ใครมาทุจริตกับเราเรียกว่าคอขาด
วันที่ 21 เมษายน 2548 เวลา 18:45 น.
สถานที่ : กุฏิกลางน้ำ สวนแสงธรรม กทม.
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ กุฏิหลวงตา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อค่ำวันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

ใครมาทุจริตกับเราเรียกว่าคอขาด

                    

         หลวงตา     เอามาอ่าน อ่านชัดเจนให้ได้ฟังทั่วถึงกัน ออกทางวิทยุด้วย

          ผู้กำกับ      หนังสือจากคณะศิษย์

                                                          สวนแสงธรรม

                                            วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๘

กราบนมัสการพระหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ทราบ

                   เนื่องจาก วันที่ ๓๐ พฤษภาคม เป็นวันครบวันตายโยมมารดาของท่านหลวงตา ซึ่งพระหลวงตาได้พาลูกหลานทำบุญวันเปิดโลกธาตุ อุทิศบุญกุศล เป็นมหาสังฆทานให้แก่หมู่ญาติเป็นประจำตลอดมา แต่ในปีนี้ได้มีการบอกบุญเรี่ยไรทั่วประเทศ โดยให้ส่งเงินผ่านบัญชีธนาคาร นายบรรยง ฉัตรอมรกุล ซึ่งเป็นบุคคลที่หลวงตาให้ออกจากสวนแสงธรรมไปแล้ว จึงกราบเรียนเพื่อขอทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว และมีผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศจะทำบุญในงานนี้ได้อย่างไร จากคณะศิษย์ (กลุ่มพยาบาล)

          หลวงตา         นี่อ่านก็ทราบทั่วถึงกันแล้วนะที่อ่านรายการนี่

          ผู้กำกับ                   ออกทางวิทยุแล้วครับ

          หลวงตา         ทีนี้เรื่องราวที่อ่านออกวิทยุเมื่อสักครู่นี้ มันเกี่ยวกับเรื่องงานที่เราบำเพ็ญกุศล เพื่อแผ่กุศลให้สัตว์ทั้งหลายทั่วแดนโลกธาตุ โดยถือเอาวันโยมแม่มรณภาพหรือตายว่างั้นเถอะ ในวันนั้น เพราะเราคิดถึงเรื่องบรรดาสัตว์ทั้งหลาย ต่างคนต่างมีญาติด้วยกัน ๆ ๆ ขาดญาติขาดมิตร ขาดผู้สนับสนุน เราจึงต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลนี้ให้เป็นสาธารณะทั่วโลกธาตุเลย เพื่อท่านผู้ใดจะมีญาติไม่มีญาติอุทิศส่วนกุศลสาธารณะย่อมได้รับทั่วถึงกัน เราจึงได้ทำอย่างนี้ตลอดมา ส่วนโยมแม่ไปไหนก็แล้วแต่เถอะ เราไม่ค่อยได้สนใจกับเรื่องโยมแม่ยิ่งกว่าสัตว์โลกทั้งหลายที่กำลังได้รับความทุกข์ความทรมานอยู่ทุกแห่งทุกหน เราจึงได้เริ่มทำอันนี้ทุกปี

          เช่นปีนี้ก็วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘ นะ ก็เป็นวันเริ่มทำบุญกุศลมหาทาน แผ่ส่วนกุศลถึงบรรดาสัตว์ทั้งหลายทั่วแดนโลกธาตุ แล้วก็มามีตัวแสบ พูดให้ชัด นายบรรยงนี่น่ะ ตัวแสบบอกงั้นเลยนะ เราขับไล่ออกไปจากวัดแล้ว ผิดอะไรเราถึงไล่ อยู่ดี ๆ คนเรานี้เราเคยไล่ อันนี้มันเป็นเหตุผลที่ควรจะไล่ ไม่งั้นจะเป็นภัยส่วนรวม เราจึงไล่ให้ออกไป นี้กลับมาหลายด้านหลายทางที่ให้เป็นพิษเป็นภัยแก่หลวงตาบัว ฟ้องเรื่องนั้นฟ้องเรื่องนี้ใช่ไหมละ

          ที่เราทราบแล้วเราผ่านไปเราก็ไม่ค่อยสนใจ นี้มันมาเกี่ยวนี้เราจึงนำมาพูดอีกทีหนึ่ง อันนี้ก็ไล่ออกไปแล้ว ไปทำบัญชงบัญชีอะไรเกี่ยวกับเรื่องเงินที่จะทำบุญอะไรอีก ชายปั๋มรู้ดี เราก็สั่งชายปั๋มให้ระงับ ดูเหมือนชายปั๋มเป็นผู้อนุญาตให้เขาทำอันนี้นะ โดยชายปั๋มไม่ได้มาปรึกษาเราเลย เราก็ได้ดุชายปั๋มบ้างทำไมจึงทำอย่างนี้ ควรจะปรึกษาเรานี่ คนคนนี้เราขับไล่ออกไปแล้ว แล้วทีนี้เรื่องราวไปแจกอะไรอีก (เขาแจกเชิญชวนให้ไปร่วมทำบุญโลกธาตุ) เปิดแดนโลกธาตุนี่เหรอ

          มันแอบเข้ามาหากินแบบนี้อีกไอ้นี่น่ะ มันเคยกินกับศาสนามาแล้ว มันหมดทางหากินแล้วเหรอ มันจึงมาทำให้ศาสนาให้คนส่วนรวมได้บอบช้ำเอามากมาย ได้พูดแล้วพูดเล่า มันไม่ยอมเห็นความผิดของมัน มันมาในวัดนี้ พูดอย่างชัด ๆ ก็คือว่า ข้างในมันก็มาเป็นสุภาพบุรุษ ข้างนอกมันเอางูเห่างูจงอางพันคอมันมา ถ้าอะไรไม่ถูกต้องตามจริตจิตใจของมันแล้วงูเห่างูจงอางนี้จะแผ่พังพานออกมา นี่มันแผ่หลายแบบใช่แบบละ นี่กำลังแผ่ออกมา พูดง่าย ๆ มันก็หากินของมันนั่นแหละ ไม่ใช่อะไรเลยละ พูดให้มันชัดเจน เรื่องธรรมจะไม่อ้อมค้อมนะ

          นี่ทำให้เกิดความยุ่งยาก ใครอย่าไปเชื่อมันนะ เรื่องอันนี้มันจอมปลอมมันจะต้มคนทั้งประเทศ ที่มันให้ไปออกธนาคาร นายบรรยง ฉัตรอมรกุล ใครที่จะบริจาคเงินไปทำบุญทั่วแดนโลกธาตุนั้นให้เข้าบัญชีของนายบรรยง ฉัตรอมรกุล จึงขอให้ทราบกันว่านี้เป็นกลโกหก กลต้มตุ๋นของมัน บอกตรง ๆ เราไม่ได้รับทราบ เราไม่ได้รับรอง มันก็ไปออกของมันได้อย่างนี้แหละ ให้ทราบทั่วกันหมดทั่วประเทศไทย ตัวนี้ตัวแสบ เราบอกตรง ๆ

          เป็นอะไรเป็น เรื่องธรรมจะแยกหนีจากความจริงไม่ได้ ต้องพูดตามหลักความจริง อันนี้มันเคยเป็นพิษอยู่ในวัดนี้แล้ว เห็นท่าไม่ได้การเราจึงให้ออก ครั้นออกไปแล้วมันก็แต่งเรื่องแต่งราวมาเป็นงูเห่างูจงอางเข้ามากัดสวนแสงธรรม เฉพาะอย่างยิ่งกัดหลวงตาบัว ให้พากันทราบเอานะ มันมีแง่มีงอนต่าง ๆ ไอ้นี่ตัวสำคัญมากนะ เป็นพิษมากทีเดียว มันหาอุบายต้มตุ๋นแบบนั้นต้มตุ๋นแบบนี้เรื่อยมา เราอยากจะถามว่ามันไม่มีทางหากินเหรอไอ้นี่ มันถึงมาหากินตับกินปอดของศาสนา ของพระเจ้าพระสงฆ์อย่างนี้ เราอยากถามว่างั้นนะ นี่พูดให้ตรง นี่ไม่ได้เหมือนใคร

          ถ้าไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วจะไม่ทำอย่างนี้เป็นอันขาด เมื่อท่านไม่เห็นดีแล้ว ท่านไล่ออกไป เหตุผลอะไรก็อ้างมาซิ เพราะเหตุไร มันก็อ้างไม่ได้ ก็เพราะมันผิดจริงๆ  เราไล่ตามเหตุผลกลไก ครั้นออกไปแล้วมันก็พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหาเรื่องหาราวใส่เรา เราก็ไม่มีเรื่องอะไร มันก็หาเรื่องนั้นเรื่องนี้ เวลานี้มันก็จะรวบเอาเงินทั้งประเทศมาเข้าบัญชีมันจะเป็นผู้รับผิดชอบเงินเหล่านี้แต่ผู้เดียว มันไม่ได้บอกว่าใครรับผิดชอบด้วย ใช่ไหมละ มันก็รับผิดชอบแต่ผู้เดียวเงินจำนวนนี้ นี้เป็นแผนการต้มตุ๋นคนทั้งประเทศ  ให้ทราบทั่วกัน ก็มีเท่านั้นละนะ ทราบกันแล้ว นี้ออกทางวิทยุแล้ว

          หลวงตานี้ไม่ว่าอะไร ในสามแดนโลกธาตุนี้ไม่เคยหวั่นกับอะไรทั้งนั้นละ สามแดนโลกธาตุธรรมนี้เหนือหมด ความจริงของธรรมจะนำออกมาแสดงเต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกสิ่งทุกอย่าง ไอ้เรื่องกล้าเรื่องกลัวไม่สนใจ เรื่องสมมุติอยู่ใต้ดิน วิมุตติเหนือนั้นหมดแล้ว การเป็นการตายมีอยู่กับทุกคน เราไม่เคยสนใจยิ่งกว่าอรรถกว่าธรรมที่เป็นความจริงซึ่งจะนำออกแสดงให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมของเราตลอดไปเท่านั้นละ นี่กล้าทุกอย่าง คำว่ากล้า กล้าทุกอย่าง ถ้าว่ากล้านะ ถ้าว่ากลัว กลัวทุกอย่าง กลัวเลยสมมุติ กล้าเลยสมมุติ

          เรื่องสมมุติกล้า ๆ กลัว ๆ เราไม่เล่นด้วย เราจะเอาความจริงผึงเข้าไปตรงกลางนั้นเลย ธรรมตายใจของโลกมานานแสนนานแล้ว กิเลสตายใจมาได้ยังไง เรื่องที่ว่าเหล่านี้ก็คือกิเลส มันจะมาต้มตุ๋นหลอกลวงพี่น้องชาวไทยเรา ซึ่งมีจิตกุศลจะทำบุญอุทิศให้สัตว์ทั้งหลายมันก็มาทำอย่างนี้ หาอุบายวิธีต้มตุ๋นอย่างนี้ให้เห็น เราไม่เคยบอก เพราะฉะนั้นเราจึงไม่เคยห้าม ตั้งแต่ต้นแล้วห้าม แล้วมันยังโผล่ขึ้นมาอีก จึงประกาศให้ทราบทั่วกันเสีย

          (กราบเรียนครับ บัญชีที่เขาระบุมาให้ส่งเงินทำบุญไปเข้าบัญชี ผมไปตรวจบัญชีที่แบงก์แล้ว ปรากฏว่าเขาปิดหมดแล้วครับผม เขาปิดแล้วระงับแล้วครับ) ปิดแล้วใครจะไปทราบ ถ้าเราไม่ประกาศอย่างนี้ไม่มีใครทราบใช่ไหม เราต้องประกาศให้ทราบทั่วถึงกัน (กราบเรียนให้หลวงตาทราบว่าบัญชีนี้เขาปิดหมดแล้ว) ปิดหรือไม่ปิดให้ทราบว่านี่บัญชีต้มตุ๋น ว่างั้นเลยนะ ปิดหรือไม่ปิดก็ตาม ถ้าเปิดไว้มันก็ง้าบเอาหมดนั่นแหละ ถ้าปิดก็ปิดไป มันหลอกนั้นหลอกนี้ เป็นเจ้ากี้เจ้าการมาในวัดในวา มันว่าเราไม่ดูมันมันก็สนุกทำเต็มเหนี่ยวของมัน

          มานี่ก็มานั่งจังก้าเป็นเจ้ากี้เจ้าการนับเงินนับทอง จับเงินนับทองอยู่ทางนั้นกับอยู่ข้าง ๆ เรานี้ มันนึกว่าเราเป็นตุ๊กตาซิ ให้มันชัดเวลาจะพูดนะ มันว่าเราตุ๊กตา หยิบนั้นหยิบนี้ มันนึกว่าเราจะไม่รู้ นี้ละเรื่องที่ออกอยู่เวลานี้ออกมาจากตุ๊กตาองค์นี้ละนะ รู้เหมือนไม่รู้ เห็นเหมือนไม่เห็น จับตลอด พิจารณาตลอด เพราะฉะนั้นการดูคนเราจึงบอกตรงๆ เราได้ทำนายได้ว่าใครแล้วนี้เป็นร้อย ๆ พัน ๆ หมื่น ๆ แสน ๆ ล้านเรายังไม่เคยเห็นผิดไป พูดจริงๆ ยังไม่เคยเห็น

          ถ้าเราได้จับชัด ๆ แล้วออกมาแล้ว เอาตามไปเลย ตามร่องรอยที่เราว่านี้ถูกหมดเลย นั่นเห็นไหม เราจะมาหาเรื่องใส่คนได้เหรอ มันเป็นความจริงอย่างนั้น ดูแล้วดูเล่า พิจารณาพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคม เต็มที่แล้วถูกต้องแล้วปล่อย ปิดบัญชีปุ๊บ ใครจะมาปลอกยังไงมาเถอะ อยู่ในบัญชีนี้แล้ว เราดูไม่ได้ดูตั้งแต่ตาฝ้า ๆ ฟาง ๆ นี้ ใจฝ้า ๆ ฟาง ๆ เราก็ดูด้วย มันควรจะรู้อะไร ใจฝ้าใจฟางมันก็รู้ ตาฝ้าตาฟางมันก็เห็น พูดให้มันตรงๆ อย่างนี้ละนะ เพราะฉะนั้นเราจึงกล้าพูดว่า การนำพี่น้องทั้งหลายในชาติไทยคราวนี้ก็เป็นชีวิตของเราที่ว่าไม่เคยมี ได้ออกมานำพี่น้องทั้งหลาย ก็เพราะความกระเทือนคนทั้งชาติ จะไม่กระเทือนหัวใจยังไง เราก็อยู่ในตรงกลางเป็นหัวใจของชาติไทยเราด้วย

          แต่ก่อนจะเป็นอะไรมาเราก็ไม่เคยสนใจ ตั้งรัฐบาลมากี่ยุคกี่สมัยก็ทราบมาโดยลำดับ ก็เพราะว่าลูกศิษย์ลูกหาอยู่ในกระทรวงทุกกระทรวง ทราบทั้งนั้น ทราบก็ผ่านไป ๆ เป็นเรื่องของบ้านของเมืองเขา เราไม่เคยสนใจนะ ไม่เคยสนใจจริง ๆ มีแต่เรื่องศีลเรื่องธรรมที่เราปฏิบัติตามเรื่องของพระเจ้าพระสงฆ์ เรื่องศาสนา แต่เวลานี้มันเข้ามาเกี่ยวโยงกับศาสนาเข้าละซิ ที่เราได้ขึงขังตึงตังขึ้นมาถึงขนาดร้องโก้ก มันถึงใจแล้วนะถึงได้ร้อง

          นี้ไม่ได้ทำอะไรง่าย ๆ นะ เหยาะ ๆ แหยะ ๆ นะ ถ้าลองทำอะไรบวกลบคูณหารเต็มเหนี่ยวแล้วออกผึงเลยเชียว ไม่ว่าช่องแคบออกเต็มช่อง ไม่ว่าช่องกว้างออกเต็มๆ ช่อง เต็มช่องทุกด้านทุกทาง จากการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว นี่ก็ได้นำพี่น้องทั้งหลายมาจนกระทั่งบัดนี้ เราก็ยังไม่เคยได้เห็นข้อติเตียนของเราว่ามัวหมองที่ตรงไหนการนำพี่น้องทั้งหลายมา เงินก็สักเท่าไร ทองคำก็สักเท่าไร ฟังซิทองคำ ๑๑ ตันกับ ๑๐๐ กว่ากิโล ที่เข้า ๑๑ ตัน ๓๗ กิโลครึ่งนะ ทีนี้เราได้อีกบวกกันเข้าไปแล้วมันก็เป็น ๑๑ ตันกับ ๑๐๐ กิโลกว่า

          นี่ไปไหน ทองคำเหล่านี้ไปไหน ไม่ได้ไปไหนเลย ใครที่มาทุจริตกับเราเรียกว่าคอขาด ถึงขนาดนั้นนะ ใครมารับแทนเราเป็นตัวเรา ๆ ๆ จะมาทุจริตต่อเรานี้เรียกว่าคอขาด ไม่ว่าญาติมิตรสหายที่ไหนเราไม่มี มีแต่ธรรมล้วน ๆ ที่เราตายใจแล้ว อยู่กับหัวใจของเรา เราได้คิดอ่านไตร่ตรองอะไร พาพี่น้องชาวไทยดำเนินทางใดคิดเต็มหัวใจแล้วค่อยออก ๆ ตลอดมา ทางด้านวัตถุก็อย่างนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าได้รับความมัวหมองอะไร นอกจากเขาเห่าฟ้อ ๆ แฟ้ ๆ ปากอมขี้ ปากเราปากอมธรรมมีสัตย์มีจริงทุกอย่าง แสดงออกต่อพี่น้องทั้งหลายอะไรเป็นความสัตย์ความจริงล้วน ๆ ไม่ได้ปากอมขี้หลอก ๆ ลวง ๆ ต้ม ๆ ตุ๋น ๆ เห่านู้นฟ้อเห่านี้ฟ้อไปอย่างนั้นเราไม่มี เห่าแบบนั้นไม่มี ว่าตรงไหนเป็นความจริงตรงนั้น ๆ ไปเลย

          นี่เราก็ช่วยพี่น้องทั้งหลาย ฟังซิว่าเงินจำนวนเท่าไร ทองคำจำนวนที่ว่านี้ร้อยทั้งร้อยเข้าหมดเลย ดอลลาร์ก็แบบเดียวกัน จนกระทั่งเอนดอลลาร์เวลานี้พลิกเข้ามาช่วยเงินไทย เงินไทยเราจะไม่พอกับการช่วยโลก แล้วเงินไทยมีจำนวนเท่าไร ที่เขามาฟ้องร้องขู่ฟ้อ ๆ เราบอกให้ยกโคตรมา จะมาตรวจบัญชีรายได้รายดีรายทุจริตสุจริตของเราแล้วบอกให้ยกโคตรมาเลย เราบอก พอมันมานะเราไล่เข้าโรงพยาบาลโรงใหญ่ ๆ สักโรงหนึ่งเท่านั้น หมดทั้งโคตรมันตายอยู่ในนั้นกว่าจะนับหมด เราไม่นับให้มันไปนับเอง ให้เอาหมอกับพยาบาลเป็นผู้ยืนยัน เชื่อหมออย่ามาเชื่อเรา เราบอก

          บริจาคหมดเท่าไร ๆ เรื่องของหลวงตาบัวมันไปไล่อยู่ในโรงพยาบาล เพียงโรงเดียวเท่านั้นมันตายหมดทั้งโคตร มันไม่ได้ไปสองโรงสามโรงเข้าใจไหม ก็เราไปบริจาคในนั้นมากขนาดไหน ให้มันไล่ไป ให้หมอเป็นผู้แจงให้เขาทราบ เพราะหมอเป็นที่ตายใจของเขา เราเป็นขโมยใหญ่ เรามอบให้หมอเลย ไปเพียงโรงเดียวเท่านั้นมันตายแล้ว มันไม่ได้ออกจากโรงพยาบาล เราไล่เข้าโรงพยาบาลใหญ่ ๆ เขาจะพรรณนาอันนี้เท่าไร อันนี้เท่าไร โอ๋ยตายเลย มันเท่าไหร ๆ โรงพยาบาลหลัก

          เช่นอย่างอุดรธานีนี้อย่างน้อย ๖๐ ล้าน ฟังซิน่ะ เราช่วยอะไรต่ออะไรบ้าง และนอกจากนั้นโรงพยาบาลไหน ๆ ทั่วประเทศไทย เงินสดเป็นอย่างนี้เราออกช่วยอย่างนี้ แล้วจะมาฟ้องเราที่ไหน คนหนึ่งทำดิบทำดีบริสุทธิ์เต็มสัดเต็มส่วน คนนั้นมันเอาบริสุทธิ์เลยเมฆเลยหมอกมาจากไหน จะมาฟ้องคนเราที่ผู้กำลังทำดีบริสุทธิ์สุดส่วนแล้ว มันจะเอาอะไรมาฟ้อง บอกให้ยกโคตรมาเลย คนธรรมดาไม่พอ ต้องเอายกโคตรมา สำหรับเราเราไม่ต้องยกโคตร รับกันนะ เรายกให้หมอเลยให้หมอเป็นผู้ตัดสิน โคตรเราอยู่สบาย พวกโคตรนั้นมันตายกันหมด มันมานับกันทั้งโคตร ตายกันหมดทั้งโคตร โคตรเราไม่ได้ตาย

          หลวงตาบัวมอบให้โรงพยาบาลเขาเป็นผู้ชี้ขาด เอ้าตัดสินหลวงตาบัวเป็นมหาโจร ไว้ใจไม่ได้ เอาให้หมอเป็นผู้ตัดสิน ตายอยู่ในโรงพยาบาลหมดทั้งโคตรทั้งแซ่ มันมีกี่โคตรมาตายด้วยกันหมด โรงพยาบาลไหนๆ มีแต่โคตรของพวกนี้ไปตายกองกันอยู่นั้นที่มาตรวจทุจริตของเรา มันไม่ได้ ตรวจไปเท่าไรไม่ได้เลยตายกองกันอยู่ในตามโรงพยาบาลต่างๆ ถ้าใครอยากเห็นซากพวกนี้ให้ไปหาตามโรงพยาบาล พวกที่มาตรวจทุจริตของหลวงตาบัวนั้นมันมาตรวจที่ไหน ๆ บ้าง แล้วมันไปตายที่ไหน ๆ บ้าง มันไปตายที่ไหนบ้าง ซากศพที่ไหน ๆ ไม่เห็นกระทั่งซากเพราะเขาไม่ไป

          ผู้ที่คอยทำทุจริต คนหนึ่งหาแทบเป็นแทบตาย ช่วยกันทั้งประเทศ คนทั้งประเทศมีความจงรักภักดี รักชาติของตนเต็มกำลัง และเชื่อพุทธศาสนา เชื่ออรรถเชื่อธรรม ครูบาอาจารย์เป็นผู้นำ ผู้ที่ไว้วางใจหรือเชื่อถือเคารพนับถือได้ นำอย่างที่เราเป็นผู้นำ พี่น้องทั้งหลายชาวไทยเราชมเชยสรรเสริญ พร้อมหน้าพร้อมตากัน เงินสักกี่พันกี่หมื่นล้าน ๆ ละ รวมนี่ออกกระจายทั่วประเทศไทยทุกภาค เงินของพี่น้องทั้งหลายที่ช่วยตึกอะไรต่างๆ โรงพยาบาล โรงร่ำโรงเรียน มีทุกภาคนะ นับหมดไม่มีเว้นเลย

          นี่เป็นเงินของพี่น้องทั้งหลาย เรานี้แบเลย ขนาดนั้นละความบริสุทธิ์ของเรา เพราะเราไม่เอาอะไร เราช่วยชาติด้วยความอิ่มพอของเราทุกอย่าง เต็มไปด้วยความเมตตาให้ชาติไทยของเราทั้งชาติ ต่างคนก็ต่างจ่อหัวลงทะเลหลวงด้วยความล่มจม ๆ หมูหมาเป็ดไก่เจ้าของไป มันจะไปไหน เจ้าของจะลงทะเลมันจะเหาะขึ้นฟ้าไปไหนมันก็ต้องวิ่งตามเจ้าของ หมูหมาก็ตกทะเลด้วยกัน นี่ถึงขนาดที่ได้ร้องโก้ก พอร้องโก้กแล้วก็เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วย เอาจริงเอาจังทุกอย่างเรื่อยมา

          สรุปลงแล้วสมบัติเงินทองข้าวของนี้เราไม่เคยแตะแม้บาทหนึ่ง ฟังซิน่ะ ท่านทั้งหลายไปหาที่ไหนผู้นำที่บริสุทธิ์ขนาดนี้ นำด้วยความเมตตาล้วน ๆ ด้วย พอในหัวใจเต็มเหนี่ยวด้วย ไม่เคยจะหวังเอาอะไรทั้งนั้น เต็มเม็ดเต็มหน่วยทุกอย่าง นี่ทางด้านวัตถุเราก็นำเต็มกำลังความสามารถของเรา หาที่ตำหนิตัวเองไม่ได้เลย เพราะเราไม่มีสิ่งมลทิน หัวใจเราบริสุทธิ์พุทโธธรรมธาตุ จะเอาความมัวหมองที่ไหนเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อแสดงจากนี้ก็บริสุทธิ์ไปหมด ๆ ละซิ นี้อันหนึ่ง ทางด้านวัตถุก็เห็นกันอย่างนี้

       

เช่นอย่างทองคำน้ำไหลซึม ก็ไหลมาด้วยความเชื่อความนับถือของพี่น้องทั้งหลายมาเรื่อย เดี๋ยวนี้ก็ได้ ๘๐ กว่ากิโลแล้วนะ ถ้าหากว่าไม่พูดอย่างนี้แล้ว ๘๐ กว่ากิโลนี้จะไม่ปรากฏ จะหายไปเลย พอมอบเข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้วหมดโดยสิ้นเชิงไม่มีเงื่อนต่อ แต่นี้เราก็คิดถึงชาติบ้านเมืองลูกหลานคนไทยเราทั่วประเทศมีจำนวนสักกี่สิบล้าน แล้วจะได้อาศัยอะไร ลมหายใจอยู่กับทองคำซึ่งเป็นหลักของชาติ หัวใจของชาติ เราจึงได้พยายามพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงใหม่ เบื้องต้นเอาเด็ดเอาเดี่ยว ทุกอย่างเด็ดหมด มองเห็นใครไม่ได้คว้ากระเป๋าเลยละ ไหนมีทองคำกี่บาท มีทองคำกี่กิโล ไล่เบี้ยไปเลย นี่เวลาเด็ดเข้าใจไหม เด็ดอย่างนั้น

          พอจากนั้นแล้วได้สมมักสมหมายจากพี่น้องทั้งหลาย ที่ได้ช่วยด้วยความรักชาติและความพร้อมเพรียงกันสมใจแล้ว ทีนี้ความคิดถึงพี่น้องลูกหลานชาวไทยเรา อดไม่ได้ เพราะเราไปเห็นทองคำในคลังหลวงเอง มีบกพร่องอยู่มาก ทีนี้กลับมาแผนใหม่ แผนนั้นแผนเด็ดแผนขาด ใครถือกระเป๋าเล่อ ๆ ล่า ๆ มาไม่ได้ถูกฉวยมับ  ๆ หลวงตาบัวนี้ละจะฉวย ทีนี้มาคราวนี้พลิกแผนนั้นออกมา แผนนี้เป็นแผนอะไร แผนทองคำประเภทน้ำไหลซึม ค่อยไหลซึมเข้าสู่ทองคำของเรา เพื่อหนุนทองคำที่มีน้อยนั้นให้มากขึ้น ๆ ด้วยน้ำไหลซึม ไหลไม่หยุดไม่ถอยมันก็ขึ้น บางทีลูกเห็บตูมตามลงมา ตูมตามลงมากับน้ำที่ตกเป็นฝอย ๆ  เดี๋ยวก็ตูมตามลงมาเรื่อย เวลานี้ ๘๐ กว่ากิโลนี้แล้ว

          นี่แหละได้มาจากประเภที่สอง ประเภทที่สองนี่ไม่ดุไม่ด่าไม่ขู่ไม่เข็ญ มีตั้งแต่ว่าขอบิณฑบาต แล้วขอออดอ้อน ออดอ้อนไป พอมีบ้างไหม แล้วก็ได้มาแบบนั้น ได้มามากมาน้อยไม่ว่าทั้งนั้น เพราะแบบนี้แบบไม่ว่า แบบนี้แบบไม่ขู่เข็ญ ได้เท่าไรได้มาก็มันน้ำไหลซึม มันก็ค่อยไหลซึมตามภาษาของมัน นี่ก็ได้ขนาดนี้แล้ว ก็เพราะพี่น้องทั้งหลายเชื่อ เชื่อผู้นำ แล้วผู้นำนี่ก็คิดถึงหัวใจพี่น้องลูกหลานทั่วประเทศไทยว่าจะอยู่กันยังไง เมื่อมีโอกาสที่พอจะเป็นไปได้อย่างนี้ก็ควรจะพยายามหามาได้ให้เป็นหลักเป็นเกณฑ์แก่พี่น้องชาวไทยเรา จะเป็นลมหายใจอันใหญ่หลวงตาอยู่ในนั้น หายใจเต็มปอดด้วยกัน

          เราจึงได้อุตส่าห์พยายาม สำหรับเราเองเราไม่เคยมีอะไรห่วง หมด หมดโดยสิ้นเชิง โลกเราก็เรียนจบแล้ว ธรรมเราก็เรียนจบแล้ว ปล่อยวางหมดแล้วทุกอย่าง ที่ยังเหลืออยู่เกี่ยวกับเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ ก็เป็นห่วงเป็นใยบรรดาพี่น้องลูกหลานชาวไทยเรา  ก็แสดงไปตามกิริยาของสมมุตินี้เท่านั้น ได้รบกวนที่นั่นรบกวนที่นี่อยู่ เราทำมาอย่างนี้  ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบ เราเดินแต้มไหนเราจะเดินไปตามนั้น ๆ ไม่ก้าวไม่ก่าย  เช่นก้าวเด็ดขาด เด็ดขาด อ่อนไม่ได้ ถ้าก้าวอ่อนต้องอ่อน แข็งไม่ได้ คนคนเดียวนั้นแหละกำหนดกฎการณ์เอาไว้ ที่เหมาะสมในระยะใดวางตามระยะ ๆ ก้าวเดินตามระยะ ๆ สิ่งที่มาตอบแทนก็มาตามระยะ ๆ อย่างนั้นแหละ

          เราภูมิใจที่ได้ช่วยพี่น้องทั้งหลายคราวนี้ เราไม่เคยคิดเคยคาดว่าเราจะได้ช่วยโลกสงสาร บำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่าในเขา จนกระทั่งถึงบางทีมาวิตกเจ้าของ นี่กิเลสเกิดนะ เวลาไปมันเหน็ดมันเหนื่อย เพราะข้าวไม่ได้กิน กี่วันก็ตามนะนี่ ถ้าลองได้ว่ายังไงมันเป็นอย่างนั้น นี่ไม่เหมือนใครนะ เด็ดจริง ๆ ละ ว่าอย่างนั้นนะจะเคลื่อนไปไม่ได้นะ เอาเจ้าของเป็นอย่างนี้ คนอื่นเขาไม่เป็น อีกอย่างหนึ่ง ถึงเด็ดก็เด็ดอยู่ในประเภทแกงหม้อใหญ่ แต่เด็ดเรานี้แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วตลอดเลย เราก็ทำมาอย่างนี้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ได้มาช่วยพี่น้องทั้งหลาย

          ทางด้านวัตถุนี้ได้มาเป็นที่พอใจ สมกับพี่น้องชาวไทยเราเป็นชาวพุทธ ฟังเสียงครูเสียงอาจารย์ และเป็นผู้รักชาติของตนเอง รักพระมหากษัตริย์ จึงได้พร้อมเพรียงกันมาตลอด ไม่มีที่ต้องติ สมบัติที่ได้มาจากพี่น้องทั้งหลายรวมกันมาบริจาคนี้เป็นที่ภูมิใจ หลวงตาขออนุโมทนาทั่วหน้ากันทั้งประเทศและนอกประเทศนะ ที่อยู่นอกประเทศก็ส่งมา ๆ นี่ทางด้านวัตถุ

          ทีนี้ทางด้านธรรมะเราก็ได้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว เราทำอะไรเราทำสุ่มสี่สุ่มห้าเมื่อไร ทางด้านวัตถุนี้ประกาศออกนี้ประชาชนจะทราบทั่วกัน ว่าหลวงตาจะพาช่วยชาติ ช่วยชาติคืออะไร สมบัติเงินทองข้าวของคือเป็นด้านวัตถุ ประชาชนจะทราบทั่วกันทันที แต่ด้านธรรมะจะไม่ทราบนะ ยังไม่มีใครทราบ แต่เราพิจารณาหมดแล้ว นั่นฟังซิ คราวนี้แหละคราวที่ทางด้านวัตถุก็ดี ทางด้านธรรมะก็ดีจะออกประสานกันทั่วประเทศเขตแดน ทางด้านวัตถุก็จะเป็นเครื่องหนุนเข้าสู่ชาติไทยของเราทั่วประเทศ ทางด้านธรรมะ ธรรมนี้ก็จะกระจายไปสู่จิตใจของประชาชนทั่วประเทศ เรายังไม่ได้พูดถึงเรื่องเมืองนอกเมืองนานะ เอาแค่นี้ก่อน

          คราวนี้เป็นคราวที่ธรรมะจะได้ออกสู่หัวใจของพี่น้องชาวพุทธ  ซึ่งนับถือว่าเป็นชาวพุทธแต่ห่างเหินจากพุทธศาสนามามากต่อมาก แทบมองไม่เห็น คราวนี้แหละ นี่เราคิดไว้แล้ว แล้วก็ออกอย่างที่เห็น ออกทั่ว เดี๋ยวนี้ทั่วโลกไปแล้ว นี่เราคิดไว้แล้วผิดที่ไหนพิจารณาซิ ก็ทำทุกสิ่งทุกอย่างเราคิดไว้แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดถ้าเราออกเป็นแนวหน้านั้นละคือธรรม ไม่มีคำว่าจะมุทะลุดุดันแบบหมูแบบหมา แบบสกปรก ฉวยได้ฉวยเอา เราไม่มี ถ้าออกแง่ไหน ๆ จะเป็นออกแง่ค้านก็ค้านด้วยธรรม ถูกต้อง เห็นดีด้วยก็เห็นดีด้วยด้วยธรรมถูกต้อง เรานำตรงไหนเราพิจารณาเรียบร้อยแล้วเราค่อยนำ เราไม่ได้นำแบบชุ่ย ๆ นะ

          กิเลสมาแฝงในหัวใจเรากับคำพูดของเราที่แสดงออกไปนี้ไม่มี เราบอกตรง ๆ เราได้พิจารณากลั่นกรองเรียบร้อยแล้ว ช่องแคบช่องกว้างช่องอะไร ๆ พิจารณาออกแล้วจะออกตามช่อง ๆ แคบก็ออกตามแคบ กว้างออกตามกว้าง ถ้าควรจะพุ่งเลยก็พุ่งไปหมดเลย เราออกอย่างนั้น หัวใจดวงนี้มีแต่ธรรมล้วน ๆ ฟังเสียท่านทั้งหลาย ผลแห่งการปฏิบัติตามพุทธศาสนาของเราที่เป็นศาสนาที่เลิศเลอ ให้ผลอย่างไรบ้าง ดังที่หลวงตานำมาแสดงอยู่นี้ โคตรพ่อโคตรแม่ของหลวงตาบัวก็ไม่เคยแสดงธรรมแก่ผู้ใดฟัง อยู่กับลูกกับหลานก็ทั้งตีลูกดุหลานอยู่อย่างนั้น แว้ ๆ

          อันนี้ก็พูดไปถึงเขียนประวัติ อีกละโยมแม่ ไม่เคยยกยอลูกนะ โยมแม่นั้นอ่านประวัติหลวงปู่มั่น ให้คุณเพาพงาเรานี้ละอ่านให้ฟังวันละชั่วโมง ๆ คุณหญิงส่งศรีภรรยาอาจารย์หมออวยอ่านให้ฟัง อ่านจนจบ อ่านประวัติของเรา อ่านจบแล้วฟังว่าน้ำตาร่วงไปด้วย ความอัศจรรย์ของผู้เป็นเจ้าของประวัติ ทั้งอัศจรรย์ผู้เขียนประวัติ บางทีน้ำตาร่วง อัศจรรย์ทั้งสอง แหม ทำไมจึงเป็นปราชญ์กันทั้งสองเลย ยกยอลูกเจ้าของว่าเป็นปราชญ์กันทั้งสองเลย หลวงปู่มั่นเป็นเจ้าของประวัติ เราเป็นผู้เขียนประวัติ เลยยกให้เป็นปราชญ์ทั้งสอง เวลาไปอ่านน้ำตาร่วง

          พอเราเข้าไปในครัว ปุ๊บปั๊บมาละมานั่ง “วันนี้ให้แม่ชมเชยสักหน่อย” “ชมเชยอะไร ตั้งแต่เป็นเด็กทั้งเฆี่ยนทั้งตีไม่หยุดไม่ถอย โตขึ้นมาหาชมเชยหาอะไร” “โอ๋ย เวลาเป็นเด็กมันก็เป็นอย่างนั้นละ ควรดุก็ดุ ควรตีก็ตีบ้าง แต่เมื่อเป็นผู้ใหญ่แล้วควรชมก็ให้แม่ชมบ้าง” ดูออกซิ! ออกเก่งนะ “เอ้าว่ามา” พูดถึงเรื่องประวัติเราแต่ง ว่าหยดย้อย ๆ ตลอดเลย “ก็ท่านผู้ดีท่านเป็นยังไงก็เขียนไปตามท่าน” “ก็หากถูก เรื่องถูกนั่น แต่ถ้าไม่มีผู้เขียนนี้ก็เขียนไปอย่างนั้นไม่ได้” แม่เอาตรงนี้ละ

          เราพูดมาถึงเรื่องเราช่วยชาติบ้านเมือง ทางด้านวัตถุทางด้านธรรมะเราพิจารณาเต็มหัวใจแล้วจึงออกทุกแง่ ๆ ทั้งด้านวัตถุทางด้านธรรมนะ เราก็ไม่เคยได้ต้องติเรา ว่าเราพาพี่น้องทั้งหลายนำไปเป็นความเสียหาย จนกระทั่งถึงขั้นล่มจมอย่างนี้เราไม่เคยมีในใจของเรา ก็เป็นไปตามเป้าหมาย ๆ เรื่อยมา เรื่องอรรถเรื่องธรรมนี้ก็เหมือนกันจะออกสู่โลกแล้ว ธรรมคราวนี้จะออกสู่โลก พูดให้มันง่าย ๆ มันเต็มอยู่ในหัวใจนี้ เมื่อไม่มีโอกาสช่องว่างหรือเหตุการณ์ที่ควรจะออกมันก็ไม่ออก เพราะธรรมท่านไม่หิวโหย  ท่านมีเหตุมีผล ควรหรือไม่ควรประการใดธรรมจะรู้เอง ไม่ควรออกไม่ออก ถ้าควรออกมากน้อยออก ควรทุ่มทุ่มเลย

          คราวนี้ก็ออกช่วยชาติบ้านเมือง เอ้อธรรมะจะได้ออกคราวนี้แหละ นั่น จะได้ออกจริง ๆ เห็นไหม เทศน์ทั่วประเทศไทยกี่ปี ๗ ปีเต็ม เทศน์ที่ไหนบ้าง ฟังซิน่ะ โวหารไปเอามาจากไหน พูดให้มันชัด ๆ อย่างนี้ อีตาบัวเรียนจบประถมสามมันได้เรื่องได้ราวอะไร เวลาเทศน์เลยไม่ได้มีเวลาลงธรรมาสน์ วันหนึ่งสามกัณฑ์ สี่กัณฑ์ ห้ากัณฑ์ มันไปเอาโวหารมาจากไหน อีตาบัวนี่น่ะ ก็ฟังเอซิ พิจารณาซิท่านทั้งหลาย เราเองก็ไม่เคยคิด ทีนี้มันก็ไปหาที่เราบวชใหม่ ๆ ได้พรรษาหนึ่งที่ว่า เขาจับให้เทศน์ ไปเทศน์เราได้หนังสือแผ่นหนึ่งบาง ๆ เทศน์กัณฑ์เทศน์จบนี้แล้วผ่านไปได้ ๆ เข้าใจไหม

                วันนั้นพอเทศน์จบลงแล้วเขายกขบวนมาหลายบ้านมานี่ คนหนึ่งมันพูดขึ้นอย่างสบาย บักห่านี่อยากว่าอย่างนั้นเข้าใจไหม “เทศน์จบก็จะไปยากอะไร” ก็มันไม่ได้เทศน์นี่นะ “ให้ท่านฉันเพลเสียก่อนให้ท่านเทศน์เอง จะไปยากอะไร” เราอยากตามฆ่าไอ้นี่นะ ก็มันไม่ได้เทศน์ เราเป็นผู้เทศน์เคียดแค้นมาก บักห่านี่ กูอยากตามฆ่าหมดทั้งโคตรมัน ทีนี้วันนั้นมันจนตรอกเทศน์ไม่ได้จริง ๆ นะ แหม คับหัวอก เป็นหัวหน้าพรรษาเดียว พรรษาเดียวนั้นยังไม่ได้เรียนอะไร เรื่องบาลีภาษิตต่าง ๆ ก็ยังไม่เคยเรียน เรียนตั้งแต่สวดมนต์ ๗ ตำนาน ๑๒ ตำนาน และเรียนปาฏิโมกข์จบ ได้สวดในพรรษานั้น เรียกว่าเรียนเก่งอยู่

          แต่การเรียนภาษิตที่จะนำมาเทศน์ไม่เคยได้เรียน แล้วไปโดนเอาอย่างนั้นซิ ถูกเขาจับให้เทศน์ ฉันขนมนางเล็กแผ่นเดียวไม่จบครึ่ง ไม่หมด คับแค้นจะเอาอะไรเทศน์ให้เขาฟัง มันคับหัวอก ทุกข์ในชีวิตของพระมีครั้งนี้เป็นที่หนึ่ง เราเจ็บแสบในตัวของเรามากที่สุด จากนี้แล้วไปก็คว้าเอาหนังสือท่านเจ้าคุณอุบาลี หากัณฑ์เก่ง ๆ เอามาท่อง โอ๋ยท่องคล่องยิ่งกว่าท่องสวดมนต์ เอามาเถอะไปไหนกูไม่ละทีนี้ เลยไม่ได้เทศน์กัณฑ์นั้น พอออกจากนั้นก็ไปเรื่อย ๆ ก็เลยพอถูพอไถเทศน์ได้ก็เทศน์ไป เวลาเรียนหนังสืออยู่ก็มีบางทีมี

          นี่เราพูดถึงเรื่องเวลามันจนตรอกจนมุม มันจนจนอกจะแตกจริงๆ นะ จะเอาอะไปเทศน์ให้เขาฟัง ไปเทศน์ให้เขาฟังอยู่อย่างนั้น อกจะแตก ตัวนี่เป็นไฟไปเลย เวลาเทศน์มันบืนของมันไปได้นะ มันจะตายจริง ๆ มันก็บืนของมัน พอเทศน์จบลงนี้ผ้านี่เดือนพฤศจิกาฯกำลังจะเข้าธันวาฯกำลังหน้าหนาว จีวรนี้เปียกหมดเลยนะ มันไม่ใช่เหงื่อ มันยางตาย ทนบืนตายเทศน์

          เวลามันเป็นอย่างนั้นก็เล่าให้ฟัง จนกระทั่งทุกวันนี้ไปยังมีข้อตลกนะ ผ่านไปบ้านนี้ แต่ก่อนยังไม่มีหมู่บ้านแต่นาแปลงนั้นที่เขานิมนต์เราไปทำบุญ ลานข้าวเขาอยู่ตรงนั้น แต่ก่อนยังไม่มีบ้าน พอกลับมาทีหลังนี้เขาตั้งเป็นบ้านเป็นเรือนแล้ว ทีนี้บ้านเหล่านี้ถือเป็นคู่กรรมคู่เวร คู่เคียดคู่แค้นไม่ถอยนะ มันหากมีของมันในนั้นละเป็นเรื่องตลก ไม่ใช่อะไร ไอ้หมูหมาแถวนี้สูอย่ามาแถวนี้นะ กูไม่เว้นทั้งนั้นคนเฒ่าคนแก่ เด็กเล็กเด็กน้อย ไม่ได้นะกูเอาแหลกหมด กูโมโหตั้งแต่นั้นยังไม่หาย แน่ะ มันเป็นอย่างนั้นมันก็ว่าได้ พิจารณาซิ

          นี่เวลามันจนตรอก จนถึงกระทั่งที่ว่าเหงื่อนี้แตกไปหมด จากนั้นมาจนกระทั่งปัจจุบันนี้ลบกันไปหมดเลย เทศนาว่าการพูดจริง ๆ หัวใจเป็นธรรมทั้งดวงหมดแล้วไม่ได้มีฝั่งมีฝามีอะไร เอ้า ๆ ว่ามาทันทีเลย นั่น ควรที่จะเทศน์หนักเบามากน้อยมันจะเป็นเอง ๆ ในใจ ไม่ต้องไปค้นไปคว้าหาที่ไหน ธรรมอยู่กับหัวใจเต็มเปี่ยมเรียบร้อยแล้ว ถ้าควรจะออกมากน้อยจะเป็นเอง ๆ ควรจะทุ่มหมด หมด ออกเลย ถ้าไม่ควรออกดึงก็ไม่ออก ปัจจุบันเป็นอย่างนี้ พูดให้ท่านทั้งหลายฟัง

          นี่คือผลแห่งการปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้า ท่านว่าธรรมปฏิบัติ ธรรมเกิด เกิดจากการปฏิบัติ เวลามันมาเกิดในใจมันถึงรู้ซิ พระพุทธเจ้าก็ธรรมเกิด ตรัสรู้ธรรมปึ๋งสอนโลกได้ทั้งสามโลก สาวกทั้งหลายธรรมเกิด จิตบริสุทธิ์เต็มที่แล้วมีแต่ธรรมทั้งดวงเต็มหัวใจ ในใจเป็นธรรมธาตุแล้ว ทีนี้เวลามันเข้ามาหากันนี้ธรรมของจริงอันเดียวกัน มีครึมีล้าสมัยนั้นสมัยนี้ที่ไหน ก็สด ๆ ร้อน ๆ เหมือนกัน เวลามันเข้าถึงนี้แล้วมันก็เป็นแบบเดียวกันนั้น การเทศนาว่าการไม่เคยเป็นอารมณ์ ใครจะมาถามปัญหาอะไร ๆ ไม่มีที่จะเป็นอารมณ์อะไร ไม่มี  ถ้าว่าเอาถามมาจะตอบ นั่นเอา เหมือนกับเสือหรือว่าแมวมันกางเล็บไว้แล้ว พอถามมาปั๊บ ปั๊บทันทีเลย เรียกว่ากางเล็บไว้แล้ว

          นี่ละธรรมะ เกิดจากหัวใจ เวลาภาคปฏิบัติธรรมเกิด เกิดจริง ๆ เรายอมรับในหัวใจของเรา เวลากิเลสเกิดเกิดตลอดเวลา เอาจนหงายมา นั่งร้องไห้อยู่บนภูเขา นี่กิเลสเกิดทับหัวเราจนจะเป็นจะตาย ทีนี้กิเลสเกิด ธรรมะเกิดน้อย ต่อไปกิเลสเกิด ธรรมะเกิด ๆ ทีนี้ธรรมะเกิดมากเข้าถึงขั้นพูดได้ว่า เหอ กิเลสมันไปไหนหมด ไม่ใช่มันเป็นพระอรหันต์น้อย ๆ ไม่ได้สำคัญตนว่าเป็นพระอรหันต์ เป็นแต่เวลานั้นมันว่าง ค้นหากิเลสตัวไหนก็ไม่เจอ จิตใจนี้มันว่างไปหมด ค้นหากิเลสที่จะมาเป็นเสี้ยนเป็นหนาม เป็นก้างขวางคอไม่มีเลย เหอ กิเลสมันไปไหนหมด ไม่ใช่เป็นพระอรหันต์น้อย ๆ ขึ้นมาแล้วเหรอ ค้นไปค้นมาเจอ เจอก็ฟัดมันอีก

          เพราะการพูดนี้ไม่ได้พูดด้วยความสำคัญว่าตนเป็นอรหันต์จริง ๆ นะ พูดตอนที่งานมันว่างหากิเลสไม่เจอ ทีนี้ก็ฟัดไป ๆ จนกระทั่งถึงที่สุด ที่สุดเต็มที่แล้วฟาดจนฟ้าดินถล่มลงมาแล้ว สถานที่เวล่ำเวลาก็เคยบอกแล้ว นั้นเลยไม่ได้ถามถึงอรหันต์น้อยอรหันต์ใหญ่เลย จนกระทั่งทุกวันนี้ นี่ละฟังซิท่านทั้งหลาย ธรรมเกิด ๆ ดวงใจดวงนั้นเป็นธรรมทั้งแท่งแล้ว กิเลสไม่มี แล้วจะเอากิเลสมาขวางให้ติดเขาติดเรา ติดเขาติดเราไปไม่ได้นะ คนที่ไปไม่ได้มันติดเราติดเขา ถ้าจิตติดเขาติดเราก็คือกิเลส กลัวเขาจะตำหนิติเตียนว่าเทศน์ไม่ดี ดีไม่ดีไปนั่งตัวสั่นอยู่บนธรรมาสน์ กลัวเขาจะไม่ยกยอสรรเสริญ หาคำเทศน์ให้เขาไม่มีมันก็ตัวสั่นละซิ อันนี้ไม่สั่น เฉย ใครจะชมไม่ชมเฉย อย่างมากก็มีแต่สูหนี่เท่านั้นเอง เข้าใจไหม

          พูดให้มันชัดเจนเราจวนจะตายแล้วนะ ไม่ว่าสมาคมใดไม่มีคำว่าสูงว่าต่ำไม่มี ตั้งแต่ท้าวมหาพรหมลงมาธรรมเหนือทั้งนั้น ไม่เคยสะทกสะท้านกับสิ่งใด นั่นละเรียกว่าโลกุตรธรรม ธรรมเหนือโลก มันเหนืออยู่ที่ใจ ธรรมเกิดที่ใจ เกิดมากเข้า ๆ กิเลสบางไป ๆ กิเลสขาดสะบั้นไปมีแต่ธรรมล้วน ๆ แล้วเปิดโล่งหมด ไม่มีขอบมีเขต ไม่มีฝั่งมีฝา มหาสมุทรยังมีฝั่งมีฝา ธรรมในหัวใจไม่มี ครอบโลกธาตุไปเลย นี่ละผลแห่งการปฏิบัติธรรม ธรรมเกิด ธรรมเกิดอย่างนี้เอง เวลาจนตรอกจนมุมฉันขนมนางเล็กครึ่งแผ่นก็ไม่จบ โอ้ย จะเอาอะไรเทศน์ให้เขาฟัง ไม่ลืมนะนี่นะ

          บทเวลามันเปิดของมันแล้วนี้เลยไม่คำนึงว่าจะเอาอะไรเทศน์ให้เขาฟัง มันเป็นของมันอย่างนั้น ใจดวงนี้ละ เวลามันเปิดมันเปิดจริงๆ ไม่มีอะไรมากีดมาขวาง สิ่งกีดขวางคือสมมุติ หมดโดยสิ้นเชิงแล้วเอาอะไรมาขวาง เวิ้งว้าง ท้องฟ้ามหาสมุทรยังมีขอบมีเขต นี้ไม่มี ครอบไปอีก นู่นฟังซิ นี่ละผลแห่งการปฏิบัติธรรม ธรรมมีผลสด ๆ ร้อน ๆ อย่างนี้ด้วยกันทุกคนทุกหัวใจ ขอให้นำไปปฏิบัตินะ อย่าให้กิเลสมาหลอกว่ากาลนั้นสมัยนี้ เวลานั้นเวลานี้เข้ามาทับถมโจมตีธรรม เวลานี้พระพุทธเจ้านิพพานนานแล้ว มรรคผลไม่มี ไปแล้วนะ ทุกอย่างที่จะมากีดมากันทางเดินเพื่อมรรค ผล นิพพานของเรา กิเลสทั้งนั้นละนะ

          เวลาเปิดออก ๆ กิเลสมันไปไหนหมด เงียบไปเลย หายเงียบ ไม่มีอะไรมาค้าน  ไม่มีอะไรมากีดขวางเลย หมดโดยสิ้นเชิง นอกนั้นเป็นสมมุติ อันนี้เป็นวิมุตติผ่านพ้นไปหมดเลย แล้วจะกล้ากับใคร กลัวกับใคร คนที่พูดหนักเบามากน้อยแค่ไหนพูดได้เต็มปาก นำธรรมที่ถูกต้องแล้วมาพูด เช่นตำหนิติเตียนตรงไหน ๆ นั่นแหละคือธรรมออกแล้ว ไม่ได้ไปหวังเอาอำนาจบาตรหลวงกับผู้ใด หวังแพ้หวังชนะกับผู้ใดไม่เอา ไม่ต้องการ ต้องการตั้งแต่ความถูกต้องดีงามนี้ไว้สำหรับปกครองโลก ผู้ปกครองโลก ผู้นำชาติ นำศาสนา พระมหากษัตริย์ ขอให้เป็นผู้ปฏิบัติ มีขอบมีเขต มีธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว มีธรรมเป็นเครื่องพาเดิน

          อย่าเอาตั้งแต่กิเลสตัณหาใหญ่โตรโหฐานแบบป่า ๆ เถื่อน ๆ อย่างนั้นมาใช้ แล้วเหยียบย่ำทำลายผู้น้อยใช้ไม่ได้เลย ต้องให้ปฏิบัติดำเนินกันโดยความเป็นธรรม นี่เรียกว่าธรรม ถ้าธรรมพาดำเนินแล้วรัฐบาลไทยเรานี้มันจะร้อนเป็นไฟ มันเย็นได้ ถ้าลงมีธรรม ถ้าไม่มีธรรมร้อนตลอด ใครจะมักใหญ่ใฝ่สูงเลยฟ้าเลยเมฆไปก็ตามจมทั้งนั้นพวกนี้ ไม่มีธรรม เพราะกิเลสหลอก หลอกว่าจะใหญ่จะโต จะมีอำนาจบาตรหลวง จะเป็นผู้ครองบ้านครองเมืองที่ปรากฏชื่อลือนามอะไร ๆ มีแต่กิเลสหลอก สำคัญ ๆ ตัวเองแล้วจม ถ้าเป็นธรรมความรู้จักประมาณรู้เอง ๆ

          เพราะฉะนั้นเราถึงได้เตือน เกี่ยวกับนั้น เราไม่ลืม เราเตือน ไม่ใช่ท่านเหล่านี้ทำผิด เราได้ยินแว่ว ๆ เป็นเรื่องกระเทือนทั่วประเทศไทย เราก็เตือนลงไปถึงเรื่องที่ว่าเป็นประธานาธิบดี โอ๋ย อย่าด่วนเป็นอึ่งอ่างนะ เราเตือนขู่ไว้ เตือนไว้ อึ่งอ่างอย่าไปแข่ง วัวนะ เดี๋ยวมันจมท้องแตกนะ ก็เตือนไปเฉย ๆ ไม่ได้เห็นว่าผู้ใดเป็นผู้ทำแล้วผิดไปแล้ว เตือนไว้ ถ้ายังไม่ผิดอย่าทำมันจะผิด นี่ละเรียกว่าธรรม ค้านตรงไหนเป็นธรรมทั้งนั้น เช่นถวายฎีกานี้ก็เหมือนกัน ถวายฎีกาเป็นธรรมทั้งแท่งออกถวาย เอ้าใครว่าผิดเอาค้านมา นั่นทันทีเลย

          ธรรมสอนโลกไม่ได้จะสอนใคร มนุษย์แท้ๆ ไม่ใช่หมาพอที่จะรับธรรมนี้ไม่ได้ ถ้าพอรับนี้ไม่ได้ ถ้าพอรับธรรมนี้ได้ก็ต้องไปพิจารณาซิผู้ฟัง เราอยู่ใต้อำนาจของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ใต้อำนาจของกรรมด้วยกัน เราเป็นลูกชาวพุทธควรนำไปพิจารณา ธรรมนี้เป็นธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นธรรมที่ให้ความร่มเย็นแก่โลกมานานด้วยความถูกต้อง ให้เอาไปฟัง อย่าเอาตั้งแต่ทิฐิมานะว่าเราเป็นผู้มีอำนาจบาตรหลวงใหญ่ ๆ โต ๆ แล้วจะทำอะไรก็ได้อย่างใจหวัง ใจหวัง ทำได้อย่างใจหวังแต่เวลากรรมมาให้ได้สนองกรรม ใจหวัง ๆ ไปไหนหมดละ จม

          เราจึงได้พูดให้ฟังพี่น้องทั้งหลาย หรือจะพูดว่าหลวงตาบัวตายแล้วจะไม่มีใครพูดอย่างนี้ได้นะ ไม่ใช่อวดตัว เพราะเราพูดด้วยความเปิดเผยในหัวใจเราหมด เราไม่มีคำว่ากล้านั้นกลัวนี้ มีแต่ธรรมเหนือโลกธาตุตลอดไป สอนนี่สอนด้วยความเมตตา ไม่ได้ถือว่าฝักนั้นฝ่ายนี้ เราไม่ถือ เป็นสัตว์โลกด้วยกัน สอนเพื่อให้รู้จักวิธีปฏิบัติต่อกัน ผู้ใหญ่ที่ควบคุมในการปกครองบ้านเมืองก็ให้ปฏิบัติโดยความเป็นศีลเป็นธรรม อย่าเห่อจนเกินไป อย่าลืมเนื้อลืมตัวจนเกินไป มันจะจมได้

          เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้

          โยม              ขออนุญาตกราบเรียนเจ้าค่ะ เมื่อคืนนี้ฝันว่าหลวงตาไปบอกว่าแฟนหนู ที่นั่งอยู่รวมกันเขาจะเอาคนนี้นะ ไม่มาบอกไม่ได้เลย ก่อนตีสี่เจ้าค่ะ คือนั่งอยู่รวมกันตั้งหลายคน เขาจะมาเอาอยู่คนเดียว เรา (หลวงตา) ต้องมาบอก หนูสะดุ้งตื่น ก็เลยมาทำบุญต่ออายุ

          หลวงตา        ใครเป็นคนฝันล่ะ (หนูเจ้าค่ะ) เขาไม่มาเอาละ (ลูกศิษย์หัวเราะ) เขากลัวธรรมเขาไม่มาเอาละ เออ สะเดาะเคราะห์ด้วยการทำดีเรียกว่าชะล้างสิ่งสกปรก ไม่เป็นไร ฝันนี่สำคัญอยู่นะ บางคนนี่ฝันแม่นยำมากทีเดียว

          (โยมปากน้ำนำปัจจัยและมีภาพของเจ้าคุณอุบาลี มากราบถวายหลวงตา) พอใจ ๆ นี่เจ้าคุณอุบาลีมาด้วยนะ ตอนนี้ท่านยังหนุ่มน้อยอยู่นะ เราไม่ทัน ท่านมรณภาพปี ๒๔๗๕ เราบวช ๒๔๗๗ ท่านล่วงไปสองปีแล้วเราถึงได้บวช ไม่ทันกัน เราได้กราบท่านก็พอใจ ท่านเป็นอาจารย์ของหลวงปู่มั่น ทางด้านปริยัติยกให้ ท่านอาจารย์มั่นเคารพมาก พอใจ ๆ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

   

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก