ธรรมนี้เปิดตลอดสำหรับผู้ต้องการ(ความจริง)
วันที่ 10 กันยายน 2543
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๓

ธรรมนี้เปิดตลอดสำหรับผู้ต้องการ(ความจริง)

(ผู้ฟังเทศน์ประมาณ ๗๐๐ คน)

ได้ทอง ๑๐ บาทแล้ววันนี้ ไม่เสียลวดลายวาดภาพย้อนหลัง ที่วันไม่ได้ก็มี สรุปทองคำและดอลลาร์ วันที่ ๙ กันยา ๔๓ ทองคำได้ ๒ บาท ๕๐ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๐๐ ดอลล์ ทองคำที่ต้องการมอบเข้าคลังหลวงในการช่วยชาติคราวนี้นั้นสี่พันกิโล ที่มอบไว้กับคลังหลวงแล้ว ๑,๐๓๗ กิโลครึ่ง และที่ฝากไว้กับคลังหลวงอีกเช่นเดียวกันได้ ๑,๐๒๕ กิโล รวมทองคำที่มอบและฝากไว้กับคลังหลวงเวลานี้ได้ ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากที่มอบและฝากกับคลังหลวงแล้วนั้น ๕๒ กิโล ๑๖ บาท ๖๘ สตางค์ อันนี้ยังไม่ได้หลอม รวมทองคำทั้งหมดทั้งที่หลอมแล้วและยังไม่ได้หลอมเป็นจำนวน ๒๑๑๔ กิโลครึ่ง ยังขาดอยู่อีก ๑,๘๘๕ กิโลครึ่งจะครบจำนวนสี่พันกิโล กรุณาทราบไว้โดยทั่วกัน

เราจะต้องติดตามจนกระทั่งถึงจุดนี้ละ ไม่หนักไม่เบาเกินไป เราพิจารณาคำนึงคำนวณพอเหมาะพอดีกับกำลังวังชา และจำนวนพี่น้องชาวไทยเราทั้งหมด ๖๒ ล้านคนต่อทองคำอย่างน้อยสี่พันกิโลนี้ แน่ใจว่าได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องขยับเข้าไป ๆ เรื่อย ๆ วันละเล็กละน้อย ฝนตกทีละหยดละหยาดตกไม่หยุดไม่ถอย ทำท้องฟ้ามหาสมุทรให้เต็มได้ อันนี้ก็เหมือนกัน คนนั้นบริจาคคนนี้บริจาค คนละหยดละหยาด สุดท้ายก็ทำคลังหลวงเมืองไทยเราให้เต็มได้ เอานี้เป็นคติไว้ยึดไว้ นี่ก็ได้ถึงสองพันกว่าแล้ว

แล้วที่เคยประกาศว่า เงินสด ๘๐๐ ล้านนั้นเราจะหมุนเข้าไปซื้อทองคำเอามาต่อยอด คือสี่พันกิโลนี้ให้เป็นเนื้อเป็นหนังเป็นตนเป็นตัว หัวยังไม่มี เอา ๘๐๐ ล้านนั้นไปซื้อทองคำมาต่อยอด คือต่อหัวเจดีย์ใหญ่แห่งชาติไทยของเรา เป็นอย่างน้อยละ ๘๐๐ ล้านนี้ นี้เราได้ประกาศออกแล้ว ส่วนที่เหลือจากนั้น ๕๐ กว่าล้านนั้นเรายังคาราคาซัง ก็เพื่อประโยชน์ของโลก คือทางไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน จำเป็นมากกว่า เราอาจจะเอาเงินจำนวนนี้หมุนออกไป

เช่นอย่างที่ว่าเป็นเงินหมุนเวียน จุดไหนที่จำเป็นซึ่งควรจะถอนเงินจำนวนนี้ออกไปช่วยกันมากน้อย เราอาจทำได้ ถ้าหากว่าพอถูพอไถกันไม่จำเป็นนัก เงินจำนวน ๕๐ กว่าล้านนี้เราก็จะหมุนเข้าสู่ทองคำ เช่นเดียวกับ ๘๐๐ ล้านนั้น กรุณาทราบไว้ตามนี้ มันมีอยู่ ๒ แยก คือแยกเป็นเงินหมุนเวียนหนึ่ง จากเงินเหล่านี้แหละ อันหนึ่งเข้าสู่คลังหลวง มีอยู่ ๒ อย่าง

เราก็พยายามสุดขีดสุดแดน ขอพี่น้องทั้งหลายให้ทราบโดยทั่วกันว่า เราทำเราไม่ได้ทำเล่นนะ การช่วยชาติคราวนี้ก็เรียกว่าเหมือนหนึ่งเราพลีชีพของเราไปเลย ช่วยชาติของเรา นี่ก็ได้ ๒ ปีกว่าแล้ว เราก็เคยได้ประกาศไว้แล้วว่า ที่ช่วยพี่น้องชาวไทยเรานี้ไม่น่าจะเลย ๒ ปี เพราะกำลังวังชาอ่อนลงทุกวัน ๆ นี่ก็งดแล้วในการเทศนาว่าการในที่ต่าง ๆ ดังที่เคยรับนิมนต์มา เราจะเทศน์ให้เฉพาะจุดจำเป็นงานจำเป็น ที่จำเป็น ๆ จริง ๆ เท่านั้น จะไปเทศน์ให้เป็นจุด ๆ ส่วนที่จะรับนิมนต์เทศน์ทั่วไปนี้เรางดแล้ว กำลังวังชาไม่อำนวย จึงกรุณาทราบไว้ตามนี้ นี่ละกำลังมันอ่อนลง ๆ

ช่วยชาติก็ต้องอาศัยร่างกายเป็นเครื่องมือช่วย ไปที่นั่นมาที่นี่ เทศนาว่าการ ล้วนแล้วตั้งแต่อาศัยร่างกายเป็นเครื่องมือ เสียงก็ออกมาจากร่างกาย เนื้ออรรถเนื้อธรรมที่แสดงออกมานี้ก็ออกมาจากร่างกายเป็นภาชนะอันหนึ่ง ใจเป็นพื้นฐานสำคัญที่บรรจุแห่งธรรม ถ้ามีแต่ใจกับธรรมล้วน ๆ ก็แสดงออกไม่ได้ จึงต้องอาศัยธาตุขันธ์นี้ออกเป็นเครื่องมือแสดง เราก็จะพยายามให้ได้ อย่างน้อยคราวนี้ทองคำเราต้องให้ได้ ๖ ตัน รวมทั้งเงินสดที่ว่านี่ ทั้งทองคำสี่พันกิโล และเงินสดที่จะหมุนเข้าซื้อทองคำ อย่างน้อยต้องให้ได้ ๖ ตันหรือ ๖,๐๐๐ กิโล

ทองคำเราขาดแคลนในคลังหลวงมาก เราจึงได้ดีดได้ดิ้น ทองคำเป็นอันดับหนึ่งที่เราดีดดิ้นมากกว่าเพื่อน พูดเอะอะก็ทองคำ ๆ เพราะเป็นหัวใจของชาติไทยเรา มิหนำซ้ำเรายังได้ไปดูด้วยตาตัวเอง นี่ซิสำคัญมาก เจ้าหน้าที่เขานิมนต์ให้ไปดู ถ้าเขาไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเราเขาจะนิมนต์ไปดูทำไม เราก็ไม่ได้ดูแบบทะลึ่ง เขานิมนต์ไปดูเราถึงได้ไปดู ละเอียดถี่ถ้วน ดูหมดทุกซอกทุกมุม กองทองคำมียังไง เข้าซอกนั้นซอกนี้ดู จากนั้นก็ไต่ถามถึงเรื่องที่เก็บทองคำ เก็บไว้ที่ไหน ๆ บ้าง ที่ไหนจำนวนเท่าไร ๆ แล้วอยู่นี้จำนวนเท่าไร ได้ความชัดเจนแล้วก็นำอันนั้นออกมาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน รวมลงเลยว่า ทองคำในคลังหลวงเรารู้สึกว่ามีน้อยมาก นี่จุดสำคัญจุดนี้นะ ให้เอาอันนี้เป็นข้อคิดทุกคน ส่วนจำนวนเท่านั้นเท่านี้ไม่จำเป็นต้องบอก บอกหาอะไร ให้เอามามาก ๆ ดีกว่า ถ้าบอกก็จะบอกให้เอามามาก ๆ ทองคำในคลังหลวงมีน้อย ถ้าบอกเราจะบอกอย่างนั้น

เราช่วยจริง ๆ เต็มกำลังทุกด้านทุกทาง ทางด้านวัตถุเราก็ช่วยเต็มกำลัง เป็นที่อบอุ่นภายในจิตใจเราเอง ตายใจเราเองว่าบริสุทธิ์สุดส่วน ที่นำวัตถุที่พี่น้องทั้งหลายมาบริจาคนี้ออกทำประโยชน์ให้โลก จะควรเข้าจุดใด ๆ เราพิจารณาหมด พูดถึงทางด้านวัตถุเพื่อจะหนุนชาติไทยของเรา

เวลานี้ชาติไทยของเรารู้สึกว่า ขาดแคลนมากจริง ๆ พี่น้องทั้งหลายมีหูมีตาเหมือนกัน ยิ่งตาดียิ่งกว่าหลวงตาเสียอีก ไปซิตามสถานที่ต่าง ๆ เวลานี้เงินบกบางมากทีเดียว แทบจะไม่มีเงินผ่านตลาดเลย มันไปไหนเงินจำนวนเหล่านี้ให้พากันคิดเอา มันไปรวมอยู่จุดไหน ถึงไม่มีออกมาให้พี่น้องชาวไทยเราพอได้อาศัยบ้าง ร้านค้าต่าง ๆ ไม่ว่าร้านใหญ่ร้านเล็ก สถานที่ต่าง ๆ นี้เต็มไปด้วยสินค้า ๆ หาคนที่จะเข้าไปซื้อไปแลกเปลี่ยนกันไม่ค่อยมี ไม่มีเพราะอะไร ก็เพราะขาดเงิน

ทีนี้การเฉลี่ยกันทุกด้านทุกทางที่เกี่ยวกับเงินนี้มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเงินไม่มีเสียอย่างเดียว รู้สึกว่าเมืองไทยเราจะเรียกว่าอัตคัดก็ไม่ผิดแล้ว อัตคัดทางด้านการเงินที่จะวิ่งประสานทั่วโลกเมืองไทยเรา ส่วนวัตถุนั้นมี วัตถุก็ต้องมีเครื่องประสาน เงินเป็นเครื่องประสานวัตถุ แลกเปลี่ยนจากนี้ไปนั้น จากนั้นไปนี้ หมุนได้รอบตัว เงินพาให้หมุนนะ ถ้าไม่มีเงินแล้วอะไรอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นั่น ๆ ก็ไม่เกิดประโยชน์ในที่ทั่ว ๆ ไปเหมือนเงินพาเดิน เวลานี้ขาดแคลนมาก เงินไทยเราขาดตลาด เราพูดอย่างย่อม ๆ นะว่าเงินขาดตลาด ถ้าสิ่งที่หนักกว่านี้ แจ่มแจ้งกว่านี้ เราก็เคยพูดแล้ว วันนี้แย็บออกมาเพียงเท่านี้ แล้วเงินขาดตลาดก็เป็นความทุกข์ กระทบกระเทือนทั่วกันหมด นี่ละเงินขาดก็เป็นอย่างนี้

วัตถุที่ได้ทั้งหลายนี้เพื่อจะหนุนคลังหลวงของเรา เราก็ได้เป็นผู้นำด้วยความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ไม่มีที่ต้องติในหัวใจเราเลยว่าเป็นมลทินตรงไหน ไม่บริสุทธิ์ตรงไหน เป็นที่ระแคะระคายตัวเอง เราพูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเราไม่มี ออกจุดไหน ๆ เราพิจารณาเรียบร้อยแล้วทุกจุดก่อนที่จะออก นี่เรียกว่าวัตถุสมบัติ เราก็นำเข้าไปอย่างที่ว่านี่

แล้วทีนี้การแนะนำสั่งสอนพี่น้องทั้งหลาย เราก็สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าพูดตามหลักสมมุติก็คือว่าเต็มหัวใจของเรา ที่เราขวนขวายหามาได้ เอ้าพูดตั้งแต่วันเริ่มบวช เริ่มบวชก็เริ่มรักษาศีลธรรมเรื่อยมา ให้เป็นที่แน่ใจอบอุ่นใจ เฉพาะอย่างยิ่งเรื่องศีล เราพูดจริง ๆ เราไม่เคยล่วงเกินศีลด้วยเจตนา ไม่เคยมี เรื่องผิดพลาดเป็นธรรมดา ความผิดความพลาดไม่มีเจตนาก็เป็นสิ่งที่ให้อภัยกันได้ทั่วไป แต่ถ้ามีเจตนาเข้าแฝงแล้วก็เรียก อลชฺชิตา หาความละอายไม่ได้เลย คนนี้ไว้ใจไม่ได้ พระองค์นี้ไว้ใจไม่ได้ ว่างั้นเลย ถ้าออกด้วยเจตนาลามก ไว้ใจกันไม่ได้ทันทีเลยนะ ถ้าผิดพลาดด้วยความไม่ตั้งใจ ไม่ว่าท่านว่าเราเป็นได้ด้วยกัน นี่รักษามานี้ ปฏิบัติบำเพ็ญเรื่อยมา

จากนั้นก้าวขึ้นสู่เวทีดังที่พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หยุดไม่ถอย หนุนตลอด ทุกข์ยากลำบากขนาดไหน ดังที่พูดการขบการฉันเมื่อเช้านี้ เรื่องอาหารส่งไปทางโน้นทางนี้ เฉลี่ยให้ทั่วถึงกัน ธรรมเป็นอย่างนั้นนะ ธรรมต้องดูให้ตลอดทั่วถึง ให้เห็นทั่วถึงไปหมด เรียกว่าธรรม เราก็วิตกวิจารณ์ทางด้านครัว เพราะมีพี่น้องทั้งหลายมาจากที่ต่าง ๆ รวมเข้ามาอยู่ที่ครัวไฟ กลัวอาหารจะขาดแคลนบ้าง จึงได้จัดทุกอย่าง ๆ จัดไปแล้วก็เตือนไปพร้อม ให้มีธรรมแทรกในอาหารการอยู่การกิน จะอดอยากขาดแคลนบ้างไม่เป็นไรเรามาบำเพ็ญธรรม เราอย่าถือสิ่งเหล่านั้นให้มีน้ำหนัก ให้มีคุณค่ามากกว่าธรรมที่เราบำเพ็ญ ธรรมที่เราบำเพ็ญเป็นจุดใหญ่โตมาก อันนี้เป็นเครื่องหนุนเพียงเท่านั้น หนุนให้การบำเพ็ญสะดวก เหล่านี้เราก็ได้ดำเนินมาแล้ว

นี่ละหาธรรม หาความดีเข้าสู่ตัว จากนั้นออกจากนี้ก็กระจายออก ดังที่กระจายสอนพี่น้องชาวไทยเรา เรียกว่าทั่วประเทศไทย เราสอนมานานแล้วนะ สอนทั่วประเทศไทย สอนอยู่ใต้ดินนี้สอนมานาน พึ่งมาออกบนดินเมื่อ ๒ ปีมานี้แหละ ที่ออกอย่างเปิดเผย แต่ก่อนสอนทั่ว ๆ ไป แต่อยู่ใต้ดิน ไม่ได้มีการโฆษณาอะไร ๆ ทั้งนั้น วิทยุก็ไม่มี หนังสือพิมพ์ก็ไม่มี เราไม่ให้มายุ่งกับเรา เราสอนทั่ว ๆ ไป แต่เวลานี้ออกช่วยโลก ก็เรียกว่าอย่างเปิดเผย ทางไหนมาได้ทุกด้านทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ไม่ว่าทีวี วิดีโอ อะไรออกได้หมด นี่เราก็เปิดออกหมด ผลประโยชน์ที่เราบำเพ็ญมารอดเป็นรอดตายก็ได้สมมักสมหมาย

ทางการบำเพ็ญเหตุเป็นยังไง เหตุของเราเรียกว่าเฉียดเข้าขั้นสลบไสล ไม่สลบไสลเราก็บอกเราไม่สลบ แต่ว่าเฉียดมาตลอด ๆ ความทุกข์ความลำบากยากเย็นเข็ญใจนี้เฉียดมาตลอด แต่อันนี้ไม่มีน้ำหนักมากยิ่งกว่าความมุ่งมั่นของเราคือมรรคผลนิพพาน อันนั้นเป็นจุดใหญ่มาก เพราะฉะนั้นความทุกข์ความยากลำบากนี้จึงไม่มีน้ำหนักมากยิ่งกว่าความมุ่งมั่น จึงต้องพาตะเกียกตะกายกันไป นี่เวลาเราทำ-ทำขนาดนั้น ผลได้เป็นที่พึงพอใจ นี่ละเหตุหนัก ผลหนัก เหตุชั่วผลก็ชั่วหนัก เหตุดีผลก็ดีอย่างหนักเหมือนกัน เสมอกันอย่างนี้ ที่ว่า ดีกับชั่วเสมอกัน ดังที่เคยพูดให้ฟังอย่างเมื่อวานนี้ก็พูด เรื่องความดีความชั่วที่จะให้ผลแก่ผู้ทำนั้นเสมอกัน ใครทำชั่วเมื่อไรได้เมื่อนั้น ทำดีเมื่อไรได้เมื่อนั้น

เราก็ทำสุดขีดสุดแดนของเรา ก็บอกว่าเอาชีวิตเข้าแลกเลย คราวนี้จะเอาให้ได้ พูดให้เต็มยศก็คือว่าจะให้เป็นพระอรหันต์ในชาตินี้ ฟังเทศน์หลวงปู่มั่นมาอย่างถึงใจแล้ว ทีนี้ให้ถึงจริง ๆ ก็ขึ้นเวทีก็ฟัดเลย จากนั้นมาผลก็เป็นที่พึงพอใจ นี่ละสละตายเข้าไปผลได้เป็นที่พึงพอใจ ได้นำมาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบอยู่เวลานี้ เกิดขึ้นจากผลเป็นที่พึงพอใจ ที่ได้มาจากการเฉียดสลบไสล ๆ มาตลอดนะทุกข์ นี่ละเหตุหนักผลก็หนัก เหตุดีเอาถึงขั้นที่ว่าเฉียดสลบไสล ผลก็เป็นที่พึงพอใจ ฟ้าดินถล่มเลย กระเทือนทั่วแดนโลกธาตุ เป็นยังไง เราถึงอดพูดไม่ได้เพราะมันกระจ่างไปหมด

ไอ้พวกตาบอดมันมาลบล้างว่า เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมไม่มี โคตรพ่อโคตรแม่มึงเคยเห็นเทวดาเหรอ อยากว่าอย่างนั้นนะ กูเห็นมึงรู้ไหม อยากว่าอย่างนี้เข้าใจไหม พระพุทธเจ้าสอนโลกว่ายังไงเทวบุตรเทวดา อฒฺรตฺเต เทวปญฺหากํ ในพุทธกิจ ๕ แยกออกได้หรือศาสนา พวกเทวบุตรเทวดาเป็นพุทธบริษัทของพระพุทธเจ้าเหมือนกันกับพวกเรา อฒฺรตฺเต เทวปญฺหากํ ท่านพูดอย่างกลาง ๆ ว่า ตอนหกทุ่ม เที่ยงคืน ท่านเทศน์สอนเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม แก้ปัญหาพวกบริษัทเหล่านี้ บริษัทเทพ บริษัทมนุษย์ก็คือพวกเรา บริษัทเทพก็คือพวกนั้น นี่อยู่ในพุทธกิจ ๕ จำเป็นไหม

พุทธกิจ ๕ งานจำเป็นของพระพุทธเจ้า ๕ ข้อ อยู่ใน ๕ ข้อนี้ เป็นของเล่นเหรอ แล้วมาลบล้างเหรอว่าเทวบุตรเทวดาไม่มี พวกเทวทัตทำลายศาสนาทำลายต่อหน้าต่อตา ถ้าเจ้าของตาบอดว่าบอดใครก็ให้อภัยได้นะ เจ้าของตาบอดอวดว่าตาดี ก็มีแต่ต้นเสาแหละสนองความอวดดีของมัน เป็นหลุมเป็นบ่อนั่นแหละสนองความอวดดีของมัน นี่ก็นรกอเวจีสนองความอวดดีของมัน นี่กระเทือนไปหมด มันเป็นยังไง เคยเห็นเมื่อไรตั้งแต่ก่อนที่กิเลสมันปิดเอาไว้ไม่ให้เห็น พอเปิดจ้าเท่านั้นมีอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อไร เมื่อสิ่งรับกันมีอยู่จะไม่เห็นได้ยังไง เราหลับตานี้มันไม่เห็น อะไรก็ไม่เห็น พอลืมตาจ้าแล้วปฏิเสธได้เหรอ นี้ก็เหมือนกัน ตาใจ ตาเนื้อตาหนังก็เหมือนกัน ตาพระพุทธเจ้าเป็นตาพระญาณ หยั่งทราบหมด จากนั้นก็จึงได้มาแนะนำสั่งสอนโลกเป็นลำดับลำดา

เมตตานี้เป็นพื้นฐานตลอดไม่เคยบกบางนะ แล้วเมตตานี้มาออกแสดงตอนนำพี่น้องทั้งหลาย เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการเราจึงไม่เอาโลกถังขยะนี้มาเป็นอารมณ์ เป็นข้อข้องใจของเราในการแสดงธรรมสั่งสอนโลก เราไม่เอาถังขยะนี้มาเป็นอารมณ์ แต่เราสอนถังขยะ เอ้าพูดให้มันเต็มยศ มันเต็มหัวใจอยู่นี้จะให้ว่าไง กล้าหาญไหมความรู้นี่ ฟังซิน่ะ มันเป็นอยู่ในหัวใจมาลบล้างได้เหรอ มันจ้าอยู่นั้นตลอดเวลา นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าสด ๆ ร้อน ๆ อย่างนี้นะ ทีนี้ไม่มีใครเห็นมีแต่กิเลสเหยียบย่ำทำลาย ๆ ธรรมทั้งแท่งก็ถูกกิเลสทับถมเหยียบไปหมด เหยียบไป ย่ำไปย่ำมา ไม่มีอะไรวิเศษวิโสยิ่งกว่าความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา เหยียบโลกเหยียบสงสาร เหยียบแหลก กำลังจะพินาศฉิบหายเมืองไทยเราก็คือกิเลสสามตัวนี้

ธรรมพระพุทธเจ้ามีข้อไหนที่มาทำลายโลก ไม่มี ฟังเอาซิ นี่ละธรรมพระพุทธเจ้า เวลาได้เห็นมันเห็นอย่างนั้นจริง ๆ เพียงคนเดียวเท่านั้นไม่ต้องหาใครมาเป็นพยาน ลงได้เห็นด้วยตาตัวเอง เช่นอย่างนี้(กระโถน) ปั๊บมองมาเห็นแล้วนี่ หาใครมาเป็นพยาน ว่านี่ข้าเห็นสิ่งนี้ ใครเห็นด้วยไหมมาเป็นพยานสักหน่อย ไม่ต้อง เห็นอยู่แล้ว นั่นละความรู้จริงเห็นจริงเป็นอย่างนั้น พอจ้าเข้าไปนี้ อ๋อ ทันทีเลย ๆ ธรรมพระพุทธเจ้าสด ๆ ร้อน ๆ อย่างนี้

เราก็ทำเต็มเม็ดเต็มหน่วยเต็มภูมิอำนาจวาสนาบุญญาภิสมภารของเรามีมากน้อย ถึงจะได้ขั้นอาภัพเราก็รู้อยู่ในขั้นอาภัพของเรา ได้รื้อธรรมเหล่านี้มาประกาศพี่น้องทั้งหลาย อย่าได้พากันตายเปล่า ๆ ว่างั้นเลย เกิดมา-เกิดมาจากทิศใดแดนใด มันคลุกเคล้ากับนรกอเวจีขึ้นมากี่กัปกี่กัลป์ เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหม มันไปได้หมดนะจิตดวงนี้ เว้นสุทธาวาส ๕ ชั้น พรหมโลกสุทธาวาส ๕ ชั้น เป็นที่อยู่ของพระอนาคามี พวกนี้ก้าวเข้าไปสุทธาวาส ๕ ชั้นคือ อวิหา อตัปปา สุทัสสา สุทัสสี อกนิฏฐา ๕ ชั้นนี้เป็นที่อยู่จำเพาะของพระอนาคามีผู้สิ้นกามกิเลสแล้ว จะก้าวเข้าสู่นิพพานโดยถ่ายเดียวเป็นลำดับลำดา นอกจากนั้นหมุนเวียนทั้งนั้น อายุยืนนานสักเท่าไร กี่หมื่นกี่แสนปีก็ตามก็เป็นกฎอนิจจัง มันก็หมุนลงได้ แต่อนาคามีนี้เป็นกฎอนิจจัง หมุนขึ้น หมุนขึ้นเพื่อความพ้นทุกข์ เพื่อนิจจังเป็นของเที่ยง อันนี้ไม่เที่ยง ก็มีอยู่อย่างนั้นจะว่าไง นี่พวกเกิดพวกตายหมุนกันมาตลอดอย่างนี้จะว่าไง

สงสารเราจึงสอน เราไม่เอาอะไรมาเป็นอารมณ์มาเป็นข้าศึกต่อธรรมพระพุทธเจ้าที่เราจะสอนโลก ซึ่งควรจะรับประโยชน์ได้จากการสั่งสอนนี้ เราจะสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราไม่เคยสะทกสะท้านกับถังขยะ ถังขยะก็วัฏจักร จะเป็นอะไร สะทกสะท้านหามันอะไรประสาถังขยะ แล้วไปกล้าตั้งหมัดตั้งมวยใส่มันอะไรประสาถังขยะ แล้วจะไปกลัวมันวิ่งเต้นเผ่นกระโดดหนีตายมันอะไรประสาถังขยะ ก็รู้กันอยู่แล้วว่าถังขยะ ธรรมเหนือไปหมดทุกอย่าง ไม่มีอะไรเลยละ คือเลยสมมุติทุกอย่างแล้ว แล้วมาสอนสมมุติ มาดึงสมมุติให้หลุดพ้นจากนั้นแล้วจะไปแดนแห่งความเกษม เรียกว่านิพพานเที่ยง ๆ คือธรรมชาตินั้นเอง ดึงขึ้นไป สิ่งเหล่านี้ไม่แน่นอน ๆ ดึงขึ้น ๆ

ถึงไม่แน่นอนก็ตาม คนมีคุณงามความดีย่อมมีที่หลบที่ซ่อนที่นอนได้อย่างสะดวกสบาย ยิ่งกว่าคนที่มีบาปมีกรรมอันสาหัสนะ ไปอยู่ในที่แห่งเดียวกันก็ตาม คนมีบาปเป็นทุกข์มาก คนมีบุญไม่ทุกข์ เช่นอย่างนักโทษกับนายคุมนักโทษอยู่ด้วยกัน แต่นายคุมนักโทษเขาไม่ได้เป็นทุกข์เหมือนนักโทษใช่ไหมล่ะ มันต่างกันอย่างนั้นนะ นี่ละเราจึงได้สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย

เวลานี้ก็จวนจะตายแล้ว พูดตรง ๆ อย่างนี้เลย เพราะธรรมไม่มีคำว่าสะทกสะท้าน เอาความจริงมาพูดเป๋ง ๆ ไม่คำนึงคำนวณว่าอะไรจะมาคัดค้านต้านทาน ว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร ไม่สนใจ เพราะสิ่งเหล่านี้จอมปลอมเป็นข้าศึกต่อธรรมมาแล้ว คือกิเลส ธรรมเป็นธรรมล้วน ๆ ออกให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยสำหรับผู้ต้องการธรรม ให้ได้รับผลประโยชน์ตามกำลังแห่งความสามารถของตน เราจึงได้เปิดออกทุกอย่าง ๆ เปิดตลอด เปิดเรื่อยทีเดียว ก่อนจะตายนี้เปิด ใครผู้มีนิสัยปัจจัยที่ควรจะได้รับมากน้อยเพียงไร ตามเจตนาของเราที่เทศน์สอนด้วยความเมตตานี้ ขอให้ได้ไป

ไอ้ผู้ที่ ปทปรมะ ที่มันนอนจมไม่ยอมขึ้นนั้น อันนั้นก็สุดวิสัย อย่างที่ว่าไปรักษาคนตายนั่นแหละ หมอไปรักษาคนตายเคยมีที่ไหน ธรรมไปรักษาคนตายมีที่ไหน รักษาคนเป็นนี่ นี่เราก็ได้พยายามเต็มเม็ดเต็มหน่วย การสอนโลก เอ้า พูดให้มันเต็มเลย สอนแบบไม่อัดไม่อั้นว่างั้นเลย เอ้าเอามาทางไหนว่างั้นเลย ฟังซิว่า เอ้าเอาฟังซิน่ะ เอามาทางไหน นี้มันเต็มแล้วครอบโลกธาตุนี่อยู่ในหัวใจ มันจ้าอยู่ถึงขนาดนั้นแล้ว ถ้าหากว่าเป็นการวาดภาพ โอ๋ย สลบไปเลยนะ ผู้ที่ได้เห็นธรรมชาตินั้น คือมันเลยอัศจรรย์ สลบไปเลย นั่นละพระพุทธเจ้าจึงท้อพระทัย มันต่างกันขนาดไหนกับถังขยะ ท่านก็ยังอุตส่าห์ดึงเอา ๆ

ด้วยเหตุนี้เองการแนะนำสั่งสอน เราจึงไม่เคยคำนึงกับสิ่งใดผู้ใดว่าจะมีเหนือเราหรือต่ำกว่าเรา เราไม่เคยสนใจ ธรรมเป็นธรรมล้วน ๆ ไปเลย เหนือโลกมาตลอดโดยหลักธรรมชาติของธรรม สอน ๆ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ผู้มารับฟัง เราจึงสอนเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอดมาอย่างนี้ นี่ยิ่งจวนจะตาย เปิดให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้เห็น นี้ละตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน คือพุทธศาสนาของเรา เป็นแปลนที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดเลยเทียว ไม่มีอันใดที่จะเหนือแปลนพระพุทธเจ้าคือศาสนธรรมนี้ไปได้เลย ทรงแสดงชี้แจงบอกไว้หมด ตั้งแต่นรกอเวจี เปรต สัตว์ประเภทต่าง ๆ ทุกแง่ทุกมุมนี้ ธรรมกระจายแปลนออกทั่วถึงหมด บอกหมดทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว ไม่มีอะไรที่จะละเอียดลออยิ่งกว่าศาสนธรรมของพระพุทธเจ้า รวมแล้วนี้คือตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัตินะ

ไอ้เรื่องของกิเลสมันต้องสู้วันยังค่ำ กิเลสมันไม่อ่อนนะ อ่อนข้อ มันจะคอยฉุดคอยลากตลอดเวลา เราต้องบืนหนีจากมัน ไม่บืนไม่ได้ แล้วจมกับมันแน่ ๆ เกิดมาชาตินี้เป็นยังไง ตั้งแต่วันเกิดมาถึงขนาดนี้ เราได้ความสุขความเจริญอะไรจากอำนาจของกิเลสที่ฉุดลากเราไป อยากร่ำอยากรวยอยากดีอยากเด่น แล้วมันร่ำมันรวยมันดีมันเด่นมันมีความสุขไหม พิจารณา เอามาเทียบ ถ้าธรรมแล้ว หามากหาน้อยมันจะอบอุ่นภายในใจ ๆ ข้างนอกเป็นวัตถุ ตายแล้วไม่ได้เอาวัตถุไปนรกไปสวรรค์ไปนิพพานนะ เอาธรรมนี้ต่างหาก เอาบาปต่างหาก บาปพาฉุดลากลงไปนรก บุญฉุดลากขึ้นไปให้พ้น

สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงอาศัยในเวลามีชีวิตอยู่เท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงแบ่งสันปันส่วนให้ดี สิ่งนี้สำหรับอยู่ในโลกอันนี้ เฉลี่ยเผื่อแผ่กันไปมนุษย์อยู่ด้วยกัน ให้เห็นอกเห็นใจกัน มีความเฉลี่ยเผื่อแผ่ มีความเมตตาสงสาร มีการให้อภัยกัน นี่เป็นเรื่องของมนุษย์อยู่ร่วมกัน นี่เรียกว่าธรรมครอบ ๆ ถ้าเห็นอกเห็นใจก็คือมีธรรมอยู่ในนั้น เอ้า แยกออกมาที่จะทำบุญให้ทาน ดังพี่น้องทั้งหลายมาบริจาค นี่คือสมบัติของใจโดยแท้ ไม่มีใครมาแย่งได้เลย พอจิตกับธาตุขันธ์กระเด็นออกจากกันเท่านั้น บุญกับใจนี้เข้าแล้วไปด้วยกันแล้ว สิ่งเหล่านั้นทิ้งเปล่า ๆ ตึกรามบ้านช่องกี่ห้องกี่หับกี่ชั้นไม่มีความหมาย เพราะร่างกายที่อยู่อาศัยนั้นหมดความหมายแล้ว

ส่วนใจกับบาปกับบุญนั้นไม่หมดความหมาย ถ้าใจเป็นบาปนั้นละมหาภัยอยู่ที่ใจ คอยทรมานบีบบี้สีไฟ ควรจะตกฐานไหนที่เป็นฐานต่ำช้าลามกตามอำนาจแห่งกรรมของตน จะเป็นไปด้วยอำนาจแห่งกรรมเลย ทีนี้ส่วนฝ่ายดี ใครทำดี ๆ นี้ไม่ต้องบอก ติดเลย หนุนกันเลย ไปเลย นี่เรียกว่ากรรมเป็นสิ่งที่มีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ใครอย่าประมาทกรรมนะ เรานั้นละเป็นผู้ทำ แล้วกรรมที่เราทำนั้นแหละจะมาให้ผลเราทั้งดีทั้งชั่ว ไม่ให้ผลผู้หนึ่งผู้ใดนะ ให้ผลผู้ทำ วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละ พากันจำเอานะ ว่าจะไม่เทศน์มาก ก็มีอยู่อย่างนั้นทุกวัน การเทศนาว่าการตั้งแต่ด้านวัตถุไปถึงธรรม วันนี้ก็เปิดออกหมดแล้ว

ที่พูดเมื่อวานนี้พูดถึงหนองบัวลำภู เขามัดไว้ ๓ ล้าน เราอนุญาตให้เขาสั่งแล้ว ๓ ล้านทั้ง ๆ ที่เรายังไม่มีเงิน ฟังซิน่ะ มันกล้าหาญไหมหลวงตาพี่น้องทั้งหลาย ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเงินสั่งให้สั่งเครื่องมือแพทย์แล้วราคา ๓ ล้าน ๒ ชุด ๆ ละล้านห้า ๒ ชุดก็เป็น ๓ ล้าน นี่สั่งไปแล้วนะ เงินยังไม่มี มันกล้าหาญขนาดนั้นนะหลวงตาพี่น้องทั้งหลาย เพราะฉะนั้นกล้าหาญอะไรมันถึงเจออันนั้น เจออะไรเจอหนี้ มันกล้าหาญมันเจอเรื่อย ๆ นะ ก็พี่น้องทั้งหลายละปลดหนี้ให้ แล้วมันก็เอาอีกอยู่อย่างนั้น นี่ละความจำเป็นมันมีอยู่อย่างนี้

พอไปถึง โอ๋ย รุมเข้ามาเลย อันนั้นก็ขาดอันนี้ก็ขาด มีแต่สิ่งที่ขาดตกบกพร่องทั้งนั้นเครื่องมือแพทย์ เราก็เลยบอกให้ประมวลมาที่มีความจำเป็นอันดับหนึ่ง ให้เอาจำนวนอันดับหนึ่งมา อันดับนอกนั้นยังไม่พิจารณา จะพิจารณาอันดับหนึ่งเสียก่อน แล้วมีรายการอะไรก็ให้นำรายการออกมาชี้แจง เขาก็นำรายการมาทันทีเลย เขาก็มาชี้แจง ๆ เราก็เป็นคนฟัง ๆ สุดท้ายก็ได้ออกมา ๒ ชุด ชุดที่จำเป็นอันดับหนึ่ง ชุดนี้หนึ่งล้านห้า อันนี้รับ นั่นเห็นไหมล่ะ ๒ ชุดเป็น ๓ ล้านเรารับ สั่งได้เลย ส่วนที่ว่าเงินไม่มีไม่บอกเราจะหาเอง ทีนี้จะให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก