ความชั่วพาให้พัง ความดีพาให้ฟื้น
วันที่ 3 เมษายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

ความชั่วพาให้พัง ความดีพาให้ฟื้น

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๒ เมษา วานนี้ ทองคำได้ ๖๑ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๐ ดอลล์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๕,๐๔๐ กิโลครึ่ง ได้เข้าไปเรื่อยขยับขึ้นไปเรื่อย คราวนี้รู้สึกขยับขึ้นเร็ว ตั้งแต่มอบคลังหลวงผ่านมานี้รู้สึกว่าขึ้นเร็วมาก เร็ว ๆ ขึ้นเรื่อย

เวลาเราพูดถ้าเราคิดไปในแง่หนึ่ง ๆ นะ ก็เป็นลักษณะที่ว่ากวนใจกวนหูพี่น้องทั้งหลายว่า ทองคำนี้ถ้าหากว่าเราได้ถึง ๑๐ ตันนี้เราพอใจเต็มที่ของเรา คือก่อนที่เราจะได้มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบนี้ ทีแรกยังไม่ประกาศ ก็บืนทางนี้ก่อน บืนขึ้นไป ๆ แต่จิตมันหนักอยู่ในนั้นอยู่ใน ๑๐ ตัน เพราะไปเห็นทองคำในคลังหลวงแล้วค่อยออกมา แต่ยังไม่พูดถึง พยายามทางนี้เสียก่อน พอที่จะพูดถึงได้ตามความมุ่งมั่นหรือหนักแน่นในใจที่อยู่ในจุดนั้นก็ออกมาว่า เราคราวนี้ได้ช่วยชาติบ้านเมืองของเราในคนไทยทั้งประเทศ หากว่าได้ทองคำถึง ๑๐ ตันแล้วเราพอใจ หลับไปก็หลับไปเถอะ

ถ้าได้ต่ำกว่านั้นเราไม่สนิทใจนะ ทั้งไม่สมศักดิ์ศรีแห่งชาติไทยของเราที่อุ้มชูชาติของตนทั้งชาติขึ้น อย่างน้อยก็ให้เป็นที่พอใจบ้าง มากกว่านั้นให้เป็นที่พอใจ จึงควรได้ ๑๐ ตัน ส่วนดอลลาร์ เงินสดจะได้แค่ไหนก็ดังพี่น้องทั้งหลายทราบ ดอลลาร์ไปคราวนี้ก็จะไม่ต่ำกว่า ๒ แสนเข้าไปด้วย แต่เราคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า ๓ แสน นี้มันก็แสนกว่าแล้วอยู่ทางอุดร ทางโน้นแสนกว่า บวกกันก็ต้องเป็น ๒ แสนกว่า ถ้าควรจะถึง ๓ แสนก็ปั๊บเลยเทียว ให้ได้ ๓ แสนคราวนี้ คราวที่แล้วได้ ๔ แสน เอาเงินในโครงการไปซื้อ ๑๐ ล้านได้ดอลลาร์มารวมแล้วเป็น ๔ แสน คราวนี้ยังไม่ได้ซื้อเพราะเงินสดในบัญชีก็มีน้อยมาก

เราสะดุดใจปั๊บตั้งแต่หัวหน้าผู้รักษาคลังหลวง มานิมนต์เราให้ไปดูทองคำในห้อง เพราะวันนั้นเป็นวันเรามอบทองคำ ดอลลาร์ พอมอบเสร็จเรียบร้อยแล้วหัวหน้าก็มานิมนต์เราเข้าไปดูทองคำในคลังหลวง เราก็สะดุดใจปั๊บเลย มันมีส่วนเกี่ยวกันแน่ ๆ ละ เพราะต้นเหตุก็คือเราเอาทองคำมามอบคลังหลวง เมื่อเห็นนั้นแล้วจะเป็นอะไรต่อไป แน่ะ มันก็ต้องคิด หัวหน้ามานิมนต์เราไปดูทองคำในคลังหลวง ไปหัวหน้าก็บอกว่า ในคลังหลวงนี้มีดูได้ ๒ ท่าน สมเด็จพระเทพฯ หนึ่ง กับหลวงตาที่กำลังเข้าไปนี้ ได้เห็นทองคำในคลังหลวงนี้ ๒ คนเท่านั้น เราก็รู้สึกในทันทีทันใดนั้นแหละ ต้องมีส่วน ทางนู้นก็ต้องมีส่วนที่จะต้องได้อาศัยเรา เพราะอันนี้ต้นเหตุคือเรามามอบทองคำวันนี้ แล้วให้เราไปดูทองคำ มันก็ต้องมาเกี่ยวโยงกัน มีมากมีน้อยเท่าไรมันก็เกี่ยวโยง

นี่ละเราถึงได้เข้าไปดู ดูละเอียดลออมากนะ ดูซอกแซก มันเป็นกองเป็นตับ ๆ เดินซอกแซกเข้าไปดูละเอียดลออ เรียบร้อยแล้วก็ไปคุยกันสองต่อสอง ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งด้วยเลย เราก็ถามถึงเรื่องทอง เพราะเราคิดไว้ว่ายังไงทองเรานี้ต้องไปประกันตัวอยู่ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งเป็นประเทศที่สำคัญเกี่ยวกับการซื้อการขายติดหนี้ติดสินกันอะไรเราคิด ถามก็ตรงเป๋งเลย นั่นเห็นไหมล่ะ เวลานี้ทองคำเราที่เอาไปไว้ในเมืองไหน ๆ เท่าไร ๆ เราว่า เมืองนั้นเท่านั้น ๆ นั่น ตามจุดที่เราคิดไว้เรียบร้อย เพราะจุดเหล่านี้มีแต่จุดการซื้อการขายกัน ติดหนี้ติดสินกันเกี่ยวโยงกันอยู่ ต้องเอาทองคำเป็นตัวประกัน แล้วทีนี้เมืองไทยของเราล่ะมีเท่าไร เฉพาะเมืองไทยของเราที่ป้องกันตัวรักษาตัวอยู่เวลานี้ อันนั้นที่มันเกี่ยวโยงกับต่างประเทศ ทีนี้เฉพาะในเมืองไทยของเราที่จะเป็นเครื่องป้องกันหรือรักษาตัว เวลานี้มีประมาณเท่าไร มีเท่านั้น นั่น

ในความรู้สึกเราว่ายังน้อยมาก จิตใจวูบวืบเลยถ้าพูดภาษาโลกนะ รู้สึกว่าตัวประกัน เครื่องประกันชาติไทยของเรายังด้อยอยู่มาก เพราะงั้นออกมาถึงได้ประกาศลั่นเลยจนกระทั่งถึงวันนี้ ช่วยกันหนุนเข้า ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากันนะ เราดูนี้ดูหัวใจของชาติ บกพร่องขาดเขินอะไรจะดูที่จุดนั้น เป็นจุดหัวใจของชาติไทยเรา ทีนี้เวลามันบกพร่อง ก็เรียกว่าหัวใจของชาติไทยเราทั้งชาติบกพร่องด้วยกันหมด เมื่อบกพร่องด้วยกันแล้วเราทำยังไง ชาติไทยของเราถึงจะค่อยแน่นหนามั่นคงขึ้น ลมหายใจเต็มปอดหรือค่อนปอดก็ยังดี สำคัญตรงนี้

ที่หลวงตาได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกาย บางคนก็อาจจะเห็นว่าเป็นความรำคาญใจ บอกแล้วบอกเล่า กวนแล้วกวนเล่า ทองคำบ้าง ดอลลาร์บ้าง อะไรกวนตลอดเวลา บางคนจะคิด คนที่ไม่คิดหน้าอ่านหลังอะไร คิดในแง่คิดแบบนี้นะ ถ้าคนคิดเพื่อชาติของตัวเองว่า เราคำเดียวนี้ชาติครอบหมด นี่ใหญ่ไหมล่ะ เพียงคนเดียวนี้ก็ว่าชาติขึ้นแล้วเต็มตัว ๆ ผู้นี้แลผู้จะคิดอ่านไตร่ตรองเพื่อชาติของตนด้วยความขวนขวายเต็มเม็ดเต็มหน่วยจะไม่รำคาญ มิหนำซ้ำจะสนับสนุนผู้รบกวนหรือว่าขอ อย่างหลวงตานี่รบกวนเรื่อยขอมาเรื่อยตลอด ทั้ง ๆ ที่หลวงตาไม่ได้เอาอะไรสักแดงนะ เงินสตางค์หนึ่งก็ไม่เอา เหล่านี้เราไม่เอาทั้งนั้น เราพูดอย่างบริสุทธิ์ใจบรรดาที่นำพี่น้องทั้งหลายมาในเรื่องต่าง ๆ นี้ เราบริสุทธิ์ทุกอย่างเลย

เพราะเราทำด้วยความที่ถึงขนาดร้องโก้ก ฟังซิน่ะ เมืองไทยของเรามันจะจมต่อหน้าต่อตาให้เห็นอยู่นี้ ทำยังไง ๆ ขึ้นล่ะซี มันร้องโก้ก ถามนั้นถามนี้ ใช้ลูกศิษย์เข้าไปสืบถามเรื่องภายในให้ได้ความละเอียดลออมา จำนวนอะไร ๆ สมบัติที่สำคัญ ๆ มียังไง ติดหนี้ติดสินอะไรไล่มา ยิ่งกระเทือนหนักเข้า ๆ นี่ละเรื่องที่ได้โดดออกขึ้นเวทีก็เพราะเหตุนี้เอง แล้วทำไมจะไม่รบกวนพี่น้องทั้งหลายเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว มันก็ต้องรบกวนอยู่โดยดี ตั้งแต่บัดนั้นมาทางทำไม่ได้จืดจาง ขอตลอด ขอมาตลอด ๆ ระยะนี้ค่อยได้สูงขึ้น ๆ โดยลำดับ

จิตใจของเราห่วงขนาดนั้น ถึงร้องโก้ก ฟังซิน่ะ เราเคยคิดที่ไหนเมื่อแต่ก่อน เรื่องชาติเป็นชาติ บ้านเมืองก็เป็นหน้าที่ของชาติบ้านเมือง ทางศาสนาก็เป็นเรื่องของศาสนา เราก็ปฏิบัติไป เกี่ยวข้องกับชาติบ้านเมือง ก็แนะนำสั่งสอนอุบายวิธีการที่จะให้เป็นไปเพื่อความแน่นหนามั่นคงไปเรื่อย ๆ แฝงกันไปกับชาติบ้านเมือง แต่ไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาเต็มเม็ดเต็มหน่วยดังที่ออกมาช่วยพี่น้องทั้งหลายคราวนี้ อันนี้ออกทีเดียว เรื่องสมบัติเงินทองข้าวของก็หาไล่ตีบ้านนั้น หาไล่ตีบ้านนี้ ทั่วประเทศไทย หลวงตาบัวไปเที่ยวตีบ้านตีเรือนหมดนั่นแหละ ตีเอาเงินเอาทอง ดอลลาร์มาเรื่อยจนกระทั่งป่านนี้ ทำไมถึงไปเป็นอย่างนั้นได้ พิจารณาซิ

เราก็ไม่เคยสนใจกับสิ่งเหล่านี้ ได้มาเท่าไรเอาเข้านั้นหมดเราไม่เอาเลย ทำไมจึงต้องไปหาตีนั้นตีนี้ตลอด ไปพิจารณาให้ดีทุกคนนะ ชาติไทยของเราคราวนี้ถ้าสิ่งเหล่านี้จะขึ้นได้ จะขึ้นได้ในเวลาพวกเราทั้งหลายกำลังช่วยชาติอยู่เวลานี้ ออกจากนี้แล้วจะลำบากนะ ดีไม่ดีจะไม่เป็นอย่างนี้อีกนะ ผู้ที่จะมานำนี้ไม่ว่าท่านว่าเราก็ต้องมองหน้ากันคนเรา มองดู เราเองก่อนที่จะออกเป็นผู้นำเราก็มองเราเต็มเหนี่ยวของเราเหมือนกันก่อนที่จะออกมา ไม่ใช่ปึ๋งปั๋งออก ความปึ๋งปั๋งที่มันคึกคักในจิตใจกระเทือนเพราะบ้านเมืองจะล่มจมนี้มันแรง เราพิจารณานี้เราก็เอาเต็มเหนี่ยวเหมือนกันก่อนที่จะออก นั่น อย่างนั้นนะถึงได้ออก

ดังพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังแล้วว่า พิจารณาทั้งภายนอกภายใน พิจารณาออกไป ๆ จุดใดผู้ใด จุดไหน ๆ มองไป ๆ ออกไปโล่งแล้วปิดตันข้างหน้าเสีย ออกไปนี้โล่งแล้วปิดตรงนั้น ออกไปนี้โล่งแล้วปิดตรงนี้ อันนี้ปิดซอกนี้ซอกนั้น ปิดในลักษณะต่าง ๆ กัน หากเป็นเรื่องปิดไปไม่ได้นั่นเอง วกไปเวียนมา สุดท้ายก็เข้ามาหาเจ้าของ นี่เราพูดตามความจริง ไม่ได้กว้างแต่ทะลุ คือว่าไม่รั่วไหลแตกซึมไปไหน นั่นละที่ว่ามันปิดตรงนั้นปิดตรงนี้ ความรั่วไหลแตกซึมเป็นอุปสรรคต่อการช่วยชาติ จะเอาชาติให้ล่มจมได้ด้วยความรั่วไหลแตกซึมที่มันปิดตันไว้ตรงนั้น ปิดตันไว้แง่นี้แง่นั้น มีแง่ต่าง ๆ ทีนี้เวลามาพิจารณาเจ้าของ ไม่ปิด ไม่กว้าง แต่ทะลุออก แสดงว่าไม่รั่วไหลไปไหน ความหมายก็ว่าอย่างนั้น

มันก็เป็นมาอย่างที่พี่น้องทั้งหลายเห็น มีมากมีน้อยก็เห็นทั่วหน้ากัน ไม่ไปไหนแหละว่างั้นเลย เข้านั้นหมด ถึงจะแคบก็ไปได้อย่างนี้แหละ ไปได้ ๆ เดี๋ยวนี้ทองคำเราก็ได้ถึง ๕ ตันของเล่นเมื่อไร ดอลลาร์จะไม่ต่ำกว่า ๘ แสนแหละ อย่างน้อยคราวนี้ต้อง ๘ แสน ๒ แสนแน่แล้ว อันนั้นได้ ๖ ล้าน ๕ แสนแล้ว คิดว่าจะได้ถึง ๘ แสนคราวนี้นะ ไปคราวนี้เข้าอีก

เวลาช่วยชาติอยู่นี้ก็ขอให้พี่น้องทั้งหลาย คิดให้ทั่วถึงทุกสิ่งทุกอย่างครอบประเทศไทย ครอบตัวของเราทุกคน แล้วอุตส่าห์พยายามช่วยกัน ผู้ที่จะทำลายเราอย่าไปสนใจกับมัน ไอ้เรื่องคนทำชั่วมันจะทำแต่ชั่วนั่นแหละ คนทำดีให้ทำ แล้วเวลาอยู่ได้อยู่ได้ด้วยความดีนะ ไม่อยู่ได้ด้วยความชั่ว ความชั่วพาให้พัง ความดีพาให้ฟื้น ให้เอาจุดนี้ให้ดี เราก็พยายามสุดเหวี่ยงแล้ว การเทศนาว่าการก็บอกแล้วว่า เทศน์เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน บอกชัดเจนแล้ว มันหลงหน้าหลงหลังแล้วนะ ต่อไปจะเทศน์ไม่ได้ ความจำ เรื่องธรรมกับใจไม่มีปัญหา แต่เครื่องมือคือความจำ ขันธ์ ๕ นี้เป็นเครื่องมือสำหรับธรรมเอาไปใช้ เทศน์ถ้าเสียงไม่มีก็เทศน์ไม่ได้ ความจำไม่ดี เทศน์แล้วขาดวรรคขาดตอน ต่อไปก็วกวน ถ้าวกวนก็เทศน์ไปไม่ได้ก็ต้องหยุด แน่ะมีแต่เครื่องมือทั้งนั้น

เทศน์ไปทุกวัน ๆ นี้หลงหน้าหลงหลังไปแล้วนะ อย่างไปเทศน์ที่วัดโนนนิเวศน์รู้ชัดนะ ต่อไปนี้มันจะไปไม่ได้แล้วมั้ง วกวน หลงหน้าหลงหลัง ยิ่งหนักเข้าทุกวัน คือการเทศน์นี่ สังขารออกแย็บ ๆ ออก ธรรมออก สังขารออก ออกไป ๆ มีสัญญาตีแนบไว้ให้ก้าวเดินไปตามนี้ ไปตามแถวตามแนว พอสัญญาขาดปั๊บล้มเหลว นั่น ยังงั้นนะ พอสัญญาความจำเรื่องราวเป็นผู้ติดแนบไปให้ก้าวเดินไปตามนี้ สังขารเป็นผู้นำธรรมออก สัญญาเป็นผู้ตีแนบสองฟากทาง ไม่ให้แยกไปทางนู้นทางนี้ ให้เป็นไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในเรื่องราวใดก็ให้เป็นไปตามนั้นเป็นลำดับลำดา ให้สัญญาจับเอาไว้ พอสัญญาขาดปั๊บนี่ล้มไปแล้วนะ ลืมแล้วไม่ทราบว่าเทศน์อะไรมาจำไม่ได้ ตั้งใหม่ นั่น อย่างนี้ที่มันหลงมันลืม วกวน ตั้งใหม่ไปสักเดี๋ยวขาดอีกแล้ว แล้วตั้งใหม่อีก มันก็เลยไม่ได้เรื่อง ต่อไปก็เทศน์ไม่ได้ แน่ะ ก็มีเท่านั้น

เพราะฉะนั้นจึงว่าได้พยายามเต็มเหนี่ยวนะกับพี่น้องทั้งหลาย เราพยายามเต็มเหนี่ยวแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างพยายามเต็มเหนี่ยว ในระยะนี้ก็เป็นเวลาที่ควรจะได้สมบัติทั้งหลายเข้าสู่หัวใจแห่งชาติไทยของเราคือคลังหลวง ก็ขอให้ได้นะ ขอให้พยายามทุกคนๆ

สมบัติเงินทองของเราน่ะมีอยู่ทุกคนๆ แต่มันไม่รับรองชาติให้แน่นหนามั่นคงได้ ให้จำข้อนี้ไห้ดี สมบัตินั้นมีอยู่ทุกคนไม่ได้จน แม้แต่ตาสีตาสาอยู่ตามท้องนา เด็กอยู่กับพ่อกับแม่เขาก็ยังมีเงินติดตัวเขา จะไปโรงร่ำโรงเรียนไปเที่ยวที่ไหน พ่อแม่จะเอาเงินให้คนละกี่บาทกี่สลึงก็แล้วแต่ ติดตัวไปทุกคนเด็ก จนกระทั่งถึงพ่อแม่ทรงความเป็นมหาเศรษฐีตั้งสง่าอยู่เหนือประเทศไทยเรานั้นแหละ แต่เวลาจะช่วยประเทศไทยเงินเหล่านี้ช่วยไม่ได้นะ ก็เงินของพี่น้องทั้งหลายที่มีมากมีน้อยหนุนกันเข้า นี่ละจะไปตั้งชาติไทยของเราให้มีความแน่นหนามั่นคง ให้คิดจุดนี้ให้มากนะ

อย่าคิดตั้งแต่เงินของเราอยู่ในกระเป๋า ๆ อย่างเดียว เราอบอุ่นเท่าไรก็ตามเถอะน่ะ มันก็อบอุ่นแต่ลมๆ แล้งๆ ไปอย่างนั้นแหละ ถ้าชาติไทยไปไม่ได้แล้วอยู่ทั้งนั้น ไม่ว่าเศรษฐีจมด้วยกัน เพราะฉะนั้นเพื่อพยุงกันให้มีความแน่นหนามั่นคง ตามมากตามน้อยของผู้รักชาติของตนเอง ต้องอุตส่าห์พยายามด้วยกันทุกคน นี่ละออกไปมากไปน้อยจะไปหนุนกันอยู่ที่คลังหลวง เวลานี้ก็เด่นที่คลังหลวง นอกจากนั้นเราเคยได้ยินไหมว่าทองคำมีเท่าไร ๆ ได้เท่าไร มันก็ติดคอติดนิ้วของคนอยู่ทุกคนนั่นแหละ แต่ไม่เห็นแสดงออกมาเป็นตัวประกันได้ แต่อันนี้เข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้เท่านั้น นั่นประกันแล้วนะนั่น ดอลลาร์เท่านั้น เงินสดเท่านั้น ที่ออกไปเหล่านี้เป็นตัวประกันไปตลอดแล้ว ทองคำเท่านั้น ออกจากนี้ไปรวมแล้วเป็นตัวประกันขึ้นมาได้เลย

สมบัติอันนี้สำคัญมาก จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้แยกได้แยะพิจารณาแบ่งสันปันส่วนให้พอเหมาะพอดี ชาติอยู่ได้เราอยู่ได้ เรามีเงินในกระเป๋าด้วย มีเงินอยู่ในชาติด้วย เราก็ยิ่งมีความอบอุ่นมากขึ้น ถ้ามีตั้งแต่เงินในกระเป๋าเงินในชาติไม่มี อย่าหวังนะ จมได้ด้วยกันนั่นละ เศรษฐีนั่นละตัวจะจม ตัวที่ว่าเก่งๆ ว่ามั่งมีนั่นละตัวจะจม มันจะโดดไปไหนไปไม่ได้แหละ พูดอวดว่าโดดไปอยู่เมืองนั้นเมืองนี้ เมืองเขาสบาย ก็ไปอยู่เมืองเขาไม่ใช่เมืองเรา มีความหมายอะไร ไปยืมเงินเขามานี้ก็คอยที่จะใช้หนี้เขา ไม่งั้นเขาก็มาบีบเอา นั่น ถ้าเป็นเงินของเราแล้วไม่ต้องบีบ สมบัติของเราในชาติของเราไม่ต้องมีใครมาบีบ นั่น ต่างกันอย่างนี้นะ

จะพูดภาษาภาคอีสานให้ฟัง ปีนั้นสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นท่านสิงห์ทองด้วยเป็นผู้ไปเจอเหตุการณ์เอง มาจากอุบลจะมาทางนครพนม ขึ้นรถยนต์มา รถยนต์สมัยนั้นใช้ถ่าน น้ำมันไม่มี ใช้ถ่านอืด ๆ มาอย่างนั้น วิ่งตามทางนี้อืด ๆ มาเพราะไม่มีน้ำมัน ใช้ถ่านเอาติดกับท้ายรถ พอมาถึง เขาเรียก ดงหมากอี้หมากแอ มุกดาหารนี่ พอมาถึงนั้น อีตาคนหนึ่งแกขุดไร่ขุดสวนแกอยู่ข้าง ๆ ทาง แกไม่มีไฟสูบบุหรี่ พอดีแกมองเห็นรถมาแกก็กระโดดออกไปยืนอยู่กลางทางแล้วแกก็โบกมือ ขอเอาไฟสูบบุหรี่ เข้าใจไหมล่ะ ทางรถเขาท่านสิงห์ทองก็นั่งอยู่ในรถ นั่นคนหนึ่งเขาโบกมือแล้ว อ้าว.ได้เท่าไรก็เอา เขาว่างั้นเขาพูดกัน ได้ยาซองหนึ่งก็เอา คือค่ารถที่เขาจะขึ้นนี้ได้ค่ายาซองหนึ่งก็เอา เอ้า.ๆ รับเสียเขาบอกกัน ทางนี้ก็เลยรับ

พอจอดรถ เอ้า.ขึ้นลุง ๆ โอ๊ย.พ่อบ่ขึ้นดอก พ่อมาโบกมือขอต่อกอกยาดอก เข้าใจไหมกอกยา คือบุหรี่ พ่อบ่ขึ้นดอก พ่อโบกมือขอต่อกอกยา หมดคำเว้า ก็เลยเอาไฟลงไปให้แกต่อกอกยา พอแกต่อกอกยาเสร็จแล้วแกก็ลงไปขุดสวนอยู่หั้น ทางนี้ติดเครื่องรถ ติดยังไงมันก็บ่ติด อุ๊ย.เฒ่าห่านี่มีแต่เฒ่าห่านี่ แต่หน้ายิ้มแย้มนะ จะให้เคียดบ่เคียด โอ๊ย.มันเป็นนำเฒ่าห่านี่ ติดอันใดมันก็บ่ติด รถนั่นน่ะ มันอืด ๆ เวลามันดับเครื่องแล้วติดบ่ติดละซิ เอะอะก็ โอ๊ย.เพราะเฒ่าห่านี่ละ พอรถติดได้ก็ผ่านไป เฒ่าห่านี่ว่าอีกละ เฒ่าก็ขุดสวนเฉย เหลียวเบิ่งกอกยาควันถมดังเลย เฒ่าเอาอยู่หั้น จบแล้ว จบเท่านั้น เรื่องขอต่อกอกยา โบกมือขอต่อกอกยาเขา นึกว่าจะขึ้นรถกับเขา เอ้า.ได้ห้าได้สิบก็เอา ได้บุหรี่ซองหนึ่งก็เอา ไปโบกมือขอต่อกอกยา ขอต่อบุหรี่สูบบุหรี่ หมดคำเว้าเลย

สมัยสงครามโลกครั้งที่สองมีแต่รถถ่านทั้งนั้น น้ำมันไม่มีใช้ถ่าน เขาใช้กันยังไงก็ไม่รู้นะ ไปช้า ๆ ไอ้เราไม่เคยขึ้นกับเขา เห็นแต่เขาขึ้นไป วันหนึ่งจะมีรถประมาณสักสองคันผ่านมาถนน มันไม่มีรถ ใช้ถ่านอืด ๆ อยู่นั่นแหละ เราไม่เคยขึ้นรถอันนี้ แต่ก่อนรถไม่มี ไปไหนมาไหนเดินทางด้วยเท้าทั้งวัน ๆ อย่างไปหาพ่อแม่ครูอาจารย์ที่หนองผือก็เหมือนกัน ออกจากนี้ก็ไปเที่ยวเข้าในป่า มีแต่เดินทั้งนั้น เข้าหนองผือไปคนเดียว ๆ นะ มีตั้งแต่เดินด้วยเท้า ๆ รถยนต์อย่าไปถามหามัน ในสมัยนั้นไม่มีรถยนต์ มีก็มีอย่างนี้ รถจากจังหวัดนี้ไปถึงจังหวัดนั้น อย่างมากก็มีรถแต่เพียงคันเดียวหรือสองคัน ถ้าตอนเช้าใครไปทันก็ทันไม่ทันก็เท่านั้น หมด ต้องเดิน ทางก็แคบ ๆ ไม่ได้เหมือนทุกวันนี้

เดี๋ยวนี้ไปไหนก็มีแต่รถแต่รา พระกรรมฐานเลยกลายเป็นขุนนางไปหมด เลยไม่ได้เรื่องนะ นี่ละกิเลสเหยียบธรรมเหยียบอย่างนี้ นี่สนุกดูนะ ไม่เคยคุ้นกับมัน แย็บออกมารู้ทันที ๆ ๆ นอกจากไม่พูดเฉย ๆ มีแต่เรื่องกิเลสเหยียบธรรม ๆ อยู่ตลอดเวลา ธรรมที่จะแทรกมามีการต่อต้านกันไม่ค่อยมีนะ นี่ละชาวพุทธเรามันเป็นยังไง เอาธรรมจับดูมันเห็นหมดนี่ว่าไง กิเลสมันก็เป็นบ้าของมันอยู่อย่างนั้นละ ธรรมจับดูมันเห็นหมดนี่ นั่นละพระพุทธเจ้าท้อพระทัยท่านสอนโลก สอนไปหาอะไร นั่นเป็นอย่างนั้น เอาละจะให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet
www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก