มันลืมตัวขนาดนั้นว่าเอาเสียบ้าง
วันที่ 21 ตุลาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

มันลืมตัวขนาดนั้นว่าเอาเสียบ้าง

วันที่ ๒๐ ตุลา กฐินทองคำได้ ๔๕๖ กอง กฐินเงินสดได้ ๓๑๑ กอง รวมเป็น ๗๖๗ กอง ทองคำที่ได้แล้วเวลานี้ ๕,๒๘๔ กิโลครึ่ง กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้น กฐินทองคำได้ ๔,๘๘๗ กอง เท่ากับน้ำหนัก ๑๘ กิโล ๓๖ บาท ๑ สลึง กฐินเงินสดและเช็คได้ ๑๕,๖๘๑ กอง เท่ากับเงินสด ๒๕,๐๘๙,๖๐๐ บาท รวมกฐินทองคำทั้งหมดได้ ๒๐,๕๖๘ กอง ยังขาดอยู่อีก ๖๓,๔๓๒ กอง ยังขาดอยู่อีกตั้ง ๖ หมื่น จากนี้ไปถึงวันที่ ๒๖ มันกี่วัน เราจะเอาวันละหมื่น ๆ ได้ไหม เหอ ยังอีก ๔ วันมันต้องได้วันละหมื่นกว่าถึงจะได้ นี่ละกรุณาทราบตามนี้

วันไหนเราก็เทศน์ตั้งแต่เรื่องชาติเรื่องบ้านเมือง อุ้มชาติบ้านเมือง ทางด้านจิตใจก็แทรกกันไปเล็กน้อย ๆ นอกนั้นมีแต่ด้านวัตถุมากต่อมากนะ เทศน์มาโดยลำดับ ส่วนเช้าศาลาก็เหมือนกัน ส่วนมากธรรมะล้วน ๆ ไม่ค่อยได้เทศน์ มักจะมีเรื่องด้านวัตถุเข้าแทรกเสมอ เพราะเวลานี้เป็นความจำเป็นสำหรับชาติไทยเราที่จะช่วยตัวเองให้ขึ้นสู่ฐานะพองามตา จะไม่ได้ยินแต่คำว่า เด็กเล็กเด็กน้อยผู้ใหญ่ใครมา แม้ที่สุดหมามา ถ้ามันพูดได้มันก็จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มาจากสหรัฐ ฟังซิน่ะ มันเป็นบ้ากับเมืองนอกเมืองนา มันลืมเนื้อลืมตัวชาติไทยเรา เป็นอย่างนี้นะ หน้าไหนมาถ้าลงได้ว่ามาจากเมืองนอก เช่นมาจากสหรัฐละ โอ๋ย ดูมีหน้ามีตาไปด้วยกันหมดนะ มันเป็นบ้ากันนะพวกนี้รู้ตัวไหม เราลืมตัวขนาดไหนถึงจะไปยกยอเขาจนเกินเนื้อเกินตัว ลืมฟื้นฟูชาติไทยของเราขึ้น ให้ทัดเทียมกันขึ้นโดยลำดับตามฐานะของพวกเรา ด้วยความรู้สึกเนื้อรู้สึกตัว

อันนี้หน้าไหนมา ฟังมานานแล้วนะ บางทีจี้หน้าผากเอาเลยก็มี เช่น เอาวัตถุเอาของอะไรมาทาน อย่างชอกโกแล็ต ว่าเอามาจากฝรั่งเศสบ้าง อังกฤษบ้าง สหรัฐบ้าง เอามาอวดนะ เราฟังแล้วก็เปรี้ยงทันทีเลย คือมันทนไม่ได้ มันลืมตัวเสียจนไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี้ทำยังไง ใส่เปรี้ยงเสียบ้าง ท่านทั้งหลายทราบแล้วยัง เวลานี้เราช่วยชาติไทย เมืองไหนเขามาช่วยเรามีไหม พิจารณาซิ เราช่วยเราแทบล้มแทบตาย แล้วมีแต่ก้มหัวกราบเขาเรื่อย ๆ ด้วยความเคารพบูชาเขา ที่เขาจะเอาตับเอาปอดเราไปกิน เหยียบหัวเราไปตลอด เงินเขาดอลลาร์หนึ่งเทียบกับเงินไทยเราเท่าไรบาท เหยียบไปเท่าไร ทุกสิ่งทุกอย่างวัตถุมาจากภายนอกเหยียบหัวเมืองไทยทั้งนั้น เรารู้ตัวไหม

เราไม่คิดบ้างหรือที่จะฟิตตัวขึ้น ไม่ได้เป็นอย่างเขาก็ตาม ขอให้มีนิสัย เหมือนว่ามดตัวหนึ่งมันก็รักชาติของมัน สัตว์ตัวหนึ่งแต่ละตัว ๆ รักชาติของมัน คนไทยทั้งประเทศไม่รักชาติมีหรือ ทำไมไม่สงวนชาติของตัวเองบ้าง อะไรเอาตั้งแต่เรื่องเมืองนอกมาอวดกัน ๆ อวดคนไทยพวกบ้าด้วยกัน มันก็เป็นบ้าไปเรื่อย ๆ ละซี อวดเพื่อเป็นคติเราไม่ว่านะ เอาของมาจากไหนก็ตามที่เป็นคติ ยกขึ้นบ้านใดเมืองใดก็ตามถ้าเป็นคติ ที่เราจะยึดเป็นคติตัวอย่างได้แล้วนำมาเป็นคติ อันนี้พูดออกมามีแต่ความหมอบราบ ๆ ด้วยความลืมตัวทั้งนั้น มันน่าทุเรศนะเมืองไทยเรา นี่เราพูดถึงเรื่องความลืมตัวของเรา

เห็นไหมเราช่วยชาติเวลานี้ เมืองไหนได้มาช่วยเราบ้าง มีแต่เมืองไทยเราแทบล้มแทบตาย เรายังไม่รู้ตัวอยู่เหรอ นี่ละการฟิตตัวขึ้นอย่างนี้ของเรา ด้วยการช่วยชาติของเรานี้ จะค่อยเริ่มฟื้นฟูขึ้นไปเป็นลำดับลำดา ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ อย่ามีแต่หมอบกับเขาโดยถ่ายเดียว โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวที่จะฟิตตัวขึ้นบ้าง ไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย แล้วยังจะลืมเนื้อลืมตัวไปถึงลูกถึงหลาน อะไร ๆ ถ้ามาจากเมืองนอกแล้วจะดีไปหมด เป็นเหาะเหินเดินฟ้ามา ไอ้เรานี้อยู่ใต้ส้วมใต้ถานไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ ขอให้คิดบ้าง

นี้เอาธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลาย ธรรมท่านเสมอ อะไรผิดอะไรถูกท่านรู้หมด ท่านสอนพวกเราให้รู้เรื่องรู้ราวบ้าง เวลานี้เมืองไทยเราเห่อกันจริง ๆ เห่อกับเมืองนอก เห่อไม่ได้ศัพท์ได้แสงไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย การที่นำของเมืองใดก็ตามมาเพื่อเป็นประโยชน์แก่เมืองไทยด้วยความจำเป็น เมืองเขาเมืองเราเหมือนกัน ไม่มีใครตำหนิใคร แต่แบบเห่อ ๆ เป็นบ้านี้ไม่น่าดู ถ้าหมาอย่างไอ้ปุ๊กกี้เราเป็นอยู่ในวัด เราจะไล่มันออกจากวัด แต่มันไม่เห่อนะไอ้ปุ๊กกี้เรา เห็นเจ้าของมามันวิ่งใส่เจ้าของมันปุ๊บ ๆ เลย คนอื่นมันไม่ยุ่ง อันนี้อะไรเมืองไทยเป็นเจ้าของทำไมไม่สนใจกัน ดูเมืองไทยเราซึ่งเป็นเมืองเจ้าของ เมืองนั้นเราเป็นเจ้าของที่ไหน เมืองไทยเราเป็นเจ้าของ ตั้งแต่หมาไอ้ปุ๊กกี้เรามันยังรู้จักเจ้าของ มันมีความเคารพต่อเจ้าของ มีความรักซื่อสัตย์สุจริตต่อเจ้าของ เห็นเจ้าของในวัดรู้ทุกตัวหมาในนี้น่ะ

เมืองไทยเราเป็นยังไง ถ้าอย่างนั้นก็เลวกว่าหมาละซีไม่รู้เจ้าของ ชาติไทยเป็นเจ้าของ มันเป็นยังไงบ้างจึงไม่รู้จักเจ้าของ เห่อเป็นบ้าเมืองนอกเมืองนาซึ่งเราไม่ใช่เป็นเจ้าของ ก็ไปดึงเข้ามาเป็นเจ้าของเหยียบหัวเรา ๆ มันน่าดูไหมพิจารณาซิ เอามาเทียบอย่างนี้ นี่ละการเทียบเคียงไม่ว่าสูงว่าต่ำเทียบได้ เพื่อเป็นทางก้าวเดินของอรรถของธรรม ให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณานะ เราฟังมานานแล้วแหละ ลืมเนื้อลืมตัวมาก เราพูดอย่างนี้เราก็เป็นคนไทย เรียนวิชาธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลาย วิชากิเลสจะไม่มีการรู้เนื้อรู้ตัวอะไรเลย ถ้าเป็นวิชาธรรมจับตรงไหนมันรู้ ๆ แก้ไขดัดแปลง อะไรบกพร่องให้แก้ไขดัดแปลงตรงที่บกพร่อง แล้วก็ค่อยดีขึ้น ๆ

อย่าพากันเห่อจนลืมเนื้อลืมตัวนะ อะไร ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภายนอกเอามาเป็นประโยชน์ไม่เป็นไร ไม่ว่าเขาว่าเราเหมือนกันหมด แต่อย่าเห่อแบบบ้านี่นะ อะไรมีแต่ของเมืองนอก แม้ที่สุดชอกโกแล็ตเท่านั้นก็เอามาอวด แล้วมาอวดกับหลวงตาบัวด้วยซ้ำ ฟาดหน้าผากเอาเลย ป่านนี้มันเอายาใส่หน้าผากมันหายแล้วยังไม่รู้ ถูกหลวงตาฟาดหน้าผากมัน ประสาชอกโกแล็ตก็มาอวด โถ ใส่เปรี้ยงเลยวันนั้น ฟังไม่ได้เลยนะ มันลืมตัวจนขนาดที่ว่ามาพูดนี้อย่างสง่าผ่าเผย ว่าได้ของดีมาจากโน้น ๆ มีแต่มาอวดอาจารย์ อาจารย์ก็ใส่เปรี้ยงเลย เราอยากจะพูดซ้ำ ๆ เข้าไปอีกสักหน่อย แต่อาจจะเป็นตลกหรืออะไรก็แล้วแต่ โคตรพ่อโคตรแม่มันหรือชอกโกแล็ตนี่ เราอยากว่าอย่างนั้น มึงเกิดกับชอกโกแล็ตนี่หรือ มึงไม่ได้เกิดกับพ่อกับแม่มึงเหรอ มึงถึงไม่มองดูพ่อดูแม่คือเมืองไทยของมึงบ้าง อยากถามว่าอย่างนั้นนะ มันลืมตัวขนาดนั้นเอาเสียบ้างซี

อย่าพากันลืมเนื้อลืมตัวเกินไปเมืองไทยเรา นี่ละธรรมจับ พูดตามความสัตย์ความจริง อะไรก็ตามถ้ามาจากเมืองนอกเป็นบ้ากันทั้งนั้น เห่อ ๆ อย่าลืมเนื้อลืมตัว อย่าเห่อเกินประมาณ ให้นำเข้ามาเป็นคติเครื่องเตือนใจตัวเอง สิ่งใดที่เรายังไม่มี เอ้า นำมา อันใดไม่จำเป็นอย่าซื้ออย่าหา อย่าเอามาเห่อมาหลอกกัน อันใดที่มีในเมืองไทยของเรา ให้พากันใช้ในเมืองไทยของเรา เป็นการสร้างเนื้อสร้างหนังขึ้นที่เมืองไทยของเรา ก็ค่อยเติบโตหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ต่างคนต่างสงเคราะห์อนุเคราะห์ซึ่งกันและกัน การซื้อการขายเรียกว่าสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน แล้วเงินทองข้าวของก็เกิดขึ้นในเมืองไทย อยู่ในเมืองไทย หมุนอยู่ในเมืองไทยไม่ได้ออกข้างนอก

นี่เอะอะวิ่งออกไปข้างนอกไปเอามาๆ เงินเท่าไรในเมืองไทยโกยออกไปเมืองนอก ไปซื้อของเมืองนอกหมด แม้ที่สุดได้ไปเที่ยวเมืองนอกก็เอา เงินหมดไปเท่าไรไปเที่ยวเมืองนอก เป็นบ้าเห่อกันนั้นน่ะ มันน่าคิดนะ ท่านทั้งหลายคิดหรือยัง นี่ละธรรมเป็นอย่างนี้ จะไม่เข้าข้างใครออกใคร ผิดถูกประการใดจะพูดตามหลักความจริงของธรรม เป็นอย่างนี้ อย่าลืมเนื้อลืมตัวจนเกินไป เวลานี้ลืมตัวลืมตัวมากเมืองไทยเรา

แม้ที่สุดพระเราก็เหมือนกัน ไปเรียนที่ไหน พุทธศาสนาก็ล้ำเลิศประเสริฐสุดแล้ว นี้ไปเรียนวิทยานิพนธ์ทางโน่นทางนี่ เมืองนั้นเมืองนี้เอามาอวดเมืองไทย แล้วจะมาเหยียบพุทธศาสนาลงด้วย เรียนวิทยานิพนธ์จากพระเก่ง ๆ นั้นแหละ องค์ไหน ๆ บ้างมีในเมืองไทยเรานี่ กำลังเรียนวิทยานิพนธ์มาเหยียบธรรมะของพระพุทธเจ้า มันเห็นชัด ๆ อย่างนี้นะ นี่ละอำนาจของกิเลสเมื่อหนาแน่นขึ้นมาแล้วมันเย่อหยิ่งจองหองพองตัวว่าเป็นผู้วิเศษวิโส ไปเรียนวิทยานิพนธ์มา อยากให้เขามองดูหน้า ถ้าให้เรามองดูหน้า ตรงไหนมันจะเหมาะ ก็ตรงคางกรรไกรมันนี้เหมาะที่สุด ใส่เปรี้ยงเข้าตรงนั้น เข้าใจหรือ ให้เรามองเราจะมองอย่างนั้น โคตรพ่อโคตรแม่มึงมีอยู่ทำไมไม่ดูโคตรพ่อโคตรแม่มึงบ้าง จะว่างั้น วิทยานิพนธ์นิเพ็นมาจากไหน เป็นวิชาของกิเลสมาเหยียบย่ำทำลายศาสนาต่างหาก ที่ว่าวิทยานิพนธ์

วิทยานิพนธ์ของพระพุทธเจ้าเป็นยังไง พระพุทธเจ้าตรัสรู้ เรียนวิทยานิพนธ์อยู่ในป่าในเขา ได้ตรัสรู้ขึ้นเป็นศาสดาเอกของโลก บรรดาสาวกทั้งหลายที่ไปเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยป่าดังพระพุทธเจ้าพาเรียนพาปฏิบัติมา องค์นี้สำเร็จพระโสดา องค์นี้สำเร็จพระสกิทาคา องค์นั้นสำเร็จพระอนาคา องค์นี้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ รวมแล้วเป็น พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเรามาสอนเราเดี๋ยวนี้ ออกมาจากมหาวิทยาลัยป่า ถ้าว่าวิทยานิพนธ์ก็วิทยานิพนธ์นั้นเป็นวิทยาพนธ์ของธรรมฆ่ากิเลส ฆ่าข้าศึกศัตรูทั้งหลายที่มันเผาหัวใจของโลก ได้แก่กิเลสทั้งหลาย นี่วิทยานิพนธ์นี้เอามาฆ่ากิเลส

วิทยานิพนธ์นี้เอามาฆ่ากิเลสหรือเอามาเสริมกิเลส เหยียบหัวทั้งตัวเองและคนอื่นตลอดถึงศาสนาด้วย เราไม่ได้แน่ใจนะ วิทยานิพนธ์ที่เรียนมามาก ๆ ไปตั้งที่นั่นตั้งที่นี่ มหาวิทยาลัยสงฆ์มหาวิทยาลัยเส็ง ทุกแห่งทุกอย่างมีแต่วิชาทางโลกเข้ามาเหยียบธรรมทั้งนั้น ธรรมบกพร่องที่ตรงไหนที่จะหาเรื่องเข้ามา ความเข้าใจจะว่ามาส่งเสริม มาส่งเสริมอะไรมาเหยียบพุทธศาสนา ถ้าพุทธศาสนาบกพร่องเอามาส่งเสริมถูก นี้ไม่มีอะไรบกพร่องพุทธศาสนา ถ้าว่าธรรมที่สอนมานั้นก็เรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกสิ่งทุกอย่างแล้วบกพร่องที่ตรงไหน มันหาเรื่องหาเกายิ่งกว่าหมาขี้เรื้อนพวกนี้ กำลังเรียนวิชาของกิเลสเข้ามาเหยียบศาสนา พระเรานี้ละตัวสำคัญมากนะ

เหยียบศาสนาไม่มีใครเกินพระละ พระต้องนับไปหมดใครไม่ดีว่าหมด หลวงตาบัวไม่ดี เอ้า เขกกบาลเลยนะ หลวงตาบัวก็มีกบาลเหมือนกัน แต่ใครปฏิบัติไม่ดี ๆ มาซุ่มซ่ามกับหลวงตาบัวไม่ได้ ระวังหน้าผากแตกนะเข้าใจไหม นี่ละเรียกว่าหมัดตรงไปเลย หมัดธรรมะพระพุทธเจ้าไม่อ้อมแอ้ม ๆ พูดตามหลักความจริง แล้วนี้มันเรียนตั้งแต่วิชาทางโลกเข้ามาเหยียบศาสนาทั้งนั้น อยู่ในวัดในวาในพระในเณร มันจะมีอรรถมีธรรมที่ตรงไหน มันมีแต่ความรู้ของกิเลสตัณหาเต็มอยู่ในวัดในวา แล้วสุดท้ายวัดก็เป็นวัดส้วมวัดถาน พระก็เป็นพระส้วมพระถานเต็มวัดเต็มวาเต็มบ้านเต็มเมือง มีแต่เรื่องส้วมเรื่องถานอยู่ในพระในเณร เราไม่ได้เว้น ตรงไหนไม่ดีก็ส้วมถาน เช่น วัดป่าบ้านตาดก็มีส้วมมีถาน ถ้าไม่มีส้วมมีถานอย่างที่ว่านี้ ส้วมถานถ่ายทั่วไปมันก็มีทั่วไปอันนั้นเราไม่พูดถึง ความปฏิบัติสกปรกโสมมนี้ละ ปฏิบัติเพื่อส้วมเพื่อถาน เลวมากนะ

นี่ละศาสนาจะจม จมเพราะพวกเราทั้งหลายเรียนวิชาอะไร ๆ มา เข้ามาเหยียบพุทธศาสนาจนแหลกจนเหลวเวลานี้ แล้วก็มาหาเรื่องตีเข้าไปอีกว่าพุทธศาสนาไม่มีความหมาย ทำบุญไม่ได้บุญ ทำบาปไม่ได้บาป นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นิพพานไม่มี มรรคผลไม่มี นี่กิเลสเข้าไปเหยียบทั้งนั้นนะ โคตรพ่อโคตรแม่มันเคยได้ปฏิบัติศาสนามาจากที่ไหนมันถึงมาอวดผู้ท่านปฏิบัติศาสนา ผู้ท่านทรงมรรคทรงผลอยู่มีจำนวนมากน้อยเพียงไร พุทฺธํ ธมฺมํ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ นี้คือคนประเภทใด เป็นผู้ทรงมรรคทรงผลมิใช่เหรอ มาสอนโลกเป็น สรณะเรานี้ ไอ้ เรามีอะไรเป็นสรณะ โคตรพ่อโคตรแม่มันก็ไม่เคยมีสรณะในตัวมัน พุทโธ ธัมโม สังโฆ มันไม่เคยระลึก ตื่นนอนขึ้นมาวิ่งแจ้นเป็นบ้ากันยิ่งกว่าหมาเดือน ๙ หมาเดือน ๑๒ มันมีพุทโธ ธัมโม สังโฆ อะไร และมันมีความสามารถยังไงมาลบล้างมรรคผลนิพพาน ที่พระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายท่านทรงไว้เรียบร้อยแล้ว ประกาศสอนโลกให้ปฏิบัติตนเพื่อมรรคผลนิพพานนี่

มันเอาอำนาจมาจากไหนมาลบธรรมเหล่านี้ ที่ศาสดาองค์เอกเป็นผู้สอนไว้ มันได้ความเอกมาจากไหน ถ้าว่าเอกมันก็เอกมีตาข้างเดียวเข้าใจไหม คือข้างหนึ่งมันบอด ถ้าบอดอีกข้างนี้เรียกว่ามันตาบอดไปหมดเลย เดี๋ยวนี้มันกำลังตาเอก มีตาข้างเดียว ไม่ใช่เอกไม่มีสอง เช่นเขาเรียนชั้นเอก ๆ ชั้นเอกคือว่า ๑ ไม่มีใครแข่ง ที่เราเรียนทุกวันนี้มันเอกตาข้างเดียว ถ้าข้างหนึ่งมันบอดอยู่แล้วหมดท่าเลย ไม่มีคำว่าเอกว่าโท ว่าแต่ไอ้บอดเท่านั้นพอ

นี่เราพูดถึงเรื่องความลืมเนื้อลืมตัวของพวกเรา ก้าวเข้าไปสู่เมืองนอกเมืองนอกเต็มไปทั่วทุกแห่งทุกหน ควรที่พี่น้องทั้งหลายจะรู้เนื้อรู้ตัวบ้าง เรียนมากเรียนน้อยเรียนมาจากไหน เพื่อมาเป็นเครื่องประดับตัวเองและส่วนรวม รวมแล้วก็เรียกว่าประเทศไทยของเรา เรียนขอให้ได้หลักวิชาความรู้มาเป็นสง่าราศีต่อชาติไทยของเรามันถึงถูก อย่าเรียนมาเพื่อเอากิเลสมาพอกตัวเองหมดทั้งตัวว่าประดับเกียรติ เย่อหยิ่งจองหอง แล้วทำลายคนอื่นด้วยวิชาความรู้จอมปลอมนั้นมีอยู่มากเวลานี้ เพราะไม่มีธรรมในใจ ถ้ามีธรรมในใจเรียนมากเรียนน้อยเท่าไรจะดีขึ้นโดยลำดับ ๆ แม้ที่สุดถ้าหากว่าผู้เรียนธรรม ไม่ปฏิบัติธรรมก็ไม่เป็นท่า ถ้าปฏิบัติธรรมนิดเดียวก็ดี นี่ละที่สุดอยู่จุดนี้นะ

เด็กก็ดีเรียนตั้งใจปฏิบัติในธรรมเป็นธรรม ในโลกเป็นโลก กิเลสตัณหาไม่ขึ้นอยู่กับผู้ใด ขึ้นอยู่กับหัวใจของคน ชาติไทยมีความจงรักภักดีต่อศาสนา เอ้า ปฏิบัติไป เรื่องพุทธศาสนานี้ที่กิเลสมันท้าทายหรือมันลบล้างอยู่ตลอดเวลาว่า บาป บุญ นรก สวรรค์ พรหมโลก นิพพานหรือมรรคผลนิพพาน ไม่มี ทั้ง ๆ ที่พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว สิ่งนี้มีโดยสมบูรณ์แบบ พระพุทธเจ้าท่านทรงแสดง และประกาศสอนโลกมานี้ เอาตั้งแต่มรรคแต่ผลมาแสดง

แล้วกิเลสมันเอาอะไรมาแสดง มีแต่ส้วมแต่ถาน มีแต่ฟืนแต่ไฟ ไปที่ไหนร้อนกันทุกหย่อมหญ้า สิ่งที่โลกทั้งหลายเดือดร้อนอยู่เวลานี้คืออะไร คือกิเลสพาให้เดือดร้อน ความโลภก็มาก ทำโลกให้กัดกันยิ่งกว่าหมา ความโกรธก็แยะ ราคะตัณหา หมาสู้ไม่ได้ คนหนึ่งมีเมียกี่คนก็ไม่รู้ มีผัวกี่คนก็ไม่รู้ มีตั้งแต่วิชาของไฟเผาโลกทั้งนั้นมันเต็มบ้านเต็มเมือง กิเลสมันทำไมไม่แสดงออกมาบ้างว่ามันชั่วช้าลามก มันยังอยากให้มากกว่านั้นอีก เช่น ผู้ชายมีเมีย ๕ คน ๖ คน ยิ่งเรียนสูง ๆ ยิ่งได้มากกว่านั้นยิ่งดี มันยิ่งจะเสริมให้ได้มาก เอาให้หมาในประเทศไทยนี่แตกกระจัดกระจายลงทะเลหมด สู้คนไม่ได้คนมีเมียตั้ง ๒๐-๓๐ มีผัว ๒๐-๓๐ มีทั้งที่ลับที่แจ้ง มีทั้งสายลับ สายลับคืออะไร โทรศัพท์เข้าใจไหม นางงามจักรวาลมีอยู่ในโทรศัพท์ โทรศัพท์ถึงกัน นัดกันที่นั่นที่นี่ หมาไม่มีโทรศัพท์มันสู้คนไม่ได้

เพราะฉะนั้นจึงต้องว่าคนเก่งกว่าหมา หมาตกทะเลคือวิชานี้เอง นี่ละมันเอาไฟเผาโลกรู้ไหมเวลานี้ ทำไมไม่เอาธรรมเข้าไปดับบ้าง จะเอากิเลสเป็นไฟทั้งกองมาดับโลกได้ยังไง มันเป็นไฟมันจะดับได้ยังไง ถ้าเป็นน้ำดับไฟดับได้นะ ธรรมคือน้ำดับไฟ

นี่พระพุทธเจ้าประกาศกังวานมา เฉพาะพุทธศาสนาของเรานี้ ๒๕๐๐ กว่าปีนี้แล้ว ประกาศเรื่องความดิบความดี เอ้า ทำลงไปซิความดีทำไมจะไม่ดี ของดีมีอยู่ผู้ทำดีมีอยู่ ผู้จะรับผลดีทำไมจะไม่มีวะ ตั้งแต่ความชั่วช้าลามกทำที่ไหนมันก็เป็น เห็นไหมความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า นี่คือโทษของกิเลสที่ทำความชั่วช้าลามกเผากันได้ตลอด จำเอานะ นี่พูดมาเป็นพักที่ ๒ ถึงเรื่องที่ว่า คนไทยของเรา ที่เราสอนว่าไม่ค่อยได้สอนทางด้านศีลธรรม สอนแต่ด้านวัตถุคือช่วยชาติบ้านเมือง วันนี้ย่นเข้ามาหาศีลธรรม วัตถุก็คือคนทั้งชาติ ให้รู้เนื้อรู้ตัวคืออย่าตื่น อย่าเห่อ นี่อันหนึ่ง แล้วให้ระงับตนด้วยศีลด้วยธรรม

วันหนึ่งคืนหนึ่ง ระลึกถึงบ้างไหมพระพุทธเจ้าทั้งองค์ พระธรรม พระสงฆ์ทั้งองค์ ๆ ระลึกถึงไหม ให้ระลึกบ้างนะ นี่ละคือสิ่งที่ต้านทานกิเลสระงับดับกิเลสทั้งหลายด้วยอำนาจแห่งธรรมเหล่านี้ กิเลสไม่กลัวอะไรกลัวแต่ธรรมอย่างเดียว นอกนั้นไม่มีอะไรกลัว เวลานี้มันกำลังลุกลามเข้ามาทุกแห่งทุกหน การอยู่ การกิน การใช้ การสอย จะสับสนปนเปกันด้วยอาหารประเภทต่าง ๆ เครื่องใช้ไม้สอยประเภทต่าง ๆ หลอกเมืองไทยเรา ๆ อันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดี การกินก็แปลกประหลาดเข้าไปเรื่อย ๆ แต่ก่อนพ่อแม่เราพากินน้ำปลา อย่างมากก็ถือแหแล้วโดดลงคลองได้ปลา ๒-๓ ตัวขึ้นมากินสบาย ๆ ไม่ต้องเดือดร้อนวุ่นวาย เวลานี้ไม่พอนะ อาหารอันนี้มาจากเมืองนั้น อาหารนี้มาจากเมืองนี้ อันนี้มาจากนี้สับสนปนเป คนนี้ก็ เหอ ๆ เห่อบ้าอย่างนี้นะ แล้วลิ้นก็เลยยาวออก ๆ นี่แหลกเข้าใจไหม

นี่ละการกินมันก็สับสนปนเปเข้ามาให้ลืมเนื้อลืมตัว การจับการจ่าย การหมุนตัวเป็นไฟไปเลย การใช้การสอยเอาอีกเหมือนกัน เทียบไปเลยการใช้การสอยมีอะไรบ้างมาใช้ การอยู่เป็นยังไง เขาสร้างตึกรามบ้านช่องเป็นยังไง ดูตัวอย่างเขามาแล้วก็ซัดละซิ ตัวเท่าหนูนี้อยากได้เหมือนเขามันก็ไม่ได้ซิ หงายหมาลงไป เข้าใจไหมมันสู้ไม่ได้ มันเป็นอย่างนี้นะ เวลานี้กำลังสับสนปนเปนะทุกสิ่งทุกอย่างเมืองไทยเรา ถ้าเราไม่มีธรรมเข้าไปคัดไปเลือกเก็บไว้หรือสงวนไว้เฉพาะที่จำเป็น ๆ อะไรไม่จำเป็นตัดออก ๆ ถ้าไม่ทำอย่างนี้ไม่ได้นะเมืองไทยเราจะจม เป็นศาสนาของกิเลสเป็นฟืนเป็นไฟทั้งหมด ศาสนธรรมของพระพุทธเจ้าไม่มี แล้วโลกนี้จะหาเวลาเย็นไม่ได้ ร้อนกันหมดเลยนะ

ถ้ามีธรรมในใจแล้วจะเย็น เราอยู่ในบ้านของเรานี้มีธรรมในใจเราสงบ มี ๒ คนผัวเมียก็ ๒ เฒ่าอยู่ด้วยกันสบาย เพราะผัวก็ไม่คึกเมียก็ไม่คะนอง เมียก็ไม่ไปหาไอ้หนู ผัวก็ไม่ไปหาอีหนูละซิ ต่างคนต่างพอใจซึ่งกันและกัน ถึงวันตายผัวเมียคู่นี้เฒ่าแก่ ๒ คนนี้จะตายไปด้วยความนิ่มนวลและมีความสุขความอาลัยซึ่งกันและกัน เกิดภพหน้าชาติหน้าก็จะไปเป็นผัวเป็นเมียกันที่ดิบที่ดีนี้อีกต่อไป ถ้าเป็นก่อกรรมก่อเวรไว้ ไปเป็นผัวเป็นเมียกันข้างหน้าก็ไปเป็นเทวทัตกัดกันอยู่ข้างหน้า ถ้าไม่มีธรรม ถ้าไม่มีธรรมเป็นอย่างนี้นะท่านทั้งหลายจำเอาไว้

ธรรมมีอยู่ที่ไหนแทรกที่ไหนจะเย็นไปทุกแห่งทุกหน ยังไม่รู้อยู่หรือว่าธรรมทำโลกให้เย็นมานานแล้ว แล้วยังจะเป็นบ้ากับกิเลสตลอดเวลาเหรอ ให้พากันคำนึงถึงธรรมนะ ถ้าไม่คำนึงจะจมแน่ ๆ ศาสดาองค์เอกไม่มีสอง พูดอย่างไรแล้วไม่มีสอง ต้องเป็นหนึ่งทั้งนั้น ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก นรกเป็นนรก สวรรค์เป็นสวรรค์ ใครอย่าเก่งกว่านรกเก่งกว่าสวรรค์ และข้ามหัวสวรรค์ข้ามหัวนรกไป อย่าไปอวด อย่าไปข้ามนะ จมทั้งนั้น ๆ ถ้าหากว่าข้ามได้ พระพุทธเจ้าลบหมดแล้วนรกไม่ให้มีแก่สัตว์ ใครจะมีความเมตตาสงสารยิ่งกว่าศาสดาองค์เอก สิ่งเหล่านี้เป็นภัยต่อสัตว์มิใช่เหรอ พระองค์จะลบหมดไม่ให้มีเหลือ จะให้มีตั้งแต่ความสุขความเจริญตามความมุ่งมาดปรารถนาทุกอย่าง สัตว์โลกทั้งหลายจะเย็นไปหมดนะ

อันนี้มันลบไม่ได้ละซิ นรกเป็นของมีอยู่มาดั้งเดิมตั้งกัปตั้งกัลป์ สวรรค์ นิพพานมีอยู่ตั้งกัปตั้งกัลป์ แล้วไปจากบาปจากบุญมีมาตั้งกัปตั้งกัลป์ สัตว์โลกทำบาปทำบุญ ทำดีทำชั่วเมื่อไร นั้นแหละเรียกว่าทำบาปทำบุญ สายทางที่จะลงนรกไปสวรรค์อยู่ที่ตรงนั้น ลบไม่ได้นะ ถ้าไม่ลบการทำของเราเสีย การทำคืออะไร อย่าทำชั่วมันก็ไม่ไปชั่ว ทำแต่ดีก็ไปดี ดีสุดขีดแล้วหมดปัญหา พากันจดจำเอานะ มันจะไม่มีศาสนาติดเนื้อติดตัวชาวไทยเรานะเวลานี้ มีแต่กิเลสเต็มบ้านเต็มเมือง มองไปที่ไหนมันอดไม่ได้นะ นอกจากไม่พูดเฉย ๆ เพราะธรรมนี้ไม่เหมือนโลก เห็นเหมือนไม่เห็น รู้เหมือนไม่รู้ ไม่ได้แบกได้หาม ไม่ได้ขัดข้องในใจ ไม่เคียดไม่แค้นให้ผู้ใด พอใจให้ใคร ไม่พอใจให้ใคร ไม่แสดงภายในจิตใจ ธรรมเป็นธรรมล้วน ๆ แต่ดูได้ถนัดชัดเจน ท่านทั้งหลายจำเอานะ ให้ปฏิบัติ

วันนี้ก็เป็นวันออกพรรษา คำว่าออกพรรษา กำหนดกาลเวลาของพระ จากนี้ท่านจะไปเที่ยวที่ไหนท่านก็ไปได้ ในพรรษานั้นให้อยู่ภายในวัดนี้ครบ ๓ เดือน เว้นแต่มีกิจจำเป็นท่านให้ไปได้ภายใน ๗ วัน ท่านเรียกว่า สัตตาหะ ทีนี้พอออกพรรษาแล้วจะไปไหนก็ไป พวกเราก็หาคุณงามความดีเข้าสู่ตัวซิ กำหนดไว้อีก นี้ออกพรรษาแล้วกิเลสยังไม่ได้ออกจากหัวใจเรามันยังมัดเรา เราเอาธรรมเข้าแก้กิเลสอีก นี่เป็นพรรษาของเราเข้าใจไหม แก้มันอย่างนั้น ๆ ซิ เข้าใจ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนละนะ พอ

ดร.รัตนามีเรื่องกราบเรียนเกี่ยวกับเรื่อง อินเตอร์เน็ตเจ้าค่ะ คณะศิษย์ได้ไปจดทะเบียนให้วัด เป็นอินเตอร์เน็ตที่เป็นทางการเจ้าค่ะ ชื่อว่า luangta.or.th 

or นี้ใช้สำหรับองค์กรเจ้าค่ะ แสดงว่าวัดเป็นองค์กร จึงจะจดได้ แล้วก็จดที่บริษัท Thnic อยู่แถวมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เพื่อให้มีกฎหมายไทยมารองรับ แล้วก็จะได้เป็นชื่อ โดเมนเนมของวัด โดยคณะกรรมการฝ่ายฆราวาสเป็นผู้ดำเนินการช่วยวัด ตามแนวทางหรือภายใต้นโยบายของหลวงตาและวัดป่าบ้านตาด คณะศิษย์ทั้งพระ และฆราวาสจะคอยควบคุมดูแล เว็บไซต์ ของหลวงตา เพื่อนำธรรมะคำสอนของหลวงตาทั้งภาพเสียง และข้อความเทศนาอบรมพระ-ฆราวาสต่าง ๆ ของหลวงตา ให้เป็นประโยชน์แก่ผู้แสวงหาธรรมทางเว็บไซต์ของหลวงตามากที่สุด เป็นธรรมทาน หากท่านผู้ใดจะนำไปเผยแพร่ต่อเป็นธรรมทานก็นำไปจาก เว็บ ได้เลย แต่จะสงวนลิขสิทธิ์สำหรับ ๓-๔ ประการ พอที่จะนึกได้ตอนนี้ก็คือ ขอสงวนลิขสิทธิ์ กรณี
๑ เพื่อนำไปจำหน่ายหรือขาย
๒.หากนำไปแล้วทำให้ธรรมะของหลวงตาบิดเบือนไป
๓.หากก่อให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะด้านภาพ เสียง ข้อความเทศน์ หรืออื่น ๆ ที่ทำให้เสื่อมเสียต่อองค์หลวงตาหรือธรรมะของหลวงตา ทั้ง ๓-๔ กรณีนี้ก็จะขอสงวนลิขสิทธิ์ห้ามนำไปเผยแพร่ การที่จดเว็บไซต์หลวงตา
www.luangta.or.th ซึ่งเป็นทางการได้นี้เพราะว่า เราได้บอกกับทางบริษัทว่า  เรามีชมรมบูชาพระคุณหลวงตามหาบัว  ญาณสัมปันโน มีลูกเป็นหัวหน้า ผู้กำกับเป็นลูกน้องเจ้าค่ะ

หลวงตา เออ มันต้องอย่างนั้น พอได้โอกาส ทางนี้กำลังฟังเซ่อ ปั๊วะเลย

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก