ความโลภจะทำลายชาติ
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2548 เวลา 8:25 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๘

ความโลภจะทำลายชาติ

            (เดิมทีรัฐบาลเขาจะขายการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เขาก็โฆษณาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทีนี้พวกสหภาพกฟผ. เขาไปร้องศาลปกครองวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมานี้ ศาลปกครองก็สั่งให้ระงับการขายหุ้นไว้ก่อน การ์ตูนเขาเอามาลงดังนี้ครับ คนหัวเหลี่ยมๆ เขาก็ถือป้ายความว่า ศาลปกครองสั่งระงับการขายหุ้นกฟผ. คนนี้เขาเลยอุทานว่า ตาย เราลืมซื้อศาลปกครอง) อย่างนี้ละการ์ตูนมีตลก ไม่งั้นไม่เรียกการ์ตูน มันหากพูดที่โลกเขาไม่พูดกัน อดหัวเราะไม่ได้นะ อ่านอีกทีน่ะมันขบขันดี

(ศาลปกครองสั่งระงับขายหุ้นกฟผ. ซึ่งย่อมาจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต) รัฐบาลจะขายหรือไง(ขายแล้วละครับ ครม.มีมติให้ขายแล้ว ไปบอกขายทั้งต่างประเทศ ทั้งในประเทศ) ที่ขายนี้ แล้วประเทศอื่นๆ ที่เขาขายผลเป็นยังไงบ้างล่ะ (ล้มละลายทั้งประเทศอย่างอาร์เจนตินา) แล้วเมืองไทยเราคุณทักษิณมันบัดซบนักหรือ จะเอาไฟฟ้าไปขายอีก ว่าอย่างนี้ละเรา เขาขายเจ๊งกันมาสักเท่าไร เมืองไทยอยากเจ๊งหรือจึงเอาไปขาย (เขานึกได้ว่าเราลืมซื้อศาลปกครอง) คือศาลปกครองเขาสั่งให้ระงับ ก็รู้สึกว่ามันน่าซื้อศาลปกครอง เข้าท่าดี มันพูดอย่างโลกไม่พูด ตลกดี

มันเป็นยังไงรัฐบาลเรานี้ ทำไมจึงมีแต่เรื่องราวตลอด คือเราฟังโดยธรรมนะ ไม่ใช่ฟังธรรมดา เช่นว่านี้ก็ว่าโดยธรรม มันหากวนไม่เข้าท่า เขาเจ๊งมาเท่าไรๆ ขายที่ว่านี่นะ แล้วยังจะไปขายอีกก็ต้องเจ๊งไปตามเขาอีกซี มันบัดซบนักหรือรัฐบาลเรานี้ เราอยากถามว่างั้นนะ มันอุตริไปหาทำที่คนทั้งประเทศเขาไม่ทำกัน มันหาความฉิบหายใส่ประเทศนี่ ซื้อมาแล้วหรือศาลปกครอง (เขานึกว่าซื้อไว้แล้ว แต่จริงๆ ลืมซื้อ ถึงเขามีคำสั่งออกมาระงับการขายหุ้นไว้ก่อน ถ้าซื้อไว้แล้วก็คงผ่านฉลุย)

(พวกคนการไฟฟ้าก็ได้หนี้เพิ่มเติม ทีแรกเขาขายหุ้นให้พวกนี้หุ้นละ ๑๐ บาทพวกพนักงานการไฟฟ้านี่นะครับ เขารับซื้อแล้ว ตามท้องตลาดราคา ๒๘ บาท ทุน ๑๐ บาทขายก็ได้กำไร ๑๘ บาท เขาก็ไปกู้เงินจากสหกรณ์ออมทรัพย์บ้าง ออมสินบ้างเพื่อจะซื้อหวังกำไร พอดีศาลปกครองสั่งระงับ ตามข่าวนะครับขออภัยด้วย เขาบอกนอนไม่ได้เอามือก่ายหน้าผาก เอาอย่างอื่นก่ายหน้าผาก) เป็นหนี้เขาต้องเอามือก่ายหน้าผาก (ไม่ใช่มือครับ เขาบอกว่าเอาเท้าก่ายหน้าผาก) เอาหำก่ายหน้าผากมันถึงถูก มันยังไม่เหมาะ เอาหำก่ายหน้าผากว่างั้นถูก มันบัดซบพูดจริงๆ นี่เขาเรียกน้ำหนัก เราไม่ได้พูดหยาบโลนอะไร เอาน้ำหนักใส่กันปึ๋งเข้าไป

(เขาเลยมีหนี้สินเพิ่มครับ) ก็เพิ่มละซี หาเรื่องเพิ่มมันก็เพิ่ม สุดท้ายหำจะไม่มีติดตัวละ ผู้ชายเราหำไม่มีติดตัว พิลึกว่ะ (ตัวเล็กๆ เขายังมีอีกว่า พลาดไปได้ไง รำพึงไม่ได้ซื้อศาลปกครอง พลาดไปได้ไง) มันมีแต่เรื่องตลกทั้งนั้นจึงเรียกการ์ตูน ลืมซื้อศาลปกครอง พิลึก การ์ตูนไม่มีใครถือสา มีแต่หัวเราะลั่นเลย มันขบขันตั้งแต่รูปการ์ตูนแล้ว

ความโลภนี่ละมันจะทำลายชาติไทยของเราไม่ใช่อะไร มีแต่จะเอาๆ ท่าเดียว ที่จะจมไม่คิดกันนะ มีแต่จะเอาๆ ท่าเดียวๆ นี่ละตัณหาความอยากความทะเยอทะยานไม่มีเบรกห้ามล้อเลย มีแต่คันเร่ง เร่งจนจมลงคลอง อยู่ในคลองมันยังเร่งอีกเร่งเครื่อง จึงว่าเอามาเทียบซิธรรมกับโลกต่างกันอย่างไรบ้าง ธรรมท่านรู้จักประมาณ พอดิบพอดี ไม่ดีดไม่ดิ้นไม่ทุกข์มากนะ

ยกตัวอย่างเช่น กรรมฐานสายของพระพุทธเจ้าโดยแท้นะ กรรมฐานที่อยู่ในป่าในเขาเป็นสายของพระพุทธเจ้าโดยตรง ท่านฟุ้งเฟ้อกับอะไรพระกรรมฐานที่อยู่ในป่าในเขา มีบริขาร ๘ ประจำ สมบัติของพระคือบริขาร ๘ เท่านั้น ไตรจีวร คือ สบง ๑ จีวร ๑ สังฆาฏิ ๑ บาตร ๑ กล่องเข็มสำหรับเย็บผ้า ๑ แต่ก่อนไม่มีจักร ธมกรกกรองน้ำ ๑ มีดโกน ๑ ประคดเอว ๑ รวมแล้ว ๘ เท่านั้น นี่ละสมบัติของพระแท้ ท่านอยู่ในป่าในเขาท่านมีเท่านี้ ท่านไม่หาอะไรยุ่ง แต่เรื่องมุ่งอรรถมุ่งธรรม จิตนี้จ่อตลอดเวลา สละสิ่งอะไรที่จะมาเป็นข้าศึกต่อการก้าวเดินเพื่อมรรคผลนิพพานออกให้หมด ไม่ให้มีข้าศึก เหล่านี้เป็นข้าศึกต่อทางเดินเพื่อมรรคผลนิพพานเท่านั้น ท่านจึงตัดออกๆ

ดูแบบฉบับของพระพุทธเจ้า เราต้องการความเจริญ มีความผาสุกเย็นใจก็ต้องตัดอะไรออกที่ไม่จำเป็น อย่าฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมหามา หานั้นมาหานี้มา มีแต่เอาภาระมาแบกทั้งนั้น ขายนั้นขายนี้หวังจะเอากำไร จะจมมันไม่รู้นะ ดีดพิลึกจริงๆ นะอำนาจของกิเลสตัณหานี่ดีดมากทีเดียว ก่อกวนโลกให้ยุ่งกันไปหมดทั่วโลก เพราะต่างคนต่างมีความหวังอย่างเดียวกันถึงวิ่งตามกัน หาความยับยั้งตัวไม่มีเลย สำหรับธรรมนี้พิจารณาแล้วเอาไปปฏิบัติตาม เราเป็นเพศฆราวาสก็เอาไปปฏิบัติตามสัดตามส่วนของเราที่จะปฏิบัติได้ก็ยังจะพอมีความสุขซุกหัวนอนได้คนเรา อันนี้มันนอนไม่หลับจะว่าไง

อย่างพระกรรมฐานนี่แบบฉบับของพระพุทธเจ้าโดยแท้ พอบวชแล้ว รุกฺขมูลเสนาสนํ ให้ไปอยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ปํสุกูลจีวรํ ถือผ้าบังสุกุล เศษเดนที่ไหนหาเก็บมาปะติดปะต่อ อย่างพระองค์ที่ท่านครองอยู่นี้ เราให้ท่านมายืนให้ดู จะไม่มีนะต่อไป นี่ละสมบัติเดิมของพระพุทธเจ้า จะถูกเหยียบย่ำทำลายไปด้วยความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมลืมเนื้อลืมตัวนี้ทั้งนั้นแหละ ตัวนี้ตัวเป็นภัยมากตัวฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม คือทางฆราวาสก็เป็นทุกข์มาก ทางพระก็เหมือนกัน ประดับประดาตกแต่งอะไรต่ออะไร เรื่องของพระตกแต่งอะไร ตกแต่งหัวใจนั่นซิ

ศีลให้บริสุทธิ์ ตกแต่งศีลให้บริสุทธิ์ สมาธิ ปัญญา วิชชา วิมุตติ เอา บำเพ็ญเข้าไปทางความพากเพียร สติเป็นพื้นฐานแห่งความเพียรทั้งหลาย สติขาดไม่ได้ อยู่ที่ไหนมีสติตลอดเวลา กิเลสไม่เกิดแหละถ้าสติติดแนบแล้ว มีมากขนาดไหนเกิดไม่ได้ สติบังคับหัวมันไว้เลย นี่ละแบบแผนพระพุทธเจ้าทุกอย่าง ท่านวางไว้เป็นแบบเป็นฉบับหมดทุกอย่างพระพุทธเจ้าทำไว้ อย่างที่ว่าบริขาร ๘ นั่นก็แบบฉบับของพุทธศาสนา ของพระผู้ตั้งใจบวชเพื่อมรรคผลนิพพาน ท่านมีแบบมีฉบับไว้ให้พอดิบพอดี ท่านไม่หาความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เหล่านี้มันมีตั้งแต่กาฝากมหาภัยที่ติดอยู่กับพระกับเณรเราในวัดในวา มีแต่พวกกาฝากมหาภัยซึ่งไม่ใช่ของจริง จะมาทำลายของจริงให้แหลกเหลวไปได้พวกเหล่านี้ นี่ละศาสนาแท้อย่างที่ว่านี่

รุกฺขมูลเสนาสนํ ปํสุกูลจีวรํ ถือผ้าบังสุกุล ไม่ดีดไม่ดิ้น ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ บิณฑบาตด้วยกำลังปลีแข้งของตน มีเท่าไรมาฉันพอยังอัตภาพให้เป็นไปเพื่อความเพียรโดยถ่ายเดียวเท่านั้น อันที่สี่ก็คือพวกหยูกพวกยา ปูติมุตฺตเภสชฺชํ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า อย่างนั้นละไม่มาก น้ำมูตรเน่าก็คือน้ำปัสสาวะดองมาฉันเท่านั้นละ ทุกวันนี้เป็นยังไง ไปที่ไหนประกาศขายยา ตามถนนหนทางตามร้านตามที่ไหนมีแต่ประกาศขายยา แต่ก็โรคเต็มตัวเหมือนกัน ไม่เห็นวิเศษวิโสอะไร ทางภายในมันดีดมันดิ้น จิตใจก็ดีดก็ดิ้น จากนั้นก็ดันออกมาทางกิริยาการแสดงออกก็ดีดก็ดิ้นไปตามๆ กัน

คนดีดคนดิ้นคือคนจะตายนั่นเอง เห็นไหมคนไข้ดีดดิ้นเท่าไร มันจวนจะตายมันดีดมันดิ้น นี่ก็เหมือนกัน พวกเรามันดีดดิ้นหาความล่มความจม ไม่ได้หาความสงบสุขร่มเย็น ศาสนานี้มันเหยียบไปหมดแล้วเวลานี้ กิเลสเหยียบไปหมด ไม่มีที่ใครจะมาครองตัวได้ แม้แต่พระเราก็เหมือนกัน ก็เหยียบศาสนาไปแบบเดียวกัน พระเราที่เป็นอย่างที่ว่า บิณฑบาตหรืออยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ในป่าในเขา บิณฑบาตมาด้วยกำลังปลีแข้งของตน ฉันพอยังอัตภาพให้เป็นไป ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ไม่ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมกับอะไร สิ่งที่ท่านมาใช้เป็นบริขาร เป็นสิ่งที่โลกทั้งหลายเขาไม่พึงปรารถนา แต่นี้เองที่จะเป็นเครื่องหนุนให้ถึงมรรคผลนิพพาน ความฟุ้งเฟ้อหนุนไม่ได้นะ ความมักน้อยที่สุด ความไม่ยุ่งกับอะไร นี้เป็นเครื่องหนุนให้ปฏิบัติด้วยความสะดวกสบาย เป็นอย่างนั้นนะ

หยูกยาก็เหมือนกัน ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมเกินเนื้อเกินตัว จามฟิกวิ่งหาหมอแล้วไม่ทราบว่าอะไร ไม่เป็นตัวของตัวที่จะเยียวยารักษาบ้าง มากังวลตั้งแต่เรื่องเจ็บเรื่องไข้นิดๆ หน่อยๆ ผลประโยชน์ที่จะทำให้เกิดแก่จิตใจไม่มี เสียตรงนี้นะ ทุกวันนี้มีแต่ยาเต็มวัดเต็มวาเต็มตู้เต็มหีบ เยียวยารักษาแต่ภายนอก แต่หัวใจไม่มีใครสนใจที่จะเยียวยารักษาเลย เสียตรงนี้นะ ศาสนาพุทธสอนให้เยียวยารักษาภายในจิตใจ ให้ใจดีแล้วทุกสิ่งทุกอย่างจะดีไปตามๆ กัน แม้มันจะพังก็ตามจิตใจไม่ได้พังจากศีลจากธรรมจากมรรคผลนิพพานเป็นที่พอใจ นั่น สิ่งเหล่านั้นมันพังทั้งนั้นแหละ อย่าพากันหาดีดหาดิ้นแต่สิ่งที่จะพัง เพราะฉะนั้นคนเราจึงพังไปตลอดๆ

ซื้อหุ้นนั้นหุ้นนี้ มีแต่สิ่งที่จะพังทั้งนั้น ดีดดิ้น เงินทองข้าวของเอามาไว้สำหรับใช้ผลประโยชน์เยียวยาพอยังอัตภาพความเป็นอยู่ให้เป็นไป แต่มันไม่ได้คิดอย่างนี้ มันจะเอาเหล่านี้ให้เป็นเหมือนกับว่าเทวบุตรเทวดาไปหมด เลิศเลอยิ่งกว่าอะไร ก็คิดดูซิอย่างไอ้หลังลายนี่ เวลานี้คนกำลังวิ่งตามไอ้หลังลาย มันกำลังจะตายรู้ไหมล่ะ ไอ้หลังลายก็ธนบัตรนั่นแล้วจะเป็นอะไร ท่านมีมาไว้สำหรับความจำเป็นในการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันธรรมดา ท่านไม่ได้มีมาไว้ให้คนเป็นบ้าวิ่งตามไอ้หลังลายนะ ไอ้หลังลายก็ประสากระดาษจะมีอะไร มาสมมุติขึ้นใช้ธรรมดา แต่นี้มันไม่ได้เพียงเท่านี้มันดีดมันดิ้นเลยไอ้หลังลายไป ไอ้หลังลายเป็นเจ้าอำนาจใหญ่โตละทุกวันนี้ บีบบี้สีไฟโลกให้ดีดให้ดิ้นไปทั่วหน้ากันหมด

เศรษฐีก็ไม่พอ ไอ้หลังลายคว้าเรื่อยๆ เวลาตายแล้วไม่เห็นไอ้หลังลายไปเผา ก็มีแต่ฟืนแต่ไฟ มีแต่ถ่านมีแต่ไฟฟ้าเผากันเท่านั้น ไอ้หลังลายมันเฉยไม่เห็นมีอะไร เวลายังมีชีวิตอยู่ดิ้นกับมันจนจะเป็นจะตาย ได้มาเท่าไรไม่พอได้ไอ้หลังลายนี่ ไม่มีใครพอ ดีดตลอดเวลา นี่ละถึงได้ว่าพวกบ้ากับไอ้หลังลาย เอามาใช้เฉยๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าเอามาใช้เป็นความสะดวกต่อกันเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงเอามาใช้จนกระทั่งไอ้หลังลายเผาหัวคนแทนไฟ ครั้นเผากันเขาเอาไฟเผา จะเป็นไฟถ่านไฟฟ้าไฟอะไรก็เรียกว่าไฟ เอามาเผากัน เขาไม่ได้เอาไอ้หลังลายมาเผา แต่เวลามีชีวิตอยู่ดิ้นกับไอ้หลังลายจะเป็นจะตาย เวลาตายลงแล้วไอ้หลังลายมันก็อยู่งั้นแล้ว ไม่เห็นมีอะไร ก็มีแต่ไฟละไปเผาเท่านั้นเอง แล้วก็ไปดูกัน ไปเยี่ยมศพกัน เผาศพกันไปเท่านั้นละดู

บางคนก็ดูด้วยความเพลิดเพลิน ไปหากันนี้คุยกันมีแต่เรื่องกองทุกข์นะ ที่คุยกันในงานศพ วัดใหญ่เท่าไรยิ่งกองทุกข์ใหญ่ มาชุมนุมกันเวลานั้นเป็นเวลามีโอกาสที่ได้มาเยี่ยมศพ และถือโอกาสในเวลานั้นแหละระบายทุกข์ต่อกันเสียงลั่นไปหมด ต่างคนก็ต่างมีปาก มีแต่ปากนั้นปากนี้ออกมาจ่ายตลาดกัน ปากกองทุกข์ยุ่งไปหมด นี้ไปเห็นต่อหน้าต่อตานะ ในกรุงเทพก็ดูจะมีหนเดียวมั้ง วัดใหญ่ๆ ด้วยนะ เขานิมนต์เราไปเทศน์ จะให้ไปเทศน์อะไรในกองส้วมกองถาน ว่างั้นแหละ เขาขอแล้วขอเล่า บึกบึนมาขออยู่ตลอด ลูกศิษย์ในกรุงเทพ เราไม่อยากไปไม่ทราบจะไปหาอะไร ก็เราไม่ได้บวชมาเพื่อหารายได้รายรวยหาเงินหาทอง บวชมาเพื่ออรรถเพื่อธรรม นี้นิมนต์เราไปสู่กองฟืนกองไฟกองส้วมกองถาน เราไม่อยากไปเราก็บอกตรงๆ เลย

ขอแล้วขอเล่า สุดท้ายเราก็ไป เพราะมันเคยเห็นแล้วเรื่องเหล่านี้น่ะ ไปจะไปหาอะไร ไปก็ไปเจออันนี้แหละ ทีนี้เวลาไป มารวมมากน้อยเท่าไรมีแต่คุยเรื่องเดียวกัน ระบายทุกข์ต่อกัน เป็นโอกาสที่จะได้มาระบายทุกข์ต่อกัน พระ กุสลา ธมฺมา พระเทศนาว่าการมันไม่ได้สนใจนะ ไปเฉยๆ นั่นละเรื่องของกิเลสเอากองทุกข์ไประบายกัน กองทุกข์ก็เกิดจากกิเลสนั่นแหละไประบายกัน เสียงอรรถเสียงธรรมที่จะมาระงับดับกองทุกข์เกิดจากกิเลสนี้ไม่สนใจ

เราจำเป็นเราก็ไป ครั้นเวลาไปพอเริ่มเทศน์ขึ้นมา เสียงคุยกันอึกทึกครึกโครม เอาละนะที่นี่กูจะฟาดหัวคน อ้าว จริงๆ มันได้หย่อนใครเมื่อไร ธรรมไม่ได้หย่อนใครนะ เหนือโลกตลอด นี่กองส้วมกองถานมันมาระบายกองทุกข์ต่อกันให้ดู ขึ้นธรรมาสน์แล้วเทศน์ไปๆ เสียงก็ลั่นขึ้นมา ทางนี้ก็เปรี้ยงออกเท่านั้นละ พอได้ออกนี้เงียบหมดเลยนะ เห็นไหมล่ะ ใส่เปรี้ยงๆ เอาเหล่านี้ละมาเทศน์ เอาที่ยุ่มย่ามๆ มาเทศน์ เงียบหมดจริงๆ นะ เสียงเราขึ้นเต็มเหนี่ยวๆ เขาคงจะงงกันหมดกรุงเทพนั่นละพวกที่มาน่ะ เขาไม่เคยได้ยินเทศน์ประเภทนี้

เราก็งงเหมือนกัน เราก็ไม่เคยได้เทศน์ให้พวกเปรตฟังอย่างนี้ เราเทศน์ให้แต่มนุษย์ฟัง ก็พอดีกัน เทศน์เพียงกัณฑ์เดียวเท่านั้น เพราะขัดเขาไม่ได้ก็เลยไปให้เขา ไปก็ไปเจออย่างว่า เจออย่างว่าก็ออกละที่นี่ ธรรมะฟาดเปรี้ยงๆ เงียบหมดจริงๆ นะ วัดใหญ่ในกรุงเทพ วัดป่าช้า วัดขนเงินขนทองเข้าวัดเข้าวา นั่นละเขาเรียกธนาคารอย่างหนึ่ง  แต่ละวัดๆ ที่มีเมรุอยู่นั้น นั่นละธนาคารอยู่ที่นั่น ขนเงินเข้าวัดเข้าวา เข้าพระเข้าเณร พระก็เลยเป็นบ้ากับเงินกับทองไป มัน กุสลา ธมฺมา วันยังค่ำ ขนเงินเข้าคลังเข้าพุงของตัววันยังค่ำ ใครก็อยากไปอยู่ซีพวกบ้าเงิน มันเป็นธรรมเมื่อไร เป็นโลกทั้งนั้น

วัดไหนที่มีเมรุแล้วนั่นละวัดพระเป็นบ้าที่สุดเลย ไม่ได้เป็นอรรถเป็นธรรมนะ กิเลสเหยียบหัวมันไปหมดนั่นแหละ พอดีวัดอโศการาม ท่านพ่อลีท่านสั่ง เขาจะมาตั้งเมรุที่วัดอโศการาม ท่านสั่งเด็ดขาดเลย นั่นเห็นไหม เราไม่ได้ลืมนะคำพูดของท่าน เพราะท่านนิสัยเด็ดเดี่ยวเฉียบขาด พ่อแม่ครูจารย์ได้ชมท่านตลอดมา พ่อแม่ครูจารย์มั่นของเรานี้ไม่เคยตำหนิท่านพ่อลีนะ พอพูดถึงท่านพ่อลีทีไร เออ ท่านลีเป็นพระที่เฉียบขาดเด็ดเดี่ยวเคร่งครัดในหลักธรรมหลักวินัย ท่านว่าอย่างนั้น นี่ละท่านชี้ขาดเลย เขามาขอสร้างเมรุ มาสร้างหาอะไร ท่านว่า ป่าช้าของพระ นั่นเห็นไหมล่ะ ป่าช้าของพระ มันจะมาตายกองกันอยู่ในเมรุนี่ละ ป่าช้าเผาคนเป็นพระเป็น ใครค้านท่านได้ไหมล่ะ

ตั้งเมรุขึ้นมานี้มันจะหัวสุมเข้าไปในนี้ละพระเณรเรา แล้วเงินทองข้าวของเหล่านี้ อติเรกลาภมาเผาหัวมัน มรรคผลนิพพานจะมีที่ไหน อย่ามาตั้งเป็นอันขาด นั่นท่านดัด เราฟังแล้วถึงใจทีเดียว ท่านไม่ให้ตั้ง จึงไม่มีจนกระทั่งทุกวันนี้ เราก็ไปสนับสนุนเรื่อยนะ จำให้ดีคำพูดท่านพ่อลีคำนี้เด็ดขาดมาก เป็นธรรมล้วนๆ ใครตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ยึดอันนี้ไว้ อย่าเอาเมรุมาตั้ง เราบอกงั้นเลย เราไปหนุนเรื่อย เพราะเราถึงใจตั้งแต่เวลาท่านพูด ท่านพูดอย่างเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดด้วย หาที่ค้านไม่ได้เลย อย่ามาตั้ง ตั้งเมรุนี้ก็ป่าช้าของพระเผากันในนี้เลย เผาพระนี่เผาทั้งเป็นท่านว่างั้น เมรุนั่นเผาคนตาย เมรุนั่นเป็นต้นเหตุที่จะให้เผาพระทั้งเป็น อย่ามาตั้งนะ ท่านเอาเด็ดขาด จึงไม่มีกระทั่งทุกวันนี้ เรานี้ฟังอย่างถึงใจ ฟังซิฟังคำพูดของท่านคำนี้ นี้ละเป็นธรรมล้วนๆ ฟังเอา

ท่านไม่เห็นแก่เงินแก่ทองข้าวของอะไร พอตั้งเมรุขึ้นมาเรื่องราวมันจะมาที่นั่นหมด ท่านห้ามเด็ดขาด เราก็ไปสนับสนุนเรื่อย จำให้ดีนะคำพูดท่านพ่อลี ว่างี้เลย เราเอาเรื่อย ไป อย่ามีนะ วัดนี้อย่ามาตั้งเมรุนะถ้าไม่อยากให้เป็นป่าช้าเผาพระน่ะ เราว่างั้น เราไปสนับสนุนเรื่อยเพราะมันถึงใจ เราไม่ลืมคำพูดของท่านพ่อลี ท่านพูดน่าฟังมากทีเดียว

วัดใหญ่ๆ วัดไหนมีอะไร นับแต่เงินแต่ทองกันวันยังค่ำ เราพูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างนี้แหละ มันสนใจในธรรมที่ไหน ไม่ได้สนใจ อยู่ในวัดนั่นแหละ วัดเป็นสถานที่บำเพ็ญธรรม แต่ไม่มีธรรมอยู่ในนั้น มีแต่กิเลสเข้าไปตีแหลกเหลวหมดเลย คำพูดอย่างนี้ก็ไม่มีใครพูด เราพูดโดยอรรถโดยธรรม ทำไมพูดไม่ได้ เหล่านั้นเป็นแต่กิเลส มาชำระกิเลสก็ต้องพูดตำหนิกิเลสเพื่อให้ชำระมันละซิ เป็นผู้ทรงอรรถทรงธรรม มุ่งอรรถมุ่งธรรม ก็ส่งเสริมทางธรรมขึ้นมา อย่างที่ท่านพ่อลีท่านพูด นั่นท่านส่งเสริมธรรมนะนั่น ทำลายสิ่งที่จะเป็นข้าศึกของธรรมออกเป็นลำดับ

โอ๊ย เวลานี้โลกกำลังจะเป็นบ้ากันทั้งโลกเลยนะ มีแต่ความโลภ ความทะเยอทะยาน ใครก็อยากดีอยากเด่น ชิงดีชิงเด่น ชิงดีอะไร ชิงมูตรชิงคูถ กิเลสมันเสกขึ้นมาว่า ชิงดีชิงเด่น มันเอาความดีมาจากไหนพอมาชิงกัน ก็มีแต่มูตรคูถเต็มบ้านเต็มเมือง เต็มหัวใจของคนทุกคน มันเอาความดิบความดีมาจากไหน ที่เกิดขึ้นจากความทะเยอทะยาน เป็นความดิบความดีไม่มี ถ้าความดีดความดิ้นตามธรรมนี้มีวันยังค่ำเลย ก็มีเท่านั้นละพูด วันนี้ไม่ได้พูดมาก วันไหนก็พูดทุกวันๆ จะตายแล้วละ เอาละพอ

วันนี้เทศน์บ้างนิดหน่อยก็ดีอยู่ มีแต่เนื้อๆ ละเทศน์วันนี้ พวกเนื้อๆ ทั้งนั้น หนาวเมื่อเช้าก็ลง ๑๗ บนกุฏิเราลง ๑๗ พอกันกับเมื่อวาน เมื่อวานดูว่า ๑๗ ครึ่ง วันนี้ ๑๗ เต็มพอดีเลย ก็หนาวอยู่นะ เมื่อวานเห็นมันหนาว คือตามธรรมดาเรา พอตี ๔ ตี ๕ เราจะลงเดินจงกรมทุกเช้า เราเปลี่ยนอิริยาบถเราไม่เคยขาด แต่เมื่อวานนี้มันเอาหนาวมาอ้าง อุ๊ย วันนี้หนาวมาก ไม่ลงเดินจงกรมละ เลยไม่ลงเมื่อวานนี้ เมื่อเช้ามันยิ่งขยับขึ้นอีก โอ๊ยวันนี้ยิ่งหนาวมากกว่าเมื่อวานนี้ เอา มากก็มาก เหยียบหัวมันไปเลย ลงไปเดินจงกรมเมื่อเช้านี้ ก็อยู่นี้ไม่เห็นตาย เข้าใจไหม ออกจากทางจงกรมแล้วก็มานี้เท่านั้นเอง ฟาดตั้งแต่ตี ๔ ตี ๕ ไม่เห็นตาย มันหลอกเราอย่างนั้นละ

เราเดินจงกรมตลอดนะ ไปที่ไหนเราไม่เคยละทางจงกรม เช่นอย่างช่วยชาติ ๖ ปี ๗ ปีนี่ ไปที่ต่างๆ ไปที่ไหนก็ตาม พอลงรถปั๊บเราจะเที่ยวเดินซอกแซกหาทางเดินจงกรมจนได้ ไม่ผิดไม่พลาด อยู่ที่ไหนก็ตามกลางเมือง กลางนา กลางกรุงก็ตาม จะหาที่จนได้สำหรับเรา ไปเที่ยวซอกแซกดู  ได้แล้วก็กลับมา พอว่างปั๊บเข้านั้นเลย อย่างงั้นตลอด พอนานเข้าๆ พระทั้งหลายที่ออกมาตามต่างจังหวัด ท่านคงจะเล่าสู่กันฟังก็ได้ วัดท่านไม่มีทางจงกรม แต่ท่านทำไว้ให้เราเรียบเลย ออกจากนี้เราก็ไปหาเที่ยวดูมันมีไหมทางจงกรม หรือมีอวดให้เรานี้เท่านั้นหรือ ไปไม่มีเลย นั่นเป็นอย่างนั้นนะ คือเขาทราบไว้แล้วว่า เราเดินจงกรมไม่ลดละ ท่านเลยทำทางจงกรมไว้หลายแห่ง เราไปที่ไหนทำทางจงกรมให้ๆ ตลอด แต่ที่อื่นไม่มี ออกจากทางจงกรมไปเที่ยวดูไม่มีนะ เราไม่เคยลดละ อย่างช่วยชาติอยู่ถึง ๖ ปี ๗ ปี ไม่เคยเว้นเลยทางจงกรม สถานที่ใด ไปที่ใดก็ตาม มีทางจงกรมสำหรับเดินตลอดเลย เราไม่เคยลดละ เอาละ ต่อไปนี้จะให้พร แล้วเลิกกัน

วันไหนก็เทศน์ทุกวัน พูดทุกวัน เลยจะตายเพราะพูด วันนี้เทศน์เท่านี้ก็พอละ นี่ก็ออกทางวิทยุแล้ว เราเทศน์ออกทั่วประเทศไทย วันนี้ก็ดีอยู่มีเทศน์ที่เป็นคติ เฉพาะอย่างยิ่งเมรุไอ้หลังลาย นี่สำคัญมาก สำหรับวัดนี้ไม่ได้ มีเท่าไรออกหมดเลย ในวัดเรานี้ถ้าพูดถึงเรื่องว่าเรื่องเงินนี้ วัดนี้จะมากที่สุดถ้าธรรมดานะ เพราะเขาถวายมาตั้งแต่เริ่มสร้างวัดจนกระทั่งป่านนี้ มันจะได้สักกี่หมื่นล้าน ว่าหมื่นล้านไปเลย ออกหมด ออกช่วยชาติบ้านเมืองหมดเลย ไม่มีติดตัวเลย ทำลายเราไม่ได้เข้าใจไหมล่ะ มีเท่าไรทำลายเราไม่ได้ ออกหมดเลย

ความเมตตาทำให้เสียสละได้หมด ไม่มีอะไรติดตัว มีๆๆ ก็มาปัดออกๆ ที่นั่นขาดเขินที่นี่จำเป็น เอานี้ออกไป กำไว้ไม่ได้ เราจึงพูดตรงๆ ว่าไอ้หลังลายมาทำลายเราไม่ได้ เมตตาธรรมของเราเป็นทหารองครักษ์รักษาเราไว้ ใช่ไหม เมตตาธรรม มีเท่าไรๆ ออกหมดเลย ทหารเราเอาออกหมดเลย จ่ายช่วยนั้นช่วยนี้ นั่นละเรามีทหารคือเมตตาธรรมรักษาไว้ ไอ้หลังลายจึงไม่มาเหยียบหัวเราได้ เมตตาธรรมเป็นทหารองครักษ์รักษาเราไว้ มีเท่าไรทางนี้เอาออกหมดเลย

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก