ต้องการความดีงามต้องฟังธรรม
วันที่ 28 ตุลาคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ต้องการความดีงามต้องฟังธรรม

(รร.วัดใหม่..จ.กาญจนบุรี ขอเมตตาเครื่องถ่ายเอกสาร และเครื่องคอมพิวเตอร์) เออ เอาไว้นั้นเสียก่อนนะ เวลานี้ยังเคลื่อนไหวอะไรไม่ได้ หนักมาก พักไว้ก่อน อย่างนี้มีอยู่ทั่ว ๆ ไปไม่ทราบจะช่วยทางไหนต่อทางไหน เวลานี้จึงหนักมาก ให้พักไว้เสียก่อน หากว่ามีโอกาสที่จะช่วยได้เมื่อไร เราพร้อมที่จะช่วยเหลือโลกอยู่ตลอดเวลา ที่กล่าวนี้มีอยู่ทั่วไปมาขอเรา เราเองก็ไม่ไหว นี่ก็กำลังหมุนเงินเข้า เพื่อทองคำในคลังหลวงซึ่งเป็นหัวใจของชาติ นี้เป็นเรื่องใหญ่โตมาก สิ่งที่กล่าวมาเหล่านี้ไม่ได้ใหญ่โตนะ เราเทียบทันที ๆ เลย หลักใหญ่ให้มี ชาติทั้งชาติไม่มีหลักมีเกณฑ์ใช้ไม่ได้ ถ้าเป็นต้นกล้วยต้นขนาดนี้ก็ไม่มีความหมายเพราะไม่มีแก่น ไม้ต้นเล็ก ๆ มีแก่นเขามีความหมายเต็มตัวของเขา ชาติไทยของเรานี้ควรอย่างยิ่งแล้วที่จะมีแก่นเป็นหลักเกณฑ์มาโดยลำดับลำดา จะคลอนแคลนไปไม่ได้

ที่เราอุตส่าห์พยายามช่วยพี่น้องทั้งหลาย เราคิดหมดทุกอย่างนะ เพราะฉะนั้นเห็นอะไรเหลาะแหละโลเลจึงดูไม่ได้ ควรดุดุเอา ก็ดุเพื่อดีว่าไง ดุให้ได้สติสตังเพื่อแก้ไขดัดแปลงตัวเองไม่ได้เสียหายอะไร ความเลวร้ายของตัวเองที่สร้างอยู่ตลอดเวลาแบบความเพลิดเพลินรื่นเริงบันเทิงนิ่มนวลอ่อนหวาน อ่อนหวานอันนี้ละมันเผาเจ้าของและเผาชาติบ้านเมือง ดังที่พูดว่าหลวงตาบัวเทศน์ดุเทศน์ด่า เทศน์สกปรกโสมม เราอยากจะเอาพยานมาใส่ตูมเลยว่า เห็นไหมหนังสือพิมพ์ เราก็เห็นผ่านไปเฉย ๆ แหละมันมีประจำวัน เสพสมบ่มิสม เข้าใจไหม ล้วนแล้วตั้งแต่พูดเรื่องความหยาบโลนตลอดเวลา มีเป็นประจำหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ฉบับอื่นก็มีแต่ไม่เปิดเผยหรือไม่หยาบเหมือนฉบับนี้ บอกว่าการเขียนนี้เพื่อรักษา รักษาอะไร เด็ก ๆ มันก็รู้ นี่หยาบโลนหรือไม่หยาบโลนเรื่องส่งเสริมกามกิเลสซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟเผาโลกมาตลอดไม่มีเวลาอ่อนลง ก็เพราะการส่งเสริมมันหนุนมันตลอดเวลา แล้วจะให้มันสงบได้ยังไงเมื่อไสเชื้อเข้าไปอยู่เสมอ ไฟจะอ่อนตัวลงไม่ได้นะ

ท่านทั้งหลายให้เอามายันกันซิ กับที่ว่าหลวงตาเทศน์ เฉพาะอย่างยิ่งว่าหยาบโลน หยาบอะไร แก้ตัวหยาบโลนนี้ต่างหากนี่นะ ทำไมความหยาบโลนมันสร้างตัวขึ้นมาเผาบ้านเผาเมืองตลอดเวลา แล้วต่างคนต่างดิ้นตายกับมัน ทำไมไม่เห็นว่ามันหยาบโลน ทำไมจึงเพลินบ้ากับมัน การแก้สิ่งเหล่านี้เข้าไปในจุดนี้ทำไมจึงว่าหยาบโลนในการแก้ น้ำที่สะอาดชะล้างสิ่งสกปรก ทำไมความสกปรกจะเป็นความดีเลิศขึ้นมายิ่งกว่าน้ำที่สะอาดชะล้างความสกปรกนั้น

นี่ธรรมทั้งหมดชะล้างสิ่งสกปรกนะ อย่างที่พูดเหล่านี้ มันเพลินบ้ากันไปหมด ถ้าเรื่องของกิเลสแล้วนิ่มนวลอ่อนหวานไปเสียหมดนะ ธรรมเข้าไม่ถึงแหละ พอแย็บออกไปก็หาว่าหยาบว่าโลน เราจึงยกตัวอย่างของเราออกเลย เราพูดตามความสัตย์ความจริงไม่ได้มีหลอกลวงต้มตุ๋น เรื่องธรรมแล้วต้องตรงไปตรงมา อย่างที่ว่าชะล้างนี่ ชะล้างตัวนี้ตัวหยาบโลน เช่น มีผัวมีเมียกี่ผู้กี่คน ถือว่าหยาบโลนแล้ว มันหาอยู่ทำไมไม่ว่าหยาบโลน มันหาทั้งที่แจ้งที่ลับหาผัวหาเมีย เป็นบ้าด้วยกามกิเลสนี่ทุกแห่งทุกหน หมาสู้ไม่ได้ ทำไมไม่เห็นว่าหยาบโลน การแนะนำสั่งสอนให้เห็นโทษของสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นฟืนเป็นไฟเผาโลก ทำไมจึงว่าหยาบโลน เอาพิจารณาซิ

เป็นไงกิเลสมันเข้าตัวไหม มันเป็นอย่างนี้แหละ เพียงพูดชะล้างเท่านั้นไม่ได้นะ ต้องสั่งสมกันเข้ามาเรื่อย ๆ ให้ต่างคนมอมแมม ๆ ตาฝ้าตาฟางอย่างนั้นพอใจ นี่เรื่องของโลกเป็นอย่างนี้ ไปดูซิถ้าว่าเราหาเรื่อง แล้วมีใครมาตำหนิมันล่ะที่มันออกให้โลกอ่าน มันจะวิ่งเข้าไปหาจุดนี้ก่อนแหละ หนังสือพิมพ์ปั๊บหาจับอันนี้แหละ จับบ้ากามนี่ เข้าใจ บ้าตาฝ้าตาฟางนี่ ตัวนี้ตัวตาฝ้าตาฟาง ไม่มีบุญมีบาปคือตัวนี้เอง ตัวลบบุญลบบาปจะเป็นตัวไหน ตัวนี้รุนแรงมากที่สุดในสามแดนโลกธาตุที่ลากสัตว์ให้จมลงนรก มีตัวนี้เท่านั้น อ่านธรรมะป๋างเข้าไปนี้เห็นหมดเลย คุยไม่คุยหลวงตาบัว ปฏิบัติมาแล้ว เห็นอย่างนั้นรู้อย่างนั้นแล้วจะให้พูดว่ายังไง

เวลามันมืดมันก็มืดจริง ๆ เวลามันเปิดขึ้นมามันก็เห็นนี่ อย่างเราหลับตานี้มีอะไรมันก็ไม่เห็น เวลาตาหลับมันก็มืดไปหมด พอลืมตามาแล้วมีอะไรมันก็เห็นของมัน ตามสัดตามส่วนในสิ่งเหล่านั้นที่มี ทางนี้ก็เห็น เป็นยังไงถูกหรือผิดล่ะ เวลามันบอดมันไม่เห็น หลับตาลองดูซิเห็นไหมสิ่งเหล่านี้ ไม่เห็น ลืมตาขึ้นแล้วมันก็เห็น ของมีอยู่เป็นแต่เพียงว่าตามันหลับหรือมันลืมเท่านั้นเอง นี้ตาธรรมเป็นอย่างนั้นนะ ตาธรรมจ้าไปหมดเลย นี่ละที่นำมาสอนโลก สอนด้วยความสว่างกระจ่างแจ้ง ดังที่พระพุทธเจ้าท่านแสดงไว้ว่า โลกวิทู รู้แจ้งโลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง มีอะไรงดเว้นปิดบังลี้ลับพระพุทธเจ้าไม่ให้รู้มีเหรอ ไม่มี นั่นฟังซิ โลกวิทู แล้ว อาโลโก อุทปาทิ สว่างจ้าอยู่ตลอดเวลา

กิเลสนี่ตรงกันข้าม มืดตื๋อตลอดเวลา เป็นอย่างนั้นนะ แล้วมันก็เอาความมืดตื๋อของตัวเอง ความเลวร้ายของตัวเองไปลบล้างธรรมของพระพุทธเจ้าที่เป็นความสะอาด อย่างลบล้างว่าบาปไม่มี บุญไม่มี นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี อย่างนี้ละ นี่ละมันลบล้างตลอดเวลา พวกนี้พวกทำลายศาสนา ใครปฏิบัติเพื่ออรรถเพื่ออรรถเพื่อมรรคเพื่อผล มันมาลบล้างเสียหมด ถ้าปฏิบัติตามมันเหมือนเปรตเหมือนผีนั้นไม่ลบล้าง เสริมกันช่วยกัน เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันถึงเดือดร้อน เดือดร้อนเพราะอะไร เพราะกิเลสมันหนาแน่นขึ้นทุกวัน ๆ หาความสว่างไสวพอรู้เนื้อรู้ตัวว่าผิดว่าถูกบ้างไม่ได้นะ ไปที่ไหนมีแต่จะเอาอย่างใจ ๆ ความเอาอย่างใจมีแต่เรื่องกิเลสทั้งนั้นหลับตาชนไปเลย นี่คือเอาอย่างใจ โลกมันก็ร้อนละซิ

ถ้าปฏิบัติตามธรรมพระพุทธเจ้า ศาสดาองค์ใดสอนโลกให้ร้อนไม่เคยมี ผู้ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าแล้วจ้ากันทั้งนั้นแหละ เห็นไหม สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ของพวกเรา ท่านโง่หรือท่านฉลาด ฟังซิ เราตั้งแต่เป็นสรณะของตัวเองก็เป็นไม่ได้ แล้วจะอวดดิบอวดดีมาจากที่ไหน ให้เป็นที่พึ่งของตัวเองด้วยการปฏิบัติความดีความชอบ อบอุ่นภายในตัวเอง พิจารณาแก้ไขดัดแปลงตัวเองไปในวันหนึ่งคืนหนึ่ง มันมีใครสนใจอย่างนี้ไม่มีนะ มีแต่ดีดแต่ดิ้นไปตามกิเลสตัณหาทั้งนั้น ความรู้สึกดีชั่วไม่ค่อยสนใจนอกจากมันจะหยาบจริง ๆ เช่นจะไปเอาของเขากลางแจ้งไม่ได้ มันก็ขโมยเอา นั่นเห็นไหมกิเลสมันเก่งขนาดไหนดูเอาซิ แล้วมันก็ถูกตลอดนะมันจะเอาให้ได้อย่างใจมัน

นี่ละตัวลบล้างศาสนา ศาสนาก็อยู่กับเรา ก็ลบล้างตัวของเราให้หมดคุณค่าหมดราคา สิ่งที่ปรากฏอยู่ทั้งวันทั้งคืนยืนเดินนั่งนอนทั่วแดนโลกธาตุ มีแต่ไฟเผาหัวอกของสัตว์โลก คือหัวใจ อยู่ในนั้น กิเลสคือตัวไฟอยู่ที่นั่น ธรรมะที่จะเป็นน้ำดับไฟอยู่ในใจดีดขึ้นมาไม่ได้ โลกจะไม่ร้อนยังไง มันร้อนเพราะกิเลสต่างหากนะไม่ได้ร้อนเพราะอรรถเพราะธรรม แล้วไปตำหนิธรรมหาอะไร ทำไมไม่ตำหนิกิเลสตัวเป็นฟืนเป็นไฟทุกผู้ทุกคนทุกสัตว์เวลานี้ อย่าเอามาอวดนะว่าฐานะสูงต่ำ สมบัติเงินทองข้าวของบริษัทบริวารยศถาบรรดาศักดิ์ อย่าเอามาอวด เรื่องของกิเลสตาบอดทั้งนั้นแหละ ใครมีเท่าไรยิ่งตาบอดหนักเข้าถ้าไม่มีธรรมเข้าแทรกนะ รู้มากเท่าไรยิ่งมืดลงไป ๆ ถ้ามีธรรมเข้าแทรกมันจะรู้ทันที ๆ

ท่านจึงสอนถึงเรื่องศาสนา ศาสนาคือธรรมอันสว่างกระจ่างแจ้งมาแต่องค์ศาสดา เป็นน้ำดับไฟ ๆ กิเลสนี้เป็นเครื่องเสริมตัวให้เป็นไฟเผาโลก น้ำคือธรรมดับไฟลงมาคือกิเลสเหล่านี้ จะได้สงบร่มเย็นบ้างคนเรานะ เวลานี้มันไม่ได้สงบร่มเย็นเพราะอะไร มันดีดดิ้นกันไม่มีวันมีคืนมีปีมีเดือนนะ ดีดตลอดเวลา หาความที่จะรู้เนื้อรู้ตัว ให้รู้โทษของกิเลสและเข็ดหลาบกิเลสไม่มี อยากว่าอย่างนี้เรานะถ้าไม่ปฏิบัติธรรม ถ้าปฏิบัติธรรมมันจะแย็บออกมาให้รู้ เช่น นอนกอดงูสามเหลี่ยมงูจงอางนี้ มันก็ไม่รู้ว่าสามเหลี่ยมงูจงอาง มันถือว่าเป็นเพื่อนมัน แล้วตายไป ๆ เรื่อย ถูกมันสับเอา ๆ ตายไปเรื่อย ๆ พินาศ

ไปนอนอยู่หน้าถ้ำเสือคำรามอยู่ข้างใน มันกระหึ่ม ๆ มันจะงับคอ ยังว่า เพลงเหล่านี้อยู่ในกรุงเทพเขาว่า เพลงลูกทุ่งลูกกรุง ไม่สู้เพลงอันนี้มันเสียงไพเราะเพราะพริ้งมากนักนะ เราไม่เคยได้ยิน ยังจ่อคอเข้าไปจ่อหูเข้าไป ให้มันงับคอเข้าใจเหรอ มันกระหึ่ม ๆ มันบอกกำลังหิวอาหาร อาหารว่างอยู่หน้าถ้ำนี้ ให้รีบหนีไม่รีบหนีตายนะ ทางนี้ยังเพลินฟัง

นี่ละเราเพลินฟังเสือกระหึ่ม คือกิเลสตัณหา ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา ตัวเสือกระหึ่มใหญ่ แล้วพวกเราก็สอดคอ ต่างคนต่างสอดเข้าไป คนหนึ่งจับลากออกมา นั่นเสือรู้ไหม นั่นมหาภัย ไม่สนใจฟังนะ มันยังตำหนิผู้ที่มาดึงออกนี้ด้วย อย่างตำหนิธรรม ธรรมที่สอนโลกสอนไปตามความสัตย์ความจริง เป็นน้ำดับไฟ หนึ่ง แล้วชำระสิ่งที่สกปรกโสมม หนึ่ง ได้แก่ธรรมะนั่นเอง มันปัดออกหมด เวลานี้ศาสนาจะไม่มีประจำหัวใจโลก เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยเรามันจะไม่มีนะ เราพูดจริง ๆ เราสลดสังเวชเหมือนกัน แต่จะพูดไปหาประโยชน์อะไร เมื่อถึงกาลพูดก็พูดบ้างซิ ธรรมเป็นเครื่องสอนโลกทำไมจะสอนไม่ได้วะ

ถ้าโลกยังมีความต้องการความดีงามอยู่แล้ว ก็ต้องฟังธรรม ธรรมจึงต้องมีแทรกสำหรับคนดีมีอยู่ ไอ้คนชั่วมันจะเป็นอะไรช่างโคตรมัน อย่าว่าแต่ตัวของมันเลย โคตรมันก็ไม่มีใครสนใจ พระพุทธเจ้าพระองค์ใดไม่ได้สนใจกับโคตรของปทปรมะ นะ จะสนใจแต่พวกอุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยยะ ๓ ประเภทนี้ เนยยะนี้เอาให้จริงอย่าถอยมัน คือเนยยะนี้ขึ้นก็ได้ลงก็ได้ กิเลสกับธรรมะฟัดเหวี่ยงกันอยู่ในขั้นเนยยะนี่ ต้องเอาให้หนักไม่หนักไม่ชนะ ถ้าหนักแล้วก็เป็นเนยยะ เรียกว่าผู้ลากเข็นตัวเองไปได้แหละ ถ้าไม่หนักก็กิเลสดึงลงไปหาปทปรมะ

เพราะฉะนั้นขั้นเนยยะนี้จึงต่อสู้กันอยู่กับปทปรมะตลอดเวลา เช่นเวลานี้เนยยะจะประกอบความพากความเพียร ปทปรมะมาแล้ว อุ๊ย กำลังเหนื่อยแล้วเวลานี้ นั่นเห็นไหมมันลากลงไปแล้วนั่น ปทปรมะ สักเดี๋ยวก็ดังครอก ๆ ปทปรมะ เอาไปต้มได้ยินแต่เสียงเดือดพล่าน ๆ ดังครอก ๆ เห็นไหมเป็นยังไง นี่ละคน ๆ เดียวมันมีถึง ๓ ชั้น ๔ ชั้นนะ ไม่ใช่ของเล่น เป็นอย่างนี้แหละ พระพุทธเจ้าสอนมากี่พระองค์แล้ว แล้วตายกองกันอยู่นี้มาสักเท่าไรเราเห็นไหม เราก็ไม่เห็น ถ้าเราเห็นเราจะเข็ดจะหลาบจะพยายามดีดดิ้นหาทางออก นี่ไม่รู้ไม่เห็นมันก็บืนเข้าหาทางเข้าเรื่อย ๆ หนักเข้าไปเรื่อยซิ

ศาสดาองค์เอกสอนเท่าไรมันไม่ฟัง ดังที่ท่านกระตุกเอาบ้างว่า โก นุ หาโส กิมานนฺโท นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ อนฺธกาเรน โอนทฺธา ปทีปํ น คเวสถ ก็เมื่อโลกสันนิวาสนี้มันเป็นฟืนเป็นไฟทั้งวันทั้งคืนยืนเดินนั่งนอนมาตั้งกัปตั้งกัลป์อยู่แล้ว มันเผาลนสัตว์ทั้งหลาย เพราะความมืดบอดนั้นแหละ ตัวเหตุสำคัญให้ไฟได้เผานั้นน่ะ แล้วทำไมจึงรื่นเริงบันเทิงยังหัวเราะขับลำทำเพลงสบาย ๆ อยู่ได้ ทำไมไม่เสาะแสวงหาที่พึ่ง นั่น ฟังซิท่านว่า ท่านกระตุกเอาบ้าง ถ้าภาษาของเราก็คงจะรำคาญ ไปที่ไหนเห็นแต่มันเดือดพล่านไปด้วยกิเลส ครอบสัตว์ทั้งหลายเผาสัตว์ทั้งหลาย ถ้าเป็นไฟเผาสัตว์ทั้งหลาย ถ้าเป็นกระทะก็เรียกว่าทอดสัตว์ทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายเดือดพล่านเต็มโลกเต็มสงสาร มีแต่กิเลสมันทอดสัตว์

นี่ละพระพุทธเจ้าจะไม่สลดสังเวชยังไง นั่นละความรู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งต่าง ๆ ทั้งผิดถูกดีชั่ว หนักเบามากน้อยเพียงไรเห็นทั้งหมด แล้วจะไม่เข้าใจได้ยังไง ควรสลดสังเวชต้องสลดสังเวช มันเหลือบ่ากว่าแรงมันไม่ยอมฟังเสียงอรรถเสียงธรรมเลย เหมือนคนไข้เข้าไปโรงพยาบาล โรงพยาบาลนั้นรักษาคนไข้หายมามากขนาดไหน แต่ประเภท ไอ ซี ยู นี้เข้าไปปุ๊บ เข้าห้องไอ ซี ยู เลย ไม่สนใจกับหมอกับยา คอยแต่ลมหายใจมีอยู่มาก นี่เห็นไหม มันตายอยู่อย่างนี้ แล้วขนกันออกมาด้วยการพยายามรักษา อันนี้ก็เหมือนกัน อรรถธรรมผู้ที่หลุดพ้นจากทุกข์ไปโดยลำดับ สวรรค์ชั้นพรหมมีแต่เป็นที่อยู่ของคนบุญ ของคนเชื่อบุญเชื่อบาปทั้งนั้น ตลอดถึงนิพพาน

นี่ละสถานที่อยู่ของคนเชื่อบุญเชื่อบาป ตามทางของศาสดาที่สอนไว้ สวรรค์มีไว้สำหรับคนผู้เชื่อบุญเชื่อบาป กี่ชั้นก็ตามมีไว้สำหรับคนเชื่อบุญเชื่อบาป ละบาปบำเพ็ญบุญ นั่น แล้วสวรรค์มี ๖ ชั้น เป็นชั้น ๆ ขึ้นไป สำหรับคนเชื่อบาปเชื่อบุญเป็นชั้น ๆ แล้วพรหมโลกสูงขึ้นไปอีก เป็นชั้น ๆ นี่สถานที่อยู่ของคนดี คือคนเชื่อบุญเชื่อบาป ละบาปบำเพ็ญบุญแล้วถึงนิพพานเชื่อโดยเต็มฝีมือแล้ว ตายก็ตายจะถึงพระนิพพานอย่างเดียวเท่านั้น นี่ผู้นี้เป็นผู้ที่จะไปโดยถ่ายเดียว ผึงถึงพระนิพพาน นี่สุดยอดแล้ว นี่อำนาจของคนเชื่อบุญเชื่อบาปตามทางของศาสดา ไปทางที่ดีทั้งนั้น

คนที่ลบล้างศาสนาคำสอนของพระพุทธเจ้านี้คือคนสร้างไฟนรก เปิดแต่ทางนรกที่จะลงนรกโดยถ่ายเดียว ท่านทั้งหลายฟังหรือยังเวลานี้ หลวงตามาโกหกท่านทั้งหลายหรือ มันจ้าอยู่ในหัวใจจะให้ว่ายังไง ขอพูดเสียบ้างเถอะเวลาจะพูดนะ ปฏิบัติมาแทบเป็นแทบตาย ล้มลุกคลุกคลานจนร้องห่มร้องไห้ก็ว่าได้นะ ไม่ได้ถึงร้องก้าก ๆ ละนะ น้ำตาร่วงอยู่บนภูเขาเวลากิเลสมันฟัดเอา นี่ก็ได้เอามาพูดให้ท่านทั้งหลายฟัง จิตดวงนี้แหละขึ้นไปบนภูเขาจะไปฟัดกับกิเลส ยังไม่ได้ยกครูเลยกิเลสเตะหงายลงโน้นตก ลุกได้ขึ้นมาอีกฟัดอีก จนถึงขนาดที่ออกอุทานนะเราไม่ลืมนะ เป็นขนาดนั้นจริง ๆ เรา นี่เวลามันเก่ง กิเลสมันเก่ง ยังไม่ได้ต่อยมันฟัดแล้ว หงายแล้ว ๆ ตั้งสติไม่อยู่ นี่เอาตรงนี้นะ สติตั้งพับล้มผล็อย ๆ เอ๊ มันตั้งสติยังไง ปัญญาไม่ต้องพูด ถ้าลงสติตั้งไม่อยู่ไม่มีความหมายปัญญา เอาถึงขนาดนั้น

นั่งอยู่นั้นน้ำตาร่วงเชียวนะ ไม่ลืม มันถึงใจทุกอย่างถ้าลงได้ถึงใจไม่ลืม ไม่จืดไม่จางนะ ถึงขนาดออกอุทานภายในใจ ไม่ได้พูดเป็นภาษาแหละ โถ มึงเอากูขนาดนี้เชียวเหรอ คือกิเลสฟาดตั้งสติไม่อยู่ สตินี้เพื่อชำระกิเลส แต่พอตั้งปั๊บมันเตะทีเดียวหายเงียบไปเลยแล้วจะเอาอะไรมาชำระมัน มันก็มีแต่ฝ่าเท้ากิเลสเตะเราหงาย ๆ ถึงขนาดกูมึงเชียวนะ โห มึงเอากูขนาดนี้เชียวนะ ทีนี้ก็เอาละยังไงมึงต้องพัง คือแก้แค้นกันนะ

นี่เคียดแค้นให้กิเลสอาฆาตกิเลสเป็นธรรม แต่อาฆาตหรือเคียดแค้นให้สัตว์บุคคลตัวใดเป็นกิเลสเป็นบาปเป็นกรรม แต่เคียดแค้นให้กิเลสของตัวเองซึ่งเป็นตัวภัยอยู่ในตัวเองนั้นเป็นธรรม เมื่อเคียดแค้นอย่างถึงใจแล้ว เอาละยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอยแหละ ออกจากนั้นก็ลงไปหาพ่อแม่ครูจารย์มั่น ไปท่านก็สอนเพลงมวยให้ใหม่ซิ ท่านี้หงายหมา ถ้าพูดย่อ ๆ นะ สอนเพลงมวย นี่ไปคราวนี้ท่านหงายหมาลงมา เพราะเหตุไร ๆ ท่านก็สอน ทีนี้เอ้า ถ้าหากว่ามันจะหงายอีกก็ให้หงายแมวนะ คราวนี้ให้ตบมันได้ คราวที่แล้วมีแต่หงายหมา ร้องแง ๆ ๆ คราวนี้ฝึกวิชาให้เราไปอีก หงายหมามาอีก หงายหมามาเรื่อย ไม่ถอย นี่ความเคียดแค้นอันนี้นะ

พอไปหลายครั้งหลายหน ขึ้นหลายครั้งมันก็มีเอนบ้าง ต่อยกันละซิ เรามีแต่หงาย หงายหมา ๆ ครั้นหลายครั้งหลายหน ต่อยเราก็มีหมัดที่เหมาะสมบ้างเป็นบางหมัดเหมือนกัน เพราะมันต่อยหลายหมัด ดีไม่ดีไปยืมหมัดหมามาต่อยด้วยก็ได้ใช่ไหม หมัดของเจ้าของไม่มี พอกิเลสมันเอียงแสดงว่าถูกหมัดเรามันเอียง ทีนี้ได้ที่ขยับ ๆ บางทีกิเลสก็เอน ๆ ๆ จากเอนก็ล้ม หือ มึงล้มได้เหมือนกันเหรอ ล้มหงาย เอ้า มึงก็หงายได้เหมือนกันเหรอ แต่ก่อนมีแต่กูหงาย ยิ่งซัดคือเห็นกิเลสล้ม นั่นแหละได้ที่แล้วนะนั่น อุบายวิธีใดทำกิเลสให้มันหงายมันเอียงขนาดนี้เป็นวิชาชนิดใดอุบายใด จับอุบายนั้นไว้ ๆ สั่งสมอุบายนี้ซัดเข้าไป ๆ นี่ละฟังซิท่านทั้งหลายมาโกหกท่านทั้งหลายเหรอ

จากนั้นก็เริ่มตั้งขึ้นแล้ว คำว่าหงายหมานี้หายไป จากนั้นก็หงายแมว จากนั้นก็ฟาดเสือโคร่งขึ้นละซิ เสือโคร่งราชสีห์ฟัดกับกิเลส เอาจนกระทั่งถึง เอ้า สรุปเลย เอาจนกระทั่งกิเลสไม่มีตัวใดที่จะมาแย็บขึ้นมาได้ ขาดสะบั้น ๆ เห็นไหมเรื่องสติปัญญาอบรมอยู่เสมอ ๆ ด้วยความเคียดแค้นให้กิเลส นั่นละเป็นธรรม เคียดแค้นเท่าไร โกรธเท่าไร ยิ่งเป็นอรรถเป็นธรรม นี่ละความเคียดแค้นให้กิเลสเป็นธรรม ความเคียดแค้นให้สัตว์ให้บุคคลตัวใดก็ตามเป็นกิเลสเป็นบาปเป็นกรรม ไม่ควรเคียดแค้นให้กัน แต่การเคียดแค้นให้ความชั่วของตัวเองนี้ให้เคียดเถิด เคียดแล้วให้แก้ด้วยนะ ได้เอามาเป็นตัวอย่างทุกอย่างได้เอามาสอนพี่น้องทั้งหลาย จากนั้นก็ฟัดกันเลย ๆ จนกระทั่งได้หลักได้เกณฑ์สว่างขึ้นมา ๆ

นี่จิตดวงมันมืด ๆ นี่นะ ค่อยสว่างไสวเห็นผิดเห็นถูกขึ้นไปเรื่อย ๆ ละเอียดลออเข้าไปเรื่อย จากนั้นสติปัญญาก็เกรียงไกรขึ้น ๆ กิเลสมองเห็นพับขาดสะบั้น ๆ นี่เกรียงไกรไหม เอาจนกระทั่งกิเลสพังหมดไม่มีอะไรเหลือ เพราะอำนาจแห่งความพากความเพียรของตัวเองไม่ถอย แล้วจึงได้มาพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง นี้โกหกท่านทั้งหลายแล้วเหรอ เวลาจะสลบไสลจะเป็นจะตายในป่าในเขามีใครไปเห็นเราวะ จนได้ผลมาเป็นที่พอใจมาสอนโลกทั้งหลายนี้ยังเห็นเป็นโมฆะ เห็นเป็นขี้หมูราขี้หมาแห้งอยู่เหรอ ถ้าอย่างนั้นเราก็เป็นกองขี้หมาแห้งกันทั้งประเทศละซิ ไม่มีศาสนาติดตัว พวกนี้หมดราค่ำราคา ถ้าไม่ยอมฟังเสียงอรรถเสียงธรรมเสียอย่างเดียวหมดจริง ๆ นะ ให้ฟังทุกคน เอาให้จริงให้จังทุกอย่าง

นี่เราพูดถึงเรื่องหลักเกณฑ์ของชาติไทยเราคืออะไร เวลานี้กำลังเราหมุนตัวกับอะไร แล้วอะไรเป็นต้นเหตุที่จะให้มาหมุนตัวนี้ แล้วใครเป็นหัวหน้า เวลานี้ทางด้านศาสนาก็หลวงตาเป็นหัวหน้า หลวงตานี้มันโง่นักหนาเหรอ มาเป็นหัวหน้าพี่น้องทั้งหลายนำเงินทองข้าวของเข้าสู่คลังหลวงของเรา แล้วเป็นการลากพี่น้องทั้งหลายให้จมลง เป็นเมืองไทยที่ล่มจมเพราะหลวงตามหาบัวพาให้ล่มจมมีเหรอ เอ้า เอาไปพิจารณาซิ

นี่เราหมุนจนแทบล้มแทบตายก่อนที่จะมานำชาติไทยของเรา พิจารณาเต็มหัวอกแล้วจึงออกมา เห็นว่าจุดใหญ่สุดยอดคือแก่นแท้คืออะไร ก็หมายถึงว่าทองคำอยู่ในคลังหลวง สมบัติสำคัญ ๆ ที่เอาไว้ในคลังหลวงนั้นคือแก่นของชาติหัวใจของชาติ ลมหายใจของชาติอยู่ในนั้นหมด จึงได้พากันขวนขวายเพื่อให้สิ่งเหล่านี้มีมา เมื่อสมบัติเงินทองเราเข้าสู่คลังหลวงมีหลักมีเกณฑ์แล้ว เรียกว่าเมืองไทยเรามีแก่นมีหลักมีเกณฑ์ คนไทยก็อบอุ่นด้วยกัน แล้วการปฏิบัติตัวก็ขอให้มีหลักเกณฑ์ อย่าเหลาะ ๆ แหละ ๆ ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมทั้งวันทั้งคืน ไม่มีเวลาอิ่มตัวที่กิเลสหลอกคน พูดมาตั้งแต่เรื่องความหยาบโลน นี่พูดให้ท่านทั้งหลายฟัง

หยาบโลนที่สุดคือกิเลสเต็มหัวใจคน ไม่ได้อยู่ที่ไหนละ หัวใจมนุษย์นี้มันฉลาด ฉลาดก็เป็นกิเลสเสริมให้ฉลาดนะ ไม่ใช่ธรรมเสริมให้ฉลาด เพราะฉะนั้นความทุกข์จึงมีมากทั้งคนโง่คนฉลาดเต็มบ้านเต็มเมือง ถ้าเป็นความรู้ของธรรมแล้ว โง่หรือฉลาดมีที่หลบที่ซ่อนนะ นั่นละธรรมมีอยู่ที่ไหนเป็นที่หลบที่ซ่อนผ่อนคลายเรื่องความทุกข์ทั้งหลายได้นะ ถ้ามีแต่ความรู้ความฉลาดของกิเลสนั้น มีมากเท่าไรไม่มีความหมาย ตาสีตากับจอมปราชญ์ราชกวีนี้พอ ๆ กัน แบกทุกข์เหมือนกันหมด เพราะคำว่ามีความรู้มากนี้มันก็มีทิฐิมานะว่าตัวรู้มากเสีย เย่อหยิ่งจองหองแล้วทำความชั่วได้สบาย นั่นมันเป็นอย่างนั้นนะ

โอ๊ย.ไม่ใช่เล่น ๆ นะ พูดแล้วเราสลดสังเวช นี่จวนจะตายแล้วสอนพี่น้องทั้งหลายมาสอนเล่น ๆ หรือ เราทำเราถึงขนาดที่ว่าตายก็ตายเลย ฟังซิน่ะ ได้มาจากนั้นละ ได้มาจากความเคียดความแค้น ความมุมานะ ฟัดกันเต็มเหนี่ยวเลย นี่เป็นธรรมแล้ว ๆ มีกำลังฟาดกันให้เห็น กิเลสพังลงไปก็เห็นเป็นยังไง แต่เวลากิเลสมันมัดหัวใจ นั่งร้องไห้อยู่บนภูเขา เวลาธรรมมัดหัวใจกิเลสนี้สง่าจ้าขึ้นมาเลย ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งบัดนี้ไม่มีกิเลสตัวใดมาแสดงเป็นข้าศึกต่อเรา ว่าเดินจงกรม นั่งสมาธิ ภาวนาเพื่อฆ่ากิเลสตัวใดไม่มี บอกอย่างนี้เลย นอกจากบำเพ็ญเพื่อธาตุเพื่อขันธ์เพื่อทิฏฐธรรม พิจารณาอรรถธรรมเพื่อสงเคราะห์โลกทั้งนั้น ที่จะฆ่ากิเลสตัวใดไม่มีเลย นี่พูดจริง ๆ ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง

เป็นยังไงมรรคผลนิพพานมีไหม พระพุทธเจ้ามาสอนเป็นโมฆะเหรอ มันมีราค่ำราคาตั้งแต่กิเลสตัณหาเต็มบ้านเต็มเมืองนั้นหรือ มันถึงได้โจมตีศาสนาโจมตีอรรถโจมตีธรรม โจมตีมรรคผลนิพพานเอาเสียนักหนา แม้แต่พระหัวโล้น ๆ มันก็ไม่ยอมฟังเสียงใครนะ มีแต่หัวโล้นมีแต่ผ้าเหลืองครอบหัวมันเท่านั้น หัวใจมันเป็นฟืนเป็นไฟไม่ยอมรับศาสดา ไม่มีศาสดาไม่มีธรรมสอน มีเยอะ ไม่ว่าพระเขาพระเราตัวเขาตัวเรา หัวใจใครเป็นอย่างนั้น เป็นได้เหมือนกันหมด เพราะมันไม่เลือกว่าพระผ้าเหลืองหัวโล้นนะ มันอยู่ที่ใจ ถ้าใจไม่มีอรรถมีธรรม ถึงจะไม่เป็นผ้าเหลืองหัวโล้นอย่างคนธรรมดา ดีกว่าพระมีจำนวนมากนะ เพราะเป็นผู้มีศีลมีธรรม มันดีอยู่ที่จิตใจ ชั่วอยู่ที่จิตใจ อันนี้เป็นเครื่องประกาศให้โลกเห็นเฉย ๆ ถ้าเราไม่ปฏิบัติตามเพศของเรา หน้าที่ของเราที่เป็นพระแล้วเลวกว่าฆราวาสก็มีเยอะพระเรานะ นี่มันอยู่ที่จิตใจเพราะฉะนั้นจึงขอปรับปรุงจิตใจให้ดี ไม่เช่นนั้นจะฉิบหายนะ

นี่กำลังพาพี่น้องทั้งหลายก้าวเดิน เพื่อหาหลักหาเกณฑ์ใส่ชาติบ้านเมืองของเรา จึงขอให้ถือเป็นของสำคัญ ๆ อย่าเห็นสำคัญตั้งแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม เอ้า วิ่งเต้นขวนขวายหาเงินหาทองหามาเท่าไรไม่พอ ธรรมดาสมบัติทั้งหลายในโลกมันอดอยากเมื่อไร เฉพาะเมืองไทยไปที่ไหนไม่อดไม่อยาก แต่ทำไมมันถึงดีดถึงดิ้นเอานักหนา ก็เพราะมันไม่พอกับไอ้กระดาษไอ้หลังลาย ตัวนี้ตัวหลอกลวงเก่งมากนะ มีเท่าไรไม่พอ ๆ ครั้นเวลาตายมันไม่ได้เอากระดาษไอ้หลังลายมาเผานะ มันก็หาฟืนหาไฟเหมือนโลกเขาแหละมาเผา แต่เวลามีชีวิตอยู่มันดิ้นเป็นบ้ากับไอ้หลังลาย แล้วพอได้มาเท่าไรก็หาทางที่จะเอาไอ้หลังลายนี้พาไปถลุงละซิ ฉิบหาย ๆ ติดหนี้ติดสินเขาพะรุงพะรัง จนมองหาตัวไม่เห็น เรายังเห็นว่าเป็นของดีอยู่เหรอ

แต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่าโอ่อ่ามาหากัน โหยสวยงาม ข้างในมันเป็นยังไง แล้วความจริงมันเป็นยังไง คนหนึ่งติดหนี้ติดสินเขามากมายขนาดไหน ตาสีตาสาอยู่ในบ้านในเมืองเขาไม่ได้เห็นติดหนี้ติดสินอะไรพะรุงพะรัง อย่างพวกที่โอ่อ่าฟู่ฟ่าถือว่าตัวเก่ง ๆ ตัวเย่อหยิ่งจองหอง นี้ตัวสำคัญนะ เอ้า ดูให้ดี วันนี้เปิดให้ฟัง ว่าธรรมท่านไม่เห็นเหรอ ตาดีตั้งแต่ตากิเลสเหรอ ตาธรรมตาบอดเหรอ เอ้า เปิดเสียบ้างวันนี้ มันเป็นบ้ากันทั้งโลกแล้วนะ ถ้าไม่มีศาสนาจะฉิบหาย ทั้ง ๆ ที่แบกกองสมบัติอยู่นั้นละ ฉิบหายในหัวใจ ไม่มีความหมายอะไรเลย ให้ตั้งอกตั้งใจ

เวลานี้กำลังช่วยชาติบ้านเมืองให้พากันอุตส่าห์พยายามทุกคน ๆ ตั้งรากตั้งฐานตั้งกฎเกณฑ์ของเราไว้ให้ดี เมื่อตั้งกฎเกณฑ์ไว้ดีแล้วกิ่งก้านสาขาดอกใบจะแผ่กระจายออกไปด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั่วคนทั้งประเทศนั้นแหละ นี่ละที่หลวงตาอุตส่าห์พยายามทำ ทำอย่างนี้เอง พิจารณาเรียบร้อยแล้วจึงได้มาทำอย่างนี้ เข้าใจนะ เอาละเทศน์เหนื่อยแล้ว

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก