เรานำด้วยความถูกต้องโดยธรรม
วันที่ 9 เมษายน 2548 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม

เมื่อเช้าวันที่  ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

เรานำด้วยความถูกต้องโดยธรรม

 

         เงียบทีนี้เงียบนะ เปิดหูออกให้หมด ปิดตา เปิดหูออก เปิดหูออกรับธรรม เปิดใจออกรับธรรม มันเปิดรับของสกปรกมามากต่อมากแล้ว ตั้งแต่ตื่นนอนมานี้มันได้กี่กระบุงก็ไม่ทราบของสกปรกที่มันเปิดรับ เปิดทางหู ทางตา จมูก ไหลลงหัวใจ หัวใจเลยเป็นส้วมเป็นถาน ทีนี้เอาน้ำคือธรรมเข้าไปชะล้างมัน จึงบอกว่าให้ฟังๆ นั่นซี ไม่งั้นไม่ได้เรื่องนะ

         (ผมทำซีดีธรรมะหลวงตาออกเผยแพร่ครับ มาขออนุญาตครับผม) อนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ไม่ทราบมันออกทั่วโลกแล้วแหละ เราตั้งแต่เกิดมาแต่โคตรพ่อโคตรแม่หลวงตาบัวไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้ แต่เขาเอาแจกทั่วโลกแล้วก็ไม่ทราบจะว่าไง เอาไปเถอะว่างั้น ก็เราไม่รู้เรื่องรู้ราว เวลานี้วิทยุกำลังออกติดๆ ที่นั่นๆ ทั่วประเทศไทย วิทยุเสียงธรรมเรานี่ออกทั่วไปหมดเลย บอกทางนี้เปิดหูไว้แล้ว เสียงมูตรเสียงคูถมันไหลเข้าไปแล้ว เสียงธรรมยังไม่ได้เข้า เสียงมูตรเสียงคูถเข้าไปก่อนแล้วนะ ยังไงก็ไม่รู้ละ

         ทองคำสำหรับเช้าวันนี้ได้ ๑ กิโล ๔๘ บาท ๗๗ สตางค์ นี่กำลังมาอีกก็มีไม่ได้นับ ทองคำที่ได้หลังจากมอบแล้วเวลานี้ได้ ๗๘ กิโล ๓๑ บาท ๒๘ สตางค์ อันนี้คือทองคำประเภทที่ไหลซึมนะนี่ ได้ถึง ๗๘ กิโลแล้ว ส่วนที่มอบแล้วก็เรียบร้อยแล้ว มันจะค่อยไหลซึมเข้าไปเรื่อย ขอให้พี่น้องทั้งหลายฟังเสียงธรรมนะ เราพูดอย่างเต็มหัวใจเรา เราช่วยโลกนี้ช่วยด้วยความเมตตาล้วนๆ ไม่มีสิ่งตอบแทนใดๆ แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี เรามีเพื่อโลกทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมานี้จะออกช่วยโลกทั้งนั้น สำหรับมาหาเราแล้วเรียกว่าไม่เอาเลย ช่วยโลกทั้งนั้นๆ

         การแนะนำสั่งสอนก็กลั่นออกมาจากหัวใจเรา ที่ได้ปฏิบัติมาเต็มกำลังความสามารถ เห็นว่าเป็นที่แน่นอนๆ แล้วจนเป็นผลปรากฏเต็มหัวใจแล้วนำธรรมนี้ออกแสดงแก่พี่น้องทั้งหลาย เป็นความถูกต้องทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขัดกันตรงไหน โต้ตอบกันตรงไหนๆ เป็นธรรมออกรับกันทั้งนั้น ธรรมนี้ไม่มีผิด ตรงไปตรงมาเลย ใครจะผิดขนาดไหนก็ตามธรรมนี้กางตรงแน่วเลยไม่ผิด ที่เรานำพี่น้องทั้งหลายนี้นำด้วยความถูกต้องโดยธรรม ไม่ให้มีความกระทบกระเทือนผู้ใด นอกเหนือไปจากการผิดธรรมไปไม่มี ไม่ว่าจะดุด่าว่ากล่าว นิ่มนวลอ่อนหวานประการใด

         อุบายวิธีการที่นำพี่น้องทั้งหลายมีหลายวิธีการ แต่วิธีการมีแง่หนักเบาที่จะให้เป็นไปตามเหตุตามผลนั้นเท่านั้น ควรหนักหนัก ควรเบาเบาไปเรื่อยไป แต่ไม่มีผิด จะหนักขนาดไหนก็หนักเป็นธรรม เบาก็เป็นธรรมไปด้วยกันทั้งนั้น นี่เราก็ได้พยายามออกเปิดเผยตัวถึง ๗ ปีนี้แล้วที่นำพี่น้องทั้งหลาย ในหัวใจเราเองก็ออกไปด้วยความพิจารณาเรียบร้อยค่อยออกๆ ไม่ว่าอุบายวิธีการแนะนำสั่งสอนทางด้านวัตถุ ไม่ว่าทางด้านธรรมะเรากลั่นกรองออกไปจากหัวใจเราจริงๆ

         ทางด้านวัตถุนี้ก็ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย คิดดูซิทองคำก็ได้ตั้ง ๑๑ ตันกว่า ดอลลาร์ก็ ๑๐ ล้านกว่า ส่วนเงินสดนี้ โอ๋ย มันเป็นหมื่นๆ ล้านนะ ออกกระจายทั่วประเทศไทย ที่จะเข้ามาหาหลวงตาบัวนี้บอกชัดเจนเลยว่าไม่มี ขนาดนั้นละช่วยพี่น้องทั้งหลาย การแนะนำสั่งสอนทุกด้านทุกทาง จะมีการเผ็ดร้อนบ้างเป็นความเผ็ดร้อนของอรรถของธรรม ไม่ใช่เป็นความเผ็ดร้อนของกิเลสตัณหาที่จะเป็นฟืนเป็นไฟมาเผาพี่น้องทั้งหลายนะ เป็นความเผ็ดร้อนของอรรถของธรรมไปเรื่อยๆ อย่างนี้แหละ ก็ขอให้พิจารณาตามนี้

         การนำพี่น้องทั้งหลายเราแน่ใจด้วยความว่าไม่ผิด พิจารณาเรื่องใดจะตำหนิตรงไหนผิดตามที่ตำหนิจริงๆ ถูกตรงไหนชมเชยก็ถูกตามนั้น ตำหนิตรงไหนตรงนั้นผิด เอาหลักธรรมกางออกไปซิความถูกต้องแม่นยำคือธรรม สิ่งเหล่านั้นมันเหลวไหลๆ เข้ามาทำลายธรรม ปัดกันออกๆ ที่มีการโต้ตอบต่างๆ อยู่เวลานี้ เราโต้ตอบหรือปัดสิ่งเลวร้ายทั้งหลายออกจากสาระสำคัญของธรรม นั่นละเราจึงมีการโต้การตอบวาทะทุกอย่าง รู้สึกจะเป็นหลวงตาบัวละออกในสนามกรุงสยามเรานี่ เป็นหลวงตาบัวรับรองเพื่อพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศ ไม่ว่ามาทางด้านใดๆ เราโต้ตอบ ควรโต้ตอบโต้ตอบ ควรคัดค้านคัดค้านตามเหตุตามผลตามอรรถตามธรรม ไม่ใช่คัดค้านแบบอันธพาล อันธพาลเราไม่มีเราพูดจริงๆ 

         เราสอนโลกด้วยความเป็นอรรถเป็นธรรมล้วนๆ มีเมตตาธรรมครอบไว้หมด จะสอนเด็ดสอนเดี่ยว ดุอะไรขนาดไหนเป็นธรรมทั้งนั้นทีเดียว เราไม่สงสัยในอุบายวิธีการที่นำมาสอนพี่น้องทั้งหลาย เพราะฉะนั้นเรื่องใดที่เขาโจมตีหลวงตาอย่าไปสนใจ  ให้ฟังว่าอะไรที่เขามาอย่างนั้นให้ปัดออกทันทีๆ ธรรมนี้กลั่นกรองมาแล้วจากพระพุทธเจ้า เรากลั่นกรองเข้ามาสู่หัวใจเราก็เป็นหัวใจที่มีแต่ธรรมล้วนๆ ออกจึงเป็นธรรมล้วนๆ ด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีสิ่งใดที่จะกระทบกระเทือนพี่น้องชาวไทยเราให้ได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงไรจากการพาดำเนินของเราไม่มี

         ทางด้านวัตถุเข้าหมด นั่น ทางด้านธรรมะก็กระจาย เวลานี้ออกทั่วโลกมานานแล้วก็คือวิทยุ วิทยุแล้วก็ออกทางอินเตอร์เน็ตทั่วโลกไปหมด มีตั้งแต่เรื่องธรรมให้เป็นประโยชน์แก่โลก เพราะโลกนี้ขาดธรรมมากทุกวันนี้ ขาดมากจริงๆ เรียกว่าทั่วโลก ไม่มีใครที่จะสนใจในอรรถในธรรม นอกจากสนใจในฟืนในไฟคือกิเลสตัณหา ฉวยได้ฉวยเอา ใครใหญ่เท่าไรอำนาจบาตรหลวงป่าเถื่อนรวมตัวเข้ามาๆ ย่ำยีตีแหลกผู้น้อยจนจะตายทั่วกันไปหมด  เพราะอำนาจบาตรหลวงของผู้ใหญ่ที่ไม่มีธรรม มันบีบบี้สีไฟ

         ธรรมไม่เป็นอย่างนั้นนะ ใหญ่เท่าไรยิ่งชุ่มเย็นมาก ใหญ่เท่าไรยิ่งชุ่มเย็น ยิ่งน่าเคารพนับถือ  อันนี้ใหญ่กิเลสใหญ่เท่าไรยิ่งเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ไปหมด เราเห็นไหมโลกเวลานี้ ดอนไหนจุดใดที่มีความผาสุกร่มเย็นพอที่ไปซุกหัวนอนอาศัยอยู่ในจุดนั้นๆ เกาะนั้นได้เป็นเกาะแห่งความสุขความสงบเย็นใจมีไหม ไม่มี เราบอกชัดๆ ว่าไม่มี เพราะมีตั้งแต่เรื่องของกิเลสทั้งนั้นทำงาน การทำงานของกิเลสเพื่อเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กัน เรื่องธรรมที่จะเข้าไปแทรกให้เป็นความสงบร่มเย็นไม่มี

         นี่ละเราวิตกวิจารณ์มาก ที่สอนพี่น้องทั้งหลายให้หันหน้าเข้าสู่ธรรม เอาแต่ฟืนแต่ไฟตามอารมณ์ของใจที่เป็นกิเลสนั้นออกใช้ จะเป็นไฟเผาไหม้เป็นเถ้าเป็นถ่านไปหมดนะ ต้องอาศัยน้ำดับไฟคือธรรม ธรรมนี้คือน้ำดับไฟ มันจะลุกลามขนาดไหนธรรมดับเข้าไปปุ๊บมันจะสงบตัวทันที พอระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ความโกรธแค้นอะไรๆ อย่างนี้มันจะสงบตัวลงๆ จากนั้นก็ระงับดับมันได้ด้วยอำนาจแห่งธรรม

         นี่เรายกตัวอย่างปัจจุบันนี้นะ นี่ละเรื่องที่ว่ามันดลบันดาล ใครเชื่อไม่เชื่อก็ตาม ความจริงมันเกิดอยู่กับผู้ประสบเอง เขาตั้งหน้าจะไปฆ่ากัน ถือปืนไปเลยเชียว เพราะเคียดแค้นสุดกำลังต้องฆ่าโดยถ่ายเดียวเท่านั้น ต้องเอาให้มันตาย มันไม่ตายเราตายก็ไม่เสียดายขอให้ได้ฆ่า เตรียมท่าไปเต็มเหนี่ยวเลยเชียวจะเอาให้ตาย มันอยู่จุดไหนจะตามเข้าฆ่าเลยเพราะความเคียดแค้น พอเดินไปๆ อยู่ๆ พ่อแม่ครูจารย์มั่นเรานี่ละไม่ทราบมาจากไหน ผึงขึ้นมายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าเลย โผล่ขึ้นมาตรงหน้า จ้อเข้ามาเลย “นี่จะไปตกนรกหลุมไหน” ท่านว่า “ตั้งแต่อยู่ในโลกนี้มันก็หนักพอแล้ว นี่จะไปตกนรกหลุมไหนอีก” ว่างั้น

         พอว่างั้นทางนี้ก็ทิ้งปืน หมอบกราบราบเลย พอกราบราบเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนนั้นกับคนที่เป็นข้าศึกศัตรูกันอย่างร้ายแรง บัดนี้เป็นมิตรเป็นสหายพึ่งเป็นพึ่งตายกันแล้ว โดยอาศัยหลวงปู่มั่นมาชำระให้ ตัวอย่างทุกวันนี้นะ ขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ  มายืนจังก้าอยู่ข้างหน้า “นี่จะไปตกนรกหลุมไหนอีก” ท่านว่างั้น “ตั้งแต่อยู่ในโลกนี้มันก็หนักพอแล้ว จะไปตกหลุมไหนอีก” เพียงเท่านั้นแหละ ทางนี้หมอบกราบท่าน เสร็จแล้วรูปท่านหายไปเลย แกก็กลับมาเลย

         แล้วคนนั้นกับที่ว่าเป็นคู่เคียดแค้นกันนั้นน่ะ เป็นมิตรเป็นสหายพึ่งเป็นพึ่งตายตั้งแต่บัดนี้ต่อไป นี่ละอำนาจแห่งธรรมเห็นไหม พ่อแม่ครูจารย์มั่นยืนจังก้า ไม่อย่างนั้นคนคู่นี้จะก่อกรรมก่อเวรกันไปถึงกัปไหนกัลป์ไหนไม่รู้ละ คราวนี้ไปฆ่าเขาคราวต่อไปเขาก็มาฆ่าเรา ท่านบอกไว้ว่า หิ เวเรน เวรานิ สมฺมนÚตีธ กุทาจนํ เวรย่อมไม่ระงับเพราะการก่อกรรมก่อเวรซึ่งกันและกัน อเวเรน จ สมฺมนฺติ แต่เวรจะระงับเพราะการไม่ก่อกรรมก่อเวรซึ่งกันและกัน พอท่านอาจารย์มั่นมาตัดสินปุ๊บให้เท่านั้นเลิกกันเลย เป็นมิตรเป็นสหายพึ่งเป็นพึ่งตายกันเลย

         นี่ละเห็นประจักษ์ ธรรมมีหรือไม่มีก็ฟังเอาซี ประจักษ์ขึ้นต่อหน้าเลยเชียว พอมาประกาศสอนอย่างชัดเจนแล้วเท่านั้นหายไปเลย คนนี้ก็กราบภาพที่ปรากฏแล้วกลับเลย นี่ละอำนาจแห่งธรรม เรื่องธรรมใครอย่าไปคาดไปหมายนะ เอากิเลสไปคาดไปหมายมันเอาหัวชนฝาทั้งนั้น หัวเจ้าของแหละแตก ต้นไม้ไม่แตก ต้นเสาไม่แตก หัวเจ้าของเก่งๆ นั่นละ หัวคึกหัวคะนองมันหัวแตกได้ นี่ละหัวของกิเลสพาชน ถ้าหัวธรรมพาชนชนตรงไหนเป็นธรรมทั้งนั้น ธรรมพาไป หัวธรรมพาไปๆ

         นี่ก็ได้นำพี่น้องทั้งหลายเต็มกำลังความสามารถ พูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยว่า ๗ ปีเต็มแล้วที่เราทุ่มกำลังวังชาของเราออกช่วยพี่น้อง แต่ก่อนเราไม่เคยสนใจ บ้านเมืองนี้มีมาเท่าไร ตั้งรัฐบาลกี่ยุคกี่สมัยรู้มาหมดทุกยุคทุกสมัย เพราะลูกศิษย์ของเรามีอยู่ทุกกระทรวงเขามาเล่าให้ฟัง เราก็ถือเป็นเรื่องของบ้านเมืองๆ ไม่เคยสนใจนะ จนปี ๒๕๔๐ นี่บ้านเมืองจะจมจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไฟเผาเข้ามา คน ๖๒ ล้านคน หมูหมาเป็ดไก่หน้าหรือหัวจ่อลงในทะเลหลวงแห่งความล่มจมกันทั้งนั้น ทีนี้ทำยังไง

         นี่มันจึงสะดุ้งตรงนี้นะ ที่เราได้ออกนำพี่น้องทั้งหลายเวลานี้ สะดุ้งตรงนี้ โห พี่น้องลูกหลานไทยเรานี้มีพ่อมีแม่ปู่ย่าตายายนำมาด้วยความสงบร่มเย็น ไม่เคยเป็นอย่างนี้ แต่คราวนี้ลูกหลานไทยของเรามีถึง ๖๒ ล้านคนทำไมจะพากันล่มจมกันเสียทั้งหมด จะไม่มีผู้ใดสืบทอดมรดกของพ่อแม่ปู่ย่าตายายเราไว้ เพื่อความแน่นหนามั่นคงของชาติไทยเราบ้างเหรอ นี่ขึ้นแล้วนะ มองไปที่ไหนมันตีบตันอั้นตู้ มองไปที่ไหนตีบตันอั้นตู้ พิจารณาเต็มหัวใจ

         จากนั้นก็ เอ้า มันมองไปไหนเปิดช่องนี้ปิดช่องนั้น เปิดช่องนี้ปิดช่องนั้น เปิดช่องนี้ปิดช่องนี้ มองไปมองมาไม่มีทาง ก็วกเข้ามาหาเรา พูดชัดๆ เสียนะ เข้ามาหาเรา มองเข้ามานี้ไม่เปิดกว้างแต่ทะลุ แคบแต่ทะลุ อันนั้นเปิดกว้างแล้วตรงนี้ไปปิดตรงนั้น เปิดกว้างตรงนั้นปิดตรงนั้น คือเจริญตรงนี้จมตรงนั้น เจริญตรงนั้นจมตรงนั้น อันนี้จะว่าเจริญไม่เจริญออกแคบๆ แต่โล่งๆ เอาๆ เอานี่แหละ มันไม่มีที่ไหนหาหมดแล้ว เราจึงได้ประกาศตนเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ถึงจะแคบก็ตาม แต่ทะลุได้ ไปได้ ถึงแคบก็ไปได้ไม่จม ว่างั้น

         เราจึงได้อุตส่าห์พยายามนำพี่น้องทั้งหลาย ตั้งแต่บัดนั้นมาเราก็เรียกว่าขึ้นเวทีทุกอย่าง ทางด้านวัตถุก็สอน ทางด้านนามธรรมก็ออกกระจายทั่วกันไป จนกระทั่งปัจจุบันนี้วิทยุออกขนาดไหน ออกทั่วโลกแล้วจากธรรมที่เรานำมาสอนโลกในคราวช่วยชาติคราวนี้ ทางด้านวัตถุก็ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามที่ขอร้องจากพี่น้องทั้งหลายได้ตั้ง ๑๑ ตันกว่า จะหาที่ไหนอีกเมืองไทยเรา ไม่รักชาติหามาได้หรือ มาเสียสละได้หรือ มีความรักชาติ รักศาสนา รักครูบาอาจารย์ เคารพนับถือครูบาอาจารย์ ท่านว่ายังไง เอาๆ ทุ่มลง ได้ทองคำถึง ๑๑ ตันกว่าๆ แล้วว่าไง ถ้าว่าดอลลาร์ก็ตั้ง ๑๐ ล้านกว่า เงินไทยนี้ทั่วประเทศเป็นหมื่นๆ ล้านนะออกไปหมด ตึกรามบ้านช่องที่ไหนๆ ช่วยทั้งนั้น

         สำหรับเราเราบอกชัดๆ เราไม่เอา เราไม่มี บาทหนึ่งที่เราจะมีทุจริตต่อพี่น้องทั้งหลายเป็นความมัวหมองในใจนี้ไม่มี เราบอกขนาดนั้น เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการ สอนพี่น้องทั้งหลาย เราจึงพูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจของเราที่เต็มไปด้วยเมตตา เราก็อุตส่าห์พยายามมา มาถึงระยะนี้ชาติไทยของเราก็กำลังหันหน้าหันหลัง ถอยหน้าถอยหลัง เพราะฉะนั้นจึงได้พยายามเอากันเต็มกำลัง นี่ทองคำที่ได้ส่วนใหญ่ก็ได้ตามความมุ่งหมายแล้ว ทีนี้ส่วนย่อยที่อยู่ในคลังหลวงของเราบกพร่องมากอยู่นะ

         นี่ละที่ได้ส่วนใหญ่แล้วเราก็ยังไม่พอใจ เพราะเรามองเห็นส่วนใหญ่คือคลังหลวงของเราบกพร่องมาก จึงได้ออดอ้อนพี่น้องทั้งหลายบิณฑบาตทองคำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ก่อนเที่ยวไล่ตีเอากระเป๋านะ กระเป๋าไหนมา “ไหนทองคำ ไหนดอลลาร์” ตีตามกระเป๋า เดี๋ยวนี้พลิกอันนั้นแล้ว ไม่เอาแบบนั้น แบบนั้นแบบขู่เข็ญแบบตีกระเป๋า แบบนี้แบบขอบิณฑบาต แบบออดอ้อน เขาให้เท่าไรก็เอา นี่เป็นประเภททองคำน้ำไหลซึม ไม่ให้รุนแรง ไหลซึมใช่ไหม

         ตะกี้มานี้ก็ลูกเห็บลูกหนึ่งตูมลงมานี้ได้ตั้ง ๑ กิโลแล้ว ก็อย่างนั้นแล้ว เป็นน้ำใจของพี่น้องทั้งหลายเองจะเป็นน้ำใจของใคร ที่เชื่อครูเชื่ออาจารย์ เชื่อศาสนาแล้วนำมาปฏิบัติตน ศาสนาเราจะมีความเจริญถาวรรุ่งเรืองสงบร่มเย็นถ้าเชื่อธรรม ถ้าเชื่อพวกเปรตพวกผีมีแต่คอยจองล้างจองผลาญ คอยทำร้ายกันอยู่ตลอดเวลาดังที่เห็นมานี้ จำเอานะ ให้คัดให้เลือกให้ดี

         ยกขึ้นเลยว่าหลวงตาบัวนี้เคยเป็นภัยต่อผู้ใดทั่วประเทศไทย เฉพาะอย่างยิ่งที่ออกมาประกาศตนว่าเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ หลวงตาบัวได้ก่อกรรมก่อเวร ก่อความเป็นภัยแก่ผู้ใดในประเทศไทยนี้เรามองไม่เห็น มีแต่เจตนาอะไรออกมาเพื่อประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง แก่ศาสนา แก่พระมหากษัตริย์ ทั้งนั้นร้อยเปอร์เซ็นต์ๆ เราไม่เคยมี เราออกมาตลอดเวลา

         ท่านทั้งหลายจะเชื่อมากน้อยให้พิจารณาอันนี้เอง เรื่องสุ่มสี่สุ่มห้าที่มันมาคอยทำลาย ถีบเตะยัน เผาไหม้คนทำดีนั้นมีอยู่ทั่วไป เพราะคนชั่วในโลกนี้มีมาก คนชั่วนั่นละมาทำชั่ว แต่คนดีทำดี เพราะฉะนั้นให้เราเป็นผู้หนาแน่นมั่นคงด้วยเหตุด้วยผล ก้าวเดินเพื่อความเป็นธรรมไปเรื่อย ให้ฟังเสียงครูเสียงอาจารย์ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละ เอาละพอ

         (มีปัญหาธรรมะสั้นๆ ครับ) เขาเขียนมาดังนี้ครับ “กราบนมัสการหลวงตาด้วยเศียรเกล้า เกล้ากระผมได้ฟังธรรมะของหลวงตาทางสถานีวิทยุที่สวนแสงธรรม ตั้งแต่เริ่มกระจายเสียงเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๔๗ รู้สึกซาบซึ้งและมีความศรัทธาในความเมตตาของท่านหลวงตา และเน้นย้ำถึงการภาวนาที่จะนำไปสู่มรรคผลที่ล้ำเลิศ และทราบว่าหลวงตาจะลงมาที่สวนแสงธรรม จึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะมากราบหลวงตาให้ได้ จึงขอกราบเรียนถามปัญหาดังต่อไปนี้ครับ

         ข้อที่ ๑ เกล้ากระผมสวดมนต์ไหว้พระ ทำวัตรเช้า-เย็น พร้อมกับสวดกัณฑ์พระไตรปิฎกและคาถา เสร็จแล้วนั่งภาวนาทำสมาธิโดยใช้คำบริกรรมพุทโธๆ ปฏิบัติมาได้ ๘ เดือนแล้วขอรับ ภาวนาพุทโธทำให้ใจสงบนิ่ง เบาตัวจนรู้สึกว่าร่างกายว่างๆ ไปขอรับ พุทโธหายไปดังที่ท่านหลวงตาได้แสดงให้ฟังแล้ว รู้สึกเบาตัวอยู่อย่างนั้น และหลังจากนั้นเกล้ากระผมก็พิจารณากาย โดยพิจารณาเกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ และภาวนาดินน้ำลมไฟ พิจารณาอสุภะและสุภะ รวมลงสู่ไตรลักษณ์ รู้สึกเย็นที่ต้นคอ  สักพักหนึ่งก็หายไป พิจารณาไปเรื่อยๆ มีแสงคล้ายสายฟ้าแลบ ในจังหวะนั้นเองเหมือนมีกระแสคลื่นวิ่งเข้าสู่ตัวกระผมที่หน้าอก จนมีอาการชะงักสะดุ้งและซู่ซ่าไปทั้งตัว สักพักก็เงียบเป็นปรกติ เกล้ากระผมปฏิบัติดังกล่าวนี้ถูกต้องหรือไม่ขอรับ” 

       หลวงตา       ถูกต้องแล้วๆ เข้าใจละ รวมเอาเลยทีเดียวว่าถูกต้องแล้ว ให้ปฏิบัติอย่างนั้นตลอดไป จิตนี่จะแสดงฤทธิ์เดชมากนะ พี่น้องทั้งหลายไม่เคยเห็นฤทธิ์ของจิตที่มีธรรมมากน้อยจนกระทั่งธรรมเต็มหัวใจแสดงออก ไม่มีอะไรเหมือนนะ ฤทธิ์ของกิเลสก็แสดงอย่างนี้ แสดงไปไหนเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันทั่วไป นี่ฤทธิ์ของกิเลส ฤทธิ์ของธรรมมีในใจมีมากมีน้อยมีความเมตตาสงสาร เฉลี่ยเผื่อแผ่ มองเห็นใจเขาใจเราแล้วเฉลี่ยเผื่อแผ่ความสุขให้แก่กัน ไม่คำนึงคำนวณว่าเป็นชาติชั้นวรรณะใด เพราะโลกทั้งโลกนี้หวังพึ่งกันเป็นประจำ ต้องหวังพึ่งผู้อื่นทั้งนั้น ตั้งแต่เกิดมาก็หวังพึ่งพ่อพึ่งแม่ แม้แก่แล้วก็ยังต้องหวังพึ่งลูกพึ่งหลานเรื่อยมา มนุษย์ทั่วโลกเป็นอย่างนั้น

         ใจเมื่อได้มีธรรมแล้ว จะเห็นความจำเป็นของโลกที่ต้องอาศัยซึ่งกันและกันทั่วหน้ากันหมด จึงต้องให้เป็นผู้มีจิตใจอันกว้างขวาง อย่าคับแคบตีบตัน ควรช่วยได้แง่ไหนให้ช่วยกันๆ นี่คือธรรมครองใจของชาวพุทธเรา จะไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่เอารัดเอาเปรียบกันอย่างง่ายดายละ ธรรมไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ไม่ดูถูกเหยียดหยามกัน ให้พากันเข้าใจ เขาภาวนานี้น่าฟังแล้ว จิตสงบลงไปตะกี้นี้ ว่าจะตอบตอนหนึ่งก็เลยรอ เลยมารวมทีเดียวว่าถูกต้องแล้ว เขาทำมานี้ถูกต้องแล้ว

         เราอยากให้พี่น้องทั้งหลายเป็นนักภาวนา เอา ลองดูซิ ฤทธิ์ของจิตเป็นยังไง  เรื่องฤทธิ์ของจิตของธรรมที่ภายในใจของผู้ปฏิบัติบำเพ็ญนี้คาดไม่ได้นะ อย่ามาคาด ธรรมนี้เหนือโลกเหนือสงสาร อะไรคาดไม่ได้ทั้งนั้น เป็นขึ้นกับตนเองประจักษ์แจ้งเลยทีเดียว ไม่ถามใคร พอปรากฏผางขึ้นมาเท่านั้นไม่ต้องไปถามใคร ไม่เอาใครมาเป็นพยาน หนึ่งเลยทันทีเลย พระพุทธเจ้าตรัสรู้ผางพระองค์เดียวสอนโลกได้ทั้งสามตลอดมา ตลอดพระสาวกก็เหมือนกัน

         ธรรมนี่เป็นของแน่นอนภายในใจของผู้เป็นผู้รู้ผู้เห็น เรียกว่าสนฺทิฏฺฐิโก รู้ตัวเองอย่างชัดเจน ไม่ต้องไปถามใครเลย พากันจำเอานะ ให้พากันสนใจภาวนา การที่นำมาเทศน์สอนพี่น้องทั้งหลายนี้พูดเปิดเสียเลยว่าเราออกมาจากการภาวนานะ การเรียนเราก็เรียนพอเป็นปากเป็นทาง แล้วนำปริยัติที่เราเรียนมานั้นมาเป็นแบบแปลนแผนผัง แล้วก็ดำเนินตามคือปฏิบัติตามๆ ทีนี้ความรู้นี้เกิดขึ้นกับภาคปฏิบัติก็สำเร็จเป็นบ้านเป็นเรือนขึ้นมาจากแปลน เอาแปลนมากางแล้วปลูกบ้านปลูกเรือนไปตามนั้น นี่เอาปริยัติมากางแล้วเราก็ปฏิบัติไปตามนั้นๆ เกิดผลขึ้นมาๆ เรื่อย จนกระทั่งได้ธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลายอยู่เวลานี้

         เราพูดอย่างเปิดเผยตามหลักความจริงที่มีอยู่ในใจของเรา เราไม่ไปหาคว้าที่ไหน ธรรมเวลาเกิดแล้วมันจ้าไปหมด เอาพูดให้มันชัดๆ อย่างนี้ นี่เรียกว่าธรรม คาดไม่ได้นะ ขอให้เป็นขึ้นภายในใจกราบพระพุทธเจ้า ไม่เคยเห็นพระองค์ก็ตามจะกราบราบทันทีเลย นี้แลคือองค์ศาสดา ประจักษ์ขึ้นในใจ ยอมรับ พากันจำเอานะ เอาละพอ มีแต่ว่าเอาละพอเดี๋ยวเทศน์เรื่อยยังไงกัน

         ให้จำเอานะแนวทางที่เราสอนมาแล้วนั้นน่ะถูกต้องแล้ว พาพี่น้องทั้งหลายดำเนินมานี้ตลอด เราไม่เคยมีความบกพร่องในจิตใจของเราว่าได้พาพี่น้องทั้งหลาย ผิดพลาดไปไม่มี มีแต่ราบรื่นดีงามเรื่อยมา ส่วนความตำหนิติเตียนคอยจะจุดจะเผาของพวกเปรตพวกชั่วร้ายนั้นเอาเรื่องกับมันไม่ได้พวกนี้ หาทำลายแต่คนดี คนชั่วหาทำลายแต่คนดี คนดีหาทำแต่ความดี มันกี่กัณฑ์แล้วละนี่

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก