หิวยศหิวลาภ หิวอำนาจบาตรหลวง
วันที่ 6 เมษายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

หิวยศหิวลาภ หิวอำนาจบาตรหลวง

สรุปทองคำ ดอลลาร์ วันที่ ๕ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๒ กิโล ๒๕ บาท ๗๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๐๑๔ ดอลล์ เรากำลังเร่งทองคำเวลานี้นะ เพราะจวนจะถึงวันมอบแล้ว กะว่าจะมอบวันที่ ๑๑ เมษา นี้ ดอลลาร์ทางธนาคารชาติเขาก็ถามมาเหมือนกัน คราวนี้จะได้มอบดอลลาร์ด้วยไหม แต่ไม่ใช่ผู้ว่าการ รองผู้ว่าการถามมา ให้มาถามเราว่าดอลลาร์จะได้มอบด้วยไหมคราวนี้ เพราะทองคำทราบแล้วว่าจะมอบ แต่ยังสงสัยดอลลาร์ คงเป็นอย่างงั้นถึงถามมา เราก็ตอบไปเลยว่ามอบ ยังย้ำเข้าไปอีกว่า ดอลลาร์ไม่ต่ำกว่า ๓ แสน ขึ้นเลยนะ

ทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีเงิน ฟาดขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า ๓ แสน นี่แน่แล้วนะ คือดอลลาร์จะให้ได้ ๓ แสน คราวที่แล้ว ๔ แสน เอาเงินโครงการออกซื้อดอลลาร์ คราวนี้กะว่าจะยังไม่เอาออกนอกจากว่าจำเป็นจริง ๆ คิดว่าจะพอ ตอนนี้ดอลลาร์เรารวมกันแล้วก็ประมาณสัก ๒ แสนกับ ๓-๔ หมื่นหรือไง ที่จะให้เป็น ๓ แสนนะ เวลานี้ได้แล้วเรียกว่าไม่ต่ำกว่า ๒ แสน ๓ หมื่นแหละ ก็ยังเหลืออีก ๗ หมื่น เจ็ดก็เจ็ดเถอะ ในกรุงเทพเรานี้มีบ้านหลายหลัง ตีทีเดียวแหลกไปเลย ยังไงก็ตามจะถูไถเอาให้ได้ มันจำเป็นมากน้อยเพียงไร ควรจะเอาออกมาแบบไหนมารวมนี้ จะออกทันที ๆ เลย

ทองคำ ๔๐ แท่งน้ำหนัก ๕๐๐ กิโล ดอลลาร์ ๓ แสน เอาละพอเป็นพอไป ค่อยหนุนกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ พอได้ ๕ ตันเป็นพื้นฐานแล้วคราวนี้ เรียกว่าเรามีต้นทุนแล้ว ต้นทุนเป็นพื้นฐาน แล้วก็เหยียบย่างขึ้นไปเรื่อย ๆ ได้เท่าไร ๆ ก็เป็นส่วนเพิ่มเข้าไป เพิ่มจากฐานเดิมคือ ๕ ตัน สำคัญอยู่ ๕ ตัน เพราะเรามุ่งมานานแล้ว นี่ก็ได้ถึง ๕ ตัน ฉันจังหันแล้ววันที่ ๑๑ ดูจะไม่ค่อยว่างนะ ตกลงเราต้องไปวันที่ ๙ พอถึงตอนบ่าย ๆ จะมีอะไรพูดเล็กน้อยไม่ค่อยมาก วันที่ ๑๐ ยังจะปรึกษาหารือกันเรื่องดอลลาร์เรื่องทองคำ จะให้เข้าใจชัดเจนแน่ใจในวันที่ ๑๐ ถ้าขาดเหลือเท่าไรก็เอากันวันนั้น

เมื่อเช้าเขามาพูดให้ฟัง เราก็ไม่อยากฟังเพราะเราไม่ติดใจกับใคร เราเป็นธรรมล้วน ๆ ว่าตำรวจไปจับพระองค์ที่ไปหาแจกหนังสือ จับไม่จับก็ช่างหัวเถอะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเรา เรื่องความผิดเป็นของเขา เป็นประการใดก็แล้วแต่เขา การจับจะส่งเสริมให้ไปจับเราก็ไม่ส่งเสริม เพราะเป็นเรื่องของกฎข้อบังคับกฎหมายบ้านเมืองเขา เขาจะจับไม่จับเป็นเรื่องของเขา เราไม่ได้ติดใจทั้งสองอย่าง เราก็พูดตรง ๆ อย่างนี้ เราไม่ติดใจกับอะไร ที่มันติดใจจริง ๆ ก็คือ ไม่อยากให้สัตวโลกนี้ทำชั่ว มันเดือดร้อนอย่างนี้แหละ ว่างั้นเลย เมื่อวานนี้เขาก็ไปถามที่งานวัดดงเย็น ผู้สื่อข่าวเขาก็มาถามว่าจะไปออกอะไร ๆ เราก็ไม่ให้ เราไม่อยากยุ่งไม่อยากติดต่อเรื่องสกปรก เราก็ไม่ให้เงื่อนอะไรเลย ปล่อยไปตามเรื่องของใครของเรา เขาก็เลยไม่ได้อะไรจากเรา เราบอกเรื่องของใครของเราเถอะ

วันนี้ทราบว่าเขาตามจับอีก จับไม่จับเราก็ไม่ติดใจอะไรแหละ ความชั่วเต็มหัวมันอยู่แล้ว จับไปจะไปเพิ่มอะไรให้มันอีก ความชั่วก็เต็มตัวมันอยู่แล้วจะไปเอาอะไรเพิ่มอีก ก็มีเท่านั้น เราไม่มีอะไรกับใครยังบอกแล้ว (กราบเรียนครับ เมื่อวานนี้ตำรวจเขายึดหนังสือได้ ๒ หมื่นกว่าเล่ม พระครูบอกว่าจะเอาไปแจกวันที่ ๙ ที่หน้าทำเนียบ) โอ๋ย เรื่องมันถ้าเขาจะจับก็จับไปนานแล้ว เรื่องนี้มันออกมานานตั้งแต่เราเห็นทีแรก เราสั่งคำเดียวนี้จับทันทีเลย ตำรวจมีแต่ลูกของเราทั้งนั้นว่าไง เราสั่งหน่วยไหนในอุดรนี้ปั๊บทันทีเลย แต่เราไม่เคยสนใจเรื่องเหล่านี้ เพราะฉะนั้นมันถึงยืดเยื้อมานาน ถึงมาปรากฏนี้

ทำไมใครจะไม่ทราบ ความทุจริต ความสกปรกโสมม ความเลวร้ายเห็นประจักษ์ ๆ ก็เราเอาธรรมออกจับ เราไม่ได้แบบโลกนี่นะ มีแต่ธรรม เมื่อธรรมออกจากปากเราแล้วให้พูดได้เลย ฟังซิน่ะ จะไม่มีคำว่าโกหกหลอกลวง คือเราทำนี้เราไม่มีติดใจกับใครเลย ไปสงสารผู้ทำผิดด้วยซ้ำ แทนที่จะมาวิตกวิจารณ์กับเราว่าผิดว่าพลาดตามที่เขาโจมตี เราไม่มีเลยจะให้ทำไง นอกจากมีแต่ความสงสารพวกที่มาทำ โอ๊ ทำไมมันมาสร้างบาปสร้างกรรมนี้ ย้อนไปถึงพระพุทธเจ้าแล้วก็ถอยกรูด พระพุทธเจ้าท่านก็เลิศเลอขนาดนั้นก็ไม่พ้นที่เขาจะโจมตี สร้างบาปสร้างกรรมแก่เขา อันนี้จะไปห้ามใคร เท่านั้นถอย แน่ะอย่างนั้นนะ

จะให้มาคิดถึงเรื่องเราว่าเป็นจริงดังที่เขาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เราเต็มเหนี่ยวของเราอยู่แล้วนี่ เรื่องทั้งหมดที่ออกมาประกาศลั่นมีแต่เรื่องปลอมทั้งนั้น เราถึงได้ประกาศออกรับเลยว่า มีแต่ปลอมทั้งนั้น เราทราบมาโดยลำดับ เทียบกับหลักความจริง ๆ ถ้าเป็นหลักธรรมหลักวินัยเราก็เทียบทันที เรื่องโลกเรื่องสงสาร ความเป็นธรรมไม่เป็นธรรม เราก็เทียบทันที ธรรมละเอียดยิ่งกว่าโลกนี่วะ เราจึงวิตกวิจารณ์ไม่อยากให้ทำ เฉพาะอย่างยิ่งคือพระเราหัวโล้น ๆ นี่น่ะ ทำไมไปหยาบโลนเอานักหนา ประกาศความหยาบโลนให้พี่น้องชาวพุทธเราได้อ่อนใจ เหี่ยวแห้งภายในจิตใจไปตาม ๆ กันหมดมีอย่างเหรอ

เราเป็นพระแท้ ๆ สร้างความชุ่มเย็นให้เขาซิ นี่มาสร้างความร้าวรานความแตกร้าว ความทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาต่อหน้าประชาชน ซึ่งเขากอดอยู่ในหัวใจของเขาปล่อยเมื่อไร พุทธ ธรรม สงฆ์ นี่ ชาติไทยเขาปล่อยเมื่อไร สองอย่างนี้มีน้ำหนักเท่ากันในเรื่องความยึดของเขา แล้วไปทำลายทำไมทำลายทั้งสองนี้ มีเหตุผลกลไกอะไร เด็กอมมือมันก็ไม่ทำ นี่ละที่เราพูดด้วยความวิตกวิจารณ์ เรื่องแพ้เรื่องชนะเราไม่ได้สนใจกับใครแหละ ใครจะชนะไปขนาดไหน ชนะไปเถอะถ้าชนะไม่มีธรรม ชนะไม่เป็นธรรมจะชนะอยู่ฟากเมฆ กรรมก็อยู่ฟากเมฆเหมือนกันกับผู้ไปทำ ผู้ทำไปอยู่ที่ไหนกรรมจะอยู่ที่นั่น ๆ ไม่มีคำว่าสูงว่าต่ำ นี่ที่เราสลดสังเวชมากนะ โอ๊ย สลดสังเวชทีเดียว

แม้แต่ได้ยินว่าเขาจะไปจับเราก็ยังสงสาร แต่เรื่องมันก็เป็นอย่างนั้นแล้วจะห้ามได้ยังไง ก็กรรมของเขาเอง แน่ะ มันรับกันทันที ๆ ก็เราบอกว่าเราไม่มีอะไรกับใคร เราช่วยโลกมาเต็มเม็ดเต็มหน่วย ฟังซิเมื่อวานนี้ก็พูดเรายังไม่ลืม สมบัติเงินทองนี้เราพิถีพิถันมากยังบอกแล้ว พี่น้องทั้งหลายที่เป็นเจ้าของของสมบัติ เงินอยู่ในกระเป๋า ๆ ไม่ได้พิถีพิถันเหมือนหลวงตานะ ว่างั้นละพูดจริง ๆ เห็นอะไรมาคว้ามับซื้อมับ ๆ นั่น พี่น้องทั้งหลายไม่ได้พิถีพิถันนะ อันนี้เอาจริงเอาจัง จะจ่ายมากจ่ายน้อยต้องมีเหตุผลพร้อมแล้วถึงจะออก ไม่ใช่จะเอา ๆ โหย ไม่ได้เรา นี่เรียกพิถีพิถัน เหตุผลกลไกขนาดไหนที่ควรจะสงเคราะห์ไม่สงเคราะห์ ดังที่พี่น้องทั้งหลายทราบที่เขามาขอ ให้ผ่านไป ๆ บางอย่างขอด้วยความลืมตัวก็มี เห่อไปตามเขาก็มี ขอด้วยความจำเป็นก็มี เป็นขั้น ๆ เขามาพูดปั๊บจับได้ทันที ๆ เลย เราก็รับก็ปล่อยไปตามจังหวะ ๆ ทั้ง ๆ ที่เราตั้งใจที่จะช่วยโลกอยู่เต็มกำลัง แต่อะไรสมควรมากน้อยเพียงไรเราพิจารณาอีกทีหนึ่ง ๆ

เราพูดจริง ๆ พูดให้พี่น้องชาวไทยทราบกันทั่วประเทศไทยเลยในแดนแห่งชาวพุทธ ชาวพุทธคือความเป็นธรรมด้วยกัน เราพูดนี้จะพูดตรงแน่วไปตามหลักความจริง เราไม่มีบิดเบือนอะไร ๆ โกหกหลอกลวงเราไม่มี มีไม่ได้ว่างั้นเลยในหัวใจนี้ จะมีแต่ธรรมล้วน ๆ ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก อันใดที่เราออกพูดแล้วจะนำไปประกาศที่ไหนไปเลย บอกงี้เลยนะ เป็นความจริงด้วยความบริสุทธิ์ใจของเราแล้ว ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก อย่างนี้ตลอดมา คำพูดนี้จึงว่ายืนยันได้เลย ถ้าหากว่าพี่น้องทั้งหลายจะตกนรกด้วยการทำตามหลวงตานี้ เอ้า ตกก็ตก หลวงตาจะปัดไว้หมดหลวงตาจะลงคนเดียว หลวงตาเป็นผู้รับรองในคำพูดของตัวเองด้วยความสัตย์ความจริง เราไม่ได้มาหลอกลวงโลก เราช่วยโลกจนจะเป็นจะตายนี่ว่าไง มาหลอกลวงได้ยังไงหลอกลวงโลก

ทีนี้เวลาพูดกันแล้วมันกลับตาลปัตรกับพวกนี้ที่หลอกโลกเอาเสียอย่างจัง ๆ ทีเดียว จนไม่ปรากฏว่าคำพูดของพระเป็นยังไง ใจของพระเป็นยังไงถึงแสดงเป็นกิริยาอาการออกมาอย่างนี้ นี่มันบอกชัด ๆ เราจึงได้กล้าพูด มันพระที่ตรงไหน มันเป็นพระที่ตรงไหนน่ะ กิริยาท่าทางที่พูดออกมาไม่มีธรรมติดตัวของพระเลยนี้มันเป็นยังไง มันอดไม่ได้ก็ย้อนถามกันล่ะซิ มันเป็นยังไง ก็เรียนมาด้วยกันมันรู้ด้วยกันนี่วะ ทำไมจึงโหดร้ายทารุณเอานักหนาเราเป็นพระแท้ ๆ ทำไมจึงประกาศความเลวร้ายให้คนชาวพุทธของเราสยดสยองกันทั้งประเทศคือคราวนี้เองพี่น้องทั้งหลายทราบ เอา พวกนี้มันจะชนะไปไหนก็ชนะไปเถอะ หลวงตาบัวยันเลย มันจะชนะฟากเมฆก็ฟากเมฆ กรรมอยู่กับมันเอง มันจะไปชนะฟากจรวดดาวเทียม กรรมของมันที่ทำก็อยู่กับมันเอง

ผู้ที่ทำดีก็เหมือนกัน อยู่ที่ไหนก็กรรมดีอยู่กับตัวเอง กรรมชั่วอยู่ที่ไหนกรรมชั่วอยู่กับผู้นั้น เพราะฉะนั้นจึงว่าชนะหรือแพ้เราไม่ถือนะ ไม่สำคัญนะ เราคอยฟังแต่ความเป็นธรรมไม่เป็นธรรมเท่านั้นกับเมืองไทยเรานี้ซึ่งเป็นชาวพุทธ มิหนำซ้ำพระเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่พี่น้องชาวไทยมานาน เหตุใดพระจึงมาทำอย่างนี้ได้ลงคอ ทำแบบปลิ้นปล้อนหลอกลวง มีแต่เรื่องหลอกลวงโกหกทั้งนั้น ๆ ออกไปนี้ก็จะออกไปโกหกโลกเขาที่ว่าทำเนียบรัฐบาลนี่น่ะ จะไปโกหกโลกเขา ไม่โกหกยังไง พระพุทธเจ้าทำอย่างนี้เหรอ เท่านั้นก็พอแล้ว พระพุทธเจ้าท่านพาทำอย่างนี้เหรอ เพียงเท่านี้มันก็ย้อนศรล้มระนาวไปแล้ว ว่าเป็นข้าศึกต่อพระพุทธเจ้า ต่อพุทธศาสนาขนาดไหน การทำอย่างนี้ไม่มีชิ้นดีต่อพุทธศาสนา และประชาชนที่นับถือพุทธศาสนาที่เขาจะยอมรับได้เลย แน่ะฟังซิ แล้วมันยังกล้าหาญชาญชัยด้วยความหน้าด้านไปทำอย่างนั้นได้ ดูเอา พี่น้องทั้งหลายดูเอาคราวนี้ ให้ดูเอา หลวงตาบัวเป็นคนยันในเรื่องความถูกต้องดีงาม เหล่านี้เอามาจากแบบจากฉบับจากพระพุทธเจ้าทั้งนั้น มาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายฟังว่าพูดนี้ไม่ผิด

เอา เราจะยกตัวอย่างพระพุทธเจ้าภาวนาชำระกิเลส ท่านภาวนาชำระกิเลส จนกระทั่งกิเลสสิ้นซากแล้วมาประกาศธรรมสอนโลก สอนสาวกสอนเฉพาะพระนี้ก็คือว่า รุกฺขมูลเสนาสนํ ไล่เข้าป่าเข้าเขาไปชำระกิเลส ประกอบความเพียรอยู่ในรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขาตามถ้ำเงื้อมผา ป่าช้าหรือป่ารกชัฏอะไรก็ตาม ที่สะดวกในการประกอบความพากเพียร ไม่มีสิ่งใดมารบกวน ให้ท่านทั้งหลายทำความอุตส่าห์พยายามอย่างนี้ตลอดชีวิตเถิด นี่พระสงฆ์ได้ทุกองค์ พวกหัวโล้น ๆ พวกเป็นเปรตเป็นผีนี้มันก็ได้ โอวาทข้อนี้มันไม่ได้ยังไง อันนี้ท่านสอนให้ไปชำระกิเลสนี่นะ สอนให้ชำระฟืนชำระไฟ คือ ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา อยู่ในใจเจ้าของ ให้ชำระไฟเหล่านี้ออก ท่านไม่ได้สอนให้มาเสริมไฟเผาคนทั้งชาติทั้งศาสนาให้จมไป ดังที่กำลังแสดงลวดลายหน้าด้านอยู่เวลานี้นะ

นี่กำลังแสดงอยู่อย่างเต็มเหนี่ยว พี่น้องชาวไทยเราให้ดูให้ดีทุกคน หลวงตาบัวเป็นผู้ยืนยันในเรื่องความถูกต้องหรือความผิดพลาดประการใด แสดงออกมานี้เลยทีเดียว ไม่ผิดว่างั้นเลย หลวงตาบัวเป็นผู้ยืนยัน ในคัมภีร์เรียนมาด้วยกันนี่นะ เป็นยังไง มันขัดข้องต่อพระพุทธเจ้าต่อศาสนาขนาดไหน ถึงขนาดที่จะมาเอากฎหมายกฎหมอยเข้ามาเหยียบพระพุทธเจ้า กฎหมายกฎหมอยนี้เป็นของคนมีกิเลสเป็นผู้ตั้งขึ้นมา กฎหมายของพระพุทธเจ้า กฎพระวินัยของพระพุทธเจ้า กฎศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นผู้สิ้นกิเลส ประกาศเป็นศาสนามาได้ ๒,๕๐๐ กว่าปีนี้ว่ายังไง ยกเอามาย่น ๆ ก็คือว่า การปกครองสมบัติของสงฆ์ เอ้า เอาตรงนี้แหละ

นี่มันกำลังมาทำลายสมบัติของสงฆ์ มันจะมาเป็นใหญ่เป็นโตทั่วประเทศไทย กินโต๊ะกินเลี้ยงกันสองสามหัวโล้นนั่นแหละ ไม่กี่โล้นละ กินโต๊ะกินเลี้ยงเอาประชาชนมาเป็นอาหารกินแล้วขี้รดหัวเขาลงไป คือพวกนี้จะไปปกครองพระทั้งหมด แน่ะ ในวินัยมีนะข้อนี้ จะเป็นเจ้าใหญ่นายโต ไม่ว่าวัดใด ๆ ทั่วประเทศไทย พวกนี้จะเป็นผู้ควบคุมการเงินการทองศาสนสมบัติทั้งหมด เรียกว่าทุกวัด พวกนี้แหละหัวโล้น ๆ กิเลสเต็มหัวใจมันอยู่นี่ พวกส้วมพวกถานนี่น่ะ มันจะไปประกาศนี้

พระพุทธเจ้าประกาศไว้ยังไง พวกนี้ประกาศอย่างที่ว่านี่น่ะ จะไปเป็นใหญ่เป็นโต เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงลือโลกลือสงสารคือพวกนี้แหละ พวกส้วมพวกถานกิเลสเต็มหัวมัน ขี้เต็มหัวมันอยู่นั้นแหละมันออกประกาศ พระพุทธเจ้ามีขี้เต็มหัวที่ไหน ราคคฺคินา โทสคฺคินา โมหคฺคินา สิ้นซากไปแล้วตั้งแต่วันตรัสรู้ธรรม แล้วมาสอนธรรม ทีนี้มาสอนธรรมก็ยกเอาพระวินัยข้อนี้ขึ้นมาเลย นี่เรียนเหมือนกันจะว่าไง วินัยข้อนี้ว่าไง การปกครองศาสนสมบัติทั้งครุภัณฑ์ ลหุภัณฑ์ ทั้งสังหาริมะทั้งอสังหาริมะ พระองค์ทรงสั่งสอนไว้โดยถูกต้อง อันไหนที่ควรโยกย้ายเปลี่ยนแปลงได้ อันไหนควรจะแจกกันได้ อันไหนไม่ควรแจก อันไหนควรไว้เป็นส่วนกลาง พระองค์ทรงสั่งสอนไว้หมด

บรรดาพระสงฆ์ในพุทธศาสนาขององค์ศาสดาปฏิบัติตามนั้นมา ร่มเย็นมาจนกระทั่งทุกวันนี้ มีตรงไหนธรรมพระพุทธเจ้าที่ขัดแย้ง ทำให้โลกได้ล่มจม ให้พระสงฆ์ได้เดือดร้อนกัน มันก็มีเฉพาะพวกเปรตพวกผีที่เข้ามาเอาอำนาจบาตรหลวงใหญ่ ๆ มันหาบหามคลังกิเลสมาเต็มส้วมเต็มถาน เต็มหัวใจของมันมา จะมาเหยียบพระสงฆ์ทั่วประเทศไทยนี้ เรียกว่าให้อยู่ใต้อำนาจของมันทั้งหมด มันจะเป็นผู้ปกครองเอง ชื่อของพวกคณะนี้ว่ามหาคณิสสร ว่างั้น คณิสสรโคตรพ่อโคตรแม่อะไรเราก็ไม่รู้แหละ โคตรพ่อโคตรแม่เราคณิสสรอย่างนี้ เราไม่มีเราก็บอกไม่มี โคตรนั้นมันเอามาจากไหนเราก็ไม่รู้ นี่จะมาเป็นเจ้าใหญ่นายโต เป็นเปรตเป็นผีครอบบ้านครอบเมือง จะมาควบคุมหมดบรรดาสมบัตินี้

พวกนี้จะเป็นผู้กอบโกยทุกสิ่งทุกอย่าง จะเอาไปถลุงที่ไหนเราไม่ทราบด้วย ทราบแต่ว่าจะมาเป็นเจ้าอำนาจปกครองวัดทั่วประเทศไทยเรา นี่มีกฎข้อบังคับออกมาอย่างนี้ ใครจะไปฟ้องร้องว่าอะไรไม่ได้ จะปรับทั้งโทษติดทั้งคุกด้วยไม่ใช่เหรอ นั่นน่ะ ติดหมดติดโทษติดคุกติดตะรางไปหมด ค้านพวกนี้ไม่ได้ ค้านไม่ได้ก็ตามหลวงตาบัวจะค้านว่างี้เลย ค้านจนวันตายหลวงตาบัว เอ้ามาเก่งกว่าพระพุทธเจ้า เราเทิดทูนพระพุทธเจ้าต่างหาก เราไม่ได้เทิดทูนพวกเปรตพวกผีนี่นะ เราจะไปกราบมันได้ลงคอเหรอ

สำคัญที่สุดก็คือพวกเปรตพวกผีนี่มันหน้าด้านที่สุด เอาแต่เรื่องหลอกลวงมาหลอกโลก ความจริงไม่มี ออกตรงไหน ๆ มีแต่เรื่องหลอกลวง ๆ ทั้งนั้น ๆ แล้วหน้าด้านที่สุดไม่มียางอายเลยพวกนี้ โถ หิวกระหายเหลือเกินนะ หิวยศหิวลาภ หิวอำนาจบาตรหลวง หิวเงินหิวทอง หิวทุกสิ่งทุกอย่าง รวมอยู่ในพวกเปรตอาหารไม่พอนี้ทั้งนั้นแหละ ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ

เราทุเรศจริง ๆ ยันได้เลย นี่หลวงตาบัวจะเป็นผู้ตอบโต้ กฎหมายกฎหมอยเอามาฟาดมันลงทะเลหมดเลย มันมาทำลายพระพุทธเจ้าทำไม กฎหมายพระพุทธเจ้า ธรรมพระพุทธเจ้า ศาสนาพระพุทธเจ้ามีมาเท่าไร นี่หลักการปกครองสมบัติ เราเอาย่น ๆ เท่านี้แหละนะ ปกครองสมบัติของสงฆ์ให้พระปฏิบัติตาม พระวินัยข้อนี้เป็นอย่างนี้ พระวินัยข้อนี้เข้ามาเหยียบอันนี้แล้วนี่จะว่าไง จะเอามันไว้ได้ยังไง ฟาดมันลงทะเลโน่น เอาศาสดาเราไว้ เอาพวกเปรตพวกผีนี้ลงทะเล อย่าเอาเข้ามาแหยมเป็นอันขาดนะ เอาเข้ามายุ่งทำไม เราก็บอกแล้วแต่ต้นว่า เลิกให้หมด พวกเปรตพวกผีนี่พวกกาฝาก มันจะมาทำลายพุทธศาสนาทั้งชาติบ้านเมืองให้จมไปด้วยกัน ให้เลิกทั้งหมด เอาไว้ทำไม มาพูดต่อล้อต่อเถียงกันหลายคำหลายอะไร ๆ มันมีความจริงอยู่แล้วนี่นะ

หลักพระพุทธศาสนาสมบูรณ์แล้ว เอามาทำไม ปัดมันลงทะเลโน่นมันถึงถูก จะมาพูดต่อล้อต่อเถียงคำนั้นคำนี้ยืดยาวฉาวโฉ่อะไรไปอีกนักหนาล่ะ ความจริงมีอยู่เอาความจริงออกมาพูดซิ หลักธรรมวินัยมีอยู่นี่ อันนี้เอามาจากไหนนี่ มันไปตั้งอยู่ใต้ดินขึ้นมาหลอก ๆ ลวง ๆ มาตลอดจนกระทั่งป่านนี้ นี่หรือเป็นความจริงที่จะเชื่อถือได้ พี่น้องชาวพุทธเราเชื่อถือใคร พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ หรือพวกเปรตผีจอมหลอกลวงนี้ สรณํ คจฺฉามิ เอา ไปเลือกเอา พิจารณาให้ดี มันหน้าด้านที่สุดเลยนะ

โถ พิลึกพิลั่น เราไม่เคยเห็นพระหน้าด้านขนาดนี้ ไม่มีความจริงออกมาเลย มีแต่หลอกตลอดเวลา จนกระทั่งถึง หือ พระอยู่ที่ไหนจนได้ถามหา พระไม่ออกจากจิตไม่ออกจากกิริยาวาจาออกจากไหน รักษาศีลรักษาธรรม ก็รักษากายวาจาใจ นี่มันรักษาอะไร มันเอากายวาจาใจไปทำลายโลก มันเข้ากันได้หรือกับคำว่าพระน่ะ จำให้ดี พากันเข้าใจหรือยัง นี่แหละหลักศาสนา พระวินัยข้อนี้ยันได้แข็งแกร่งเลย มีมาดั้งเดิม พระพุทธเจ้าตรัสรู้บัญญัติข้อนี้ขึ้นมา อันนี้มันเพิ่งเกิดมาได้สองสามวัน ที่จะมาทำลายพุทธศาสนาพระวินัยข้อนี้น่ะ

เพราะฉะนั้นเราจึงรับไม่ได้เลย บอกว่ารับไม่ได้เด็ดขาด มันจะชนะไปโลกไหนก็ตาม หลวงตาบัวจะแพ้ไปโลกไหนก็ตาม ให้หลวงตาบัวรับไม่ได้เลย มีแต่จะฟาดลงทะเลตลอดเลย บอกให้ถอนโดยสิ้นเชิง อย่าให้มาติดศาสนาซึ่งเป็นของสะอาดล้วน ๆ เลิศเลอในโลกมานี้นาน อันนี้มันเลิศเลอที่ไหน พอมันแย้มขึ้นมาเท่านี้เมืองไทยเราเดือดร้อนไปหมดเวลานี้เป็นยังไง เอามาแข่งกันซิผลที่มันกำลังแสดงเวลานี้ ร้อนหรือเย็น พระพุทธเจ้าสอนโลกมาร้อนหรือเย็นนานเท่าไร เอามาพิจารณาให้ดี เอาละพอ เหนื่อยแล้ว

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet
www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก