สร้างคุณค่าราคาขึ้นกับใจ (เทศน์ในงานบำเพ็ญกุศลศพ ฯพณฯ ม.ล.ทวีสันต์ ลดาวัลย์ องคมนตรี)
วันที่ 12 เมษายน 2549 เวลา 13:00 น.
สถานที่ : วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กทม.
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
  ข้อมูลเสียงแบบ(Real)

เทศน์ในงานบำเพ็ญกุศลศพ ฯพณฯ ม.ล.ทวีสันต์ ลดาวัลย์ (องคมนตรี)

ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร

เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๙ (บ่าย)

สร้างคุณค่าราคาขึ้นกับใจ

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ

วันนี้เป็นวันวิโยคพลัดพรากจากความเป็นอยู่ถึงความแปรสภาพ ได้แก่ความตายไปของโลกทั้งหลาย โดยยกท่านราชเลขาองคมนตรีเป็นสักขีพยาน แก่ชาวเราทั้งหลายที่ได้มาชุมนุมฟังกัน ณ บัดนี้ ขอได้เป็นสักขีพยานประทับจิตใจ อย่าได้หลงลืมความล้มความตายความวิโยคพลัดพราก ความจากเป็นจากตายในสังขารของแต่ละท่านละคนไม่เว้น นำมาพิจารณาเป็นธรรมเครื่องสอนตนเสมอ จะไม่ประมาทต่อความล้มความตายความวิโยคพลัดพราก ในขณะที่มีชีวิตอยู่นี้ก็ขอให้บำเพ็ญความดีงามประจำตน อย่าได้พลั้งได้เผลอ อย่าได้ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมไปตามโลกสงสารอันเป็นเรื่องของกิเลสเสียมากต่อมาก เรื่องธรรมแทบไม่ปรากฏในชาวพุทธของเราเลย สิ่งเหล่านี้อดคิดไม่ได้ จึงต้องได้แสดงให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วกัน

ท่านราชเลขาท่านองคมนตรี ท่านเป็นผู้บำเพ็ญคุณงามความดีมาตลอดตั้งแต่ต้นจนอวสาน เป็นคติเครื่องเตือนใจกับบรรดาเราทั้งหลายได้เป็นอย่างดี นอกจากเป็นความดีงามสำหรับท่านแล้ว ขอได้ถือท่านเป็นคติตัวอย่างอันดีงาม อย่าลืมเนื้อลืมตน เราจะได้เห็นความดีงามภายในจิตใจของเรา โลกนี้เป็นโลกอนิจจัง แปรสภาพตลอดเวลา ไม่เพียงแต่สถานที่ที่เรานั่งปลงธรรมสังเวชอยู่เวลานี้ ทั่วๆ ไปในแดนโลกธาตุนี้เต็มไปด้วยสภาพเช่นนี้เหมือนกันหมด ที่จะนิ่งนอนใจไม่ได้

การถ่ายภาพอย่าได้ถ่ายเวลาเทศน์ เป็นการรบกวนธรรม ให้เงียบสงบทั้งหมด ธรรมเป็นของเลิศเลอที่ควรเคารพบูชาในขณะที่ฟัง ด้วยน้ำใจอันนบน้อมด้วยดี ธรรมะของพระพุทธเจ้าที่แสดงให้ชาวพุทธเราฟังเป็นประจำมาได้ ๒๕๐๐ กว่าปีนี้แล้ว ชาวพุทธเราในเมืองไทยมีจำนวนมากมายก่ายกอง ขอให้ท่านทั้งหลายได้คิดระลึกถึงอรรถถึงธรรมเสมอ อย่าได้นอนใจ การประพฤติตนเพื่อสารคุณอันสำคัญขึ้นอยู่ที่จิตใจ ถ้าจิตใจมีอรรถมีธรรมแล้วอยู่ที่ไหนก็สงบร่มเย็น อดบ้างอิ่มบ้างไม่เป็นไร ขอให้ใจได้รับการเสวยธรรม ที่ตนปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอยู่เป็นประจำเถิด ใจดวงนั้นจะมีความสงบร่มเย็น

ไปอยู่ในที่ใดคับแคบขัดสนจนใจประการใด ใจจะไม่มีความคับแคบตีบตันไปตามสิ่งเหล่านั้นที่มีเกิดๆ ดับๆ แต่ใจจะมีความรื่นเริงบันเทิงกับธรรมที่ตนบำเพ็ญเสมอ จึงขอเน้นให้ท่านทั้งหลายได้ทราบบ้างว่า ศาสนากระเทือนโลกมาเป็นเวลานาน ๒๕๐๐ กว่าปี เด่นทางไหนพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านเด่นทางด้านจิตตภาวนา ทรงบำเพ็ญพระองค์ ได้ตรัสรู้ธรรมในคืนวันนั้นด้วยอานาปานสติ เป็นศาสดาองค์เอกขึ้นมาด้วยจิตตภาวนา เมื่อนำธรรมมาสอนโลก จึงต้องนำรากเหง้าเค้ามูล คือจิตตภาวนาเป็นธรรมสอนจิตสอนใจโดยเฉพาะมาสอนโลกให้รู้เนื้อรู้ตัว อย่าพากันเพลิดเพลินรื่นเริงไปตามกิเลสตัณหาซึ่งไม่มีเมืองพอ หลอกไปให้หลงไปๆ สุดท้ายก็จมได้เพราะอำนาจของกิเลส

ไม่เหมือนธรรม ธรรมมีแต่ความรื่นเริงบันเทิงตลอดไป เราบำเพ็ญมากน้อยจิตใจของเราซึ่งเคยเป็นบ๋อยของกิเลสมาเป็นเวลานาน ก็จะค่อยงอกเงยขึ้นมาโดยลำดับ เป็นสารคุณปรากฏขึ้นที่จิตใจของตนด้วยจิตตภาวนาตามทางของศาสดา มีความสงบร่มเย็นเป็นลำดับขึ้นมา เริ่มมีราค่ำราคา ความมีราค่ำราคาของใจนี้ผิดกับสิ่งทั้งหลายที่ถือกันว่ามีราค่ำราคา เป็นความมีราคาประจำใจโดยเฉพาะ ไม่พลัดไม่พรากจากกันไปเหมือนสิ่งภายนอก สิ่งภายนอกนั้นมีได้มาเสียไป ความสมหวังกับความผิดหวังนั้นเป็นไปตามๆ กัน ไม่พลัดพรากจากกันไปเลย เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกันไปอย่างนั้น แต่ธรรมภายในใจที่เราได้บำเพ็ญตามทางของศาสดานั้น จะที่เป็นอบอุ่นภายในจิตใจของเรา

การให้ทานก็ให้เป็นประจำนิสัยแห่งชาวพุทธของเรา อยู่ที่ไหนไปที่ใดไม่เคยอดอยากขาดแคลน แม้พระไปบิณฑบาตไม่ว่าบ้านนอกในเมือง ไปที่ไหนข้าวเต็มบาตรๆ มาก็เพราะการให้ทานของพี่น้องทั้งหลายนั้นแล การรักษาศีลมีน้อยมาก แต่ก็ยังพอมี แต่การจิตตภาวนาเพื่ออบรมจิตใจตัวว้าวุ่นขุ่นมัวอยู่นี้ไม่ค่อยมีกันเลย อันนี้เป็นที่น่าวิตกวิจารณ์อย่างมากสำหรับชาวพุทธเรา จึงขอบิณฑบาตแบบหน้าด้านก็ได้กับบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ขอให้พากันดำเนินจิตตภาวนาเข้าสู่ใจ เฉพาะอย่างยิ่งเวลาจะหลับจะนอน ขอให้อุตส่าห์พยายามฝ่าความขี้เกียจขี้คร้านความท้อถอยอ่อนแอออกไป ให้มีความอุตส่าห์พยายามระลึงถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ กราบท่าน

เราจะสวดมนต์ไหว้พระย่อๆ ก็ได้ เสร็จจากนั้นแล้วทำความสงบใจด้วยบทคำบริกรรมคำใดก็ได้ เช่นเราชอบพุทโธ หรือธัมโม หรือสังโฆ หรืออานาปานสติ หรือมรณัสสติก็ได้ บทใดก็ตามนำเข้าสู่จิตใจเป็นอารมณ์ของใจในเวลานั้น ปราศจากอารมณ์ก่อกวนทั้งหลายซึ่งเป็นเรื่องของกิเลสทั้งนั้นไปเสียหมด ให้เหลือตั้งแต่อารมณ์แห่งคำบริกรรม เช่น พุทโธๆ เป็นต้น โดยมีสติเป็นเครื่องกำกับรักษาอย่าให้เผลอ ประหนึ่งว่าโลกนี้ไม่มีอะไร มีตั้งแต่คำบริกรรมกับสติติดแนบอยู่กับใจ ท่านทั้งหลายจะได้เห็นความสงบของใจเกิดขึ้นภายในเวลาภาวนานั้นแลไม่สงสัย

พอจิตใจเริ่มสงบขึ้นมาคุณค่าราคาจะเริ่มขึ้นกับใจ สิ่งทั้งหลายที่ใจนอบน้อมต่อเขา ประหนึ่งว่าเป็นบ๋อยของสิ่งเหล่านั้นมาดั้งเดิม จะหดตัวเข้ามาๆ สู่ธรรมกับใจที่มีความสงบร่มเย็น เป็นราคาขึ้นที่ใจของตัวเอง สิ่งเหล่านั้นจะค่อยจางไปๆ ธรรมกับใจจะพยุงกันไปด้วยความสงบร่มเย็นเห็นผลประจักษ์ใจ แล้วรู้ขึ้นทันทีเลยว่า คุณค่าราคาทั้งหลายที่เราหานั้นน่ะอยู่ที่ไหน ก็มาปรากฏที่จิตของผู้ภาวนาเวลามีใจสงบนี้เท่านั้น จากนั้นแล้วเราจะได้เห็นความแปลกประหลาดของใจ ซึ่งเคยเป็นบ๋อยของกิเลสมาเป็นเวลานานขึ้นกับตัวเอง เป็นของแปลกประหลาดๆ

นั่งอยู่ก็ระลึกถึงธรรมที่เราเคยได้ผลในเวลาภาวนาใจเกิดความสงบเย็น เราทำการทำงานอะไรอยู่ก็เป็นคำนึกน้อมอยู่ภายในจิตใจ หรือเป็นคำบริกรรมแนบนั้นอยู่ก็ได้ ติดกับใจตลอดเพราะความรักความชอบ ความติดใจในธรรมเป็นเครื่องดูดดื่มภายในจิตใจ นี่ใจเริ่มมีราคาแล้วเวลานี้ การทำงานภายนอกเราก็ทำไปตามความจำเป็นของธาตุของขันธ์ ความเป็นอยู่แห่งมนุษย์ที่รวมกัน จำเป็นต้องวิ่งเต้นขวนขวายเราก็ทำ แต่กิจสำคัญคืองานของใจที่จะพยุงใจให้มีความสงบร่มเย็น สร้างคุณค่าราคาขึ้นกับใจ เราก็สร้างไม่หยุดไม่ถอย การสร้างผลความดีงามขึ้นสู่ใจนี้แล้ว กลายเป็นเรื่องกระจายแห่งความดีงามไปสู่งานการทั้งหลาย ให้เป็นความราบรื่นดีงามตามๆ กันไปได้ ขอให้ได้อบรมใจเถอะเป็นของสำคัญ

อะไรจะดีขนาดไหนก็ตามในสามแดนโลกธาตุนี้ ไม่มีอะไรเสมอใจกับธรรมที่ได้รับการอบรมแล้วกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อยู่ที่ไหนสงบเย็นๆ อดบ้างอิ่มบ้างเพราะเราเกิดอยู่ในโลก อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ย่อมเจอด้วยกัน แต่จิตใจกับธรรมไม่พรากจากกัน ใจมีความสงบร่มเย็นมีคุณค่าตลอดเวลา นี่คือคุณค่าของการภาวนา อยากให้ท่านชาวพุทธทั้งหลายได้อบรม เฉพาะอย่างยิ่งเวลาจะหลับจะนอนควรจะได้กราบไหว้ย่อๆ ฝืนเอาฝืนความขี้เกียจขี้คร้าน เพราะเราวิ่งตามมันมานานแสนนานไม่เห็นเกิดประโยชน์อะไร วันนี้เราจะฝืนกิเลสเข้าสู่ธรรม ด้วยการกราบไหว้พระสวดมนต์ย่อๆ ตามกำลังของเราแล้วหันหน้าเข้ามาดูจิตใจ ซึ่งมีแต่กองฟืนกองไฟเผาไหม้อยู่ตลอดเวลา

ไม่ว่าจิตดวงใดถ้าไม่มีธรรมเป็นน้ำดับไฟเข้าระงับดับกันบ้างแล้ว จิตนี้จะว้าวุ่นขุ่นมัวเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้อยู่ตลอดเวลา ไม่เลือกชาติชั้นวรรณะฐานะสูงต่ำประการใด เพราะกิเลสสูงกว่าสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด มักจะลากเข็นให้เป็นไปตามมัน ให้ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปตลอดจนได้นั้นแล เมื่อมีธรรมเข้ายับยั้งจิตใจย่อมมีความสงบ เวลาเกิดความยุ่งเหยิงวุ่นวายเข้ามา จิตจะระลึกถึงธรรมคือความสงบภายในใจ แล้วย้อนเข้ามาสู่ใจ ด้วยคำบริกรรมหรือด้วยสติเพียงเท่านี้ เรื่องความเดือดร้อนวุ่นวายก็จะระงับดับลงไปที่ใจ ใจมีความสงบเย็น จึงขอบิณฑบาตจากบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ขอให้สนใจทางจิตตภาวนา ให้ใจนี้มีคุณค่าบ้างเถิด สิ่งทั้งหลายเราเคยเสกสรรปั้นยอว่ามีค่ามีราคามากมายก่ายกองกัน แล้วล้มเหลวกันทั้งนั้น

ใครก็เป็นไปหรือตายไปด้วยความว้าวุ้นขุ่นมัว หาความสุขความเย็นใจไม่ได้ เพราะดีดดิ้นกับสิ่งหลอกลวงของกิเลสทั้งหลายว่าอันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดี บทเวลาจะตายเลวคือตัวของเราตาย เลวคือตัวของเราจะได้ไปเสวยทุกขเวทนา เพราะอำนาจของกิเลสฉุดลากไปหลอกลวงไป เราจะหาความดิบดีติดจิตติดใจไม่ได้ จึงขอให้พากันอบรมภาวนา ให้จิตใจมีความสงบเย็นใจ ใจจะสร้างราค่ำราคาขึ้นที่ตัวของเรา สุดท้ายไม่มีอะไรสู้ใจได้เลย คำว่าราค่ำราคาอยู่ที่ใจนี้ทั้งนั้น

ใจเป็นผู้ครอบครองโลก ไม่ได้เหมือนกิเลสครอบครองโลก กิเลสครอบครองโลกนั้นครอบครองด้วยฟืนด้วยไฟ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา มีแต่ฟืนแต่ไฟที่กิเลสเผาโลกสงสาร คือเผาหัวใจทั้งท่านทั้งเราอยู่ทั่วโลกดินแดนนั้นแล เมื่อมีธรรมเข้าเป็นน้ำดับไฟภายในใจแล้วใจจะมีความสงบเย็น ไปที่ไหนระลึกถึงธรรมอยู่ตลอดเวลา ผู้นั้นเท่ากันกับได้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าตลอดเวลา นั่นละธรรมไม่ห่างเหินจากใจ ใจกับธรรมเป็นอันเดียวกันแล้วไปที่ไหนเย็นสบายๆ จึงขอให้พี่น้องลูกหลานทั้งได้บำเพ็ญบ้างนะธรรมนี้

การกล่าวธรรมทั้งนี้ไม่ได้กล่าวมาด้วยแบบงูๆ ปลาๆ ลูบนั้นคลำนี้มาพูดให้ท่านทั้งหลายฟัง ได้บำเพ็ญมาเต็มกำลังความสามารถแล้วก่อนที่จะได้นำธรรมมาสอนโลก เฉพาะอย่างยิ่งนำประเทศชาติบ้านเมืองของเรามาเป็นเวลา ๗-๘ ปีนี้แล้ว ออกมาด้วยการฝึกฝนอบรมหัวใจเต็มเหนี่ยวแล้ว ไม่มีอะไรบกพร่องภายในจิตใจ มีแต่ความเมตตาสงสารโลก จึงได้พาพี่น้องทั้งหลายตะเกียกตะกายบำเพ็ญมาตลอด ผลก็ได้เป็นที่พอใจ เช่นทองคำเราก็ได้ตั้ง ๑๑ ตันเกือบ ๓๐๐ กิโลแล้ว ดอลลาร์ที่เข้าสู่คลังหลวงก็ได้ ๑๐ ล้านกว่า ส่วนเงินสดเงินไทยนี้ออกกระจายทั่วประเทศ มีโรงเรียนและโรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่งอันดับสอง วงราชการต่างๆ ก็กระจายกันไปทั่วโลกดินแดน

นี่เป็นผลประโยชน์ที่ตนเองได้วิ่งเต้นขวนขวายพาพี่น้องชาวไทยได้บำเพ็ญ ชาติ ศาสนา ก็ค่อยฟื้นขึ้นไปตามๆ กัน เพราะเวลานำชาติด้วยวัตถุสิ่งของเงินทอง ก็ย่อมนำธรรมะออกกระจายเทศนาว่าการไปในที่ต่างๆ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ปรากฏว่าวิทยุมีถึง ๖๐ กว่าแห่ง ล้วนแล้วตั้งแต่เสียงแห่งธรรมเข้ากล่อมใจ ที่เป็นไปด้วยฟืนด้วยไฟให้สงบเย็นลงไปทั้งนั้น เราก็ได้ทำเต็มความสามารถของเรา ในธรรมทั้งหลายที่แสดงมาเหล่านี้ ไม่มีที่ข้องใจสงสัยว่าธรรมขั้นใดภูมิใดได้สอนพี่น้องทั้งหลายผิดพลาดไป เพราะถอดออกมาจากจิตใจที่พอแล้วในธรรมทุกขั้น ไม่มีอะไรบกบางภายในใจ จากการประพฤติปฏิบัติตะเกียกตะกายแทบล้มแทบตายมา จึงได้นำธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลาย การสอนจึงสอนตามหลักความจริงล้วนๆ ตลอดมา ธรรมเหล่านี้ปรากฏขึ้นที่ใจ

ธรรมของพระพุทธเจ้าในคัมภีร์เป็นความจำ ภาคปฏิบัติที่นำคัมภีร์จากการศึกษาเล่าเรียนแล้วมาปฏิบัติเป็นผลขึ้นมาภายในจิตใจ นี่เป็นสมบัติของตนโดยแท้ เมื่อขวนขวายไม่หยุดไม่ถอยสมบัตินี้ก็มากมูนขึ้นเป็นลำดับลำดา ถึงขนาดว่าพอแล้วทุกอย่าง ดังที่มาสอนพี่น้องทั้งหลายนี้สอนด้วยความพอแล้วทุกอย่างภายในจิตใจ ไม่สงสัยในธรรมของพระพุทธเจ้า ว่าพระพุทธเจ้าเป็นพระองค์เช่นไรไม่สงสัย เต็มอยู่ในหัวใจเป็นอันเดียวกันเรียบร้อยแล้วโดยไม่ต้องถามใคร ในหัวใจนี้เต็มไปด้วยความสว่างกระจ่างแจ้ง ด้วยความพอในสิ่งทั้งหลาย บรรดาสมมุติพอหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรติดจิตติดใจมีแต่ความพอแล้ว

ใจเป็นธรรม ธรรมเป็นใจทั้งดวงจึงไม่สงสัย การแนะนำสั่งสอนโลก จึงไม่ได้สั่งสอนด้วยความทุกข์ความลำบาก เดือดร้อนภายในจิตใจ ทั้งๆ ที่โลกเต็มไปด้วยความทุกข์ความลำบากลำบนกัน การสอนธรรมสอนด้วยความบรมสุขภายในจิตใจ ที่ธรรมกับใจพอแล้วทุกสิ่งทุกอย่างเรื่อยมา จึงควรที่พี่น้องทั้งหลายจะยึดเอาธรรมเหล่านี้ ที่ออกมาจากศาสดาองค์เอกประทานธรรมไว้แล้วนำมาปฏิบัติ จนเห็นผลเป็นที่พอใจ แล้วนำมาสั่งสอนพี่น้องทั้งหลาย เอาใจเป็นหลักเกณฑ์ในการดำเนิน ท่านทั้งหลายจะเห็นความสุขความเจริญความสงบร่มเย็นที่ใจนั้นแล

จะไปหาความสงบร่มเย็น ความสุขความเจริญที่ไหน หากันทั้งไตรโลกธาตุไม่มี ผิดหวังทั้งนั้น ย้อนเข้ามาหาที่ใจซึ่งมีกิเลสพัวพันเผาไหม้ตลอดเวลานี้ ดับกันด้วยน้ำคือธรรม มีจิตตภาวนาเป็นสำคัญ ใจดวงนี้จะค่อยสงบเย็นลงๆ เมื่อดับได้มากๆ ดับได้เป็นที่เพียงพอแล้วกิเลสหมดโดยสิ้นเชิง ทุกข์ไม่มีในใจของพระพุทธเจ้าของพระอรหันต์เลย มีก็มีแต่ในธาตุในขันธ์ เจ็บท้องปวดศีรษะเป็นเหมือนกันกับโลกทั่วๆ ไป เพราะโลกเป็นสมมุติ ธาตุขันธ์ของท่านก็เป็นสมมุติ ยอมรับกันในความสุขความทุกข์ทั้งหลายเพียงเท่านั้น แต่ไม่สามารถที่จะซึมซาบเข้าถึงจิตใจท่านได้เลย คือท่านผู้บริสุทธิ์พุทโธแล้ว

วันนี้ได้นำธรรมย่อๆ มาสอนบรรดาพี่น้องทั้งหลาย ขอฝากธรรมนี้ไปเป็นที่ระลึก เพื่อสร้างจิตใจให้มีค่ามีราคาขึ้นมาบ้าง จากความล่มจมของกิเลสเหยียบย่ำทำลายลงไปให้ได้ฟื้นตัวขึ้นมา มีจิตใจเป็นความสงบร่มเย็นจะเป็นที่พอใจ วันนี้ก็ได้เทศนาว่าการตามกาลเวลา ตามภาษิตที่ยกขึ้นไว้ ณ เบื้องต้นนั้นว่า ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนติ ปาณินํ บุญย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ทั้งในโลกนี้โลกหน้าได้เป็นอย่างดี จึงให้พากันแสวงหาบุญหากุศลความดีงามทั้งหลาย เพื่อเป็นที่อบอุ่นภายในจิตใจของเราในโลกนี้ ตายไปแล้วใจดวงนี้ไม่เคยตาย ก็จะต้องนำความอบอุ่นที่เราสร้างไว้แล้วนี้แล เป็นเครื่องสนับสนุนจิตใจให้อบอุ่นต่อไปในภพหน้าชาติหน้า

เมื่อกิเลสยังไม่สิ้นภพชาตินั้นต้องติดตามกันตลอดไป นอกจากกิเลสได้สิ้นไปจากใจแล้วภพชาติก็หมดไปโดยสิ้นเชิง นั้นเป็นผู้เสวยบรมสุขดังพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ท่าน เพราะฉะนั้นจงสร้างความดีไว้สำหรับเป็นที่พึ่งของตนในปัจจุบันนี้ และอนาคตข้างหน้าอย่าได้ประมาท ชีวิตขาดได้วันใดวันหนึ่ง รอฟังอยู่ที่ลมหายใจเท่านั้น ได้ให้ศีลให้พรกันว่า ขอให้อายุยืนนานเท่านั้นปีเท่านี้ปี ก็สักแต่เจตนาหวังดีต่อกัน แต่ความจริงมันอยู่ที่ลมหายใจ เมื่อลมหายใจสิ้นแล้วตายกันได้ทั้งนั้นแหละ

เวลานี้ยังมีลมหายใจอยู่ ขอให้พากันหายใจด้วยศีลด้วยธรรมด้วยความดีงาม ลมอันนี้จะมีคุณค่ามีราคาต่อท่านทั้งหลาย ในโลกนี้ก็จะสงบร่มเย็นด้วยการสร้างความดีงาม ไปโลกหน้าก็จะเสวยผลแห่งความดีงามนี้เป็นความสุขความเจริญต่อไป

การแสดงธรรมวันนี้ก็เห็นแก่ธาตุแก่ขันธ์แก่กาลเวลาว่าพอสมควรแล้ว ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลาย มีท่านเจ้าภาพโดยทั่วกันเทอญ เอาละพอ

 

รับฟังรับชมพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

และรับฟังจากสถานีวิทยุสวนแสงธรรม กรุงเทพฯ และสถานีวิทยุอุดร

FM 103.25 MHz


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก