คติจากการ์ตูน ใครทำลายศาสนา (ช่วยชาติ-กิจของสงฆ์)
วันที่ 27 เมษายน 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

คติจากการ์ตูน ใครทำลายศาสนา

ลิงตัวนี้เริ่มตั้งแต่สร้างกำแพง พอสร้างกำแพงเสร็จเขา(ลิง) โดดเข้ามาได้พอดี รอดตายมา เพื่อนฝูงของมันถูกเขายิงตายอยู่นอกกำแพง เพราะดงเหล่านี้มีสัตว์มีลิง ชะนี ค่างหมดไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ยังมีลิง ชะนี เรามาสร้างวัดทีแรกเสียงมันร้องลั่นพวกชะนีในป่านี้ เพราะป่านี้ติดกับป่าใหญ่ถึงภูเขาที่มองเห็น เป็นป่าทั้งนั้น พอเขาทำลายป่าก็ทำลายไปหมด สัตว์เต็มอยู่นี้ก็ตายไปด้วยกันหมดเลย แต่ก่อนมาสร้างวัดพวกหมูพวกกวางพวกเสือมี แต่ช้างไม่ลงนะอยู่ข้างใน กระทิง วัวแดง ก็อยู่ข้างใน มีประเภทพวกหมูพวกกวาง เก้ง สัตว์ที่เล็กกว่านั้นมีเยอะนะ พวกลิงนี้เต็ม

พอเขาถางป่าทางนู้นพวกสัตว์ที่อยู่ตกค้างในนี้ไม่ค่อยมีมาก กระรอกประมาณสัก ๓ ตัวหรือไง จากเขตวัดไปถูกเขาทำลายหมด สัตว์ที่อยู่นอกจากนี้ไปตายหมดเลย ถึงภูเขา ตายหมด สัตว์เหล่านี้ที่ยังเหลืออยู่บ้าง ออกไปนอกเขตวัดก็ถูกเขาฆ่า ๆ สุดท้ายตายหมดเลย พวกเม่น อีเห็น มีเยอะตายหมด หมูเป็นฝูง ๆ อยู่ในบริเวณวัดทีแรก มันออกไปเมื่อไรมันก็ตาย ๆ สุดท้ายตายหมด หมูหมด เก้งหมด ก็ยังเหลือกระรอกอยู่สองสามตัว เสือไปมาอยู่บริเวณวัดเพราะมันดงติดต่อกันหมด เสือ หมู หมี มีผ่านไปผ่านมา เห็นรอยมันอยู่นะเสือมันผ่านเข้ามาในวัด พวกเสือโคร่งเสือดาวมีทั้งนั้น แล้วสุดท้ายเสือก็ไม่ทราบว่าไปตายที่ไหน ไม่มีข่าวคราวเลยนะเสือ หมี หายเงียบ ตามธรรมดาเสือถูกเขาฆ่าที่ไหนจะได้ยินข่าวคราวมา แต่นี้ไม่เคยได้ยินสักตัวเดียว ก็เรียกว่าตายหมดไม่มีเหลือ

หมีก็ผ่านไปผ่านมาอยู่หมีใหญ่นะ กลางคืนมันผ่านไป มันมีดงต่อกันไปนี้มันผ่านไปผ่านมา แล้วสุดท้ายก็หายไปเลย ๆ ลิงถูกเขาไล่โดดเข้ามาในกำแพงนี้ได้ มันเข้ามาได้ยังไงไม่รู้ เรียกว่าหนีตายมาได้ตัวหนึ่งที่มันอยู่ในนี้ เวลานี้ตาบอดหูหนวก มันไปตกหลุมในวัด มันตาบอดหากินไม่ได้ เลยเที่ยวโซซัดโซเซไปตกหลุม พระเลยจับเอามาใส่กรงขังไว้ ดูแล้วตาบอดหูหนวกไม่รู้อะไรเลย ถ้าหากพระไม่เจอมันก็ตายในหลุมนั่นแหละเพราะไม่มีทางไปที่ไหน พระท่านจับได้ก็เลยใส่กรงเลี้ยงไว้หลายเดือนแล้วนะ ตั้งแต่ใส่กรงนี้ไว้ เมื่อวานนี้มาถึงก็ถามดูว่ายังอยู่ยังสดชื่นอยู่ เขาก็เดินงุ่มง่าม ๆ ไปตามประสาเขาในคอกเหล็กคอกตาข่าย เอากล้วยเอาผลหมากรากไม้วางไว้ข้าง ๆ ที่เขาไปมาแล้วเขาก็กิน บางทีพระก็ป้อนเขา ก็ยังสดชื่นอยู่ โฮ้ น่าสงสาร

ที่สัตว์แพร่หลายก็พวกกระรอกมันอยู่ในนี้แล้วแพร่พันธุ์ออกไป ๆ เดี๋ยวนี้เต็มวัด แต่ก่อนนี้มีประมาณ ๓ ตัว ๔ ตัวหรือไง ก็ตั้ง ๔๐ กว่าปีแล้วนี่ ตั้งแต่ ๒๔๙๙ เราจำพรรษาที่นี่ ถึง ๒๕๔๔ ก็เป็น ๔๖ ปีที่สร้างวัด ปี ๙๘ จำที่จันทบุรี ๙๙ มาจำที่นี่ตั้งแต่นั้นมาสัตว์ก็แพร่หลายละซี อย่างไก่ป่าก็มีพวกทางหนึ่งอยู่ทางครัว อีกพวกหนึ่งอยู่ทางกุฏิพระ พอได้ยินเสียงทางนี้ขัน ทางโน้นก็ยกพวกมาตี อ้าว ทางนี้ได้ยินเสียงทางโน้นขัน ก็ยกพวกไปตีเหมือนกัน ทีแรกมันมีสองพวก ครั้นต่อมามันก็ค่อยแพร่หลายไป ๆ มันก็เลยกระจายไป แล้วเขายังเอาไก่บ้านมาโยนที่หน้าวัดอีก เลยมาประสมกัน ไก่ป่าล้วน ๆ ก็เลยกลายเป็นไก่บ้านไป พอถึงขั้นที่สามก็เลื่อนยศจากไก่บ้านเป็นไก่บ้าไปหมดวัดเลย ไม่รู้จักกลัวจักอะไร เต็มหมดเลย กระรอก ไก่ มาก กระแตไม่ค่อยมีมากนัก เริ่มแรกที่สร้างวัดมากนะ งูแหละกิน พวกแมวพวกงู เราจึงได้เข้มงวดกวดขันเรื่องแมวไม่ให้เข้าเลย สัตว์ในวัดก็ค่อยแพร่หลาย ไม่ให้เข้าเลยแหละ บกพร่องตรงไหนแก้ตรงนั้น ๆ รอบวัด ไม่ให้เข้า

แมวในบ้านกลางคืนมาหากิน กินเสร็จแล้วมันกลับไปบ้าน ค้นหาดูกลางวันไม่มี ๆ มันกินอิ่มแล้วมันกลับไปบ้าน พอกลางคืนก็มา โน่นตอนทราบได้ชัดเจน พวก ต.ช.ด.เขาอยู่ข้างนอก มันมาจากบ้านโดยแท้ เจอข้างนอกก็ไล่ใส่ตาข่ายจับไปปล่อย ปล่อยแบบเนรเทศทั้งนั้นไม่ได้ปล่อยธรรมดานะ ปล่อยแบบเนรเทศ พอจับได้ พวกลูกศิษย์ลูกหาเขามาจากจังหวัดต่าง ๆ มาวัด เวลาเขาไปก็ฝากผู้ต้องหาไปกับเขา พวกแมว เขาอยู่จังหวัดไหนเขาก็เอาไป ใส่ถุงไป ไปถึงโน้นเขาก็ปล่อยที่จังหวัดเขา บางตัวก็หนองคายบ้าง เลยบ้าง สกลนครบ้าง ร้อยเอ็ดบ้าง สารคามบ้าง อุบลบ้าง โคราชบ้าง ปล่อยแมว เนรเทศเลย ไปกับเขา เราบอกอย่าไปปล่อยตามป่าจริง ๆ นะมันหากินลำบาก ให้ไปปล่อยที่ใกล้เคียงกับบ้านเขา คือมันจะได้อาศัยกินในบ้านเขา ปล่อยก็สั่งเสียเรียบร้อย

เดี๋ยวนี้มันก็มาอยู่มาหน้าวัด เขามีข่ายเก็บไว้ พอเห็นเขาก็ดักไล่ใส่ข่าย ติดข่าย โฮ้ แมวเยอะ ทางบ้านตาดมีเยอะแมว จับได้ตัวไหนเป็นอันว่าไม่ได้กลับบ้านแหละ จับได้ตัวไหนต้องเนรเทศทั้งนั้น ถูกเนรเทศทั้งนั้น ที่ปล่อยใกล้กว่าเพื่อนก็ดูเหมือนจะเป็นตัวหนึ่งที่เป็นเรื่องราว ท่านสิงห์ทอง พระขี้ดื้อ ท่านสิงห์ทองมาวัดนี้พอดีกับที่เราจะไปหนองบัวบาน ไปกราบหลวงปู่อ่อน หนองบัวบาน ทีนี้พอดีจับแมวได้ตัวหนึ่งใส่ในลังติดรถไป พอจะเข้าหนองบัวบานก็ไปปล่อยข้างบ้านหนองบัวบาน คือข้างบ้านนั้นเป็นวัดทางด้านโน้น ฟากบ้านทางนี้ก็ปล่อยแมว

บริเวณที่จะปล่อยแมวเขากำลังขุดไร่ขุดสวนกันอึกทึกอยู่นั้น ไปถึงที่นั่นเป็นป่าละเมาะเล็ก ๆ ใกล้ ๆ กับบ้านเขา ปล่อยให้มันหากินในบ้านนี้แหละ พอจอดรถกึ๊ก พวกนั้นเขาขุดไร่ขุดสวนเขาอยู่ข้าง ๆ ทาง ต่างคนต่างหยุดเพราะรถไปจอดผิดปรกติ มีพระด้วย แล้วเขาก็มองเห็นเราด้วย เขาก็ยิ่งตื่นเต้น ต่างคนต่างยืนเป็นแถว ระวังนะ ท่านสิงห์ทอง ให้พากันเตรียมตัวนะจะเอาผู้ต้องหามาปล่อยนี่ คึกคักตื่น คือระยะนั้นมีผู้ต้องหาพวกคอมมิวนิสต์ จะเอาผู้ต้องหาปล่อยที่นี่ ระวังนะแถวนี้น่ะ เขาก็ยิ่งตื่นเนื้อตื่นตัว หือ ผู้ต้องหาอยู่ไหน อยู่ในรถนั่นแหละ ไหนไม่เห็นตัวผู้ต้องหา อ๋อ ผู้ต้องหามันเป็นนักโทษจะมาเปิดเผยได้หรือ

ความจริงแมวอยู่ในกรงมองไม่เห็น เขาก็มองหาคนล่ะซีเขาไม่ได้มองหาแมว พอยกลังออกมา ไหนผู้ต้องหา นี่ ทำไมผู้ต้องหาเป็นอย่างนี้ เขาเปิดผ้าออกดู ทำไมจึงเรียกผู้ต้องหา ก็มันขโมยกินสัตว์ในวัดเราแหลกหมดแล้ว จะไม่เรียกผู้ต้องหาได้ยังไง พอปล่อยก็วิ่งเข้าป่า พวกนั้นหัวเราะกันลั่นเอาผู้ต้องหามาปล่อย สุดท้ายเป็นแมว เขามองดูคนพวกคอมมิวนิสต์มิวแนส เขาไม่ได้มองดูว่าเป็นแมวนะ นี่ปล่อยใกล้กว่าเพื่อนตัวนี้ หนองบัวบาน นอกนั้นมีแต่เนรเทศทั้งนั้น เวลานี้ดูจะไม่มีนะ เราก็สอบถาม ต.ช.ด.อยู่บ่อย ๆ นาน ๆ มาทีนึงเขาว่า แต่ก่อน โหย มันมาเหมือนสัตว์ทั้งหลาย ทีละสองตัวสามตัว มาตามถนนบ้าง มาตามท้องนาบ้าง มาได้ทุกแห่ง ระยะนี้ไม่ค่อยมา พวกที่มานี้ส่วนมากถูกจับเอาแหละ เวลาทำอันนี้แล้วมันก็เข้าไม่ได้ก็ค่อยจางไป

เราสงวนสัตว์ในวัดเราไม่ให้อะไรมาทำลายได้นะ นกยูงก็ดูเหมือนมี ๔-๕ ตัวมัง มันมาเอง ตัวหนึ่งบินมาจากทางโน้นลงนี้เลย ตัวผู้ มันเชื่องมาก ไม่สนใจกับคน เราเดินจงกรมเขาก็หากินเฉยไม่สนใจกับเรา ยิ่งเชื่องกว่าไก่อีกนะ ไก่ยังมีลักษณะกลัวหลบนั้นหลบนี้ อันนี้เฉยเลย ไม่สนใจจริง ๆ เฉยเลย มาเท่าไรก็ไปแบบเขาเลย งุ่มง่าม ๆ ไป ไม่มีลักษณะระเวียงระวังเลยกับเรา พอพูดถึงนี้ก็ระลึกถึงกระต่าย เมื่อเช้านี้เกือบเหยียบหัวกระต่าย เราเดินจงกรมอยู่มืด ๆ ตีสาม มันขัดปวดอะไรนี้เลยลงเดินจงกรมแต่ตีสาม เดินมืด ๆ ก็เราเคยเดินอย่างนั้น เราเดินก็ไม่ได้ระเวียงระวังอะไร ปุ๊บปั๊บมานี่เลย มึงมาอะไร ให้หนีไม่หนี ปุ๊บปั๊บมาขวางหน้า เอาตีนเขี่ยมันก็หลบมานี้ แล้วเราก็เดินไป สักเดี๋ยวปุ๊บปั๊บมาอีก จะเหยียบมันหลายหนเมื่อเช้านี้

กระต่ายตัวนี้มันจึงเป็นเรื่องมาหยอกกับเราน่ะ อยู่ ๆ มันมาขวางหน้า เดินไปก็เหยียบเอาล่ะซี ไล่ก็ลงไปข้าง ๆ นี่เสียจะไปไหนก็ไม่ไป เราก็เดินไป สักเดี๋ยวมาทางนี้อีก หลบนั้นหลบนี้อยู่นั้น เวลากลางคืนถึงได้เห็นกระต่ายเยอะนะ กลางคืนมันออกเที่ยว เดี๋ยวตัวนั้นมาเดี๋ยวตัวนี้มาอยู่ในทางจงกรมเรา มันมาอยู่เรื่อย ๆ เมื่อเช้านี้ก็เจอ ๒ ตัว ตัวหนึ่งขาวเห็นชัด ตัวหนึ่งไม่ขาว ตัวที่ไม่ขาวไม่ค่อยดื้อนัก ตัวขาวนี่มันดื้อน่ะ มันจะมาเล่นกับเรา กลัวเหยียบหัวมันซีเราเดินจงกรม

มาก็เหนื่อย เปลี่ยนอิริยาบถยังไม่ถึงที่ นั่นเห็นไหม ไปหลายวันไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถเสมอ มันก็ขัดข้องอยู่ในธาตุขันธ์ เมื่อวานนี้เปลี่ยนตลอด พอมาถึงก็เข้าทางจงกรมเลย เดินจนชั่วโมงกว่ากลับเข้ามาพัก ให้พระนวดเส้นให้มันปวดมาก จากนั้นตอน ๓ ทุ่มกว่าก็เริ่มอีกแล้ว มันขัดมันปวด พอตี ๓ ต้องลงอีกฟาดเสียจนร่วมตี ๕ มั้ง มันยังไม่อ่อนไม่นิ่มก็เดินอยู่นั่นแหละ พอเข้าไปไม่นานมันก็สว่าง ตอนเช้าจึงเดินไปดูต้นไม้ที่เขาเอามาปลูก ไม้อะไรมากมายไม้อย่างนี้ไม่มีแถวนี้นะ ต้นลิ้นจี่เยอะปลูกเป็นแถวจนจะเต็มวัดแล้ว เงาะก็มี มีหลายประเภท มันผิดหูผิดตามาก มันยังไงกัน เราไป ๑๖-๑๗ วันทำไมมันเต็มไปหมดหน้าวัด มายังไงกันนักหนา พระเหล่านี้มันจะตั้งตัวเป็นโจรหรือ ไล่เบี้ยเอากับพระ ว่า ดร.วินัย ส่งมาจากเชียงใหม่ ที่เอามาปลูกนี้ เรื่องก็เลยผ่านไป ไม่งั้นจะเอาจริง ๆ นะ อ้าว พวกนี้เป็นมหาโจร พอหัวหน้าออกจากวัดมันจะบุกวัดให้แหลกหรือนี่

ฟังว่า ดร.วินัย ส่งมาจากเชียงใหม่ คงเอารถใหญ่บรรทุกมา คันหนึ่งคงไม่พอ เพราะต้นไม้เต็มวัดเลยแสดงว่าหลายคันรถ มันจะขึ้นดีเหรอ เพราะดินเปลี่ยนใหม่ดินถมใหม่ด้วยมันไม่มีปุ๋ย ก็ต้องอาศัยแกลบ เขาเทแกลบแล้วเอารถไถกระจายให้ทั่วถึง อาจจะเป็นอันนี้กระมังที่จะเป็นปุ๋ยมันต่อไป เมื่อเช้านี้เดินไปดูจนกระทั่งจวนเวลาพระบิณฑบาตกลับมาเราก็เลยเข้ามา ถ้ามีปุ๋ยมันก็จะดี ก็มันไม่เหมือนดินเชียงใหม่ละซี มันจะขึ้นหรือไม่ขึ้นเราก็ไม่ได้แน่ใจกับมัน ปลูกแล้วก็ไว้อย่างนั้นละ ต่อไปพระก็จะได้ปลูกกุฏิ กระต๊อบ ตามแถวนั้น พอกั้นกำแพงเสร็จเรียบร้อยก็ไม่มีปัญหา ทางเข้าก็มีทางเดียว พระจะอยู่ที่ไหนก็ได้ทางด้านนั้นสะดวกสบาย พระนี่แน่นขึ้นทุกวัน อย่างเมื่อเช้าที่มาฉันนี้ก็ ๕๓ นั่นฟังซิ ที่ไม่มาก็เยอะนะ

แต่ละวัน ๆ พระน้อยเมื่อไรที่ไม่มาฉัน เป็นประจำ ๆ พวกที่จรมานี้ก็มาเรื่อยเข้าเรื่อยออกเรื่อย เมื่อเช้านี้ก็ ๕๓ ไม่ใช่เล่นนะ พอสาย ๆ หน่อยใครอยากไปป่าแก้วก็ไปนะ เราอยากไปเมื่อไรเราก็ไปของเรา วัดป่าแก้ว เราเทศน์เวลาบ่าย ๒ โมง เราอยากไปเมื่อไรเราก็ไปของเรา ใครอยากไปก็ไป เทศน์แล้วกลับมาไม่ค้างเพราะไม่ไกล จากวัดป่าแก้วมานี้ชั่วโมงพอดี เราเคยไปมาแล้ว ชั่วโมงหนึ่งพอดีเลย

เมื่อเช้านี้ไปเที่ยวดูวัดไปดูที่ใหม่เขาทำกันยังไง จึงไปเจอต้นไม้มาก ๆ ทางนี้เขาก็กำลังตกแต่งข้าง ๆ คลอง นี่ละเขาเรียกว่าห้วยหมากแข้ง ที่ผ่านตัวเมืองอุดรเป็นห้วยอันนี้เอง เขาเรียกห้วยหมากแข้ง ๆ ผ่านไปนี้ก็ลงเขื่อนบ้านจั่น จากเขื่อนบ้านจั่นก็ตัดเข้าไปในตัวอุดรเลย ที่คลองตามเมืองอุดร นั้นละคือห้วยหมากแข้ง นี้เขากำลังเอารถตบแต่งดินไม่ให้น้ำไหลข้ามเข้ามา

เราเห็นบรรดาพระเจ้าพระสงฆ์ซึ่งเป็นหัวหน้าประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ ออกช่วยบ้านช่วยเมืองนี้เรารู้สึกชุ่มเย็น เพราะตามธรรมดาแล้วสิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นพระก่อนอื่น เป็นผู้นำของประชาชน เพราะเป็นงานของชาติของศาสนา ประชาชนเขาก็เป็นความอบอุ่นกับพระอยู่ในที่นั้น ๆ พระก็ควรจะให้ความอบอุ่นแก่ประชาชนด้วยการช่วยชาติบ้านเมือง เป็นผู้ชักนำหรือชักจูงเขา เพื่อเขาจะมีทางเดิน ต้องอาศัยหัวหน้า ๆ เป็นสำคัญ สำหรับเราเองไม่ได้เกี่ยวกับใคร ให้เป็นเรื่องของแต่ละคน ๆ คิดเองเรื่องอย่างนี้ บรรดาพระเจ้าพระสงฆ์เราคิดเอง ตั้งแต่ผู้ใหญ่ลงมาจนกระทั่งผู้น้อยเป็นความชอบธรรมทั้งนั้น ถ้าผู้ใหญ่คิดอุบายวิธีการที่จะช่วยชาติบ้านเมือง ซึ่งเป็นเวลาคับขันเช่นนี้แล้ว รู้สึกว่าเราพอใจมาก แต่การพูดการจากันนั้นก็ขัดข้องไปอีกทางหนึ่ง ให้เป็นไปตามอัธยาศัยของผู้คิดผู้ทำผู้ริเริ่มขึ้นมาเอง นั้นละเป็นความเหมาะสม

อย่างเรา ๆ ก็ทำของเรา เราไม่ได้ยกตนข่มท่าน เพราะธรรมเป็นธรรม จะยกตนข่มท่านไม่ได้เลย ผิดธรรม ไม่ว่าตำหนิ ไม่ว่าชมเชย ต้องให้ถูกธรรมทั้งนั้นจึงเรียกว่าธรรมสอนโลก นี่เราก็เริ่มเห็นพระสงฆ์เรากระจัดกระจายกันช่วยชาติบ้านเมืองหลายแห่งหลายหน เราก็รู้สึกปลื้มปีติด้วย สมกับเจตนาหรือความรู้สึกของเรามีไว้แล้วแต่ดั้งเดิมเกี่ยวกับเป็นผู้นำ ๆ ถ้าได้พระสงฆ์เราเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง ๆ ในที่ทั่ว ๆ ไปนับแต่ผู้ใหญ่ลงมา จะฟื้นขึ้นมามากยิ่งกว่านี้นะ สมบัติเงินทองข้าวของจิตใจของประชาชนก็จะฟื้นตัวขึ้นมาตามพระที่ท่านนำในทางที่ถูกที่ดีอย่างนี้ แต่นี้ก็ต้องเป็นอัธยาศัยของพระแต่ละองค์ ของพระแต่ละวัด ตั้งแต่ผู้ใหญ่ลงมาหาผู้น้อย เป็นเรื่องที่ควรจะคิดได้เอง เพราะไม่ใช่เป็นเรื่องละเอียดลอออะไร คิดได้ทั้งนั้นถ้าต่างคนต่างคิดอย่างนี้แล้ว บ้านเมืองของเราทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้นไปตาม ๆ กัน

แต่ถ้าจิตมันมั่วสุมอยู่แต่ในมูตรในคูถในส้วมในถานแล้ว จะแยกตัวออกมาคิดอย่างนี้ก็ลำบากเหมือนกันนะ นี่ก็ไม่ตำหนิใคร ถ้าจิตวุ่นวายส่ายแส่วุ่นไปกับสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ส่วนที่เป็นธรรมไม่สนใจ มันก็ทำอย่างนี้ไม่ได้ เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นธรรม มันก็ต้องเป็นอยู่ตามสภาพของมันนั้นแหละ มันจึงลำบากนะ พี่น้องชาวไทยเราอาศัยพุทธศาสนา พุทธศาสนาอาศัยพระเป็นรากเป็นฐานตามบ้านตามเรือนต่าง ๆ ดังที่เราเห็นในที่ทั่ว ๆ ไป ปลูกบ้านปลูกเรือนที่ไหนเขาต้องสร้างวัดขึ้นมา บ้านเล็กบ้านน้อยก็มีวัดเป็นอย่างนั้นประจำมา อยู่ในป่าก็ยังมีวัด ก็เพื่อกราบไหว้บูชาทำบุญให้ทานเป็นที่อบอุ่นของเขาเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วพระเราก็เรียกว่าเป็นผู้นำตลอดมา ก็ควรจะได้คิดอ่านอย่างนี้ ช่วยกันตามกำลังความสามารถ บ้านเมืองของเราก็จะมีความอบอุ่น คือประชาชนก็อบอุ่น เพราะพระเป็นผู้ใฝ่ใจในประโยชน์แก่โลกแก่สงสารร่วมกันกับประชาชน

เช่นอย่างการช่วยชาติบ้านเมืองอย่างนี้ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งถ้าพูดตามหลักธรรมชาติตามหลักธรรมแล้ว คำว่าจำเป็นคือจะต้องเกี่ยวข้องเป็นหัวหน้า หัวหน้านั้นก็คือศาสนาได้แก่พระ เป็นความชอบธรรมในการช่วยโลกช่วยสงสาร ไม่ได้ผิดเพี้ยนแต่ประการใดเลย ดังที่พวกเปรตมันมีมาก่อนแล้วแหละ เราออกช่วยบ้านช่วยเมืองก็มาคัดค้าน ทำไมไปทำไม่ใช่กิจของสงฆ์ ฟังซิน่ะ มันเป็นเจ้าคัมภีร์ใหญ่ ไปทำอะไรอย่างนั้นไม่ใช่กิจของสงฆ์ ทางนี้มันก็สวนหมัดละซี อย่างนั้นละถ้าต่อยมามันสวนทันทีนะ ถ้าช่วยบ้านช่วยเมืองนี้ว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ แล้วอะไรล่ะเป็นกิจของสงฆ์น่ะ

หนังสือพิมพ์หนังสือเพลินนั้นเหรอ วิทยุเหรอ วิดีโอ โทรทัศน์นั่นเหรอ โทรศัพท์มือถือนั่นเหรอ เป็นกิจของสงฆ์น่ะ นั่นเห็นไหมล่ะมันสวน สิ่งอย่างนี้มันเป็นบ้ามันไปสนใจหาอะไร มันไม่ใช่กิจของสงฆ์ เป็นข้าศึกของพระร้อยเปอร์เซ็นต์ ๆ ไปเลยทำไมไม่คิด แต่เวลาเราออกช่วยโลกช่วยสงสารไม่มีการกระทบกระเทือนความเสียหายแต่อย่างใดเลย พระบาลีพระพุทธเจ้าก็อ้างมาแล้ว พระพุทธเจ้าทรงดำเนินมาก่อน มหาการุณิโก นาโถ หิตาย สพฺพปาณินํ นี่เรายกมาย่อ ๆ พระพุทธเจ้าเป็นพระเมตตามหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ทำประโยชน์แก่สัตว์โลกทั้งหลายนี้หาประมาณไม่ได้ นี่บาลีแปลออกมา นี่ไม่ใช่กิจของสงฆ์ กิจของใคร ใครเป็นคนบัญญัติแสดงธรรมอันนี้ แล้วใครเป็นผู้ดำเนินมาก่อน ที่ทำประโยชน์ให้โลกตั้งแต่ตรัสรู้แล้วสั่งสอนสัตว์โลกรื้อขนสัตว์โลก ที่จะช่วยแบ่งหนักแบ่งเบากันได้ที่ตรงไหนพระองค์ก็ช่วยที่ว่า หิตาย สพฺพปาณินํ คือพระองค์ทรงทำประโยชน์แก่โลกหาประมาณไม่ได้เลย

นี่ละงานของศาสดาเป็นอย่างนั้น แล้วทำไมเราจะมาอวดดีอวดเก่งกว่าศาสดา ว่างานอย่างนี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์ แล้วกิจของสงฆ์แท้คืออะไร มันก็ย้อนกันละซิที่นี่ เราไม่ทราบนะว่ากิจของสงฆ์คืออะไร ก็ใส่เข้าไปตรงนั้นละซิ หนังสือพิมพ์-หนังสือเพลิน,วิทยุเทวทัต วิดีโอ,โทรศัพท์มือถือนั้นหรือเป็นกิจของสงฆ์น่ะ ถึงได้สนใจเอาหนักหนา กุฏิหลังหนึ่ง ๆ ไม่ทราบว่ากี่ชิ้นกี่อันจนเจ้าของเข้าไปนอนไม่ได้ เต็มอยู่แต่กิจของสงฆ์เหล่านี้ทั้งนั้น นั่นบทจะเอา เห็นไหมล่ะ ตอบได้ยังไง คัมภีร์ด้วยกัน คัมภีร์เดียวกัน พอตอบมาปั๊บก็เอาอีกสองหมัดสามหมัดเข้าไปมันตายเลยว่ายังไง ความถูกต้องมันไม่สนใจ แต่ความผิดมันหน้าด้านทำกันอย่างนั้น นี่ซิมันถึงดูไม่ได้ ศาสนาจะมีเหลือที่ไหนเวลานี้น่ะ นี่เราเอาธรรมมาพูด เราเองก็อยู่ใต้วงแห่งธรรม ขอบข่ายของธรรม ผิดถูกเรายอมรับตัวของเราเสมอ

เราไม่ถือว่าเราดีเราเด่นกว่าผู้ใด แต่ยกธรรมะที่ถูกต้องแม่นยำเพื่อเป็นประโยชน์แก่โลกมาสอน เพื่อให้โลกได้รับเป็นคติอันดีงามแล้วประพฤติปฏิบัติต่างหาก เราไม่ได้พูดเพื่อความโอ้อวดแล้วเหยียบย่ำทำลายผู้หนึ่งผู้ใด ในฐานะที่เราก็เป็นพระสงฆ์ประกาศศาสนามาตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าจนกระทั่งบัดนี้ สงฆํ สรณํ คจฺฉามิ เป็นผู้ประกาศพระศาสนาแทนองค์ศาสดาเรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้ทำไมเราจะพูดไม่ได้ สอนไม่ได้สอนคน เลวลงทุกวัน ๆ โอ๊ย.น่าทุเรศจริง ๆ บวชเข้ามาแทนที่จะมาส่งเสริมศาสนาให้เจริญรุ่งเรือง บวชเข้ามากลับเอาฟืนเอาไฟเข้ามาเผาตลอด ๆ บวชเข้ามามากเท่าไรยิ่งสร้างความเลวมาก เป็นฟืนเป็นไฟเผาบ้านเผาเมืองทั้งชาติทั้งศาสนาไปพร้อม ๆ กัน มันเป็นอย่างนี้นะ เดี๋ยวนี้มันตรงกันข้ามแล้วนะ

บวชเข้ามาก็เอาธรรมะเป็นเขียงเหยียบขึ้นละซิ เอาธรรมะเข้ามา แล้ววิชาทางโลก,วิชากิเลส,วิชาส้วม,วิชาถาน มันก็ขึ้นเหยียบแหลกไปหมดเลย ธรรมะไม่มีความหมาย เป็นเขียงรองเหยียบขึ้นของส้วมของถานคือวิชาของโลก ภาษาศาสนาท่านว่า ติรัจฉานวิชา วิชาของสัตว์ แปลออกเป็นอย่างนั้น ติรัจฉานวิชา วิชาของสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานกับโลกทั้งหลายเป็นคลังกิเลสด้วยกันรวมเข้าหาสัตว์เดรัจฉานได้เลย นั่นหลักธรรมของท่านมีอยู่ ท่านไม่ได้มาเกี่ยว วิชาทางโลกเป็นโลกไป วิชาทางธรรมเป็นธรรมไป ไม่ให้คละเคล้ากันเพราะเป็นข้าศึกของกันและกัน ถ้าวิชาทางโลกเข้ามาคละเคล้า โลกนี่พูดย่อม ๆ นะ ติรัจฉานวิชานี่พูดเต็มบทเต็มบาทของบาลี วิชาของคลังกิเลสของตัวสกปรกท่านจึงเรียกว่าเดรัจฉาน

เมื่อเอาอันนี้เข้ามาเมื่อไรมันก็เหยียบทันทีเลย เหยียบวิชาทางธรรม ทางธรรมที่เรียนมาแล้วเพื่ออรรถเพื่อธรรมเพื่อผลประโยชน์แก่ตนและส่วนรวม ล้มเหลวไปหมด ก็มีแต่วิชาของกิเลสความเห็นแก่ได้เห็นแก่เอา เห็นแก่ร่ำแก่รวย เห็นแก่ยศถาบรรดาศักดิ์ มันก็เหยียบกันละซิที่นี่ เข้าไปหาธรรมเหยียบธรรม ธรรมไม่มีความหมาย เรียนชั้นไหนก็เรียนเถอะ ไม่ได้สนใจปฏิบัติแล้วไม่มีความหมายทั้งนั้นธรรมก็ดี เพชรก็เพชร พลอยก็พลอย ที่มาวางอยู่นี้เกิดประโยชน์อะไร ถ้าไม่เอาไปทำประโยชน์ก็ไม่เกิด นี้ธรรมก็เป็นธรรม เลิศเลอมาแต่ไหนแต่ไร ใครไม่ยึดมาปฏิบัติก็ไม่มีความหมายอะไรเช่นเดียวกัน

เรียนธรรมเดี๋ยวนี้เรียนอย่างนั้นนะ ไปดูเอาเราพูดอย่างจัง ๆ อย่างนี้ละ เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู รู้ด้วยใจทุกอย่าง เรียนผ่านมาด้วยกัน ทำไมจะไม่รู้ จะมาโกหกกันได้เหรอ แต่ก่อนตั้งแต่สมัยเราย้อนหลังนี้เห็นได้ชัด ๆ ไม่มีวิชาทางโลกเข้าไปเกี่ยวข้องกับศาสนาเลยกับพระนะไม่มี เรียนวิชาไหนชั้นไหนเป็นวิชาชั้นนั้นล้วน ๆ วิชาทางโลก แม้แต่เด็กเขามาเป็นลูกศิษย์พระอยู่ในวัดในวา เต็มไปหมดนั่นแหละวัดไหนก็ดี เขาเรียนอยู่โรงเรียน เขามาอาศัยพระเป็นลูกศิษย์พระ พ่อ-แม่มาฝากไว้กับพระเจ้าพระสงฆ์ ตอนเช้าเขาก็ไปโรงเรียน เขาก็ไปเรียนหนังสือทางโน้น เขาไม่ได้มาเกี่ยวกับพระนะ วิชาของเขาไม่ได้เข้ามาคละเคล้ากับพระ พระก็เรียนวิชาของพระล้วน ๆ อยู่อย่างนี้ตลอดมา

จากนั้นมาก็คืบคลานเข้ามาแล้วนะ ทางนี้ก็คืบคลานออกไป ก็ลากเข้ามาก็มาเผาละซิ ตั้งเป็นวิชาทางโลกทางสงสารแทรกเข้าในศาสนา สุดท้ายก็ตั้งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้นมา มหาวิทยาลัยสงฆ์ไปดูซิมันมีวิชาอะไรบ้าง โกหกกันได้เหรอ ยังทางธรรมนิดหน่อย นอกนั้นมีแต่เรื่องโลกเรื่องสงสาร วิชาทางนู้นทางนี้เข้ามา เอาฆราวาสเข้ามาสอนพระอยู่ในวัด พระก็เรียนวิชาธรรมะเพื่อเป็นฆราวาส สับสนปนเปกัน ทีนี้เรียนมากเท่าไรก็ยิ่งเลอะยิ่งเทอะไปหมดนะ นี่เห็นไหมวิชาทางโลกเข้าไปแทรกศาสนา แต่ก่อนไม่มี เลยตั้งเป็นโก้ ๆ มหาวิทยาลัยสงฆ์ ให้ทันสมัย ทันอะไรวิ่งตามกิเลสไม่รู้ตัว เรียนมากเท่าไรยิ่งเลอะยิ่งเทอะ บาป-บุญไม่สนใจ หน้าด้านคือพวกที่เรียนวิชาทางโลกแทรกศาสนา เรียนมากเท่าไรยิ่งไปใหญ่ เรียนธรรมจริง ๆ ไม่สนใจกับโลก ไม่เป็น ถ้าเรียนธรรมจริง ๆ มันจะรู้อันนี้ขาวอันนี้ดำ คละเคล้ากันหมดแล้วมันจะรู้ว่าขาวว่าดำอะไร นอกจากพูดได้คำเดียวว่า หลังหมีเท่านั้นเอง หลังหมีดำ

ตั้งโก้ ๆ กันไว้นะ มันอดคิดไม่ได้ ใครจะเอาคอหลวงตาไปตัดก็ไปตัดได้ถ้าหลวงตาพูดผิดไป ผู้ทำทำผิดหรือผู้พูดนี้ผิดเอามาวัดกันเดี๋ยวนี้ เอาหลักฐานพยานเข้ามายืนยันกัน สถานที่ต่าง ๆ ที่ใหญ่ ๆ โต ๆ มีชื่อมีเสียง ทันสมัยเช่น มหาวิทยาลัยสงฆ์ไปดูซิมหาวิทยาลัยสงฆ์มีอะไร มีแต่วิชาทางโลก เอาครูเอาอาจารย์ฆราวาสเข้ามาสอนพระเต็มไปหมด พระก็อ้าปากอยู่ตลอดเวลาไม่ได้สนใจกับอรรถกับธรรม เรียนแล้วก็เพื่อจะสึกออกไปอย่างนั้นละ ความหมายว่าอย่างนั้นจะเป็นอะไร ไปเรียนที่ไหนก็เรียนซิ เรียนทางโลกก็เรียนไป เรียนทางธรรมก็เรียนไป ให้เป็นคนละแผนกคนละประเภทซิ แยกไปปฏิบัติยังไงก็ได้ อย่าเอาเข้ามาคละเคล้าในจุดใหญ่ซึ่งจะเป็นความเสียหายแก่คนจำนวนมากที่เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นจะเสียหายไปตาม ๆ กันหมด นั่นมันเสียตรงนี้อีกนะ ใครเรียนที่ไหนก็เรียนไป โดยเฉพาะเจ้าของก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อย่าเอามาคละเคล้าของดิบของดีคือศาสนา

อย่างที่ท่านเรียนมา พระพุทธเจ้ามีเดรัจฉานวิชาที่ไหน พระพุทธเจ้าเป็นผู้ปัดเองนี่ เดรัจฉานวิชา ท่านไม่ให้มายุ่งนะ ท่านกันเอาไว้ตั้งแต่โน้นมาแล้วนะ ไม่ใช่มาอุตริพูดเวลานี้นะ อะไรเป็นเดรัจฉานวิชาท่านให้ปัดออก ๆ หมด ท่านไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับธรรม มีมาดั้งเดิม จนกระทั่งสมัยที่เราเรียนหนังสือนี้ก็มีเต็มสัดเต็มส่วนอยู่ดั้งเดิมนะ วิชาทางโลกไม่เข้ามาแผงได้เลย วิชาทางธรรมเป็นธรรม โลกเป็นโลก แล้วต่อมาก็ตั้งเป็นนั้นเป็นนี้ขึ้นมา เรื่อยขึ้นมา เลยเลอะ ๆ เทอะ ๆ ไปหมด มันเจริญ ๆ อะไร เจริญแต่ส้วมแต่ถานทั้งนั้น เรื่องอรรถเรื่องธรรมไม่มีทางจะเจริญในหัวใจคนผู้สนใจในส้วมในถานตามหลักวิชาประเภทเหล่านี้นะ ไม่มีว่างั้นเลย ตัดขาดกันเลยก็ได้

ไม่ได้สนใจกับอรรถกับธรรม บวชเข้ามาก็ได้อาศัยชาวบ้านเขากินวันหนึ่ง ๆ เรียนวิชาเป็นของตัวเพื่อจะโดดออกไปเท่านั้นเอง หลักใหญ่มันเป็นอย่างนั้นจะให้ว่ายังไง ถ้าเรียนธรรมเป็นธรรม ตั้งหน้าตั้งตาเรียนมีหิริโอตตัปปะ มีความละอายต่อบาป ต่อกรรม ประพฤติตัวเป็นศีลเป็นธรรม อย่างนั้นเราไม่ว่าคนประเภทนั้น แต่ส่วนมากมีตั้งแต่ที่อย่างที่ว่าที่ตำหนิอยู่เวลานี้น่ะ ผู้ที่ท่านเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ท่านไม่เข้าไปเกี่ยว ท่านไม่เข้าไปยุ่ง วิชาเหล่านี้มันก็มีมาดั้งเดิม แต่ไม่เอาเข้ามายุ่งกันมันก็ไม่เป็นไฟเผากัน ถ้าเอาเข้ามายุ่งเมื่อไรก็เผากันเมื่อนั้น เช่นอย่างไฟกับฟืน ไฟทิ้งไว้นั้น ฟืนทิ้งไว้นี้ น้ำมันแม้จะเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงก็ตาม ไฟอยู่นั้นมันก็ไม่ติดกัน ก็ไม่เผากัน ถ้าเอาเข้ามาคละเคล้ากันเมื่อไรขึ้นเป็นเปลวเลยเช่นไหมล่ะ ไหม้ไปหมดทั้งโลก อันนี้วิชาทางโลกกับทางธรรมมันก็แบบเดียวกัน โลกเป็นโลก ธรรมเป็นธรรม ต่างคนต่างก้าวเดิน แน่ะ มันก็เป็นประโยชน์ของมันอย่างนั้น เอาเข้ามาคละเคล้ากันเมื่อไรก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ เห็นไหมพวกหน้าด้านที่มันเป็นอยู่เวลานี้ แหมเราสลดสังเวชนะคราวนี้

อ้าว.พี่น้องทั้งหลายเอาคอหลวงตาเป็นประกัน ตัดคอเลยถ้าหลวงตาพูดผิดจากอรรถจากธรรม ไม่ว่าจะตำหนิไม่ว่าจะชม เราเกิดมาบวชมานานแล้วเราไม่เคยเห็นพระหน้าด้านอย่างที่เป็นอยู่เวลานี้ แหมด้านจริง ๆ นะ พิลึกพิลั่น มีแต่เรียนสูง ๆ มันสูงตั้งแต่ชื่อแต่นามแต่ทิฐิมานะ ความอวดรู้อวดฉลาด หลงยศหลงลาภ หลงความร่ำความรวย หลวงอำนาจบาตรหลวงใหญ่โตเท่านั้นแหละ เห็นไหมวิชานี้มันไปมันไปอย่างนั้นนะ ถ้าวิชาธรรมแล้วไม่ไป วิชาโลกนี้มันสร้างความเลวร้าย เวลานี้ประเทศไทยร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ เรายังวิตกวิจารณ์กลัวสังฆเภทจะกระจายขึ้นมา เป็นครั้งที่สอง ก็รู้กันอยู่นี้พวกนี้ไม่รู้ได้ยังไง รู้แท้ ๆ แต่ความลามกจกเปรตความต่ำช้าเลวทรามของจิตใจมันไม่หมุนหาธรรม จะมีแต่เอาตั้งแต่ส้วมแต่ถานโกยขึ้นมากินกันกลืนกันเท่านั้นละ มันถึงได้สร้างความลามากจกเปรตให้โลกทั้งหลายได้เดือดร้อนทั่วประเทศไทยเราเวลานี้ จะไปจากไหน ใครก็รู้เห็นกันทุกคน ๆ

ใครไม่ได้เอาการ์ตูนนี้ไปติดไว้บ้างนะ ไปประกาศทั่วประเทศไทย การ์ตูนนี้เขียนแหมเหมาะสมมากทีเดียว การ์ตูน ครัวนั่นใครยังไม่ทันดูอย่าด่วนกลับไปดูเสียก่อน การ์ตูนเขาเขียนไว้ไม่ต้องถามหาละเราไม่บอก ไปอ่านดูก็รู้กันอยู่นั้นการ์ตูน อดขบขันไม่ได้นะ มีรูปพระด้วยการ์ตูนนั่นนะ รูปพระยื่นหนังสือธรรม นี่ ๆ ๆ ฟัง

ใครทำลายศาสนา นี่ขึ้นต้นการ์ตูน มีรูปนายกรัฐมนตรี อันหนึ่งมีธรรมะ รูปหนึ่งเป็นรูปนายกฯ รูปเด็กที่อยู่หน้านายกฯนั้นเป็นเด็กลูกศิษย์วัด ถือปิ่นโตสองเถา เถาหนึ่งมือซ้าย เถาหนึ่งมือขวา อาจารย์ใหญ่นั้นมือหนึ่งถือธรรมะ ตราธรรมจักร แล้วมือซ้ายถือพัด พัดปลายแหลมเสียด้วยเหมือนพัดหลวงตาบัวอยู่ข้างบน พัดเจ้าฟ้าเจ้าคุณเสียด้วย หลวงตาบัวก็เป็นเจ้าคุณอยู่ข้างบน พัดมันเหมือนกันจึงวัดกันได้ถูกต้อง เพราะเราก็มีพัดเข้าใจไหม พัดข้างนี้เตือนดีเสียด้วย ฟังซิ ติดอยู่หน้าพัดเลยติดอยู่ตรงนี้ ทางนี้เป็นด้านธรรมะมือขวา มือซ้ายยกพัดขึ้นอย่างนี้ เขียนไว้หน้าพัดนั้นว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย ติดอยู่ที่พัดนี่น่ะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อุ๊ย สอนดิบสอนดีนะสะดุดใจเป็นคติได้ดีมาก เอามาบังหน้าอยู่นี้ ทางนี้เป็นธรรมจักร มือซ้ายนี้เป็นพัดแล้วก็ติดหน้าพัดว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย

อันที่สามนี้มือขวาถือใบปลิวโจมตีผู้คัดค้าน แล้วใบปลิวยกย่องพวกเดียวกันว่าศาสนาจะยืนยงจงเชื่ออาตมา แล้วทางซ้ายมือนี้อำนาจผลประโยชน์ พวกบ้ายศ บ้าลาภ บ้าตื่นชื่อตื่นเสียง แล้วบิดเบือนธรรมะ อยู่ในย่ามนี้แสดงเปลวออกไปนี้ เปลวของความโลภความลืมเนื้อลืมตัว ความหลงยศหลงลาภ มันแสดงออกจากย่ามนี่เห็นไหม ย่ามในการ์ตูน แสดงเปลวขึ้นไป เจ้าของยังพูดได้สบายเลยว่า ศาสนาจะยืนยงจงเชื่ออาตมา อู๊ย ฟังแล้วสลดสังเวชนะ เราพูดจริง ๆ เราไม่ได้ตำหนิติเตียนใครด้วยเจตนาที่จะมุ่งร้ายต่อใคร เราเอาความจริงมาพูดเพื่อให้ผู้ต้องการความจริงได้ยึดเป็นคติตัวอย่าง เราบอกว่าเราบวชมานานแล้ว เรายังไม่เคยเห็นพระที่หน้าดื้อหน้าด้านสันดานหยาบที่สุดเหมือนคราวนี้นะ

ธรรมดาพระต้องเป็นผู้นำในทางที่ถูกที่ดีมีศีลมีธรรม พูดออกมาเป็นคำสัตย์คำจริงเชื่อถือได้นั้นเรียกว่าพระ เป็นที่ตายใจของคน นี้ออกมาคำไหนมีต้มแต่ตุ๋นแต่โจมตีคนนี้โจมตีคนนี้ไม่มีชิ้นดีเลย นี้คือกองอันดับหนึ่งที่สร้างความเลวร้ายฟืนไฟต่อชาติต่อศาสนาอยู่เวลานี้ ใครยังไม่ได้ยินให้ฟังเอามาเป็นคติเครื่องสอนตัวเอง อย่าให้เป็นอย่างนี้เข้าใจเหรอ นี้เลวร้ายมากที่สุดเลยเชียว ไม่ยอมฟังเสียงใครมีแต่จะสอดมือเข้าไป หลวมแขนสอดแขน มีแต่จะเอา ๆ ท่าเดียว ทั้งดื้อทั้งด้าน ทั้งลุกลี้ลุกลน ขนแต่ฟืนแต่ไฟเผาไปหมดทุกแห่งทุกหนเวลานี้ นี่ละดูเอา ประจักษ์แล้วเวลานี้กำลังเอากัน เรานี้ทุเรศจริง ๆ

การพูดอย่างนี้เราช่วยชาติบ้านเมืองช่วยโลกช่วยสงสารช่วยศาสนา เราไม่ตั้งหน้าเป็นข้าศึกต่อผู้ใด เราถือธรรม ธรรมเหนือทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการพูดผิดพูดถูกเราจึงพูดได้เต็มคำสัตย์คำจริงตามความถูกต้องหรือไม่ถูกต้องประการใด พูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยกัน เราไม่ได้อยู่ในวงหมากัดกันอย่างนี้เราพูดจริง ๆ เราสอนด้วยเหตุด้วยผลด้วยอรรถด้วยธรรมโดยแท้จริง เราจึงพูดได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นมาอย่างนั้น นี้เลวก็บอกว่าเลว เอาอะไรเป็นเครื่องยืนยัน บวชมาก็เอาตัวพระมายืนยัน พระท่านทำอย่างนี้เหรอ ในคัมภีร์ท่านสอนว่ายังไง ตีเข้ามาจะว่ายังไง ไม่มีคำว่าต้มว่าตุ๋น ว่าหลอกว่าลวง ว่าโจมตีคนนั้นโจมตีคนนี้ไม่มี ในหลักธรรมหลักวินัยในชีวิตของพระผู้บำเพ็ญธรรมไม่มี สิ่งเหล่านี้ไม่มี

แต่นี้มันเป็นห้างร้านใหญ่โตอยู่กับพวกนี้ แห่งความเลวร้ายทั้งหลายเป็นห้างร้านใหญ่โต จะโค่นได้ทั้งชาติทั้งศาสนา ถ้าเจ้าของชาติศาสนานี้นอนใจเมื่อไรจมได้ไม่เป็นอย่างอื่น ด้วยฟืนด้วยไฟกองมหาบรรลัยกัลป์นี้เผาได้ทั้งนั้นแหละ พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ เรานี้ทุเรศจริง ๆ เราไม่เคยเห็น โอ๋ย ชัดเจนมากคราวนี้ พระพุทธเจ้าทั้งองค์ยังจะไปเหยียบย่ำทำลายด้วยการไปถอนวินัยของพระพุทธเจ้าออกมา ตั้งวินัยใหม่เข้าไปเป็นวินัยอำนาจป่าเถื่อนเข้าไป ที่ตั้งเข้าไปนี่จะไปเหยียบหัวพระพุทธเจ้า พี่น้องชาวไทยซึ่งรักศาสนาเป็นหัวใจแล้วมันก็จะถอยยังไง มันก็ต้องต่อต้านกัน นี่ละคือจะไม่ให้เหยียบหัวพระพุทธเจ้าความหมายก็ว่าอย่างนั้นแหละ ที่ขึ้นฮือฮา ๆ เวลานี้นะ ขึ้นจากอันนี้เอง ต้นเหตุมีอย่างนี้

คือจะไปเหยียบพระพุทธเจ้าที่เป็นศาสดาองค์แทนพระองค์ พระวินัยพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้แล้วว่า ธรรมและวินัยนั้นแลจะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลาย แทนเราตถาคตเวลาเราตายไปแล้ว นี่ก็คือศาสดานั่นเอง แล้วก็จะมาเหยียบอันนี้อีก อย่างนี้ใครจะยอมกัน เหยียบเอาอย่างดื้ออย่างด้านสันดานหยาบที่สุด พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจพระทัยเลิศเลอแล้ว อันนี้จิตใจมันมีแต่ส้วมแต่ถานเอาไปโปะหัวพระพุทธเจ้าได้ยังไง ชาวไทยมองดูทั่วหน้ากันเห็นกันอยู่ชัด ๆ ไม่ใช่คนตาบอดมันก็ต้องปัดกันละซิเข้าใจไหมล่ะ นี่ละที่เลวมากที่สุด

เราพูดจริง ๆ เราพูดได้อย่างเต็มปาก การพูดของเรานี้ออกทางไหนออกได้เลย ถ้าผิดจากหลักความจริงแห่งธรรมทั้งหลายที่นำมาสอนเวลานี้ เราพูดได้อย่างจัง ๆ อย่างนี้ มันพึ่งเห็นอย่างนี้ที่หยาบโลนที่สุดคราวนี้ ไม่มีบุญมีบาป มีแต่ความดื้อด้านสันดานหยาบ ทุกอย่างให้ได้สมใจ ๆ ความถูกต้องดีงามไม่สนใจ สนใจตั้งแต่จะเอาให้ได้อย่างใจอย่างเดียว หลักธรรมของพระพุทธเจ้าไม่มีอย่างนี้ แล้วมาอยู่ในพระ พระแสดงตัวเป็นมหาภัยต่อชาติบ้านเมืองจะให้โลกเขาอาศัยใคร ไม่มีที่อาศัยแล้วนะ เท่านั้นแหละ วันนี้พูดให้พากันนำไปเป็นข้อคิดให้ดี หลวงตาบัวพูดนี้ไม่ได้โกหก ให้เอานี้ไปฟัง ถ้าตรงไหนหลวงตาพูดผิดเอามาตัดคอหลวงตาบัวได้เลย ถ้าพูดผิดหาแกล้งเรื่องแกล้งราวใส่คนอื่นคนใดก็ตาม เขาทำถูกเราว่าผิดไป เอ้า ตัดคอได้เลย เราพูดตามหลักความจริงเท่านั้น ทีนี้ให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet
www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก