัวเองว่าบกพร่อง หรือมีเจตนาร้ายที่ตรงไหน ไม่มีเลย มีแต่ความบริสุทธิ์ภายในใจด้วยความเมตตา แล้วผลก็ค่อยไหลเข้ามาๆ จนกระทั่งทองคำเราได้ถึง ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่ง นี่หมายถึงมอบเรียบร้อยแล้ว และดอลลาร์ก็ได้ ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่า นี่ก็รู้สึกหนาแน่น

ทีนี้พวกตึกพวกสิ่งก่อสร้างต่างๆ ทั่วประเทศไทย มีหมดทุกภาคนะพวกตึก เฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาล โรงเรียน โรงเรียนก็มีทุกภาคเหมือนกัน โรงพยาบาลก็ทุกภาค แต่โรงพยาบาลรู้สึกว่ามากกว่าเพื่อน ไปที่ไหนเกลื่อนไปด้วยโรงพยาบาล สร้างตึกสร้างอะไรๆ ตึกนี่มากอยู่นะ โอ๋ย จะเป็นร้อยละมั้งตึก แล้วก็เครื่องมือแพทย์ รถยนต์ รถยนต์น่าจะเป็นร้อยกว่าคันที่ซื้อให้ๆ  เราพยายามช่วยเต็มกำลังความสามารถมาทุกอย่าง เราพิจารณาการดำเนินของเราว่าบกพร่องที่ตรงไหน เราพาพี่น้องผิดพลาดที่ตรงไหนไม่เห็น เพราะเราพิจารณาโดยเหตุโดยผลโดยอรรถโดยธรรมทุกอย่างแล้วค่อยก้าวเดินๆ ทางด้านวัตถุเหมือนกัน ทางด้านธรรมะก็เหมือนกัน เราจึงรู้สึกว่าภูมิใจอยู่ไม่น้อยภายในใจของเรา ว่าเต็มไปด้วยเจตนา การดำเนินเป็นไปตามเจตนาและเป็นไปด้วยความราบรื่นดีงามทุกอย่าง

จนกระทั่งมาบัดนี้ ยังมีบกพร่องอยู่ภายในจุดใดไม่หาย จึงได้ระบายให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากันว่า ทองคำเรายังมีบกพร่องอยู่มากในคลังหลวง เพราะฉะนั้นจึงต้องรบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายอยู่เรื่อยมาอย่างนี้แหละ ทั้งรบกวนแบบต่างๆ ออดอ้อนบ้าง อะไรบ้าง ทุกแบบ ขอให้ทองคำมาเป็นพอใจ ตั้งแต่มาจากอุดรวันที่ ๑๑ ถึงวันนี้ทองคำน่าจะได้ ๑๐ กว่ากิโล (ได้ ๑๑ กิโลครับ) นั่นไม่ใช่ของเล่นนะ นี่ละมันซึมเข้ามาๆ อย่างนี้เราก็พอใจเป็นลำดับ

เมื่อทองคำเราหนาแน่นในคลังหลวงมากเท่าไร เมืองไทยเรายิ่งหนาแน่นขึ้นๆ  การไปมาหาสู่ซื้อขายติดต่อเรื่องอะไรก็ตาม มีเกียรติอยู่ในตัวเสร็จ มีเครื่องประกันตัวเสร็จ มันสะดวกสบาย แล้วเงินไทยเราธรรมดาก็ดูว่ามันก็แข็งของมันใช่ไหมล่ะ เมื่อมีทองคำในคลังหลวงเงินไทยเราก็แข็ง นั่นมันแข็งขึ้นทุกอย่างๆ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องได้พาพี่น้องทั้งหลายตะเกียกตะกายอย่างนี้ละ เราพอใจ ช่วยกันอย่างนี้ละ

นี่ละอำนาจแห่งความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน มีคุณค่าประจักษ์เราเห็นด้วยกันทุกคน ตั้งแต่เราเริ่มช่วยชาติมารู้สึกหนาแน่นขึ้นเป็นลำดับลำดาเมืองไทยเรา ทองคำก็หนาแน่นขึ้นๆ เงินในคลังหลวงของเราก็เพิ่มขึ้น อย่างดอลลาร์ก็ตั้ง ๑๐ ล้านกว่า สิ่งเหล่านี้ได้มาแล้วมันก็ออกดอกออกผลแล้วหนุนกันไปเรื่อยๆ อย่างนั้นละ และเป็นเครื่องประกันชาติของเราได้ดีแน่นหนามั่นคง ไม่มีใครดูถูกเหยียดหยามได้อย่างง่ายดาย เป็นเครื่องประดับเกียรติเราด้วย เราจึงอุตส่าห์พยายาม ที่ดำเนินเหล่านี้เพื่อพี่น้องลูกหลานทั้งหลายนั่นแหละ หลวงตาไม่เอาอะไร มุ่งคิดไว้เพื่อพี่น้องทั้งหลายลูกหลานเดินตามหลังไป ให้ได้มีความสงบร่มเย็นเหมือนปู่ย่าตายายเรา พาลูกๆ หลานๆ ก้าวเดินมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ที่มันจะจมเอาในปี ๒๕๔๐ จนกระทั่งหลวงตาร้องโก้ก ก็เพราะไม่เคยมี บรรดาปู่ย่าตายายพาลูกพาหลานถ่อมาพายมาสงบร่มเย็นเรื่อยมา แล้วเวลาลูกหลานมีจำนวนถึง ๖๒ ล้านคนเมืองไทยกลับจะจมลงทะเลในปี ๒๕๔๐ ขนาดเราร้องโก้ก คิดถึงปู่ย่าตายายท่านอุตส่าห์พามา แล้วทำไมลูกหลานไม่มีสติปัญญาอะไรเหรอถึงจะพากันมาจมทั้งประเทศจำนวนคนตั้ง ๖๒ ล้านคน จึงได้พากันฟื้นขึ้นมา ลูกหลานทั้งหลายนั่นละตัวแสบ ทำลายชาติของตนให้ล่มจม ทีนี้ลูกหลานทั้งหลายนั้นแหละฟื้นตัวขึ้นมา สมบัติเงินทองของเราจึงค่อยหนาแน่นขึ้นมาเรื่อยๆ อย่างนี้นะ

ต่อไปก็ขอให้พิจารณา เมื่อเจ็บเมื่อปวดแล้วให้เข็ดนะ ไอ้เรื่องความสุรุ่ยสุร่าย การอยู่การกินใช้สอยไม่รู้จักประมาณ นี้เป็นเพชฌฆาตสังหารกระเป๋าเราตัวเราเองให้เสียคน แล้วต่อจากนั้นก็เป็นนิสัยไปถึงลูกถึงหลานให้เสียไปด้วย เพราะไม่รู้จักประมาณ มีแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ให้พากันประหยัดมัธยัสถ์นะ มีมากมีน้อยให้ทราบว่ามี ความรู้จักประมาณให้พอเหมาะพอดีอยู่กับตัวของเราผู้รักษาสมบัติ อันนี้สำคัญมาก ตัวเราผู้รักษาสมบัติถ้ามีหลักมีเกณฑ์มีเหตุมีผลแล้ว สมบัติมีมากน้อยก็เป็นประโยชน์ทั้งนั้น ถ้าเราไม่มีหลักมีเกณฑ์ สมบัติมีมากน้อยนี้ถูกทำลายหมด ให้พากันประหยัดมัธยัสถ์

ยิ่งเป็นลูกศิษย์ตถาคตแล้วต้องเป็นผู้มีเหตุมีผล มีอรรถมีธรรมประจำใจ ไม่ลืมเนื้อลืมตัวอย่างง่ายดาย คนมีธรรมไม่ลืมตัว นอกจากคนไม่มีธรรม มีแต่กิเลสนั้นพองตัว ดื้อด้านทุกอย่าง กีดขวางทุกอย่าง กดถ่วงทุกอย่าง ทิ่มแทงชาติได้ทุกอย่าง ประเภทคนชั่วมีตั้งแต่เรื่องชั่ว แสดงออกมาแง่ไหนไม่มีความดีออกแสดง มีแต่ความชั่วขวางโลกไปตลอด สำหรับคนมีธรรมแล้วไม่ลืมตัว มีมากมีน้อยไม่ลืมตัว นำมาทำให้เป็นประโยชน์ได้หมดคนมีธรรม ส่วนคนไม่มีธรรมมีแต่สมบัติ ทำลายตัวเองได้ด้วยสมบัติเพราะความลืมตัว

ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้มีธรรมในใจ ให้มีความประหยัดมัธยัสถ์ทุกอย่าง มีมากมีน้อยก็ยอมรับว่ามีมากมีน้อย ให้รู้เอาไว้ แต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ความลืมเนื้อลืมตัว อย่าไปอาศัยเงินมีมากสมบัติมีมากแล้วลืมตัว เสียคนนะ ให้ระวังตัวให้ดี อะไรก็ตามไม่มีค่าเท่าเจ้าของ เจ้าของคือคน คนคือเรา ให้รักษาเจ้าของให้ดี ถ้าเจ้าของรักษาตัวดีมีอรรถมีธรรมภายในใจ สมบัติเหล่านั้นมาเป็นคุณค่าทั้งนั้น เป็นเครื่องประดับเราทั้งนั้น ถ้าเราเสียเสียอย่างเดียว สมบัติเหล่านั้นเป็นไฟๆ เผาเราซ้ำเข้าไปอีก ให้พากันพินิจพิจารณา

บ้านเมืองของเราก็ค่อยเจริญขึ้นๆ ด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีของพี่น้องทั้งหลายนั่นแหละ ต่อไปก็ให้พากันอบรมจิตใจดังที่เคยเทศน์เสมอ การอบรมจิตใจทางด้านจิตตภาวนานี้สำคัญมาก มากจริงๆ โลกมองไม่เห็นเลย มีพระพุทธเจ้าพระองค์เดียวตรัสรู้ขึ้นมา มองดูใจ มองดูมหาเหตุ คือมีทั้งฟืนทั้งไฟเต็มอยู่ในหัวใจ มีทั้งอรรถทั้งธรรมเต็มอยู่ในหัวใจ พอเปิดจอกเปิดแหนคือกิเลสตัวปิดบังหุ้มห่อจิตใจออกได้มากน้อย พระพุทธเจ้าเปิดออกหมด ได้ตรัสรู้ธรรมขึ้นมา

นี้ละธรรมเมื่อได้เปิดขึ้นในพระพุทธเจ้าแล้ว กระจายออกไปทั่วโลกดินแดน สามโลกธาตุพระองค์สอนได้หมดเลย นี่ละธรรมมีอยู่ที่ไหนเย็นไปหมด ใจจึงเป็นของสำคัญ ใจอยู่เฉยๆ มันก็ไม่มีอะไร ไม่เห็นมีอะไรแปลกประหลาด ยิ่งให้กิเลสย่ำยีอีกด้วยแล้วก็ยิ่งเสียคนๆ คนๆ หนึ่งหมดค่าหมดราคา ทั้งๆ ที่มีลมหายใจอยู่เหมือนกับมนุษย์ทั้งหลายทั่วๆ ไป เพราะคุณค่าไม่มี มีแต่พิษแต่ภัยเต็มตัว คนๆ นี้จม จมทั้งๆ ที่ยังไม่ตายนะ ตายลงไปแล้วจะไปไหน ก็คนๆ เก่าทำความชั่วอันเก่า บาปกรรมอันเก่า ฟืนไฟอันเก่า เผาคนๆ นั้นแหละ ให้พากันระวัง ตั้งใจให้ดี

เวลาจะหลับจะนอนดังที่เคยสอนแล้ว ท่านทั้งหลายให้ภาวนานะ หากจะมีวันหนึ่งเวลาหนึ่งรายหนึ่งๆ ที่แสดงความประหลาดอัศจรรย์ขึ้นมาให้เจ้าของได้เห็นชัดเจนภายในใจของเราจากการภาวนา นี่ได้ทำมาแล้วจึงได้กล้ามาประกาศสอนพี่น้องทั้งหลายอย่างไม่สะทกสะท้าน เราได้นำธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลาย ได้มาจากการภาวนานะ การเรียนเราก็เรียนพอเป็นปากเป็นทางมา บทเวลาเอาจริงเอาจังเข้าขั้นปฏิบัติจิตตภาวนาฆ่ากิเลส สังหารกิเลส ตั้งแต่วันก้าวขึ้นสู่เวที จนกระทั่งถึงวาระเปิดธรรมขึ้นในใจแล้ว เอาละที่นี่ กิเลสตัวไหนแม้เม็ดหินเม็ดทรายไม่ให้เข้ามายุ่ง เราทำประโยชน์ให้แก่โลกโดยถ่ายเดียวจนกระทั่งป่านนี้ เราไม่มีกิเลสตัวภัยใดเข้ามาแฝงในหัวใจเรา เราสอนโลกด้วยความบริสุทธิ์ใจ

โลกจะร้อนขนาดไหนก็ตาม เป็นฟืนเป็นไฟก็ตาม ใจเราไม่เป็นไฟ ใจเราเป็นธรรมเป็นน้ำดับไฟๆ ตลอดมา นี่ละอำนาจแห่งการปฏิบัติทางด้านจิตตภาวนาเห็นประจักษ์ทีเดียว ใจดวงนี้นะ เวลามันหมดคุณค่าหมดจริงๆ หมดราค่ำราคา ไม่มีอะไรยิบแย็บพอเป็นราค่ำราคาเลย อย่างนี้ก็มี ใจดวงนี้ละนะ แต่เวลาได้ฟื้นขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งธรรมเป็นเครื่องชุบเลี้ยง เป็นเครื่องซักฟอกแล้ว ก็กลายเป็นของดีขึ้นมาๆ ใจของเราทุกคนพร้อมที่จะรับความดีเสมอ หิวโหยต่อความดีงาม หิวโหยต่อความสุขทั้งหลาย เพราะมีตั้งแต่ความทุกข์ทับหัวใจๆ เพราะฉะนั้นจงเอาธรรมเข้าไปเบิก ปัดออกในความทุกข์ คือฟืนไฟของกิเลสที่เผาหัวใจนั้นน่ะ ปัดมันออกๆ แล้วจะค่อยเห็นความสว่าง ความสงบร่มเย็น อยู่ที่ไหนจะเย็นๆ

ถ้าใจเย็นแล้วอยู่ที่ไหนสบายมนุษย์เรา มันอยู่ที่ใจนะ ไม่ได้อยู่ที่ท้องฟ้ามหาสมุทร ไม่ได้อยู่ที่หอปราสาทเท่านั้นชั้นเท่านี้ชั้น มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจไม่ดีเอาขึ้นไปชั้นไหน เหมือนเอาคนไข้ไปรักษาโรคในโรงพยาบาลชั้นสูงๆ ก็ไปครางอือๆ อยู่โน่น นั่นมันทุกข์อยู่กับคนไข้ ไม่ได้ทุกข์อยู่กับตึกโรงพยาบาลชั้นสูงๆ มันทุกข์อยู่กับคน เมื่อหายโรคแล้วลงมาอยู่ไหนก็สบายหมด นี่ละใจเป็นของสำคัญ เวลานี้ใจเรากำลังเป็นใจของคนไข้ทุกคน ต้องพยายามรักษาด้วยหยูกด้วยยา ด้วยหมอ หมอคือครูคืออาจารย์แนะนำสั่งสอน ยาคืออรรถธรรม ให้ปฏิบัติตามท่านแล้วเราจะค่อยหายวันหายคืนไปโดย แล้วให้ระวังของแสลง อะไรที่เป็นของแสลงต่ออรรถต่อธรรม นั้นคือข้าศึกของเราเอง ให้ระวังอันนี้ และให้ระมัดระวังต่อไปๆ บ้านเมืองเราจะมีแต่ความสงบร่มเย็น

ขอให้มีธรรมในใจเถอะมนุษย์เราเข้ากันได้สนิทหมด ถ้ามีตั้งแต่กิเลสตัวเย่อหยิ่งจองหองพองตัว ไปที่ไหนโลกแคบทั้งนั้นแหละ เป็นไฟเผาไปเลย ถ้ากิเลสไปไหนทั้งเย่อหยิ่งจองหองพองตัว ลืมตัวเอง แล้วก็เป็นบ้ายศ บ้าลาภ บ้าทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับกิเลสทั้งหมด เรื่องดีอยู่กับธรรมทั้งนั้น ธรรมไม่ลืมตัว แล้วคนมีธรรมเข้ากันได้หมด ไม่ว่าเด็กว่าผู้ใหญ่ ไม่ว่าสัตว์ดิรัจฉานกับคน ไม่มีคำว่าดูถูกเหยียดหยามซึ่งกันและกัน นี่ละธรรม มีแต่ความเมตตาสงสารสงเคราะห์กัน ตามกำลังที่จะสงเคราะห์ได้มากน้อยเพียงใด ที่จะไปดูถูกเหยียดหยามในชาติชั้นวรรณะของเขาไม่ดูถูก เพราะต่างคนต่างมีกรรมมาด้วยกัน

ใครก็อยากเป็นใหญ่เป็นโต อยากดิบอยากดี ใครอยากเลวไม่มีในโลกนี้ แม้แต่เด็กก็อยากดี ใครก็ต้องอยากดีเหมือนกัน เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วทำไมมันถึงไม่ดี เอ้า ถามกันเข้าอีกทีหนึ่ง ก็เพราะกรรมของตัวเองแต่ละคนๆ  เมื่อต่างคนต่างมาด้วยกรรมดีกรรมชั่วของตนและตบแต่งไม่ได้แล้ว มันเป็นผลขึ้นมาแล้ว มีอย่างไรก็ต้องเสวยอย่างนั้น ทีนี้ผู้ที่มีความดีมีธรรมในใจก็ต้องได้สงเคราะห์สงหาเมตตาสงสารซึ่งกันและกัน ด้วยความไม่เย่อหยิ่งจองหอง เข้าใจไหมล่ะ นี่ละธรรมอยู่ที่ไหนสงบร่มเย็นไปหมด เข้าถึงสัตว์ดิรัจฉานก็เย็น ถึงเด็กถึงผู้ใหญ่ถึงไหนๆ เข้าได้หมดลงว่าธรรม ไม่มีการถือเนื้อถือตัว มีแต่ความประสานสามัคคี เห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน มีความเมตตา มีความเสียสละ นี่เรียกว่าธรรม พากันจำเอานะ ถ้ากิเลสแล้วขวางทันทีๆ เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้ ต่อไปนี้ให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก