กลอุบายมีตั้งแต่ซ้อน
วันที่ 16 กรกฎาคม. 2548 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : ศาลา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

กลอุบายมีตั้งแต่ซ้อน

 

         วันว่างก็ให้อุตส่าห์พยายามขวนขวายธรรมเข้าสู่ใจ การให้ทานการรักษาศีล การฟังอรรถฟังธรรมเป็นมงคลแก่จิตใจอย่างมากทีเดียว วันเช่นนี้ เช่นอย่างวันเสาร์-วันอาทิตย์ควรจะให้เป็นวันว่างเพื่อธรรมะเข้าสู่จิตใจ อย่าปล่อยไปเลย เช่นว่าวันว่าง ว่างแล้วไปใหญ่เลย ใช้ไม่ได้นะ ว่างการงานทีนี้ก็เที่ยวเล่นเตร็ดเตร่เร่ร่อน ไม่เกิดประโยชน์ วันว่างจากงานภายนอกก็เข้าสู่งานภายใน คือด้านจิตใจละดี เวลานี้ชาวพุทธเรารู้สึกห่างเหินธรรมะมากจนน่าวิตก เพราะฉะนั้นจึงพูดเสมอ ถ้ามีญาณดูไปจิตใจดวงใดมันก็เป็นไฟเผากันแหลก ถ้ามีญาณนะ แต่นี้จะมีหรือไม่มีก็ไม่รู้ละ หลวงตานี่มันเซ่อ เข้าใจไหม ก็พูดด้นๆ เดาๆ ไปบ้างอย่างนั้นละ จะเดาหรือไม่เดาให้ท่านทั้งหลายพิจารณาเอา

         ธรรมเป็นน้ำดับไฟ จิตใจมันรุ่มร้อน ดีดดิ้นทางนู้นทางนี้ เป็นฟืนเป็นไฟส่งกระแสของไฟกระจายไปหมด เผากัน ถ้ามีธรรมเข้าสู่ใจจะสงบลงๆ ใจจะเย็น มันร้อนมากนะ ใจกับกิเลสถ้าได้เผากันแล้วร้อนไม่มีกาลเวลา ธรรมเข้าไปเป็นน้ำดับไฟ ค่อยเย็นหน่อยนะ เช่นอย่างวันว่างวันนี้ควรจะทำความสงบใจบ้าง วันนี้ว่างจากงานภายนอก ให้ประกอบงานภายใน ให้จิตใจมีความโปร่งใส สง่างามด้วยการอบรมจิตใจ พักอารมณ์ของจิตบ้าง อารมณ์นั้นน่ะกวนจิต ความคิดความปรุงต่างๆ เรียกว่าอารมณ์ของจิต กวนจิตตลอดเวลา หาความสงบเย็นไม่ได้

         พอเราเอาสารส้มเข้าแกว่งน้ำที่มันขุ่นๆ นั้นมันก็ใสขึ้นมา สารส้มได้แก่คำภาวนา เช่นพุทโธๆ เป็นต้น แกว่งเข้าไปในจิต จิตจะใสขึ้นมาๆ สารส้มได้แก่ธรรม แกว่งเข้าไปๆ ในจิต จิตจะสงบเย็นและผ่องใสขึ้นมา นี่เรียกว่าสารส้มคือธรรม ภายนอกสารส้มจริงๆ ภายในสารส้มคือธรรม ใจมันเศร้าหมอง สารส้มคือธรรมแกว่งลงไปมันก็สงบผ่องใส น้ำขุ่นอยู่ตามตุ่มตามไหเอาสารส้มแกว่งลงไปมันก็ใส นี่ก็ให้เอาสารส้มแกว่งบ้างนะ สารส้มคือธรรมให้ใจสงบร่มเย็น

         วันหนึ่งๆ มันมีแต่วันยุ่งทั้งนั้น มองดูแล้ว แหม น่าทุเรศเหมือนกันนะ ว่าชาวพุทธๆ มีแต่ชื่อเฉยๆ เอาชื่อติดหลังไว้ข้างหลังชื่อชาวพุทธ ข้างหน้าเป็นชาวผีเข้าใจไหม หน้าอกนี่ชาวผี ข้างหลังชาวพุทธ มีแต่ผีออกหน้าออกตา ผีโลภ ผีโกรธ ผีหลง ผีราคะตัณหา ผีดีดผีดิ้น ดิ้นตลอดเวลา ติดไว้ข้างหน้านี่ ข้างหลังเป็นพุทธเสีย  พุทธด้อมตามหลัง ผีออกหน้า เพราะฉะนั้นความร้อนมันถึงออกหน้าเสมอ ความเย็นอย่างมากก็มีตามหลังนิดหน่อย นอกนั้นมีแต่ความรุ่มร้อนเผาตลอดเวลา

         ใจดวงนี้ไม่เคยตายแต่ถูกเผาอยู่อย่างนี้ตลอด ก็ไม่ยอมฉิบหาย ไปตกนรกตั้งกัปตั้งกัลป์กี่กัปกี่กัลป์แทนที่จะฉิบหายไม่ฉิบหาย ทนทุกข์ทรมานขนาดไหนตามกรรมของตนที่ทำมามากน้อยทนอยู่ในนั้นละ ยอมรับเคราะห์กรรมที่ตนทำมา คือใจดวงนี้แหละ แต่ไม่ฉิบหาย จนกระทั่งผ่านพ้นกรรมประเภทนี้ไปได้แล้วก็ดีดขึ้นมาๆ ดีดขึ้นจนกระทั่งถึงสูงสุดก็ได้ เช่นนิพพาน ใจดวงนี้แหละถึงนิพพานก็ไม่สูญ เป็นธรรมธาตุ ลงนรกก็เป็นนักโทษในนรก รับความทุกข์ความทรมานคือใจดวงนี้เอง

         โห ใจนี้ละเอียดลออมาก เราจะพิจารณาตามโลกเอาอันไหนมาพิสูจน์ไม่ได้ทั้งนั้นละ เอาพุทธศาสนาคือจิตตภาวนาเข้าพิสูจน์ใจดวงนี้ รู้ รู้โดยลำดับ รู้จนกระทั่งถึงตามทันจับตัวได้ ปัดออก สิ่งที่เป็นข้าศึกต่อจิตใจปัดออกให้หมด เป็นใจที่บริสุทธิ์ล้วนๆ นั่นก็ไม่สูญ เป็นใจธรรมธาตุ ท่านเรียกว่านิพพานเที่ยง เที่ยงตรงที่หมดสิ่งที่เป็นข้าศึกแล้ว ให้พากันจดกันจำบ้างนะบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ให้สนใจทางด้านอบรมจิตใจบ้าง

         ภายนอกนี้มันเลอะเทอะพอแล้วแหละ จนอิดหนาระอาใจ เราพูดจริงๆ นะ มันน่าอิดหนาระอาใจ คือจิตดวงใดมันไม่ได้สนใจในธรรม วิ่งตามฟืนตามไฟตลอด เพราะอำนาจของกิเลสมันรุนแรงมาก หลอกลวงโลก โลกก็เป็นโลกโง่ด้วย กิเลสฉลาดด้วย  หลอกได้ง่าย ธรรมะตามไม่ทัน เพราะไม่คว้ามาตามมันก็ไม่ทัน ให้พากันสนใจในอรรถในธรรมบ้าง ให้รู้บุญรู้บาปบ้าง เกิดเป็นมนุษย์ทั้งคน บาปบุญไม่ปรากฏแต่ทำตั้งแต่ความชั่วช้าลามกเต็มตัวๆ ทุกวัน มันจะไม่หาบหามเอาบาปเอากรรมไปลงนรกได้ยังไง  ลงได้ทั้งนั้นแหละ เคยเห็นไม่เคยเห็นก็ช่างเถอะ เรื่องนรกก็ดี สวรรค์-นิพพานก็ดี ขอให้สร้างความดีความชั่วเข้าไป ถ้าสร้างความชั่วเห็นเองนรก สร้างความดีเห็นเองสวรรค์-นิพพาน พระพุทธเจ้าสอนไว้โดยถูกต้อง ไม่มีคลาดเคลื่อน พากันจำเอาก็แล้วกัน

เรานี่มันดื้อ ดื้อต่อครูต่ออาจารย์ ถ้าธรรมสอนอย่างนี้กิเลสมันแทรกเข้าไปอย่างหนึ่ง ธรรมสอนอย่างนั้นกิเลสแทรกเข้าไปๆ ซ้อนเข้าไปๆ อย่างที่เขาเป็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นสังฆราชแล้วซ้อนสังฆราชขึ้นมา แล้วงานการอะไรที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประทานให้ใครทำหน้าที่ ผู้หญิงคนหนึ่งนั้นน่ะ แล้วมาตั้งซ้อนขึ้นมา นั่นเห็นไหม นี่ระวังนะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานี้เดี๋ยวจะตั้งพระเจ้าแผ่นดินปลอมซ้อนขึ้นมาอีกนะ มันเคยพวกนี้พวกซ้อนๆ พวกปลอม คอยซ้อนๆ อยู่อย่างนั้นตลอด

         นี่เราก็คอยฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรานี่เป็นพระองค์แท้ แล้วมันจะตั้งซ้อนขึ้นมา ให้ระวัง เพราะพวกนี้พวกซ้อนๆๆ ซ้อนโดยลำดับ กลอุบายมีตั้งแต่ซ้อน ซ้อนเข้าไป ปลอมเข้าไปๆ แล้วยกเป็นของจริง เมื่อเป็นจริงไม่ได้ตั้งอันนั้นซ้อนใหม่ๆ นี่ละกลอุบายของคนที่กวนบ้านกวนเมือง กวนศาสนาเป็นอย่างนั้น แล้วจิตใจของเรากิเลสมันกวนอย่างนี้ละ มันซ้อนเข้ามาๆ พอเราพูดเรื่องอรรถเรื่องธรรมอะไรกิเลสมันจะซ้อนเข้ามาๆ อย่างนี้ จำเอานะ

         เอาละวันนี้ไม่พูดมากอะไร เทศน์ก็เทศน์มาพอแล้ว เมื่อวานนี้ก็ไปเทศน์ตอนบ่าย  กลางคืนก็มาเทศน์ที่นี่อีก แน่ะ วันนี้พอว่างให้ว่างบ้างซิ เอาละให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก