พ้นทุกข์เพราะเสียงธรรมพระพุทธเจ้า
วันที่ 12 เมษายน 2548 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

พ้นทุกข์เพราะเสียงธรรมพระพุทธเจ้า

 

         (เขาได้ยินเทศน์หลวงตาจากวิทยุเลยมากราบถวายปัจจัย) ทางวิทยุกำลังกระจายเวลานี้ออกมาก และออกเรื่อยๆ เลย ตั้งที่นั่นที่นี่ทั่วไปหมด เวลานี้ภาคต่างๆ ทางภาคอีสานละมากเวลานี้กำลัง ภาคกลางก็กระจายทั่วไปหมด (ตอนนี้ ๑๖ จังหวัดเจ้าค่ะ) ให้สมเจตนาของเราที่ช่วยชาติบ้านเมืองของเราด้วยความเมตตาล้วนๆ เราไม่หวังอะไรเลย แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี เรามีแต่ที่จะทุ่มให้เป็นประโยชน์แก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราเท่านั้นเอง เราจึงทุ่มลงทุกอย่าง หมดเป็นหมด ยังเป็นยัง เรียกว่าทุคตะเข็ญใจอยู่กับเรา ใครอย่ามาสำคัญว่าเราเป็นเศรษฐีนะ เศรษฐีความจนนั่นแหละ ไม่มีอะไรเหลือแหละเรา

         นี่กำลังวิทยุที่ออกทางไหนๆ ก็ไม่พ้นที่จะมาหาเรา ไม่พอ ขาดเท่านั้นๆ ก็มาโกยเอาจากนี้ไปทั่วนะ ออกทุกแห่ง เวลานี้กำลังออกทางวิทยุมากที่สุด ออกทางไหนไม่ค่อยมีพ้นไปได้ละที่จะเข้ามา เข้ามาคือไม่พอ แล้วขอๆ ให้เลยๆ เรื่อย ในการช่วยชาติคราวนี้ก็เป็นธรรมอย่างว่า เราพิจารณาไว้เรียบร้อยแล้วออกตามนั้นไม่ผิด การช่วยชาติคราวนี้วัตถุจะดังก่อนเพื่อน ว่างั้นนะ การช่วยชาติใครก็รู้หมดว่าช่วยยังไง เข้าใจกัน แต่การช่วยชาติด้วยธรรมะนี่เขาไม่คิด ไม่มีใครคิด เราอยากจะว่าอย่างนั้นนะ เราคิดเต็มหัวใจ

         การช่วยชาติคราวนี้วัตถุกับธรรมะนี้จะกระจาย วัตถุจะเข้าสู่ความแน่นหนามั่นคงแห่งชาติไทยของเรา ทุกชิ้นทุกอันเข้าสู่ความมั่นคงแห่งชาติไทยของเรา ส่วนธรรมนี้จะกระจายเข้าสู่จิตใจของประชาชนทั่วประเทศไทยเป็นอย่างน้อย นอกจากนั้นก็ทั่วโลกจะออกไปในระยะเดียวกัน นั่นผิดไหมล่ะ เราพูดทุกอย่าง ขอให้พี่น้องทั้งหลายฟังเสียงธรรมก็แล้วกัน เราพูดนี้ไม่มีคำว่าเป็นภัยต่อผู้ใดแม้เม็ดหินเม็ดทราย จะดุจะด่าจะเด็ดอะไรก็ตาม เด็ดดุด่าด้วยอรรถด้วยธรรมเพื่อความดีงามแก่ผู้ฟังเท่านั้น เราไม่มีพิษมีภัยต่อผู้ใดทั้งนั้นเราพูดจริงๆ ที่เราออกช่วยชาติบ้านเมืองอยู่เวลานี้ ทั้งชาติทั้งศาสนาก็ไม่พ้นไปจากเราที่จะเข้าเกี่ยวข้องจนได้ เมื่อขัดอรรถขัดธรรมซึ่งเป็นความสงบร่มเย็นแก่ส่วนรวมเราก็ต้านทาน ต้านทานไม่ให้สิ่งเหล่านั้นเข้ามาเผา

         นี่ละเราทำเหล่านี้เราทำเพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของเราล้วนๆ เราไม่เอาอะไรเราบอกแล้ว ที่ว่าอันดับสองคือธรรมนี้จะออกทั่วประเทศไทยแล้วก็ทั่วโลก ในระยะเดียวกันกับการช่วยชาติคราวนี้ วัตถุเงินทองข้าวของจะเข้าสู่คลังหลวงของเราและทั่วประเทศไทย ส่วนธรรมะนี้จะเข้าสู่จิตใจของคนทั่วโลกที่นับถือพุทธศาสนา เคารพเลื่อมใสในธรรม แล้วจะออกในระยะเดียวกัน นี่ออกแล้วเห็นไหมล่ะ คิดไว้ผิดที่ไหน เราพิจารณาทุกอย่างก่อนที่จะนำมาสั่งสอนพี่น้องทั้งหลาย เราไม่ได้สั่งสอนสุ่มสี่สุ่มห้านะ

         อย่ามาบุ่มบ่ามๆ ใส่เรา ว่าเราทำอันนั้นผิดอันนี้ผิด ตัวหัวมันมาฟ้องร้อง ยกทัพมาตีเรานั่นตัวมันผิด เข้าใจไหม ธรรมนี้ไม่ได้ผิด เราออกแง่ใดๆ มุมใดเราพิจารณาเต็มหัวใจแล้วเราค่อยออก และไม่ปรากฏว่าเราพาพี่น้องทั้งหลายดำเนินนี้ได้ผิดพลาดที่ตรงไหนก็ไม่เคยมี ออกจากจิตใจของเราที่พิจารณาแล้วค่อยออกๆ จึงไม่เคยผิดเคยพลาด ใครจะว่าแบบไหนๆ ธรรมคือธรรมเรื่อยๆ ไป อย่างนั้นแหละ เราช่วยพี่น้องทั้งหลายเราช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย

         คำพูดคำจากิริยาอาการของเราที่แสดงออกทุกแง่ทุกมุม ไม่เป็นกิริยาที่เป็นภัยต่อโลก เป็นไปด้วยธรรมล้วนๆ ต่อพี่น้องทั้งหลาย ให้พากันนำไปพิจารณา คำพูดคำจาหนักเบามากน้อยด้วยอรรถด้วยธรรมนะ ให้เป็นอรรถเป็นธรรมพิจารณา ท่านทั้งหลายจะได้ประโยชน์จากกิริยาการแสดงออกของเราทุกแง่ทุกมุมไป เพราะการแสดงออกนี้เราไม่เคยมีที่จะให้เป็นภัยต่อโลก ว่างั้นเลยละไม่มี มีตั้งแต่เป็นคุณล้วนๆ จะหนักจะเบาเด็ดเผ็ดร้อนขนาดไหน เป็นเรื่องของธรรมชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งนั้นแหละ ถ้าหนักก็ชำระหนักลงไป เช่นคำพูดคำจา ดุด่าว่ากล่าว เด็ดเดี่ยวเฉียบขาดอะไรนี้เป็นเรื่องของธรรมล้วนๆ ที่จะทำโลกให้สงบร่มเย็นและสะอาดงามตางามใจด้วยกัน

         เราไม่มีที่จะเป็นภัยต่อโลก ใครมาคิดว่าเราเป็นภัยต่อโลกผิดทั้งเพ บอกตรงๆ เลย ธรรมที่ออกมานี้ออกมาจากพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาองค์เอก เป็นศาสดาของโลกทั้งสาม แล้วเรานำธรรมจากพระพุทธเจ้ามาจากการปฏิบัติของเรา ที่ได้รู้ได้เห็นมากน้อยก็นำออกแจกจ่ายพี่น้องทั้งหลายด้วยความแน่ใจว่าไม่ผิดๆ ตลอดมา ก็ไม่ผิด ประการใดก็ตามจะเป็นการคัดค้านต้านทาน เห็นด้วยไม่เห็นด้วยเป็นความถูกต้องโดยธรรมทั้งนั้น ไม่ได้คัดค้านต้านทานแบบสุ่มสี่สุ่มห้า ทิฐิมานะ เอามาโดนกันหวังแพ้หวังชนะเราไม่มีอย่างนั้น ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูกตลอดมา

         ขอให้พี่น้องทั้งหลายนำธรรมนี้เข้าไปสู่จิตใจ แล้วสู่สังคมด้วยกัน ให้นำธรรมออกพิจารณา อย่าเอากิเลสตัณหาออกหน้าออกตามันจะเป็นไฟเผาโลกไปเรื่อยๆ กิเลสไม่เคยพาให้ใครเจริญรุ่งเรืองสงบร่มเย็น นอกจากพาให้ล่มจมโดยลำดับลำดา มีมากเท่าไร ใครส่งเสริมมันมากเท่าไรเท่ากับส่งเสริมไฟเผาโลกนั่นเอง ถ้าธรรมนี้ได้ส่งเสริมมากน้อยเพียงไรนั่นละคือน้ำดับไฟๆ จะสงบร่มเย็นเป็นลำดับลำดาไป

         เราได้พยายามเต็มความสามารถแล้วกับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ใครจะตำหนิติเตียน ชมเชยอะไรๆ ก็เป็นเรื่องของเขา เรื่องของของเราเราดำเนินเต็มกำลังมาโดยลำดับตลอดมาอย่างนี้แหละ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายฟังเสียงอรรถเสียงธรรมนะ ถ้าฟังเสียงกิเลสตัณหามันมีอยู่กับทุกคน มันจะออกเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้กันได้อย่างรวดเร็ว ถ้าฟังเป็นธรรมแล้วจะเป็นน้ำดับไฟ สงบร่มเย็น เวลาเขาตำหนิเราอย่างนี้อย่าไปด่วนโกรธให้เขา นี่เป็นเรื่องธรรมนะ

         เขาตำหนิเราตำหนิว่ายังไง เขาตำหนิว่าอย่างนั้นๆ แล้วเราทำอย่างนั้นจริงหรือไม่ ที่ว่าเขาตำหนิว่าไม่ถูกเราทำอย่างนั้นหรือไม่ ถ้าเราทำอย่างนั้นจริงก็เรียกว่าเราผิด เขาเตือนเราอย่าไปโกรธให้เขา ให้กลับมาเตือนเจ้าของ นั่นเรียกว่าธรรม เวลาเขาเตือนมาเขาตำหนิมาโกรธให้เขา เพิ่มความผิดของตัวเองขึ้นไปอีก แล้วก็เป็นไฟเผากัน  ไม่เกิดประโยชน์อะไร ถ้าเป็นธรรมแล้วเป็นน้ำดับไฟ ตำหนิก็เป็นประโยชน์ ชมก็เป็นประโยชน์ถ้าเป็นเรื่องธรรม ถ้าเป็นเรื่องของกิเลสแล้วติก็เป็นโทษเป็นไฟ ชมก็ลืมตัว มีแต่เรื่องเสียทั้งนั้นเรื่องกิเลส ให้พากันพินิจพิจารณาให้ดี

         เวลานี้ก็เรียกว่าสุดเหวี่ยงแล้วที่หลวงตาช่วยพี่น้องทั้งหลายทุกด้านทุกทาง เต็มหัวใจด้วยความเมตตาล้วนๆ ไม่เอาอะไรเลย แม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มีในหัวใจของเรา ที่จะไปเอาของพี่น้องทั้งหลายมาเป็นของตัว เม็ดหินเม็ดทรายไม่มี ขนาดนั้นละที่เราช่วยโลก คือช่วยด้วยความเมตตาจริงๆ ไม่ได้ช่วยด้วยจะแบ่งเอานั้นเอานี้ เราไม่มี เราพอทุกอย่างแล้วช่วยด้วยความเมตตา จึงขอให้พากันนำธรรมนี้ไปปฏิบัติต่อตนเอง โลกเรานี้จะค่อยร่มเย็นเป็นลำดับ

         ยิ่งเวลานี้กำลังวิทยุเสียงธรรมออก ให้ฟังเสียงธรรมเข้าสู่ใจและนำไปปฏิบัติจะเป็นประโยชน์แก่เรา เราไม่เคยเห็นองค์ศาสดา ได้ยินแต่เสียงอรรถเสียงธรรมท่านประกาศกังวานออกมา เราก็เป็นประโยชน์ พ้นจากทุกข์เพราะเสียงธรรมพระพุทธเจ้ามีจำนวนมากมายนะ ไม่จำเป็นต้องได้ไปเห็นหน้าพระพุทธเจ้า ขอให้ฟังเสียงธรรมท่านนั่นละ เข้าสู่จิตใจเป็นประโยชน์แก่เรา ให้พากันจำอันนี้เอาไว้

         ทองคำก็ได้มากขึ้นโดยลำดับนะ อันนี้ก็ไม่พ้น ถ้าทางโลกเขาก็จะว่าหลวงตานี้มาเที่ยวก่อกวนบ้านนั้นเรือนนี้ทั่วประเทศไทย กวนเอานั้นกวนเอานี้ นี่เรื่องกิเลสจะมาทำลายความแน่นหนามั่นคงของชาติบ้านเมืองเรา มันจะมาแบบนี้ว่าหลวงตาเป็นคนก่อกวน แล้วขอนั้นขอนี้ขอไม่หยุดไม่ถอย จะขอไม่หยุดไม่ถอยยังไง เมืองไทยเรามันบกบางขนาดไหน ถ้ายังไม่เห็นให้เข้าไปดูคลังหลวงซิ คลังหลวงเวลานี้ทองคำมีเท่าไร นั่น ก็หลวงตาบัวไปดูเอง พูดออกมาด้วยความรู้เองเห็นเองจะผิดไปไหน

         นี่ละที่กวนพี่น้องทั้งหลายอยู่ คือทองคำในคลังหลวงเรามีน้อยมาก เราจึงได้ประกาศกังวานตั้งแต่เบื้องต้นเอาอย่างเด็ดขาด ครั้นต่อมาๆ นี้พอส่วนใหญ่ได้สมมักสมหมายแล้วทองคำได้ถึง ๑๑ ตันกว่า ดอลลาร์ ๑๐ ล้านกว่า เข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ความเป็นห่วงเป็นใยในคลังหลวงของเรายังมีอยู่มาก ถึงได้มามากขนาดนี้ก็ตาม แต่ความเบาบางหรือบกบางทางคลังหลวงยังมากกว่านี้อีก นี่ละที่ได้มากวนพี่น้องทั้งหลายอยู่เวลานี้ ไม่ว่าเงินสด ไม่ว่าดอลลาร์ ไม่ว่าทองคำ ยังกวนอยู่นะเวลานี้ กวนอยู่เรื่อยๆ วันหนึ่งๆ ก็ได้ทองคำมาตั้งหลายบาทๆ นะ

         เวลานี้ทองคำเราได้ เฉพาะที่เราได้หลังจากมอบเข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว เวลานี้ได้ ๘๐ กว่ากิโลแล้วนะ นี่ละประเภททองคำที่เป็นน้ำไหลซึม ค่อยไหลซึม ที่ไปออดไปอ้อนขอจากพี่น้องทั้งหลายเข้าสู่หัวใจของชาติเรา เวลานี้ได้ถึง ๘๐ กว่ากิโลแล้ว นี่ถ้าหากไม่ขอไม่ออดไม่อ้อนทองคำ ๘๐ กว่ากิโลจะไม่มีเหลือเลย พอว่าช่วยชาติเสร็จแล้วหยุดตั้งแต่บัดนั้น ไม่มีทองคำติดเข้าแม้กิโลเดียวเลย แต่นี้ยังติดมาๆ เรื่อย ด้วยอำนาจแห่งความซึมซาบ จากความห่วงใยในชาติไทยของเรานั่นเอง ที่เราได้อุตส่าห์พยายามเสาะทางนั้นเสาะทางนี้ เพื่อหนุนชาติไทยของเราขึ้นตามกำลังความสามารถของเรานั่นแหละ

         เวลานี้ทองคำได้ ๘๐ กว่ากิโลแล้วนะ ทองคำประเภทน้ำไหลซึม หลังจากมอบแล้วนั้นเป็นทองคำประเภทน้ำไหลซึม ๘๐ กว่าโลไหลเข้ามาอย่างนี้ นี่ก็เพื่อความแน่นหนามั่นคงแห่งชาติไทยของเรา เรามีทองคำไว้คลังหลวงของเราแล้วเป็นเครื่องประกันอย่างแน่นหนามั่นคงในคนทั้งชาติเลยเชียว ไม่โยกๆ คลอนๆ เราจึงต้องหาสิ่งสำคัญเอาไว้เป็นหลักเกณฑ์ของชาติไทยเรา นี่ละที่ได้รบกวนพี่น้องทั้งหลายกรุณาทราบตามนี้ เพื่อลูกเพื่อหลาน พ่อแม่ตายไปแล้วลูกหลานยังมีจะต้องสืบทอดมรดกนี้ต่อกันไปอีก นี่เราก็คิดไว้เพื่อเหล่านี้เองจึงได้อุตส่าห์พยายาม

         แต่ก่อนเห็นใครมาจับกระเป๋าปุ๊บ “ไหนกระเป๋านี้มีทองคำไหม” แต่ก่อนเอาอย่างนั้น เอาเด็ดนะ เห็นใครมาเคาะกระเป๋าทันที คว้าเอาทองคำมาเลยแต่ก่อน เดี๋ยวนี้ไม่เอาแบบนั้น อันนั้นมอบเรียบร้อยแล้วได้สมมักสมหมาย ทีนี้เอาแบบออดอ้อน พอเห็น... “กระเป๋านี้มีทองคำไหม ถ้ามีแบ่งบ้างนะ” ทีนี้ใช้แบบนี้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นทองคำประเภทน้ำไหลซึม ไหลซึมแล้วสักเดี๋ยวลูกเห็บก็ตูมตามลงมา ลูกเห็บคือทองคำเป็นแท่งเป็นเส้น ๑๐ บาท ๒๐ บาท ๑๕ บาทขึ้นไป เรียกว่าประเภทลูกเห็บ ถ้าธรรมดาคนละบาทสองบาท คนละสลึงสองสลึง นี่เป็นฝนตกปรอยๆ ธรรมดา ถ้าเป็นประเภท ๕ บาท ๑๐ บาท กิโลขึ้นไปแล้วเรียกประเภทลูกเห็บตกแฝงลงมากับฝนที่ตกปรอยๆ เดี๋ยวนี้ทั้งลูกเห็บทั้งฝนปรอยๆ มาด้วยกัน ตูมตามๆ

         วันนี้ทองคำเราได้เท่าไรแล้ว ไหนมาดู ทองคำเราเช้าวันนี้ได้ตั้ง ๒๑ บาท ๔๒ สตางค์ ๒๑ บาทเป็นของเล่นเมื่อไร ถอดออกมาจากหัวใจของพี่น้องทั้งหลายที่แสนรักแสนสงวนเอาออกมาเพื่อชาติ เราเห็นใจท่านทั้งหลายทุกๆ ท่าน นี่ละเอาเข้าสู่จุดใหญ่ วันนี้ตั้ง ๒๑ บาท ในระยะนี้นะ ต่อไปยังไม่แน่นะมันจะมาอีก ดีไม่ดีลูกเห็บอาจตูมตามมาก็ได้ หลวงตาเตรียมพร้อมรับอยู่ตลอด ลงมาทางไหนก็มาเถอะนะลูกเห็บ หลวงตาเตรียมรับตลอดเวลา ให้เตรียมพร้อมเลยนะ อย่างนี้ละมันมา เราคิดเพื่อพี่น้องทั้งหลายแน่ใจว่าความคิดนี้ไม่ผิด คิดแง่ไหนๆ เป็นมงคลๆ ตลอดไปเลย เช่นอย่างทองคำส่วนใหญ่ได้แล้ว ส่วนปลีกย่อยหนุนทองคำส่วนใหญ่ก็กำลังไหลซึมเข้ามา ก็ได้เรื่อย แน่ะก็เป็นอย่างนั้นละ อุตส่าห์พยายามที่สุดแล้ว

         ขอให้ฟังเสียงธรรมนะ เสียงกิเลสตัณหามีอยู่กับทุกคน ครั้นออกมาที่ไหนมันพ่นใส่กันนี้เป็นไฟไปเลย ทั้งเป็นสกปรกทั้งเป็นฟืนเป็นไฟ เสียงอรรถเสียงธรรมออกมาจากปากพระพุทธเจ้าปากสาวกทั้งหลาย เป็นเสียงที่ชุ่มเย็นเป็นสุขมากทีเดียว ให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมแล้วไปปฏิบัติตนให้ถูกต้องดีงามตามเสียงอรรถเสียงธรรม แล้วเราจะสงบร่มเย็น เฉพาะอย่างยิ่งครอบครัวเหย้าเรือนที่เป็นหมากัดกันอยู่ตามประจำบ้าน หมาเหล่านี้มันก็จะจางไป

         เฉพาะอย่างยิ่งพ่อกับแม่ทะเลาะกัน ลูกก็แตกฮือๆ เพราะเหตุไร พ่อแม่ทะเลาะกันลูกจะดีใจได้ยังไง ไปโรงเรียนก็ไปนั่งหมกตัวอยู่โรงเรียนนะ ตาเถ่อนั้นเถ่อนี้ ความคิดคิดเรื่องพ่อแม่ทะเลาะกันในบ้านในเรือน เรียนหนังสือไม่ได้ศัพท์ได้แสง ได้หมาสองตัวพ่อกับแม่มันกัดกัน ลูกแตกฮือเลย ลูกหมาแตกฮือ ไปโรงเรียนก็ไม่เป็นท่าเป็นทาง ทีนี้เมื่อได้ธรรมเข้าสู่ใจแล้วตะล่อมกันเข้า ผัวเมียตายใจต่อกัน ไม่มีคำว่าสองว่าสามต่อไปเลย

         นี่เรียกว่าผัวเมียตายใจต่อกัน มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นอวัยวะเดียวกัน ไปไหนไปเถอะ ความเย็นใจมีอยู่กับทุกคนทั้งผัวทั้งเมีย ตายใจมีอยู่กับทุกคน รายได้มีมากมีน้อยเอามาเฉลี่ยครอบครัวเย็นไปหมดนะ เด็กก็ยิ้มแย้มแจ่มใส นี่ละถ้าธรรมเข้าสู่ครอบครัวเข้าสู่ใจของเราผัวเมียก็ตายใจกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ใครผิดบอกว่าผิด ยอมรับว่าผิด ใครถูกบอกว่าถูก อย่าไปเอาอำนาจว่าเราเป็นผัวข้าเป็นเมีย นั่นละสองอันนี่ข้าเป็นผัวข้าเป็นเมียนี่จะเป็นหมาสองตัว มันจะกัดกันลูกหมาแตกฮือ แล้วข้าจะใหญ่ขนาดไหนก็ตามความผิดเป็นฟืนเป็นไฟด้วยกัน

         ใครผิดให้ยอมรับแล้วอยู่กันได้จนกระทั่งวันตายทั้งสามีภรรยา อย่าเอาความเป็นใหญ่มาใช้อย่างแบบป่าๆ เถื่อนๆ นะ ให้เอาเหตุเอาผลเข้าจับ ใครผิดยอมรับกันทันที นั่นอยู่กันได้ๆ ทั้งผัวทั้งเมียมันผิดด้วยกัน มีผิดด้วยกันนั่นแหละ ให้เดือดร้อน ถ้าไม่ผิดเอาธรรมเข้าไปประสานแล้วถูกไปๆ แล้วจะชุ่มเย็น จำได้ไหมล่ะไอ้ครอบครัวหมากัดกัน เหล่านี้มีไหมครอบครัวหมากัดกัน ถ้าครอบครัวของเรามีก็แสดงว่าครอบครัวเราเป็นครอบครัวหมากัดกัน ให้ชำระหมาออกสองตัวพ่อแม่นั่นละ ลูกจะได้สบายใจ เอาละพอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก