จิตไม่มีคำว่าสูญ
วันที่ 30 เมษายน 2548 เวลา 8:30 น.
สถานที่ : ศาลาสวนแสงธรรม กทม.

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

จิตไม่มีคำว่าสูญ

 

          ฟังสักสามประโยคไม่พูดอะไรนะวันนี้นะ ฟังข้อคิดอรรถธรรมนำไปปฏิบัติเพื่อเป็นคติเครื่องเตือนใจตัวเอง ได้วันละเล็กละน้อย ของดีได้ละเล็กละน้อยก็ดีมากขึ้น ๆ ของชั่วได้วันละเล็กละน้อยก็ชั่วมากขึ้นเหมือนกัน วันนี้หลวงตาจะได้ลาพี่น้องทั้งหลายในส่วนร่างกาย สำหรับจิตใจไม่ได้มีลา ความเมตตาสงสารพี่น้องชาวไทยเราครอบแดนโลกธาตุ พูดให้ชัดเจนเต็มหัวใจนี้เสีย ตายแล้วจะไม่ได้พูด เพราะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ได้มาโกหก ธรรมไม่มีโกหก พูดออกมาตามความสัตย์ความจริง เมตตาบอกว่าเมตตา

          ที่ช่วยพี่น้องทั้งหลายตลอดมานี้ช่วยด้วยความเมตตา ถ้ามีแต่การบึกบึนเฉย ๆ ไปไม่รอดนะ อำนาจแห่งความเมตตานี้เป็นกำลังสำคัญมาก ดึงดูด ๆ มีเท่าไรก็ตะเกียกตะกายด้วยความสงสารเมตตานั้นแหละ แต่ขอให้พี่น้องทั้งหลายจงเมตตาสงสารตน คำว่าเมตตาสงสารให้รักสงวนตน ด้วยการระมัดระวังสิ่งที่จะมาเป็นภัยต่อตัวของเราเอง สร้างความดีขึ้นมาให้มาก แล้วจะมีความอบอุ่น จิตใจเป็นสำคัญ ทุกคน ๆ ให้จำเอาไว้นะ จิตใจนี่เป็นนักสมบุกสมบันที่จะท่องเที่ยวในวัฏฏสงสารตลอดเวลา ท่านเรียกว่าจิตนี้เป็นนักท่องเที่ยว ไม่มีคำว่าตาย สูญไม่มี เกิดตาย ๆ นี้เป็นเรื่องของจิตใจเข้าสู่สภาพร่างกายแต่ละภพละชาติ ท่านเรียกว่าเกิดว่าตาย

          เช่นเราอยู่เป็นมนุษย์นี้เกิดมาเป็นมนุษยแล้วเรียกว่าเกิด พอตายจากมนุษย์นี้แล้วร่างนี้อันนี้ผ่านไปเรียกว่าตาย แล้วเข้าไปกำเนิดเกิดใหม่เรียกว่าเกิด  เกิดตาย ๆ นี่เป็นเรื่องของจิตใจเข้าสวมใส่ในร่างต่าง ๆ ที่ไม่เหมือนกันนะ ส่วนใจเองไม่เคยตาย ใจที่ไปแต่ละภพละชาติไปด้วยความดีและความชั่ว ถ้ามีความชั่วมากจะไปต่ำตลอด ไปที่ไหน ๆ ต่ำ ๆ เกิดเป็นภพใดชาติใดแทนที่จะสูงกลับเป็นต่ำลงไป อย่างน้อยเป็นสัตว์เดรัจฉาน มากกว่านั้นเป็นเปรตเป็นผี ลึกเข้าไปนั้นอีกไปเกิดในนรกอเวจี นี่เรื่องจิตใจดวงนี้

          แม้จะไปตกนรกอเวจีอย่าเข้าใจว่า จิตใจนี้ได้รับความทุกข์ความทรมานแล้วจะสูญนะ ถูกทำลายจากความทุกข์ทั้งหลายแล้วจิตนี้จะตายแล้วสูญไป ไม่มี ทุกข์ยอมรับว่าทุกข์ แสนสาหัสก็ยอมรับว่าทุกข์แต่ไม่ยอมฉิบหายคือใจดวงนี้เอง เมื่อหมดกรรมที่ตนทำไว้มากน้อยนั้นแล้วก็ขยายตัวออกมาพลิกใหม่ เพราะงั้นคนที่ลงลึก ๆ กลับขึ้นมาสูงได้ ก็เพราะกรรมเป็นของอนิจจัง ไม่เป็นของเที่ยง แม้จะตกนรกอยู่ตั้งกัปตั้งกัลป์ผ่านจากนั้นมาก็มาได้ เพราะในโลกสมมุตินี้เป็นกฎอนิจจังทั้งนั้นละครอบไว้หมด  ครอบไม่ได้ตั้งแต่นิพพาน นิพพานครอบไม่ได้

          พ้นจากสมมุตินี้แล้วเรียกว่าแดนแห่งนิพพาน กฎอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา นี้ตามไม่ถึงเลย จิตดวงนี้เข้าถึงนิพพานก็เป็นธรรมธาตุไม่มีคำว่าสูญ ตกนรกอเวจีทุกข์ขนาดไหน ก็ยอมรับว่าทุกข์แต่ไม่สูญ นี่จิตดวงนี้ ให้พากันพยายามรักษาจิตดวงนี้ให้ดี ไม่มีศาสนาใดที่จะสอนให้แม่นยำถูกต้องตามจุดหมายคือสอนลงที่ใจ ซึ่งเป็นตัวมหาเหตุนี้ยิ่งกว่าพุทธศาสนา ให้จำเอาไว้นะ การที่จะรู้เรื่องพุทธศาสนาได้ขนาดไหนนั้นให้เป็นภาคปฏิบัติพิสูจน์ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้วนำมาปฏิบัติต่อตัวเอง ปฏิบัติต่อตัวเองแล้วก็จะเข้าใจ ๆ ตามร่องรอยที่ศาสดาสอนแล้ว เพราะผ่านมาแล้ว แล้วเราจะเข้าใจเป็นลำดับลำดา

          จิตดวงนี้ตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลานจนกระทั่งทะลุถึงธรรมธาตุไม่สูญ ไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น ถ้าได้รับการฝึกฝนอบรมในทางที่ถูกที่ดีก็ขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าปล่อยใจให้เป็นไปตามยถากรรมอยากยังไงก็ทำตามความอยาก ๆ ไม่คำนึงคำนวณถึงความผิดถูกชั่วดี มีแต่ความอยาก ความอยากนั้นเป็นเรื่องกิเลส อยากลงทางต่ำเสมอ ๆ แล้วเสียไปเรื่อยคนเรา เราไม่อยากเสียคน ไปทำอะไรคำว่าขาดทุนไม่อยากได้ยินนะ ถ้าว่าได้กำไรมากน้อยพอใจ ๆ ขาดทุน ๆ เราเกิดมานี้ขาดทุน การกระทำความชั่วช้าลามกทำให้ตนขาดทุนไปตลอด ๆ ทำมากทำน้อยขาดทุนมากน้อยเป็นลำดับ ถ้าทำความดีแล้วก็ค่อยได้กำไรขึ้นมาเรื่อย ๆ ให้เสาะแสวงหากำไรนะ ได้มากน้อยเป็นต้นทุนหนุนตัวของเราให้เป็นคนดิบคนดี พ้นจากทุกข์ได้เพราะความดีของเรา ส่วนความชั่วนั้นมีแต่กดถ่วงลงไป ๆ

          ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้ และนำไปปฏิบัติตน จะว่าครูบาอาจารย์จากไปแล้วแล้วก็ปล่อยตัวไปแบบสัตว์ไม่มีเจ้าของนี้ตายได้ง่าย ๆ จมได้ง่าย ๆ พากันจำเอาไว้ วันนี้ไม่พูดอะไรมากมายนักละ เพราะเทศน์ก็เทศน์มามาก สอนมามากนานแสนนาน เฉพาะปัจจุบันนี้ได้ช่วยชาติมาเป็นเวลา ๗ ปี เทศน์เป็นเวลา ๗ ปี ไม่มีวันหยุดวันหย่อนตลอดมา ๗ ปีแล้ว วันนี้เป็นวันสุดท้ายของ ๗ ปี การพูดในวันนี้ขณะนี้สุดท้ายต่อไปอีกก็ตั้งต้นใหม่อีก เป็นอย่างนั้นนะไม่หยุด หลวงตาเทศน์ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เทศน์เพื่อให้เป็นคนดีนะ เทศน์ด้วยความเมตตาสงสาร

          หลวงตาไม่หวังอะไรนะ ที่ดีดที่ดิ้นอยู่ตลอดเวลาหาความสุขไม่ได้เลยนี้ก็เพื่อพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้น สำหรับเราเองเราไม่มี เราบอกเราไม่มี จิตใจก็พอแล้วทุกอย่าง ไม่ต้องการอะไร ความเยินยอสรรเสริญก็ไม่ต้องการ ความติฉินนินทาก็เฉยแบบเดียวกัน เพราะเหล่านี้เป็นส่วนเกินพอที่จะดีดดิ้นกับมันอะไร สิ่งที่พอแล้วคือสิ่งเลิศเลอ นั่นละ ท่านเรียกว่าธรรมธาตุ พออย่างเลิศเลอ นี่พอแล้วในหัวใจดวงนี้ เอาหัวใจดวงที่พอกับธรรมทั้งหลายแล้วนี้มาสอนพี่น้องทั้งหลาย จึงไม่สงสัยว่าจะผิดไป ๆ ไม่ว่าธรรมขั้นใดภูมิใดที่นำมาสอน สอนด้วยความแน่ใจทุกอย่าง จากที่ตนปฏิบัติมาแล้วได้รับผลเป็นที่พอใจจากการปฏิบัติถูกของตัวเองเป็นที่แน่ใจมาโดยลำดับ

          จนกระทั่งสอนพี่น้องทั้งหลายนี้ก็สอนด้วยความแน่ใจ ขอให้รับธรรมเหล่านี้ ไปปฏิบัติตนเองเป็นแบบเป็นฉบับ อย่าเอาพวกจอมปลอมนี้เข้ามา กาฝากมันแนบเข้ามาติดเข้ามาแฝงเข้ามา นั่นละมันจะมาทำลายเนื้อหนังของเราอันเป็นความดีงามให้สึกหรอไป ดีไม่ดีเสียหายทั้งคนที่ยังไม่ตายนะ เอาละเทศน์เพียงเท่านี้ ต่อไปนี้จะให้ศีลให้พรพี่น้องทั้งหลาย

          ทองคำเช้าวันนี้ได้ ๕๐ บาท ๘๘ สตางค์ ทองคำได้ตั้งแต่วันที่ ๘ ถึงวันที่ ๓๐ คือวันนี้ เป็น ๑๗ กิโล ๕๔ บาท ๕๖ สตางค์ ทองคำทีได้หลังจากมอบแล้วเป็นประเภททองคำที่ซึมซาบได้ ๙๔ กิโล ๑๔ บาท ๖๐ สตางค์ นี่เป็นประเภททองคำที่น้ำไหลซึมนะนี่ เอาสาธุ (สาธุ) ปัจจัยได้เช้าวันนี้ได้ ๔๙๐,๑๓๗ บาท (สาธุ) มอบไว้ที่นี่ทั้งหมด สำหรับจ่ายกุฏิที่สร้างนี้ยังไม่พอ อาจจะได้ส่งมาช่วยอีก เพราะฉะนั้นจึงให้หักไว้นี้ไว้ทั้งหมด เราเอาไปบ้างเล็กน้อย ไปจ่ายตามทาง นอกนั้นมอบไว้นี้เพราะภาระหนัก สร้างกุฏิสองหลัง

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 

         

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก