ธรรมของชาวพุทธ
วันที่ 17 กรกฎาคม. 2548 เวลา 8:45 น.
สถานที่ : ศาลา สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘

ธรรมของชาวพุทธ

 

         วันนี้ตอนบ่ายโมงพระเจ้าพระสงฆ์ในสำนักป่า ส่วนมากจะเป็นภาคกลางกับภาคตะวันออก ภาคอีสานไม่ได้มา จะมารวมประชุมกันที่นี่ แล้วก็มีการเทศนาว่าการตอนบ่ายโมงวันนี้แหละ ท่านผู้ใดอยากจะได้ยินได้ฟังก็ให้มา นั่นแหละพิธีอะไรเขียนบอกไว้แล้วนั่น เขาติดประกาศไว้แล้วอ่านดูเอา วันนี้ตอนบ่ายโมงพระท่านจะมารวมทำวัตรทำวาขอขมาลาโทษ ความผิดความพลาดอาจมีได้ทุกคน จะขอขมาลาโทษ และฟังโอวาทคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์แล้วนำไปปฏิบัติ วันนี้ท่านจะมาตอนบ่ายโมง รวมกันที่บ่ายโมง ท่านผู้ใดที่จะมาก็ได้วันนี้ตอนบ่ายโมง การเทศนาว่าการก็แน่นอนละมีละวันนี้ เพราะมีพระมา

         วันที่ ๒๐ เราก็กลับแล้ว ก็อยู่สองวันวันที่ ๑๘-๑๙ พระสงฆ์ท่านมาประชุมเรียบร้อยแล้วต่างท่านก็กลับไปวัดวาอาวาสของตน เข้าจำพรรษา ในครั้งพุทธกาลที่พระท่านจำพรรษานั้นท่านสงวนความพากเพียรมากนะ วันเข้าจำพรรษาแล้วเหมือนกับเข้าในกรอบของความเพียรขึ้นสนามรบฟัดกับกิเลสตลอดเวลา นี่ละครั้งพุทธกาลท่านเป็นมาอย่างนั้น พอเข้าพรรษาท่านถือเอาเป็นจริงเป็นจังมาก เพราะเวลานั้นพระจะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนในพรรษา มีแต่เวลาจะประกอบความพากความเพียรโดยถ่ายเดียวเท่านั้น จึงถือการเข้าพรรษาเป็นสำคัญ

พอออกพรรษาแล้วท่านอยากจะไปเที่ยววิเวกที่ไหนในป่าในเขา ท่านก็ไปตามอัธยาศัย แต่ในพรรษาไม่ได้ไปที่ไหนให้เร่งความพากเพียร ศาสดาของเราสอนอย่างนั้น สอนให้ละความชั่วทำความดี ละชั่วทำดี เพราะความชั่วไปที่ไหนเป็นฟืนเป็นไฟ เป็นภัยมหาภัยเผาโลกได้ทั่วๆ ไป ไฟไม่เลือกหน้า จี้เข้าตรงไหนร้อนที่นั่นๆ กิเลสก็เหมือนกันเข้าที่ตรงไหนร้อนที่ตรงนั้นๆ เพราะฉะนั้นจึงต้องมีธรรมเป็นน้ำดับไฟ ถ้าไม่มีธรรมแล้วเป็นเถ้าเป็นถ่านได้นะมนุษย์เรา ปล่อยให้กิเลสเผาอย่างเดียว น้ำดับไฟคือความดีงามที่จะมาปิดมาชะมาล้างกันไม่มีและไม่ทันกัน

         ด้วยเหตุนี้ศาสนาจึงมีไว้สำหรับเป็นน้ำดับไฟแก่สัตว์โลก ที่มีความรุ่มร้อนอยู่ทุกหย่อมหญ้า ศาสนาเป็นน้ำดับไฟทั่วๆ ไป เราได้ถือพระพุทธศาสนาเท่ากับได้น้ำดับไฟมาไว้ประจำตน ให้พากันระมัดระวังรักษา สิ่งชั่วพระพุทธเจ้าพูดคำใดแล้วไม่มีสอง อย่าฝืนนะ ฝืนพระพุทธเจ้าก็เท่ากับฝืนเพื่อทำลายตัวเองนั้นแหละ ท่านไม่ได้มาแบ่งสันปันส่วนอะไรจากพวกเรานะพระพุทธเจ้า แนะนำสั่งสอนโลกเป็นเวลา ๔๕ พรรษา นับแต่วันตรัสรู้แล้วจนกระทั่งถึงวันนิพพานเป็นเวลา ๔๕ พรรษา สอนด้วยพระองค์เอง

         จากนั้นก็ประทานพระโอวาท คือทางเดินอันราบรื่นดีงามให้พวกเราไว้ถึง ๕,๐๐๐ ปี นี่ก็พาดทางเดินเอาไว้ ให้เดินไปตามหลักธรรมหลักวินัยที่ท่านสอนไว้ จะไปถึงความราบรื่นดีงามสุคติโลกสวรรค์จนกระทั่งนิพพาน เหมือนพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ ขอแต่ผู้ปฏิบัติดำเนินตามทางเดินที่วางไว้โดยถูกต้องก็แล้วกัน ให้พากันมีขื่อมีแป มีหลักมีเกณฑ์มนุษย์เรา อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนเกินไป เสีย เลอะๆ เทอะๆ ไม่มีความหมาย เกิดมาๆ คนๆ หนึ่งคิดถึงความหมายหลักเกณฑ์ที่จะยึดจะเกาะในตัวเองไม่มีแล้วก็หมดคุณค่า มีแต่ลมหายใจฝอดๆ ขาดเมื่อไรก็จมไปเลย ใช้ไม่ได้นะ

         ในบ้านหนึ่งๆ ทุกวันนี้เขามีหมอมียาประจำบ้าน แต่ก่อนไม่มี ใครเป็นก็รอดตายแล้วเหลือชีวิต ไม่เหลือก็ตายไปๆ เวลานี้มีหยูกมียามีหมอคอยระวังรักษาให้ตลอดมา อันนี้เราก็โรคกิเลสนี้ต้องมีหมอมียา กิเลสเป็นโรคอันร้ายแรงมาก เป็นโรคเรื้อรังประจำสัตว์มาเป็นเวลากี่กัปกี่กัปล์นับไม่ถ้วน โรคเรื้อรังคือโรคกิเลสตัณหา พาวกพาเวียนเกิดแก่เจ็บตายสูงต่ำไม่มีประมาณ พาให้สัตว์ได้รับความทุกข์ความลำบากตลอดมา ทีนี้คำว่าหมอและยาก็นานๆ พระพุทธเจ้าจะได้มาตรัสรู้เสียครั้งหนึ่ง

         นั่นละหมอเอกอุบัติขึ้นแล้วในโลก คือพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา ยาคือธรรมก็มาพร้อมกันเรียกว่าธรรมโอสถ มาประกาศธรรมสั่งสอนสัตว์โลก ผู้ใดมีนิสัยเบาบางพอที่จะผ่านไปได้ในระยะใดก็ผ่านได้ๆ เป็นลำดับลำดามา ผู้ใดที่นอนใจอยู่ผู้นั้นก็ผ่านไม่ได้ จมอยู่นั้นต่อไป พวกปทปรมะไม่ยอมฟังเสียงอรรถเสียงธรรม ฟังแต่เสียงลิเกละครลูกทุ่งลูกกรุงไปอย่างนั้น ฟังได้ทั้งวันทั้งคืน มีอยู่ทุกแห่งทุกหน แม้ที่สุดในห้องนอนก็มี เครื่องขับกล่อมบำรุงบำเรอเพื่อฟืนเพื่อไฟเผาไหม้หัวอกตนเอง คนประเภทนี้คนไม่มีความหมาย ตายแล้วก็ไปเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร อยู่กับโลกก็อาศัยความเพลิดเพลินภายนอกนิดๆ หน่อยๆ นี้เป็นอารมณ์ล่อใจให้พออยู่ได้วันหนึ่งๆ ถ้าไม่มีอารมณ์เหล่านี้มาล่อใจกล่อมใจแล้วก็ยิ่งเดือดร้อนมาก เพราะไม่มีธรรมเป็นเครื่องยึดเครื่องเกาะ

         ท่านผู้มีธรรมเป็นเครื่องยึดเครื่องเกาะแล้วท่านจะหมุนตัวเข้าสู่ธรรม หาที่สงบงบเงียบระมัดระวังรักษาจากกายวาจาใจของตนไม่ให้ภัยเกิดขึ้น คือความชั่ว ไม่ให้เกิดขึ้นจากกายวาจาใจของตน ปัดเป่าอยู่ตลอดเวลา นี่เรียกว่าผู้รักษาตัว ผู้นี้มีหลักยึด เวลาอยู่โดยลำพังก็อยู่กับอรรถกับธรรม ระลึกถึงพุทโธ ธัมโม สังโฆ ประจำใจ จิตใจก็มีที่ยึดที่เกาะตลอดไป มีชีวิตอยู่ก็มีที่ยึดที่เกาะ ตายไปแล้วที่ยึดที่เกาะที่อยู่กับใจก็ติดกันไปเลย ผู้นี้มีความหวังและมีความหมาย ได้สมมักสมหมายเป็นลำดับลำดาไป ผิดกับคนไม่ได้สร้างหลักเกณฑ์อันดีงามไว้สำหรับตนมากทีเดียว

         คนที่สร้างแต่ความชั่วช้าลามกก็เท่ากับเอาฟืนเอาไฟมาจี้มาเผาตัวเองตลอดเวลา หาความสุขไม่ได้ ผู้ที่พยายามรักษาตัวเป็นผู้มีหลักมีเกณฑ์ ขอให้ท่านทั้งหลายยึดไว้เป็นหลัก เวลานี้ธรรมะก็กระจายออกกว้างขวางมากมาย แต่ก่อนก็มีแต่หลวงตาเทศน์คนเดียวช่วยโลกเป็นเวลา ๖-๗ ปีมานี้เทศน์ทั่วประเทศไทย เวลานี้ก็มีวิทยุออกทุกภาคแล้ว วิทยุที่หลวงตาเทศน์แล้วและท่านนำเอาออกจากเทปไปเปิดในที่ต่างๆ ซึ่งเป็นคำเทศน์ของหลวงตาเอง เปิดในที่ทั่วๆ ไป รู้สึกว่าประเทศไทยเรานี้กว้างขวางมาก ดูว่ามีทุกภาควิทยุ

         ให้ท่านทั้งหลายฟังเสียงวิทยุซึ่งเป็นเสียงธรรม แล้วจะกล่อมจิตกล่อมใจให้รู้จักบาปจักบุญ รู้จักวิธีรักษาตัว รู้จักวิธีป้องกันตัว ชำระสะสางตัวตลอดไป ถ้ามีธรรมเป็นเครื่องสะกิดๆ เตือนอยู่เสมอแล้วเราจะไม่ค่อยพลาดท่าเสียทีนะ ถ้ามีตั้งแต่เรื่องกิเลส คอยแต่จะจมตลอดเวลา ให้ระวังอันนี้นะ วิทยุก็มากแล้วเวลานี้ สวนแสงธรรมนี้กระจายไปหมด วัดป่าบ้านตาดเป็นแหล่งใหญ่ของวิทยุ ดูว่าไปรวมอยู่ที่นั่นหมด เหมือนหนึ่งว่าหลวงตาเป็นผู้รับผิดชอบ ความจริงหลวงตาไม่ได้ไปเกี่ยวข้อง มีแต่เจ้าหน้าที่เขารักษาเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนทั่วๆ ไป เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน สำหรับเราเองเทศน์แล้วจบหายเงียบๆ ไปเลย ตลอดมาและจะตลอดไปอย่างนี้ เหล่านี้ก็เป็นธรรมทั้งนั้น ควรที่จะได้ยินได้ฟังวันหนึ่งคืนหนึ่ง

ฟังธรรมในเทปก็กล่อมใจๆ ดีนะ ดังที่พวกเมืองนอกเขาได้ฟัง เขาบอกมาว่าเขาไปอยู่เมืองนอก มันไม่เหมือนเมืองไทยเรา เมืองนอกไม่ค่อยมีหมู่มีเพื่อน ชวนคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ กับเมืองไทยที่เข้าหากันได้จ้อแล้วน้ำลายฟุ้งๆ ๆ จนหมดน้ำลายแล้วไปหาเอาน้ำในบึงในบ่อมาอมเข้าอีก พูดฟู่ๆ ใส่กัน เมืองไทยมีเพื่อนฝูงมากมันก็ไม่เหงา เพราะมีน้ำลายพ่นใส่หน้ากันอยู่ น้ำลายพ่นใส่หน้ากันมันก็เพลิน แต่เมืองนอกเขาไม่มี ตัวใครตัวเรา ทีนี้คนไทยเราที่ไปอยู่เมืองนอกไม่มีเพื่อนมีฝูง พอได้ยินเสียงเทปเท่านั้นจิตใจมีความอบอุ่น ทีนี้เลยเอาเทปมาเป็นเพื่อนฟัง กล่อมใจตลอดเวลา เขาบอกมาว่าอย่างนั้น

         รู้สึกว่าอบอุ่นมากตั้งแต่ได้เทปมา เรียกว่าปราศจากเทปไม่ได้เลย เขาว่าอย่างนั้น เป็นยาประจำบ้าน นี่ละเขาอยู่นู้นเขาเป็นชาวพุทธ เขานับถือพุทธศาสนา เขาก็ได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกายเสาะแสวงหาธรรมมา เราอยู่เมืองไทยก็เป็นเมืองพุทธที่เป็นหลักใหญ่ รากใหญ่อยู่ที่นี่ ก็ควรจะสนใจปฏิบัติอรรถธรรมในวันว่างเช่นวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันพระวันโกน สามสี่วันนี้เป็นวันที่เราจะขวนขวายคุณงามความดีเข้าสู่ใจ วันนอกนั้นเราขวนขวายหามาเพื่อธาตุเพื่อขันธ์ ความเป็นอยู่ปูวาย

         ในวันเช่นนี้เราขวนขวายหาความดีงาม เช่นมาทำบุญให้ทาน รักษาศีล ฟังอรรถฟังธรรม เป็นกุศลมหากุศลเข้าสู่ใจ นี่เรียกว่าเราเสาะแสวงหาทรัพย์ภายในเข้าสู่ใจของเรา ใจของเราก็มีความอบอุ่น อบอุ่นแต่ร่างกาย เขาไม่มีความหมายนะร่างกาย ใจต่างหากไปสำคัญมั่นหมายว่าเรามีสิ่งนั้นสิ่งนี้ อาศัยสิ่งเหล่านั้นมาเป็นอารมณ์ของใจ ทำความอบอุ่นให้แก่ตน ส่วนธรรมในใจไม่มีแล้วแห้งผากๆ อันนี้เสียมาก เรามองดูสมบัติเงินทองเราก็มี มามองดูภายในการทำบุญให้ทานของเราก็เต็มตัวของเราๆ แล้วเย็น คนนั้นเย็นสบายๆ ไปและอยู่เท่ากัน เป็นคนเย็นอยู่ตลอดเวลา ให้พากันยึดหลักนี้ไว้

การทำบุญให้ทานอย่าพากันตระหนี่ถี่เหนียว มีมากมีน้อยให้ตามกำลังศรัทธาของเรา นี้ถูกต้องกับเราเป็นลูกชาวพุทธ ไม่เห็นแก่ตัวตระหนี่ถี่เหนียว คนเป็นชาวพุทธย่อมเห็นแก่ใจซึ่งกันและกัน ใจเขาใจเราความสุขความทุกข์กระจายทั่วถึงกันอยู่ จำเป็นจะต้องได้อาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกันต่อไปตลอดทีเดียว เพราะฉะนั้นจึงให้เป็นผู้น้ำใจอันกว้างขวาง มองเห็นกันอย่าเอาชาติชั้นวรรณะฐานะสูงต่ำมาอวดกัน มันเป็นการเหยียบย่ำทำลายกัน มองเห็นกันให้เห็นถึง สพฺเพ สตฺตา อันว่าสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายหมดทั้งสิ้น

         เขาก็หวังผู้อื่น เราก็หวังพึ่งผู้อื่น มนุษย์เราเป็นสัตว์หมู่สัตว์พวกต้องอาศัยซึ่งกันและกัน มองเห็นกันแล้วให้เชื่อมโยงด้วยความสนิทติดพันกันด้วยความเมตตาสงสาร  ความเห็นอกเห็นใจกันนี้สนิทกันหมดคนเรา ถ้ามองด้วยอำนาจของกิเลส เอายศถาบรรดาศักดิ์ ฐานะสูงต่ำ เข้ามาอวดกันนี้ เหยียบย่ำทำลายผู้น้อย ผู้ใหญ่ก็โอ่อ่าฟู่ฟ่า....เสีย หาความสุขไม่ได้คนเช่นนั้น ให้มีความเมตตาสงสาร เห็นใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกัน อันนี้เป็นธรรมของมนุษย์เราที่เป็นชาวพุทธ ให้พากันจำเอาไว้

         วันนี้สายแล้ว พอบ่ายโมงก็จะเริ่มประชุมพระอีก วันนี้เทศน์เพียงเท่านี้ ต่อไปนี้จะให้พร

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก