ศีลธรรมไม่มีจะเรียกเป็นพระได้ยังไง
วันที่ 11 เมษายน 2545
สถานที่ : สวนแสงธรรม

ศีลธรรมไม่มีจะเรียกเป็นพระได้ยังไง

(ลูกศิษย์ : ท่านนายกว่าจะไปพบสมเด็จเกี่ยว เวลานี้ท่านไม่กลัวว่าฝ่ายไหนจะทำอะไรมา ไปพบสมเด็จเกี่ยวเพื่อจะให้สมเด็จเกี่ยวเข้าใจร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ทางฝ่ายสมเด็จเกี่ยวจะยืนยันให้เข้าสภาให้ได้ ท่านนายกฯก็ทำตามหน้าที่ของท่านนายก เรื่องของท่านนายกฯก็เป็นเรื่องของท่านนายก เรื่องของเราก็เป็นเรื่องของเราที่ต้องดำเนินงานต่อไป) เราก็เดินไปถามแถวนี้แล้ว เป็นแถวที่ถูกต้องแล้วสำหรับเราเป็นเจ้าของสมบัติ สรุปความลงแล้วเราก็เดินตามเดิมของเราเป็นหลักใหญ่จะพลิกไปอย่างอื่นอย่างใดไม่ได้นะ หลักใหญ่นี้เราก็พิจารณาด้วยความเป็นธรรมแล้ว ไม่ได้ว่าผิดไปตรงไหน เดินไปตามทางที่ถูกต้องแล้ว

แล้วพระสงฆ์เรานี่เข้าใจรึยังที่ความมุ่งหมายของเราซึ่งเป็นหัวหน้ามุ่งยังไง ๆ (พระ : เข้าใจครับผม) ตามหลักความจริงที่เราพูดนี้ก็คือว่า ถอนออกให้หมดอย่ามายุ่ง นี่หลักใหญ่ มายุ่งทำไม พุทธศาสนาสมบูรณ์แบบแล้วมายุ่งหาอะไร ถอนออกให้หมด แล้วยังจะดึงเข้าสภาอีก เข้าสภาแล้วเขาไม่ถอนให้เขาฟาดคอเลย เราเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เราเป็นผู้รักษาธรรมวินัย เราปฏิบัติอยู่มีอยู่ คัมภีร์ใบลานทุกอย่าง หลักเกณฑ์มีอยู่ อันนั้นมีหลักเกณฑ์มาจากไหน อะไรมาเป็นข้อยืนยันพอที่จะให้ทางนี้ตายใจได้ว่าจะเป็นสิริมงคลแก่พุทธศาสนา ไม่มี เพราะฉะนั้นจึงได้ปัดกันออก

นี่อนุโลมถ้าเป็นสถานหนักกว่าเข้าไปกว่านี้จับมัดมันลงทะเล ไม่ต้องเอาเข้าคุก มอบให้ปลาฉลาม พวกเปรตว่างั้นเลย พุทธศาสนาบกพร่องที่ตรงไหน มันจะอวดเด่นมาจากไหนที่จะเข้ามาเหยียบหัวพระพุทธเจ้าซึ่งชาวพุทธเทิดทูนมาตลอด อย่างอื่นมันไม่มีที่จะว่า ก็มันผิดร้อยประตู นี่พูดตามหลักธรรม ผิดร้อยประตูเลย ที่ว่าอยู่นี่ก็มันมีหลายคนเหมือนหนึ่งว่าอนุโลมฟังไป ๆ เฉย ๆ ถ้าให้พูดตามหลักความจริง ถอนให้หมดอย่ามายุ่ง

พุทธศาสนาประชาชนทั้งประเทศเขาไม่มีเรื่อง อย่ามาทำให้เกิดเรื่อง อย่าเอาไฟมาเผาบ้านเผาเมืองเขา ความหมายว่าอย่างงั้น ยิ่งกว่านั้นก็เอาไฟไปเผาซะก่อน บ้านมึงมึงยังรัก บ้านกูกูจะไม่รักได้ยังไงเอาไฟไปจ่อบ้านสิ นี่เรียกว่าอนุโลมไม่เอาไฟเผาบ้านเขา แต่เขาเอาไฟมาเผาบ้านเราแล้ว ปัดออก ไม่ให้มาเผา เรียกว่าอนุโลมแล้ว ถ้าหากว่าตามหลักความจริงแล้วเอามาเผาบ้านเราทำไม ว่างั้นก็เผาบ้าน บ้านมึงเป็นยังไงกูเผาหน่อยว่าอย่างงั้น ก็ให้มันตลกบ้างสิว่ะ

เราพูดตามหลักความจริง เราเอียงไม่ได้ มันตั้งหน้าตั้งตาเป็นมหาโจรมาเต็มตัวมันแล้วนี่ จะให้อนุโลมไปไหนอีก ตั้งหน้าตั้งตาเป็นมหาโจรเต็มสัดเต็มส่วนเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดมาแล้ว เราเป็นคนคนหนึ่งที่จะฟังเต็มหู เรื่องของเราให้เป็นเรื่องของเราไป เรื่องท่านนายกฯก็ให้เป็นเรื่องท่านนายกฯ ท่านจะเป็นยังไงกับสมเด็จเกี่ยวก็ให้เป็นเรื่องของท่านไป นี่เรื่องของเราก็อีกแง่หนึ่ง มันก็มีแง่พลิกกันได้ ไม่ใช่ทางนู้นจะหาอุบายวิธีการที่เป็นช่องว่างที่เข้ามามัดเราไม่ได้ นี่เป็นอีกขั้นหนึ่ง ถ้ามันเป็นสิริมงคลเราก็ฟังบ้าง

อยู่ดี ๆ เอาไฟมาเผาบ้านคน เรื่องไหนที่ว่ามาเหล่านี้มันมีชิ้นดีตรงไหนในกำหนดกฎบัญญัติอำนาจป่าเถื่อน มันมีชิ้นไหนชิ้นดี มันมีแต่มาบีบบี้สีไฟคนทั้งประเทศซึ่งเป็นเจ้าของศาสนา มีเท่านั้น อย่างอื่นไม่มี เราก็เป็นคนจะยอมให้บีบอยู่เหรอ อนุโลมอย่างนั้นอนุโลมอย่างนี้ ไม่ให้บีบคอให้บีบอะไร บางทีเขาคว้าเอาแต่หำ เขาบีบหำจะว่าไงเรา พอปล่อยให้เขาแล้ว อย่าบีบแรงนะ อนุโลมให้เขา เขาทำท่าตาเถิก ๆ แต่มือเขาล้วงเอาแต่หำบีบหำจะว่าไง นั่นแหละช่องว่างเป็นอย่างงั้น ไม่ยอม บีบหำก็ไม่ให้บีบ บีบอะไรก็ไม่ให้บีบ เราไม่ให้บีบ มีแต่ปัดคอมันลงทะเลเท่านั้น ไม่บีบหัวมันแหละปัดลงทะเล บีบมันก็เท่ากับว่าฟ้องสวนหมัด เรียกว่าฟ้องมัน

มหาโจรมาปล้นบ้านฟ้องมหาโจร มันมาจากโคตรไหนแซ่ไหนพวกนี้ ลากมันออกมาฟ้องร้องกันสิ บ้านมีขื่อมีแป นี่นักต่อสู้ต้องเป็นอย่างนั้น นี่คอก็ไม่บีบ ปัดมันลงทะเล เรียกว่าอนุโลม มิหนำซ้ำบีบคอแล้วจะมาบีบหำอีกเหรอ หำหลวงตาบัวไม่ให้บีบ ใครอยากบีบหำใครก็แล้วแต่เถอะ เราไม่ให้บีบ อันนี้มันผิดเต็มประตูเราจะไปยอมรับมันได้ยังไง พูดตามหลักธรรมเป็นอย่างงั้น อันนั้นเป็นหลักของกิเลสตัวสกปรกมอมแมมตัวทำลาย มันก็ต้องออกแบบนั้นของเขาตลอดเวลา พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคมมีแต่เรื่องกลมายาของกิเลสที่จะกลืนบ้านกลืนเมือง มีปัญหาอะไรที่จะต้องไปหาแก้ไขดัดแปลงที่ไหนอีก เพราะงั้นเราต้องเด็ดลงในจุดเดียวต้องถอนเท่านั้น เป็นอื่นไปไม่ได้ มันก็เห็นชัด ๆ

แล้วทีนี้รายชื่อของคนตลอดพระเณรเราจำนวนกี่แสน (ลูกศิษย์ : ประมาณ ๙ แสนครับ) ก็คือรายชื่อของผู้รักสงวนชาติศาสนาของตัวเอง จะมายอมให้โจรเข้ามาปล้นได้เหรอ เราถึงบอกงัดออกมาสิ ถึงวาระแล้วเขาจะเอาเข้าไปเสนอในสภา ยังไงก็ยังไม่ให้เขา (สภา) ยอมให้เข้าก็เปิดทางให้มันเหยียบแล้วเอาไฟเผา ก็เรารักษาอยู่มันจะมาเผาได้ยังไง มันจะเข้า(สภา)ไปไหน มันมีขาจับขาลากออกมา มิหนำซ้ำพระเหล่านี้ก็ต้องมีหำ จับหำมันลากออกมา มันร้องโก้กเหมือนกัน หำเรายังเจ็บ หำมันจะไม่เจ็บได้ยังไง ต้องฟัดกันอย่างงั้นสิ

นี่พูดถึงเหตุถึงผลถึงหลักถึงเกณฑ์ที่มีน้ำหนักต่อกัน อย่ามาเข้าใจว่าเราพูดหยาบพูดโลนนะ เราเอาน้ำหนักเข้ามาใส่กันต่างหาก ใครมันสงวนหำใคร มันเจ็บเหมือนกัน สมบัติของเรายิ่งพุทธศาสนาเราสงวนขนาดไหน ความหมายว่าอย่างงั้น ยังไงก็ไม่ถอย ก็มันผิดร้อยประตูอยู่แล้ว พุทธศาสนามีบกพร่องตรงไหนก่อความเดือดร้อนให้ประชาชนชาวพุทธเราทั้งพระเณรประชาชนที่ตรงไหน มันไม่มีเลย อยู่ ๆ เอาไฟมาเผา ตั้งเป็นเจ้าอำนาจขึ้นมาเหยียบหัวพระพุทธเจ้าเหยียบหัวพระสงฆ์ทั้งประเทศ มันมีอย่างเหรอ มันเห็นชัด ๆ อยู่อย่างนี้ความผิดของมัน ใครเป็นคนดื้อด้านถ้าไม่ใช่มหาโจรดื้อด้าน ประชาชนทั้งประเทศทั้งพระเณรไม่เห็นมีใครดื้อด้าน

ดำเนินตามธรรมของพระพุทธเจ้าตลอดมานี้สงบร่มเย็นมาขนาดไหนก็เห็นกันอยู่นี้ เวลานี้ร้อนเพราะใคร ก็ร้อนเพราะมหาโจรที่มันเอาไฟเข้ามาเผาบ้านนี่เอง เพราะงั้นจึงปัดมันออก ท่านผู้ใดที่ว่าที่เราพูดนี้เป็นข้อผิดไป เสนอมา เวลาพูดนี้พูดเพื่อแก้เพื่อไข โต้ตอบได้เราเปิดทางให้ตลอด เราไม่สงวนนะอำนาจ อำนาจอยู่กับความจริง ใครจริงคนนั้นมีอำนาจ เอาความจริงเข้าใส่ ยันอย่างนี้ทุกคนนะ ไม่ยอม ยอมไม่ได้บอกเลย ไม่มีอะไรเลยที่จะเป็นชิ้นดี กำลังกวนเผาบ้านเผาเมืองเผาศาสนาเราอยู่นี่ไม่มีอะไรดี มีแต่ปัดถ่ายเดียวเท่านั้น อย่างอนุโลมเพียงปัด

จากนั้นตามเข้าไปสิ เราก็เคยพูดแล้วต้นตอมาจากไหน ต้นตอที่เกิดเรื่องขึ้นมา ยกร่างนี้ขึ้นมา ใครเป็นคนยก ให้ไล่เข้าไปหาตรงนั้นใครเป็นต้นเหตุ ผู้ที่ยกร่างขึ้นมาคือใคร กลุ่มนี้คือใครมาจากไหน ใครเป็นคนรับรองยืนยันมา มันถึงมาออกหน้าออกตาทำลายชาติบ้านเมืองเป็นฟืนเป็นไฟอยู่เวลานี้ให้เข้าไปตรงนั้น เราจะตามตลอด มันทุจริตขนาดไหน เอามาแจงให้หมดสิเรื่องของมัน จึงเรียกว่านักสู้ ถอยไม่ได้นะ หลวงตานี้ไม่ถอย นี่คือความจริง จะตายกับความจริง อนุโลมไม่ได้ อนุโลมก็เรียกว่าจมเลย เราอนุโลมเพื่อชาติไทยของเราจมหรือศาสนาของเราจมเหรอ

พูดอย่างนี้พูดเพื่อศาสนา ใครจะค้านตรงไหนค้านมา เวลานี้เป็นเวลาปรึกษาหารือกันที่จะเอาจริงเอาจังให้มันแน่นหนามั่นคง ผนึกกำลังให้เต็มเหนี่ยวในจุดนี้ บอกยันเป็นคำเดียวกัน เรื่องเหล่านี้มันไม่มีสาระอะไรและหาข้อเหตุผลต้นปลายไม่ได้ มันทำอยู่ใต้ดิน เรายังจะไปเชื่อมันอีกเหรอ โคตรแซ่มาจากไหน มหาโจรตามหาโคตรมันถึงถูก จะมาปัดมาเป่าให้เขาต่อยอยู่ฝ่ายเดียวเรามีแต่รับ ไม่ได้ ไม่ถูก ต้องโค่นรากมันสิ มันมาจากไหน ตรงนี้จับให้ดีนะอย่าปล่อยนะ ตามมันเข้าไป จะเห็นความสัตย์ความจริงตรงนี้เอง

เราอย่าไปเล่นกับมันท่านั้นท่านี้ไปนาน มันเป็นทางของมันที่จะเบิกกว้างออกไปเพื่อเผาชาติ ที่ปล่อยนี้มีแต่ลุกลี้ลุกลนที่เข้าตรงนั้นจะเข้าตรงนี้ เข้าสภาบ้างเข้ารัฐมนตรีบ้างเข้ากฤษฎีกาบ้าง มีแต่หาอุบายเข้าไปเพื่อจะหาอำนาจแล้วอำนาจมีหลายแบบนะ พวกนี้มีเท่าไหร่เงินน่ะ เข้าไปหาไหนก็อุดปาก เข้าหาปากไหนก็อุดปาก อุดปากหมด มีแต่อุดปากด้วยอำนาจเงิน มันก็เป็นเสียงเดียวกันมาโจมตีเราว่าไง จึงไม่ให้เข้า เข้าไปแล้วจะบานปลายอย่างนี้ ๆ เราคิดหมดแล้ว ให้มันยุติลงด้วยความสงบไม่มีทาง ยุติหรือไม่ยุติเอาความจริงคอขาดเข้าไปเลยตามที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ถอย ถอนเลยไม่เอา

จากนั้นก็คือตามให้เห็นต้นตอมาจากไหน ที่พูดนี้ไม่มีอะไรขัดข้องไม่ใช่เหรอ หลักความจริงมันมีอย่างงั้นจะให้พูดว่ายังไง ธรรมก็เป็นอย่างงั้น เราพูดตามธรรม ถ้าเราได้พูดออกสถานีนี้พูดแล้วบอกให้ขึ้นเวทีเลย พูดคำไหนก็ตาม เราไม่การสะทกสะท้าน พูดตามหลักของอรรถของธรรมทั้งนั้น พูดให้พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศเราก็พูดแล้วไม่ทราบกี่ครั้งกี่หนมาแล้วก็เพื่อให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายได้ทราบตามหลักความจริงที่เราพูดแล้วว่าเป็นการรับรองมาแล้วว่าในความถูกต้องของเรา เรื่องเหล่านั้นเราไม่รับทราบจากมัน เรื่องโจรเรื่องมารทั้งนั้น

นี่มาเหยาะ ๆ แหยะ ๆ ให้มาเล่นอยู่เหรอ คนไทยทั้งชาติมันไม่ใช่หัวเต่าพอจะหดหัวอยู่นี่นะ สมบัติเป็นหัวเต่าเมื่อไหร่ คนไทยทั้งชาติจะเป็นหัวเต่า พระสงฆ์องคเจ้าทั้งประเทศจะเป็นหัวเต่าอยู่เหรอ พากันจำไว้นะ นี่เป็นข้อยืนยันตายตัวรักษาสมบัติอันใหญ่หลวงของเราคือพุทธศาสนา พร้อมประเทศชาติอยู่ในนั้นด้วยนะ ไม่ใช่เล่น ๆ นะเรื่องนี้ มันผิดมันพลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้มันจึงหมุนตัวใหญ่ มันจะเอาให้ได้อย่างเดียว มีแต่ลุกลี้ลุกลนถูลู่ถูกังดึงดันอยู่ตลอดเวลาจะให้เข้า ๆ ถ่ายเดียว คือจะเอาให้ได้อย่างใจมัน

นี่เป็นเรื่องของมหาโจร เราเป็นเจ้าของสมบัติเราจะว่ายังไง ทางนั้นยันทางนี้ก็ยันสิ มันถึงถูกสิ ทางนั้นทำลายทางนี้รักษา มันต้องอย่างงั้นสิ เรื่องมันมามีหลักมีเกณฑ์ที่ไหน มันไม่มี ของเรามีหลักเกณฑ์ร้อยเปอร์เซ็นต์มาตลอด ทำไมจะเอายืนยันกันไม่ได้ว่ะ อันนั้นหาหลักความจริงมีที่ไหน ตั้งแต่ต้นตอมันมาเป็นยังไง ยังปล่อยให้มันมาเหยียบย่ำทำลายอยู่เหรอ พิจารณาให้ดีนะ ยันลงไปไล่เข้าไป มันเป็นตรงไหน พระสงฆ์เราไล่เข้าไป เราเป็นผู้รักษาศาสนา พระสงฆ์เป็นที่หนึ่งรักษาศาสนา ไล่เข้าไปหาความสัตย์ความจริงของมันสิ ปล่อยให้คนนั้นเป็นอำนาจคนนี้เป็นอำนาจ

เอาความจริงออกประกาศทั่วประเทศไทย เรื่องของพระสงฆ์มีปากทุกคนทำไมพูดไม่ได้ว่ะ ข้าราชการงานเมืองมันจะเอาอำนาจมาจากไหน อำนาจปิดปาก ๆ แต่เงินแต่ทอง อำนาจของธรรมเราก็มีปากเราก็มีทำไมจะพูดไม่ได้ว่ะ เอาความจริงมาพูด พูดไม่ได้เหรอ นี่อันสำคัญอันหนึ่งนะ เรื่องเหล่านี้มันเรื่องเล็กน้อยเมื่อไหร่ เงินมันถมหัวอยู่ทั่วเวลานี้ เข้าไปปั๊บเอาเงินอุดปาก อำนาจไหนใหญ่ ๆ มันเอาอุดปากหมดก็ไปตามมันหมด จูงไปหมด เหยียบชาติไทยลงให้จม จำให้ดีคำนี้

นี่ก็พิจารณาหมดแล้ว พูดออกมาจากพิจารณาแล้ว ใครจะเชื่อก็เชื่อ ไม่เชื่ออยากให้เมืองไทยจมก็ปล่อย เราไม่ได้ห่วงอะไรนะ เราห่วงแต่ชาติไทยของเรา ศาสนาที่ชาติไทยเทิดทูน เราจึงอุตส่าห์ตะเกียกตะกายเวลานี้ สำหรับเราเองเราไม่มีอะไรแล้วในสามแดนโลกธาตุเราปล่อยหมด พูดอย่างตรงให้บรรดาพระลูกพระหลานฟัง ๕๓ ปีนี้แล้วเราปล่อยหมดโดยสิ้นเชิง สถานที่ที่เราปล่อยเรื่องกงจักรเผาหัวใจเรามาตั้งกัปตั้งกัลป์ เราปล่อยมันแล้ว สถานที่บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ใครก็รู้แล้ว

นี่แหละเอาความจริงมาพูดมันผิดเหรอ ความจอมปลอมมันออกหน้าออกตา ทำให้ชาติบ้านเมืองจะจมอยู่เวลานี้ ทำไมไม่คิดกันบ้าง ความจริงที่มาดันกันทำไมไม่คิดอีกเหมือนกัน เอามาพูดมาต้านทานกัน ความจริงรักษาจริงมันดีอยู่ เรารักษาเพื่อความจริงความใหญ่โตอันเลิศเลอ พระสงฆ์เรารักษาอยู่ จะยอมให้ใครมาแหยมง่าย ๆ เหรอ ออกแบบไหนออกเต็มเหนี่ยวของเรา ออกอื่นไม่ได้นะ มันมีทางที่จะแยกจะแยะจะไป พวกเปรต ต้องเอานี้พุ่งเข้าไป ทำไมมันยุ่งยากเอานักหนา มันหาเกาแต่ที่ไม่คัน มันก็คันไปเรื่อย เกาตรงที่มันคัน ไล่เข้าไปตรงนี้เลย อย่าไปพูดเรื่องอะไรมากมายกับเรื่องป่า ๆ เถื่อน ๆ ที่จะมาทำลายเรา ต้นตอมันอยู่ตรงนี้

นี่เราพูดตรงนี้ตั้งแต่ต้นแล้ว เปลี่ยนแปลงที่ไหนคำพูดเรา บอกยกเลิกทั้งหมด เราเป็นคนพูดเอง สั่งออกมาเองเลยให้ยกเลิกทั้งหมด ให้ตามต้นตอมัน ต้นเหตุที่มันเป็นเถาวัลย์เลื้อยออกไปทุกแห่งทุกหน ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายแก่คนทั้งชาติ มันออกไปจากไหน มันเป็นเหมือนเถาวัลย์ที่ออกไป เราดูตั้งแต่เถาวัลย์ไม่ได้ดูต้นตอมัน เพราะงั้นให้หาต้นตอมัน เมื่อเข้าไปหาต้นตอแล้ว ต้นตอมันปลอม ทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงออกมาก็ปลอม มันก็ลงในจุดเดียวกันเท่านั้น มีปัญหาอะไร ตัดสินกันที่ตรงนี้ ไม่อยากอะไร

จะอ้างว่าพ.ศ.ไหน ๆ ก็เป็นเรื่องของโจรมันก็อ้างไปสิ เรื่องความจริงมีอยู่นี่ เรื่องที่เป็นภัยก็เห็นกันอยู่นี้ เอาจัง ๆ จะมาจากพ.ศ.ไหนหาเรื่องหาราว พวกนี้พวกหาเรื่องที่จะหลบจะหลีกแล้วจะงับคอเราทั้งนั้นแหละ มีเท่านั้น อย่างอื่นผมพูดไปผมพูดไม่ได้หรอก สำนวนของกิเลส อย่างว่า เอาแน่เมื่อไหร่ เดี๋ยวเข้าตรงนั้นเดี๋ยวเข้าตรงนี้ มันยุติที่ไหนเห็นมั้ยล่ะ มันไม่มียุติ มันไปเกาที่ไม่คัน จุดที่ให้เกามันไม่เกา เอาออกมาลากออกมา มันกีดมันขวางที่ไหนมันปลอมตรงไหน ลากออกมาให้ประชาชนทราบถึงกันหมด ถึงเรียกว่าหาต้นตอมันสิ มาพูดนี้มันไม่สิ้นไม่สุดล่ะ เดี๋ยวเมืองไทยจมจะว่าไม่บอกนะ

เราแจงจากหลักความจริง ลากออกมาลอกออกมา หลักความจริงมีอยู่ เสนอออกมาประกาศลั่นทั่วประเทศไทย ทำไมเราจะเสนอไม่ได้ ข้อเท็จจริงของเรื่องเหล่านี้เป็นยังไง ความเป็นมาของเรื่องนี้เป็นยังไง ดึงออกมาให้หมด อ่านให้ประชาชนทราบหลักความจริงเป็นอย่างนี้ นี่เป็นสักขีพยานถือเป็นตัวจริงแล้ว เรื่องเหล่านั้นไม่ได้จริง มันหลอกอยู่ตลอดเวลา มหานั่นมหานี่ คณิสสร คณิสแสน โคตรพ่อโคตรแม่เราไม่รู้ มันตั้งขึ้นมาเฉย ๆ โก้ ๆ เราไม่ได้เชื่อ เป็นภัยต่อชาติ

ใครเห็นว่ายังไง ถ้าไม่เห็นก็ดำเนินตามกันนี้ รวมกันเข้า เอาตามนี้ขึ้นช่องเดียวผาง ๆ หลักความจริงมีอยู่ อ้างได้อวดได้ หลักพุทธศาสนามีอยู่ นี่พุทธศาสนาเป็นหลักใหญ่หลวงมาก ให้มาเหยียบเล่นทำไมว่ะ มันไม่สิ้นสุดล่ะ ถ้าจะปล่อยให้พวกนี้ไป ไปใหญ่นะ ยิ่งจะหาพักหาพวกหาเงินหาทองเข้ามาโปะ แล้วเหยียบไปเลยเรื่องเงินเรื่องทองของมัน ความสกปรก เอาเงินออกหน้ากันไม่ได้เอาอะไรออกหน้า ความจริงไม่มี พระเหล่านี้ไม่มีความจริง มีแต่ชื่อว่าพระเฉย ๆ ไม่มีใครทำความเลวร้ายให้แก่ประชาชนในวงพุทธศาสนาปัจจุบันนนี้เหมือนพระกลุ่มนี้นะ

กลุ่มนี้กลุ่มที่เลวร้ายที่สุด ความสัตย์ความจริงไม่เอามาพูด จอมโกหกคือพระกลุ่มนี้เอง จะเป็นใครโกหกว่ะ เห็นมันอยู่จัง ๆ เรียนคัมภีร์เดียวกัน เช่นยกตัวอย่าง มา ว่าผมเอาเงินของประเทศชาติที่เขาบริจาคผ่านมาเข้าพุงตัวเองหมด วันนี้ทองคำเข้าคลังหลวงเท่าไหร่ (ลูกศิษย์ : ๕ ตันครับ) เข้ามาเป็นลำดับ เดี๋ยวนี้มันก็ ๕ ตันกว่าแล้ว เข้าพุงไหนมันถึงได้อย่างงั้นถ้าไม่เข้าคลังหลวงเรา แล้วมันยังจะมาหาเรื่องจัง ๆ จะไม่ให้ว่ามันเลวร้ายสุดยอดได้ยังไงพวกนี้ หาว่าผมเอาเงินเข้าพุงตัวเองหมด พวกนี้พวกโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง มันมีความจริงที่ไหน เปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี จะไม่ว่ามันมหาภัยยังไง มหาโจรคือพระพวกนี้ เป็นมหาโจรอย่างใหญ่หลวงสุดยอดเลย

บวชมาในพุทธศาสนาเราไม่เคยเห็น มาเห็นพระพวกนี้เอาตั้งแต่ความหลอก ลวงต้มตุ๋นโลก ศีลธรรมไม่มีติดตัวเลย แล้วจะเรียกว่ามันเป็นพระได้ยังไง จะเรียกว่าเป็นหมาก็เรียกได้แต่เขาไม่เรียกเฉย ๆ เรียกอะไรก็เรียกได้ถ้าลองความประพฤติเลวทรามและทำลายชาติบ้านเมืองศาสนาเราให้จมขนาดนี้ด้วยความโกหกของตัวเองขนาดนี้แล้ว ใครจะลงใจเชื่อถือได้จะไม่เรียกว่าพระเลวจะเรียกว่าไง ใครจะมีความสัตย์ความจริงยิ่งกว่าพระ มุสาฯ ว่าไง ศีลข้อนี้ไม่ผ่านได้หรือเป็นพระทั้งองค์ แล้วมันมีมั้ยล่ะ ยกตัวอย่างอันเดียวเท่านี้ว่าหลวงตาบัวเอาเงินพี่น้องทั้งหลายบริจาคไปเข้าพุงตัวเองหมดเพื่อจะให้ประชาชนทั้งหลายเขาเชื่อ นั่นมันก็หลอกให้เขาเชื่อ ความจริงไม่ความจริงมันไม่สนใจ มันหลอก ไม่ว่ามันเลวได้ยังไง มันเลวขนาดนั้นพระพวกนี้ แล้วยังจะเชื่อถือมันได้อยู่เหรอ ปัดออก พวกเปรตว่างั้นเลย

อย่าถอยทุกคนนะเอาให้เต็มเหนี่ยวเลย พวกเราต้องช่วยตัวเอง เราเป็นคนรักษาศาสนา อย่าให้มันเข้ามาแหยมได้เลยนะ ต้องเอาจุดนี้จุดอื่นไม่มี มีจุดเดียวเท่านี้ที่จะลบล้างกันได้ความจริงกับความปลอม ควรจะลบล้างแบบไหนนั้นเป็นอีกอย่างหนึ่ง ความจริงที่โลกได้เห็น ก็เห็นจุดนี้แหละ จุดหนึ่งปลอมเต็มที่ จุดหนึ่งจริงเต็มที่ ให้โลกเขาได้เห็นบ้างสิ ตายก็ตายไป เช่นอย่างหลวงตาบัวเป็นหัวหน้าท่านทั้งหลาย ตายไปเถอะ หลวงตาบัวไม่มีความจอมปลอม ตายไปแบบหลวงตาบัว บริสุทธิ์เต็มเหนี่ยวแล้ว นี่หลักใหญ่อยู่ตรงนี้ ไม่มีที่อื่น มองไปไหนมันไม่มี

ยุ่งกันมาตลอดมันมีตั้งแต่หาเกาที่ไม่คัน ที่เถาวัลย์มันเลื้อยออกไปจากกอจอมปลอมไปหลอกโลกให้เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า คือเถาวัลย์อันนี้ นี่เราก็บอกว่าให้เลิก ให้ตามหาความจริงของมัน กอของของมันอยู่ไหนเถาวัลย์ ให้ตามเข้าไปหากอ เอาตรงนี้เท่านั้นไม่เอามาก เราเป็นนักธรรมะไม่ต้องพูดมาก พล่าม ๆ ๆ ไปเฉย ๆ หลอกโลกไปเปล่า ๆ ไม่เกิดประโยชน์ ต้องเอาความจริงออกมาประกาศให้โลกเห็น อันนั้นมีแต่ความจอมปลอมหลอกอยู่เวลานี้ เอาเป็นคติตัวอย่างได้ยังไง คนเลยจิตใจหว้าเหว่วุ่นวายไปหมด เพราะพวกเปรตนี้ทำลายเวลานี้ ความจริงมันไม่ยอมให้ไปแตะนะ อะไรมันพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงหลายสันพันคมมาตลอด เอาออกมาแจงให้หมดเรื่องกลมายาของมัน เราไม่มีกลมายาที่ไหน พวกเราไม่มี ไปหาที่ไหนว่าหลวงตาบัวมีกลมายา ที่แสดงออกมา ไม่มี

เราเป็นหัวหน้าบอกพระสงฆ์ทั่วประเทศไทยก็เห็นอย่างนี้ รายชื่อมาทั้งประชาชนทั้งพระสงฆ์ทั่วประเทศไทยก็ออกมาแล้วให้ถอนจะดื้อไปไหน

หลวงตา : เรื่องมหาถาวรทราบมั้ย

ลูกศิษย์ : ทราบว่ามหาถาวรไปอินเดียไปฟ้องพระพุทธเจ้าและจะขอกำลังจากพระพุทธเจ้ามาสู้กับหลวงตา

หลวงตา : ไอ้เราก็ไม่มีกำลัง เรามีหมาอยู่เก้าตัวสิบตัวอยู่ในวัด เราไม่มีกำลังมาก ให้ต่อสู้กับหมาของเราซะก่อน ก่อนจะมาต่อสู้กับเรา ไอ้ยาวเราก็มีกี่ตัว ไอ้จ้ำหลอด ไอ้ปุ๊กกี้ ไอ้หยอง ให้มาสู้กับหมาของเราซะก่อน ถ้าหมาเราสู้ไม่ได้แล้วค่อยไล่ตามหลวงตาบัวซึ่งเป็นเจ้าของหมา เวลานี้ยังไม่เข้าถึงเรา กษัตริย์ใหญ่ของหมาอย่าเข้าไปแตะ ให้เล่นกับหมาซะก่อนถ้าว่าเก่งจริง ถ้าสู้กับหมาเราได้แล้วค่อยเข้ามาหาหลวงตาบัว มันต้องอย่างงั้นสิ ระวังนะหมา มันไม่เหมือนคนนะ คนมันมีสองหมัด คนหนึ่ง ๆ มีสองหมัด ไอ้หมาเรามันหมัดเต็มหลัง มันใส่ตัวเดียวเท่านั้นหมัดเต็มหลังมัน หงายหมาไปเลยพวกนั้น ระวังให้ดีมาสู้กับหมาเรา ไม่ได้คิดว่าหมานี้มีหมัดขนาดไหน

พอเราได้ยินทีแรก เราสลดสังเวช เราพูดตามหลักความจริง นี่แหละความพูดเป็นธรรม แบบไหนมาโจมตีเรานี้มันไม่มีความหมายทั้งนั้นแหละ พูดง่าย ๆ ว่าโลกธาตุนี้คือโลกสมมติ คือโลกถังขยะ จะเอามาชมก็ถังขยะ จะเอาเหยียบย่ำทำลายก็คือถังขยะ ถังขยะคือโลกสมมติกับธรรมชาติวิมุตติมันเข้ากันไม่ได้ ไม่มีความหมายอะไรเลย ทีนี้ใครจะมาโจมตีเราขนาดไหน เราไม่วิตกวิจารณ์ สุดท้ายมันก็มาสะดุดใจ นี่เราก็ได้พูดออกทางวิทยุแล้ว เราวิตกวิจารณ์กับมหาถาวร เรากลัวแกจะจมทั้งเป็นว่างั้นเลยนะ

คือมหาถาวรเริ่มต้นนะ แกเกิดความเชื่อความเลื่อมใสในเราแล้วก็ขอเทปไปทางวัดป่าบ้านตาด เทปนั้นก็เป็นเทปสำคัญ ๆ ซะด้วยนะ คือเราเทศน์สอนพระล้วน ๆ มีแต่แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วออกมาฟัง มหาถาวรกับลูกศิษย์ลูกหาก็กว้านเข้ามาฟังที่นั่น ฟังมานานจนกระทั่งเทปมีเต็มในวัดมหาถาวร พวกนี้ก็ฟังอย่างถึงใจ ๆ จากการเทศน์ของเราอย่างถึงใจเหมือนกัน มันก็เข้ากันได้ ความรู้สึกของเราว่าเข้ากันได้ พวกนี้ฟังด้วยความจริงใจ สมกับเราเทศน์ด้วยความจริงใจ ทีนี้ธรรมก็ต้องฝังลึกล่ะสิ

ทีแรกมหาถาวรก็ลงใจเราดูก็รู้ ว่าแกมีความลงใจในเรา พาลูกศิษย์ลูกหามาฟังอรรถฟังธรรมของเราก็เป็นประโยชน์แก่บรรดาประชาชนทั้งหลาย แม้แต่เป็นเรื่องสนับสนุนแกที่ให้เขาเคารพนับถือมากก็เป็นมงคลของเขา ไม่มีอะไรผิด เราคิดหมดแล้วนะ ในระยะนั้นเป็นอย่างงั้น ระยะนี้พอบ้ายศบ้าอำนาจเข้าตาแก ปิดตาแกแล้ว แกเลยพลิกไปหมดเลย เลยเอาเราเป็นข้าศึก แล้วธรรมะที่เราสอนทั้งหมดก็เหมือนกับเป็นดาบของเราแล้วกลับมาฟันคอเรา สุดท้ายที่เราวิตกมากก็คือว่า ท่านเหล่านี้ฟังธรรมเราด้วยความถึงใจอย่างยิ่งแล้ว ถึงมหาถาวรจะพลิกใจเป็นบ้าไปขนาดไหนเขาจะไม่เป็นบ้าด้วย เราวิตกว่าอย่างน้อยกลัวเขาไม่เล่นด้วย มากกว่านั้นกลัวเขาจะชี้หน้ามหาถาวร และหนักกว่านั้นมหาถาวรจะเป็นไปต่าง ๆ เราไม่มีการโต้ตอบแบบโลกสงสาร เราคิดด้วยความสงสารมหาถาวร ทำไมแกจึงคิดอย่างนี้ได้ ความเป็นบ้ายศเป็นอย่างนี้นะ บ้าอำนาจบ้ายศบ้าทุกสิ่งทุกอย่างบ้าอติเรกลาภอันใหญ่หลวง เลยกลายเป็นเครื่องลวงโลกไม่เห็นอรรถเห็นธรรมเลย มหาถาวรจะสร้างความล่มจมให้แก่ตัวสด ๆ ร้อน ๆ นี้เหรอ เราวิตกมาก เราก็เลยพูดในเทป ออกจากเทปแล้ว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ยินว่ามหาถาวรนั้นได้ฟังเทปของเรา มีคนมาเล่าให้ฟัง จะจริงเท็จข้อไหนอันนี้เราก็ไม่ได้ทราบชัดเจนนะ แต่เรื่องให้เทปเราให้ไปแล้วจริง ๆ ฟังจริง ๆ แม้แต่เราไปที่นั่น เขาก็มาเปิดเทปเรา ทั้งเราก็นั่งฟังอยู่นั้น ให้ประชาชนทั้งหลายฟัง เวลาแกพลิกอย่างนั้นแล้ว แกกลับเอาพวกนั้นมาเป็นข้าศึกต่อเรา เราจึงวิตกวิจารณ์ เทปนี้เขาไปเปิดให้มหาถาวรฟัง ฟังเสียงร้องโก้ก กลัวมาก กลัวหลวงตามหาบัวนี้มาก แล้วขอขมามาทางวิทยุ ใครได้ยินมั้ย มหาถาวรขอขมาเรามาทางวิทยุ เขาพูดว่าอย่างงั้น เลยล้มไปเลยเรื่องนี้ แต่ต่อไปอย่างที่ว่าจะไปฟ้องพระพุทธเจ้ามาโจมตีหลวงตาบัวนี้เรายังไม่ได้ยินนะ

ลูกศิษย์ลูกหามาพูดให้เราฟัง ไม่ใช่ผู้จะมาโกหกเราเป็นลูกศิษย์ลูกหาที่มีความจงรักภักดีและเคารพอย่างยิ่งทีเดียว มาพูดให้เราฟังว่า ได้กำลังแล้วจะยกทัพกลับมาตีอาจารย์มหาบัวนี้หนึ่ง อันที่สองว่าท่านอาจารย์มั่นไม่สำคัญนี้อันหนึ่ง อันที่สามเขาถามว่าการที่ทำพ.ร.บ.สงฆ์ ทำอย่างนั้นไม่ผิดพระวินัยเหรอ ทางนั้นตอบว่าพระวินัยไม่สำคัญกฎหมายสำคัญกว่า นี่เป็นอันดับที่สาม คือพระวินัยไม่ต้องการก็คือองค์ศาสดาไม่มีความหมายนั่นเอง มันสามอันดับแล้วที่หนัก ๆ ที่มหาถาวรแสดงออกมาตามคำบอกเล่าที่ได้ยินมา เราจึงวิตกวิจารณ์มาก โธ๋ มหาถาวรทำไมแกสร้างฟืนสร้างไฟเผาแกสด ๆ ร้อน ๆ มันจะไปได้ถึงไหน อำนาจกรรมอันนี้จะเหยียบหัวซะก่อน

เราพูดจริง ๆ เพราะเราไม่มีอะไรกับใคร สามแดนโลกธาตุอย่ามายอ อย่ามาเหยียบ โลกเป็นโลก ธรรมเป็นธรรมเท่านั้นพอ ที่อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกายก็เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา สำหรับเราเองเราไม่มีอะไร สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ ว่างตลอดเวลามา ๕๓ ปีนี้แล้ว ไม่มีอะไรผ่านในหัวใจนี้เลย ว่าเป็นเครื่องหมายของสมมติ ไม่มี เมื่อเป็นอย่างนั้นมันจะไปเรียกว่า สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ ได้ยังไงเป็นหลักธรรมชาติที่พระพุทธเจ้าสอนพระโมฆราชมันเต็มในหัวใจหมดแล้ว เราจะสงสัยพระพุทธเจ้าไปไหน สุญฺญโต โลกํ คือโลกเป็นของสูญเปล่า สูญยังไง มันเห็นอยู่ในหัวใจ มันสูญอย่างนี้เอง แล้วจะเอาอะไรมาเป็นมลทินต่อใจ เหล่านั้นเป็นสมมติทั้งนั้น

สมมติทั้งหมดมันเป็นความว่างเปล่าเมื่อไหร่ มันไม่ได้ว่างสมมติ มีแต่ธรรมเท่านั้นที่ว่าง ท่านทั้งหลายก็เห็นไม่ใช่เหรอ พระพุทธเจ้าสอนมานพ ท่านสอนว่า สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ โมฆราช สทา สโต อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ เอวํ มจฺจุตฺตโร สิยา เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ มจฺจุราชา น ปสฺสติ. แปลให้เต็มก็คือว่าดูก่อนโมฆราชเธอจงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ สทา สโต สโตคือสติให้มีสติทุกเมื่อ พิจารณาโลกให้เป็นของสูญเปล่า ถอนอัตตานุทิฏฐิ ความเห็นว่าตนว่าตัวว่าเราว่าเขาออกเสีย เธอจะข้ามพ้นพญามัจจุราชเสียได้แล้วพญามัจจุราชจะมองไม่เห็นผู้พิจารณาโลกเป็นของสูญเปล่าอยู่อย่างนี้ นี่แปลเต็มศัพท์

นี่พระพุทธเจ้ามาแสดงแก่พระโมฆราชก็เอาความจริงมาแสดง ความจริงจะเสื่อมสูญไปไหน ผู้ปฏิบัติตามก็เห็นตามนั้น อกาลิโก คงเส้นคงวาหนาแน่นคือใครถ้าไม่ใช่ธรรม มันเห็นอยู่ตลอดเวลา ใครจะเป็นอะไรมันก็ไม่เคยอะไร เพราะมันว่างตลอดเวลาในหัวใจ กิริยามันแย็บ ๆ ๆ ในขันธ์ ของเรา ตาหูจมูกลิ้นกายก็เป็นสมมติ รับกันแค่สมมตินี้เท่านั้น ตาก็เป็นสมมติ รูปเป็นสมมติ หูก็เป็นสมมติ เสียงเป็นสมมติ มันก็รับกันยิบแย็บเท่านั้น ธรรมชาติ สุญฺญโต โลกํ อะไรไปแตะได้ว่ะ นั่นแหละ สุญฺญโต โลกํ

นี่ถ้าพูดตามหลักธรรมชาติความจริงแล้วเราไม่มีอะไรกับโลกนี้เลย เราไม่มี เราช่วยโลกด้วยความเมตตาล้วน ๆ ลูกหลานชาวไทยเรายังมีมากที่จะถูกล่มจมลงหาเหตุผลไม่ได้เลย เราอุตส่าห์พยายามเมตตาสงสารช่วยฉุดช่วยลากทุกแง่ทุกมุม เช่นด้านวัตถุช่วยเต็มกำลัง ด้านธรรมะไปที่ไหนเทศน์แต่เรื่องศีลเรื่องธรรมเข้าสู่หัวใจคน เพราะชาวพุทธเรารู้สึกว่าห่างเหินศาสนามากทีเดียว นี่เราก็ประกาศป้าง ๆ ไปตลอด มันห่างเหินก็บอกห่างเหิน

สำหรับเราเองไม่มีโดยประการทั้งปวง ตั้งแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งบัดนี้ที่จะให้เอะใจว่า กิเลสตัวนี้มึงโผล่หน้ามาจากไหนกูนึกว่ามึงม้วนเสื่อไปตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ เวลา ๕ ทุ่ม บนหลังวัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนครนั้นแล้ว แล้วมึงโผล่หน้าพอจะได้ฟัดกับมัน ไม่เคยมี แล้วก็ไม่เคยมีข้อสงสัยข้อระแวงระวัง ขาดสะบั้นเห็นต่อหน้าต่อตาสงสัยหาอะไร มันก็ไม่เคยมี เรื่องกิเลสตัวไหนที่จะมาผ่านหัวใจเราไม่เคยมีก็มันสิ้นซาก ในขณะเดียวกันผลที่เป็นกิเลสคือกองทุกข์แม้นิดหนึ่งก็ไม่เห็นมีในใจ นอกจากบรมสุขที่เกินคาดเกินหมาย ใครไม่เป็นไม่รู้ บรมสุข ผู้บริสุทธิ์เท่านั้นไม่ต้องถามรู้เอง

นี่ก็ปฏิบัติมาอย่างนั้น เพราะงั้นการสอนโลกผมเปิดจริง ๆ ผมไม่มีอะไรสะทกสะท้านกับโลกอันนี้ ควรจะรับได้หนักเบามากน้อยมันจะออกทันที ที่จะจนตรอกจนมุมอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มี หัวใจทั้งดวงเป็นธรรมทั้งแท่ง เหมือนน้ำเราเต็มถังแล้วเปิดทางไหนเปิด รอบตัวก็ออกรอบตัว เปิดสูงต่ำออกหมด น้ำเต็มอยู่ในถังนั้นแล้ว ธรรมกับหัวใจเป็นอันเดียวกันแล้วเปิดรอบไหนไหลออกหมดเลย นอกจากกาลเวลาหรือสถานที่บุคคลควรจะรับได้มากน้อยเพียงไร ถ้าไม่รับเปิดก็ไม่ออก ถ้าไม่มีผู้รับแล้วไม่เกิดประโยชน์ ถ้ามีผู้รับแล้วผางทันทีออกเลย ธรรมเป็นอย่างนั้นนะ

นี้เปิดให้ท่านทั้งหลายฟัง ผลแห่งการปฏิบัติธรรม ปฏิบัติมาอย่างนี้ เรารู้มาโดยลำดับลำดา เราไม่สงสัยในภูมิธรรมที่รู้มาตั้งแต่สมาธิขึ้นมาถึงขนาดสมาธิเถียงพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เคยมีในสมาธิ เนื้อบนเขียงคือหมูไปเถียงกับท่าน ท่านฟาดหงายไปเลย มาพิจารณาตามท่านก็พุ่งทางด้านปัญญา ออกทางด้านปัญญามันก็พุ่งใหญ่เลย ท่านก็หักไว้อีก เห็นมั้ยจอมปราชญ์กับจอมโง่มันเข้ากันได้มั้ยล่ะ ไอ้เราสำคัญว่าเราเก่งแต่ไม่ได้เป็นทิฐิมานะถกเถียงท่านนะ มันเป็นอยู่ในมันเรื่องกิเลส ท่านซัดที่ไหนหงายเลย ๆ ปฏิบัติตามท่านเปิดเลย ผู้สอนที่ถูกต้องอย่างหลวงปู่มั่นผิดที่ตรงไหน ไม่มี

ผมนี่เทิดทูนสุดหัวใจ คือไม่มีอะไรเหลือเลยนะที่ว่าผมแบ่งไว้ผมไม่มีความเคารพท่านอาจารย์มั่นเหลืออยู่หนึ่งเปอร์ เซ็นต์ไม่มี เท่าเม็ดหินเม็ดทรายไม่มี หมดจริง ๆ หมดจากภาคปฏิบัติ ท่านซัดตรงไหน คือเราติดแล้วท่านลากออก ติดตรงนี้ท่านลากออก ลากออกจนกระทั่งสุดขีดแล้วไปสงสัยท่านหาอะไร มันก็หมดละสิ มีแต่ท่านลากออกทั้งนั้น มาสอนโลกเราจึงสอนอย่างเปิดเผย ถ้าจะเปิดเผยเอาเต็มเหนี่ยวเลย ไอ้เรื่องที่ให้สะทกสะท้านกับโลกถังขยะนี้พูดตรง ๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มี ไม่มีคำว่าสูงว่าต่ำ ขอเหตุผลกลไกที่ควรจะออกผางทันทีเลย

คำว่าเกรงคนนั้นเกรงคนนี้รูปหน้าปะจมูกอย่าเอามาพูด ควรจะออกหนักเบามากน้อยนี้มีประมาณอยู่ในตัวเสร็จ มันจะเป็นเองอยู่ในจิตนั้นแหละ จะกีดขวางมากน้อย คำว่ากีดขวางคือไม่สมควรออกมันก็รู้เอง ของเบาจะเอาของหนักออกรับกันใช้ไม่ได้ ให้พอดีกัน ถ้าควรจะออกหมดทุ่มเลย ท่านทั้งหลายปฏิบัติธรรมเอาให้จริงให้จังนะ ถ้าอยากเห็นมรรคผลสด ๆ ร้อน ๆ ในหัวใจของท่านทั้งหลาย อย่าไปดูกาลสถานที่เวล่ำเวลาเมืองนั้นเมืองนี้เป็นเรื่องของกิเลสหลอกคนเท่านั้น ให้ดู สวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้ว อกาลิโกคือธรรม

ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโน โหติ ใครผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมผู้นั้นชื่อว่าบูชาตถาคต ให้ดำเนินตามธรรมนี้ ธรรมนี้คือองค์ศาสดา ท่านก็บอกไว้แล้วเวลาท่านจะปรินิพพานก็บอกว่า ธรรมวินัยนี้แลจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคตเมื่อเราตายไปแล้ว ก้าวตามนี้ อย่าไปมองที่อื่นให้เสียเวล่ำเวลา กิเลสหลอกไปเรื่อย ๆ ให้ปฏิบัติตามธรรมของศาสดาองค์เอก ไม่มีคำว่าสอง ไม่มีในพระพุทธเจ้าที่สอนไว้แล้วทุกอย่าง ขอให้ปฏิบัติตามนี้เราจะเป็นเองรู้เองเห็นเองโดยลำดับลำดาจนกระทั่งถึงเปิดโลกไม่ทูลถามพระพุทธเจ้า

ธรรมเหล่านี้อย่างที่ผมพูดอยู่เวลานี้ธรรมเปิดโลกมาได้ ๕๓ ปี ไม่ทูลถามพระพุทธเจ้าถามหาอะไร สนฺทิฏฺฐิโก ประกาศป้างมาแล้ว ใครเป็นคนประกาศ ผู้ปฏิบัติคือผู้เห็นเอง นี่เป็นธรรม สนฺทิฏฺฐิโก สุดยอดซะด้วย แล้วจะไปถามพระพุทธเจ้าหาอะไร พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ท่านตรัสรู้ท่านไปถามใคร บรรดาสาวกพระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมาองค์ไหนเป็นบ้าไปถามพระพุทธเจ้าว่า ข้าพระองค์ตรัสรู้รึยัง ไม่เคยมี ก็เพราะธรรมชาติ สนฺทิฏฺฐิโก ประกาศป้างขึ้นมาถามหาอะไร ของอันเดียวกันรู้อย่างเดียวกันเห็นอย่างเดียวกัน ถามกันหาอะไร

นี่พากันลงใจแล้วนะที่พูดกันวันนี้ ถ้าลองเข้าใจแล้วออกช่องนี้ด้วยกันเลย อย่าไปช่องอื่นทุ่มลงจุดนี้เลย ไม่ต้องไปเอามากมายก่ายกอง พระไม่มีความรู้มาก มีความรู้ตามอรรถตามธรรมที่ปฏิบัติ อันไหนขัดข้องกับธรรม เช่น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขัดข้องกีดขวางต่อธรรมปัดออก ไม่เอา ธรรมที่ดำเนินมาแล้วถูกต้องแล้วอย่าเอามายุ่ง เรื่องขวากเรื่องหนามเรื่องฟืนเรื่องไฟเรื่องมหาโจรมหามารอย่าเอามายุ่ง ปัดออกให้หมด

การปฏิบัติเหมือนกัน พระเราทุกองค์ ๆ ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัตินะ อย่าเห็นแก่เร่ ๆ ร่อน ๆ ไปนู้นไปนี้ให้กิเลสหลอกไปเรื่อยนะ ทางจงกรมไม่ดู สติไม่ดูใจ ปัญญาไม่พิจารณาใคร่ครวญใจ ความเคลื่อนไหวออกจากใจส่วนมาก มีแต่กิเลสออกเคลื่อนไหวสติไม่มีไม่รู้ ปัญญาไม่มีแก้กันไม่ตก ต้องเอาตรงนี้นะ ไปที่ไหนให้มีความพากเพียรในใจ จึงเรียกว่าเป็นผู้ประกอบความเพียร เดี๋ยวพระเรามันกลายเป็นโลกไปหมดแล้วนะ มันไม่ได้เป็นธรรมนะ มันมีแต่รูปร่างของพระโกนผมโกนคิ้วผ้าเหลือง หัวใจของพระไม่ได้สนใจกับอรรถกับธรรมยิ่งกว่าสนใจวิ่งตามกิเลส

เพราะฉะนั้น โลกถึงร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ ในพระซะเองก็มาก่อขึ้น นี้ถ้ามันก่อเป็นธรรมมันมาก่ออย่างนี้ขึ้นมาได้ยังไง มันก่อเป็นฟืนเป็นไฟนั่นเอง เรื่องกิเลสล้วน ๆ คือฟืนคือไฟมันจึงมาแสดงอยู่เวลานี้ ให้ดูเอา เอาล่ะพอ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก